แอสแซมบลี้ 8086-8088เมื่อราวปี พ.ศ. 2534 ในขณะที่เพื่อน ๆ ของผมกำลังไปลงหลักสูตรการเรียนคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนสยามคอมพิวเตอร์ เพื่อเรียน CU-Writer, Lotus 123 และ dBase III Plus อยู่นั้น ผมกลับทำอะไรที่ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเท่าไหร่ครับ โดยการไปให้ความสนใจกับเจ้าภาษาคอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่า Assembly แทน

ผมรู้จักกับ Assembly ก็เพราะอาจารย์ที่สยามคอมพิวเตอร์ตอนโน้นน่ะ เขาโม้ไว้ว่าจะเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ดีได้ ต้องเริ่มจาก Basic แล้วค่อย Pascal แล้วค่อย C แล้วค่อย Assembly (สมัยนั้นคนจะเข้าเรียนคอมพิวเตอร์ในระดับปริญญาตรี ควรจะไปสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์จากโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์เหล่านี้ครับ แต่เดี๋ยวนี้คงไม่ต้องแล้วเน้อะ)

ผมก็เลยลักไก่ครับ คิดจะข้ามขั้นตอน ก็เลยไปซื้อหนังสือเล่มนี้มาเพื่อจะก้าวข้ามขีดจำกัด!!!

ตอนนั้นรู้แต่ภาษา Basic ครับ เลยคิดว่ารู้หมดแล้ว กะอีแค่ Assembly เหรอ เหอ ๆ กระจอก คิดงั้น ก็เลยไปซื้อมาอ่านซะเลย โดยสมัยนั้นคอมพิวเตอร์เป็นรุ่น 80286/80386 หมดแล้ว แต่การเริ่มจาก Assembly 8086-8088 ก่อนน่าจะดี ตอนนั้นรู้นิดหน่อย เลยคิดแบบนี้

ผลเหรอครับ อ่านแล้วไม่รู้เรื่องครับ อ่านกี่รอบกี่รอบก็ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจว้อยยยยยยยย มันกำลังจะบอกอะไรเนี่ย ไม่เข้าใจ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ บ่น ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียดายเงิน สุดท้ายก็เขวี้ยงมันไว้ในตู้หนังสือ แล้วก็ลืมมันไปเลย

ตอนหลังถึงมารู้ครับว่าการจะเรียนรู้ Assembly ได้นั้น ต้องผ่านการเรียนวิชาสัญญาณดิจิตอล, วิชาการอินเตอร์เฟส และวิชาสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์มาก่อนด้วย ไม่ใช่แค่รู้ Basic, Pascal, C อย่างที่อาจารย์คนนั้นโม้ไว้ และเมื่อรู้ทั้งหลายทั้งปวงแล้วเราถึงจะเข้าอกเข้าใจได้ว่าไอ้เจ้า Assembly เนี่ย มันเกิดขึ้นมาบนโลกนี้เพื่ออะไร

และเมื่อผมเรียนบุพวิชาทั้งสามมาเรียบร้อยแล้ว ผมก็เอาหนังสือเล่มนี้ที่ผมเขวี้ยงมันไว้ในตู้หนังสือ กลับมาปัดฝุ่นแล้วก็อ่านมันได้เข้าใจซะที ดูเหมือนว่าวิชาทางคอมพิวเตอร์บางอย่าง ถ้าไม่ผ่านบุพวิชามาหลาย ๆ ตัว ถึงจะดึงดันทำความเข้าใจมัน ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีนะเนี่ย

[tags]แอสแซมบลี้,assembly,หนังสือเก่า[/tags]

Related Posts

9 thoughts on “แอสแซมบลี้ 8086-8088

  1. คุณพ่อผมมีเครื่อง 8088 จำไม่ได้ว่าจอเขียวไหม? ตอนนั้นผมยังอยู่อนุบาล อยู่เลยครับ ผมจำได้ พอกลับบ้านมา ผมจะขอให้คุณพ่อเปิดเกมให้ผมเล่น (ยังเป็น dos อยู่ เกมก็เป็น dos หมดครับ ) ตอนนั้นผมไม่รู้จักหรอกครับว่าอะไรคือ dos แล้วที่คุณพ่อพิมพ์ลงไปคือคำสั่งอะไร ผมก็ไม่สนครับ (สนใจจะเล่นอย่างเดี่ยว) เกมที่ผมเล่น ก็คือ Space Caverns หรือ Space Shuttle Perspective (จำชื่อม่ได้) หน้าตาตามลิงค์นี้ครับ http://www.abandonia.com/games/en/572/SpaceInvaders.htm
    ทุกวันนี้ คุณพ่อผมยังเก็บไว้เลยครับ

  2. คุณพี่ไท้ยังมีเล่มนี้เหลือหรือครับเนี้ย!! ของผมบวมน้ำหมดแล้ว ดูเหมือนผมจะมีหนังสือคล้ายๆคุณพี่ไท้เยอะเหมือนกันน่ะนี้ 🙂

  3. ผมเริ่มรู้จักและเรียนภาษา Basic ตอนปี 28 ตอนนั้นเห็นหนังสือภาษาแอสเซมบลีวางขายพอสมควร ได้ไม่เคยคิดจะซื้อเพราะแค่ภาษาเบสิคก็มึนแล้ว จำได้ว่าตอนสอบเขียนเกมแข่งม้าสุ่มให้ไปแล้วกลับไม่ได้ ทุกคนที่เรียนทำไม่ได้ซักคน ตอนนั้น course ภาษาเบสิคราคาคอร์สละ 500 บาท สำหรับต่างจังหวัด

    คิดดูละกัน อิอิ –“

  4. พี่ไท้ครับ เล่มนี้อาจจะเหมือนหนังสือเวทในเกมก็ได้น่ะ
    ว่าต้องมีเวทอะไรอื่นมาก่อนแล้วมาผสมจนใช้เวทนี้ได้ เหอๆๆๆๆๆๆ
    ต้องใช้เวท วิชาสัญญาณดิจิตอล, วิชาการอินเตอร์เฟส และวิชาสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์
    ถึงจะผสมได้เวทแอสแซมบี้ไง

  5. ไม่ค่อยสนใจ asm เท่าไหร่เลยอ่ะครับ เพราะมันเขียนลำบากดีแท้
    ใช้อ่านตอน disasm อย่างเดียว โฮะๆ

    ปล. เล่มนี้ของผมมันสีม่วงๆ อ่ะ (หรือสีมันตกหว่า เหอๆ)

  6. สมัยก่อนเครื่องคอมพิวเตอร์แพงมาก ๆ ครับ ถ้าตอนกระนู้นมีเครื่อง 8088 ได้ ฐานะก็ไม่หยอกแล้วนะเนี่ยคุณหมี ว่าแต่ผมเองก็รู้จักเว๊ป abandonia เหมือนกันแหล่ะ ชอบมากพวกเกมส์เก่า ๆ เนี่ย ผมไปดาวน์โหลดมาเล่นบ่อย ๆ เหมือนกัน

    ถ้าของคุณ cookievirus บวมน้ำหมดแล้ว ย่อมแสดงว่าคุณ cookievirus อ่านมันบ่อยมาก ๆ หนังสือเลยโดนความชื้นจากมือจนบวมน้ำ ส่วนของผมห่อปกพลาสติกไว้เรียบร้อย แถมนอนแอ้งแม้งอยู่ในตู้ตั้งหลายปี สภาพมันเลยยังดีอยู่อ่ะครับ

    คิดดูแล้วครับคุณ BigNose คิดได้ว่าสมัยนั้น 500 บาท แพงโคตรเลยครับ เพราะสมัยนั้นอาหารกลางวันเด็กนักเรียนอย่างพวกเรา 10 บาทยังไม่ถึงเลย

    ส่วนใหญ่การจะทำไวรัสคอมพิวเตอร์ ก็คงหนีไม่พ้นต้องรู้ assembly จริง ๆ ด้วยอ่ะครับคุณ rhino

    ถ้ามันเป็นหนังสือเวทจริง คนอ่านก็คงต้องอัพ skill มาหลาย level เลยนะเนี่ย ถึงจะอ่านมันได้อ่ะคุณ memtest (เรียกมังกรไฟได้เปล่าเนี่ย ถ้าอ่านจบแล้ว)

    เห็นด้วยครับคุณ iPatS มันลำบากโคตร ๆ เลยล่ะ สงสัยมีแต่คนที่ทำงานอยู่บริษัทผลิตระบบปฏิบัติการหรือบริษัทที่ผลิตซอฟต์แวร์เพื่อสื่อสารกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เท่านั้นแหล่ะ ที่ต้องสนมันอ่ะ

  7. เห็นหน้าปกแล้วขำอะ ยังไม่ทันเปิดอ่านก็น้ำตาไหลพราก+ลิ้นห้อยแล้ว อาจจะมีความหมายเป็นนัยๆ ว่า “เราเตือนคุณแล้ว” xD

  8. เห็นด้วยครับ ต้องรู้เรื่อง digital signal ด้วย ถ้าเรียนมาทางไฟฟ้าอิเล็คทรอนิคส์จะเข้าใจพวกนี้ได้เร็ว ตอนนั้นเรียนพวกคำสั่ง mnemonic ของ microprocessor Z-80 อะไรเงี้ยพอมาเป็น assembly ก้อเล้ยไม่งง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *