ในแง่ยุทธศาสตร์ของสงคราม ได้มีการกำหนดกองทัพสำหรับรับมือกับ “สงครามในรูปแบบ” ไว้ 4 รูปแบบ อันได้แก่ กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ และกองทัพอวกาศ

ผู้ใดครองครองกองทัพอันเกรียงไกรทั้ง 4 รูปแบบได้ ก็จะเป็นผู้กำชัยชนะใน “สงครามในรูปแบบ” เช่นกัน!!!

ตอนนี้ในอินเตอร์เน็ตเองก็กำลังมีรูปแบบการนำเสนอใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน จากเดิมที่เคยมีเพียง “ข้อความ”, “รูปภาพ” และ “เสียง” ตอนนี้ก็มี “คลิปวีดีโอ” เพิ่มขึ้นมา

งั้นถ้าเว็บไซต์ไหนนำเสนอทั้ง “ข้อความ”, “รูปภาพ, “เสียง” และ “คลิปวีดีโอ” ก็มีโอกาสครองความเป็นเจ้าได้เหมือนกันอ่ะดิ … หุ ๆ อันนี้ไม่แน่ใจนะ เพราะตั้งสมมติฐานขึ้นมาเอง

ผมมองว่าในช่วงระยะเวลานี้ คลิปวีดีโอกำลังกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ก็จริง แต่มันยังจับจุดรวมศูนย์อะไรไม่ค่อยได้นัก มันเป็นอะไรที่เละ ๆ รวม ๆ อ่ะนะ ประมาณว่าเอาคลิปวีดีโอมาสุม ๆ รวมกันแล้วแบ่งหมวดหมู่ อะไรประมาณนั้น

จากการที่ลองแวะ ๆ ไปยังเว็บไซต์ของต่างประเทศ ทำให้ผมจับสังเกตอะไรได้อย่างหนึ่งเกี่ยวกับคลิปวีดีโอที่พวกเขาสร้างขึ้น นั่นก็คือ พวกเขาจะทำให้คลิปวีดีโอของตน มีขนาดเพียงแค่ 300 x 210 เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่อินเตอร์เน็ตของพวกเขาเร็วกว่าเมืองไทยเราจมเลย แปลกจริง เพราะถ้าเป็นคลิปวีดีโอของพี่ไทยเรานะ อย่างเว่อร์เลย บางเว็บที่ผมเห็นซัดเข้าไปตั้ง 600 x 300 เลยด้วยซ้ำ!!!

สำหรับใครที่อยากมีเว็บไซต์เหมือน YouTube นะครับ ผมขอแนะนำ ClipShare ครับถ้าท่านมีตังค์ซื้อมัน หรือถ้าไม่มีตังค์ซื้อมัน ก็ขอแนะนำ PHPMotion ก็แล้วกัน ตัวนี้เขา opensource แกะมันส์ตามสะดวก

คลิปวีดีโอก็เหมือนกับเนื้อหาที่เป็นข้อความนั่นแหล่ะครับ ถ้าทำออกมาไม่ได้คุณภาพ ก็ไม่มีใครสนใจจะเสพมันหรอก 😛

[tags]คลิปวีดีโอ, คลิบวีดีโอ, วีดีโอคลิบ, วีดีโอคลิป, คอมพิวเตอร์, อินเตอร์เน็ต, สมมติฐาน[/tags]

Related Posts

8 thoughts on “วัฒนธรรมคลิปวีดีโอ

  1. ที่คลิปวิดีโอไม่ได้ใหญ่มากคิดว่าเพราะความเร็วในการอัพโหลดของต่างประเทศ ก็ไม่ได้เร็วกว่าเรามากกว่าเท่าไหร่ หากจะอัพโหลดไฟล์ความละเอียดสูงๆ กว่าจะได้ดูกัน คงต้องรอเป็นวันหละมั้งครับ

  2. ตอนนี้เหมือนกลายเป็นสัตยจธรรมของโลก (และโลกไซเบอร์) ไปแล้ว อะไรก็ตามที่กำลังเป็นกระแสได้รับความนิยมสูงจากผู้ใช้ ก็จะมีบริการรูปแบบเดียวกันออกตามหลังกันมามากมาย ทั้งที่ได้รับแรงบรรดาลใจนำไปสร้างเป็นรูปแบบของตัวเองให้ดีขึ้น หรือจะเป็นแบบที่ตั้งใจมาลอก ทำแม่งให้เหมือนกันเลยมึงขายได้กูก็ขายได้

    สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงอะไร? แสดงให้เห็นถึงคู่แข่งบนโลกอินเตอร์เน็ตมีอยู่มากมายเสียเหลือเกิน การแข่งขันสูงมาก
    จะสร้างบุคลิคความเป็นตัวเองให้กับบริการของคุณได้อย่างไร ให้เกิดความแตกต่างอยู่บนฟื้นฐานของการใช้งานที่ง่าย และไม่ผิดอะไรถ้างานของคุณได้รับแรงบบรรดาลใจมาจากงานชิ้นอื่น เพราะแรงบรรดาลใจนั้นคือ Input ส่วน Output คือความคิดที่ออกมาจากสมองของคุณ

    ปล.ถ้านึกภาพผลงานที่มีบุคลิคและลักษณะเฉพาะตัวไม่ออก
    ของดูผลิตภัณฑ์ peetai.com ดูซิครับ และถามตัวเองว่าทำไมคุณถึงอ่าน blog นี้
    ตอนนี้ peetai.com สามารถรสร้าง Brand เป็นของตัวเองแล้ว
    มีลายเซ็นต์ที่แตกต่างจากผู้อื่น
    ปล.ไม่ได้เชียร์ออกนอกหน้าน่ะครับ เพียงแค่ยกมาเป็นตัวอย่าง

  3. ส่วนตัวก็อาศัยเนื้อหาจากที่อื่น เพื่อสร้างสังคม เป็นของกลุ่มเอง

  4. ตัวหนังสือ
    ภาพ
    ภาพนิ่ง+ตัวหนังสือ
    เสียง
    ภาพ
    ภาพนิ่ง+เสียง
    เสียง
    คำพูด
    ภาพเคลื่อนไหว
    ภาพเคลื่อนไหว+เสียง+คำพูด

    คงแล้วแต่คนจะเลือกเสพ แต่ถ้าเว็บนั้นมีครบก็คงจับกลุ่มได้มากขึ้นนะคะ

  5. อ๋า งี้แสดงว่าผมก็เข้าผิดอ่ะดิคุณ nat3 ผมคิดมาตลอดเลยว่าเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของฝรั่ง แรงกว่าของไทยอ่ะ

    ขอบคุณครับที่คุณ memtest เชียร์ แต่ตอนนี้บล็อกนี้กำลังประสบปัญหาครับ นั่นก็คือสถิติของผู้ที่เข้ามาแบบตรง ๆ นั้นลดลงไปมาก ส่วนสถิติของคนที่เข้ามาผ่าน search engine กลับสูงขึ้นอย่างผิดหูผิดตา นัยว่ามีหัวข้อที่สอดรับกับการค้นเยอะกระมัง และที่สำคัญ ผมไม่มีปัญหาตรวจสอบได้อ่ะครับว่าคนที่อ่านผ่าน feed นั้น มีเยอะมากน้อยแค่ไหน เพราะผม … ขี้เกียจใช้ feedburner อ่ะ ฮา 😛

    คิดว่าเป็นอย่างที่คุณ audy บอกครับ ต่อไปวงมันจะเล็กลงเรื่อย ๆ

    ใช่ ๆ คุณ cotton คุณ discoveryman เห็นด้วย ๆ

  6. งี้ผมก็ทำไว้ครบทุกอย่างแล้ว แต่ความเฉพาะกลุ่ม ทำให้มันยังเติบโตในด้านจำนวนผู้เยี่ยมชมเท่าที่ควรอะดิ

  7. วันก่อนมีคนส่งลิงค์จากยูทุบมาให้ แล้วเลยค้นอะไรเล่นต่อนิดหน่อย ไปเจอว่ามีคลิบที่ตัดมาจากหนังบางเรื่อง อย่าง The Longest Day, Saving Private Ryan ฯลฯ อยู่ด้วย สงสัยว่ายูทุบจะกลายเป็นแหล่งเผยแพร่หนังมีลิขสิทธิ์โดยการตัดหนังเป็นคลิบสั้นๆ หลายๆ คลิบให้คนที่ต้องการมาต่อกันหรืออย่างไร?

    ส่วนที่พี่ไท้บอกว่าสถิติการเข้ามาตรงๆ ลดลงไปมาก แต่เข้ามาทาง Search Engine เพิ่มขึ้น ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องปกติของเว็บ/บล็อกที่ดีด้วยซ้ำ ถ้ามากคนแล้วมากเรื่องนั่นแหละคือปัญหาครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *