ความรู้ทางคอมพิวเตอร์มีอยู่สองรูปแบบ คือ ความรู้เพื่อแสดงภูมิปัญญา และ ความรู้เพื่อการเอาตัวรอด!!! ว่ากันตามจริงแล้ว บล็อกแห่งนี้ก็โม้แต่ความรู้ทางคอมพิวเตอร์ ในรูปแบบความรู้เพื่อแสดงภูมิปัญญา โดยมีความรู้ทั่วไปนิด ๆ หน่อย ๆ และเน้นความรู้ชั้นสูงมากหน่อย!!! แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมยกย่องคนที่มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์เพื่อการเอาตัวรอดนะ ยิ่งคนเหล่านั้นมีความรู้ทางคอมพิวเตอร์เพื่อการเอาตัวรอดแบบชั้นสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่ายกย่องมากขึ้นเท่านั้น … แต่เหนือสิ่งอื่นใด การสกัดเอาความรู้ทางคอมพิวเตอร์ในรูปแบบความรู้เพื่อการเอาตัวรอด (ชั้นสูง) เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก เปรียบได้กับการสกัดเอาทองคำออกจากหินแร่ต่าง ๆ ซึ่งหากเราลงทุนลงแรงมากไป เราก็อาจจะขาดทุนได้ง่าย ๆ ที่สำคัญ จะมีบุคคลใดบ้างหนอ ที่มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์เพื่อการเอาตัวรอด (ชั้นสูง) ที่จะยอมเปิดสัมปทาน เพื่อให้เราเข้าไป ขุด ค้น สกัด ร่อน เอาความรู้ฯจากสมองของเขา เพื่อนำออกมาทำประโยชน์ให้กับเราได้บ้างอ่ะ T-T ไม่แน่ใจว่าเครื่องมืออย่าง Facebook, Twitter และ YouTube จะช่วยให้เราหาคำตอบจากเรื่องนี้ได้หรือเปล่า? คำค้น: เหมืองความรู้, คอมพิวเตอร์, ความรู้ทางคอมพิวเตอร์, ความรู้, เหมืองคอมพิวเตอร์, Facebook, Twitter, YouTube
มวยไทยถือเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวในแนวตั้ง ดังนั้น มันจึงสามารถแสดงอานุภาพที่รุนแรงของมันได้ เมื่อผู้ใช้มวยไทยยืนอยู่บนพื้นดิน (ที่มั่นคง) แต่น่าเสียดายที่ผู้คิดค้นมวยไทยไม่ได้คิดว่า มนุษย์ยืนสองขาแบบพวกเราก็ย่อมมีวันล้มลงกับพื้นได้ ดังนั้น ผู้ใช้มวยไทยจึงไม่สามารถแสดงอานุภาพใด ๆ ได้เลย หากถูกคู่ต่อสู้กดล็อกหรือกดนอนลงกับพื้น!!! ปัจจุบัน การจัดชกมวยไทยยังคงมีอยู่ มีพัฒนาการในวงจำกัดในระดับหนึ่ง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานเดิม ๆ นั่นคือ การเป็นธุรกิจสีเทาเข้ม ๆ เพราะมีเรื่องของการใช้ความรุนแรง อิทธิพล และการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง!!! ผมเคยได้ดูบาสเกตบอล NBA อยู่บ่อย ๆ ผมชอบมาก ชอบตรงการเก็บสถิติของผู้เล่น ซึ่งเก็บได้ละเอียดเว่อร์ ๆ เช่น บอกได้ว่าผู้เล่นคนดังกล่าว เคยทำแต้มได้เท่าไหร่ เคยป้องกันการทำแต้มได้กี่ครั้ง หรือเคยส่งบอลให้ผู้เล่นอื่นทำแต้มได้กี่ครั้ง เป็นต้น ผมจึงมองว่าการเก็บสถิติแบบนี้เป็นสีสัน เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ดี ที่น่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับมวยไทยได้!!! งั้นเราต้องตั้งโจทย์ก่อนว่าถ้าเป็นมวยไทย เราอยากจะเก็บสถิติอะไรของนักมวยบ้าง เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ธุรกิจมวยไทย โดยสถิติดังกล่าวจะต้องสร้างอรรถประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์แก่โปรโมเตอร์เพื่อการจับคู่นักมวย ประโยชน์แก่ผู้ชมเพื่อการติดตามผลงาน ประโยชน์แก่นักพนันเพื่อการแทงพนัน หรือ ประโยชน์แก่ค่ายมวยเพื่อการวิเคราะห์นักมวยของตัวเองหรือคู่แข่ง เป็นต้น โดยส่วนตัวผมเห็นว่า การเก็บสถิติของนักมวย ควรจะแบ่งออกเป็น [...]
ประเทศไทยเรามีสินทรัพย์อยู่มากมาย และสินทรัพย์เหล่านั้นก็ล้วนส่งเสริมอำนาจอธิปไตยของประเทศไทยเรา ดังนั้นผู้บริหารจัดการอำนาจรัฐในแต่ล่ะยุคสมัย จึงมีหน้าที่ ๆ จะต้องดำเนินนโยบายในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากสินทรัพย์เหล่านั้น อย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อสร้างความมั่งคั่งต่อยอดให้กับรัฐชาติในอนาคต เราสามารถแบ่งประเภทของการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากสินทรัพย์ของชาติโดยอำนาจรัฐ ได้ดังต่อไปนี้ ภาครัฐบริหารจัดการสินทรัพย์เองและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แบบเต็ม ๆ ตัวอย่างเช่น ค่าปรับการทำผิดกฎจราจร เป็นต้น ภาครัฐไม่บริหารจัดการเอง แต่ให้สัมปทานกับเอกชนไปบริหารจัดการกับสินทรัพย์นั้น ๆ ซึ่งผลประโยชน์ที่ภาครัฐจะได้รับก็คือ ค่าสัมปทานก้อนโต และรายได้อื่น ๆ ตามแต่จะตกลงกัน ตัวอย่างเช่น การให้สัมปทานในการขุดเจาะน้ำมัน เป็นต้น ภาครัฐสูญเสียสินทรัพย์นั้นไป โดยการแปรรูปหน่วยงานรัฐซึ่งดูแลสินทรัพย์นั้น ๆ ให้กลายเป็นบริษัทเอกชน โดยมีภาครัฐร่วมถือหุ้น ทำให้ผลประโยชน์ที่ภาครัฐได้รับเปลี่ยนไปอยู่ในรูปของ เงินปันผล หรือ ดอกเบี้ย เป็นต้น ถ้าเลือกได้ ภาครัฐก็คงอยากจะบริหารจัดการสินทรัพย์ของชาติ และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยตนเอง!!! แต่บังเอิญว่ามันมีปัจจัยอยู่หลายอย่าง ที่ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องปล่อยสินทรัพย์ดังกล่าวออกไปให้เอกชนทำ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวก็ได้แก่ การที่ภาครัฐไร้ซึ่งทักษะในการบริหารจัดการสินทรัพย์นั้น ๆ ด้วยเหตุเพราะไม่เคยลงทุนในด้านนั้น ๆ มาก่อน ภาครัฐบริหารจัดการสินทรัพย์นั้น ๆ เองได้ แต่ถ้าทำเองแล้วจะต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินงานอันหนักอึ้ง ภาครัฐถูกทำให้ไขว้เขว้ หลงเข้าใจผิดคิดว่าสินทรัพย์นั้นไม่ต้องทำเองก็ได้ จึงหลงกลส่งมอบให้เอกชนไปดำเนินการแทน เสียดายที่สัมปทานส่วนใหญ่ต้องให้รัฐมนตรีเป็นคนเซ็นอนุมัติ [...]
ไหนลองมาดูกัน … ถ้าเราเป็นคนไทยทั่วไป … กระทรวงมหาดไทย ถ้าเราเรียนหนังสือ … กระทรวงศึกษาธิการ ถ้าเราเป็นผู้ชายที่อายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ … กระทรวงกลาโหม ถ้าเราเป็นลูกจ้าง … กระทรวงการคลัง และ กระทรวงแรงงาน ถ้าเรามีรถยนต์ส่วนตัว … กระทรวงคมนาคม ถ้าเรามีอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัว … กระทรวงมหาดไทย ถ้าเราต้องไปเมืองนอก … กระทรวงการต่างประเทศ ถ้าเรามีสิทธิ์เลือกตั้ง … สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถ้าเราเป็นเจ้าของกิจการ … กระทรวงการคลัง หรือ กระทรวงพาณิชย์ หรือ กระทรวงอุตสาหกรรม หรือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ถ้าเรามีข้อพิพาททางอาญา … สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศาลอาญา หรือ กระทรวงยุติธรรม หรือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ [...]
สมัยก่อนถ้าใครสะสมทุนจากการค้าขายได้มาก ๆ ก็ล้วนอยากจะตั้งธนาคารกันทั้งนั้น เพราะธนาคารถือเป็นแหล่งระดมทุนที่เจ๋งเป้งที่สุด เป็นการสะสมกำไรสุทธิที่ดีที่สุด โดยอาศัยเงินจากคนอื่นอีกต่อหนึ่ง ระดมเงินฝากเข้ามา ให้ดอกเบี้ยเงินฝากนิดหน่อย แล้วก็บริหารจัดการปล่อยกู้ รีดดอกเบี้ยทบต้นสูง ๆ เอาเงินกินเงิน!!! น่าเสียดายที่เราไม่สามารถตั้งธนาคารได้ง่ายนัก เนื่องจากมีขั้นตอนยุ่งยากมาก อีกทั้งยังต้องให้ผู้มีอำนาจคับฟ้าคับแผ่นดินเป็นผู้อนุมัติอีก เอาแค่จะตั้งชื่อบริษัทมีคำนำหน้าว่า “ธนาคาร” ยังไม่ได้เลย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๒ ห้ามผู้ใดนอกจากสถาบันการเงินใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจทางการเงินว่า “ธนาคาร” “เงินทุน” “การเงิน” “การลงทุน” “เครดิต” “ทรัสต์” “ไฟแนนซ์” “บริษัทเครดิตฟองซิเอร์” หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน บทบัญญัติในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายอื่น … มาตรา ๑๒๓ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ ที่ผ่านมาเรามักจะถูกอาชญากรสีขาว ยักยอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลของเราไปใช้หาประโยชน์อยู่เสมอ น่าจะเป็นการดี หากเราจะสามารถนำข้อมูลส่วนบุคคล, ข้อมูลลับ, ข้อมูลสำคัญ หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เรามีไปฝากเพื่อหาผลประโยชน์จาก “ดอกเบี้ยข้อมูลฝาก” ได้บ้าง จากนั้นบริษัทที่รับฝาก ก็จะเอาข้อมูลของคนหลาย [...]