สารสนเทศคือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ผ่านการกลั่นกรองหลาย ๆ ครั้งจนได้อรรถประโยชน์สูงสุด เท่าที่ผมรู้มา สารสนเทศเป็นทรัพยากรที่ยิ่งใช้จะยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งต่างจากทรัพยากรทางกายภาพและชีวภาพ ที่ยิ่งใช้จะยิ่งลดลงเรื่อย ๆ

สมัยก่อนทรัพยากรทางกายภาพและชีวภาพ ล้วนถูกผูกขาดโดยรัฐเสมอ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้, เหมืองแร่, แหล่งน้ำมัน, สัตว์ป่า, สัตว์ทะเล, การเก็บรังนกนางแอ่น, การทำเหล้า, การทำยาสูบ เป็นต้น

ทรัพยากรเหล่านี้ภาครัฐมีอำนาจถือครองอยู่เต็มที่ อีกทั้งก็ไม่เคยคิดจะดำเนินการกับทรัพยากรเหล่านี้ด้วยตนเอง จึงเป็นที่มาของ “สัมปทาน”

สัมปทาน คือ การที่ภาครัฐทำสัญญาผูกขาดกับเอกชนรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้สิทธิ์ในการหาประโยชน์แก่เอกชน โดยมีการจำกัดระยะเวลา และเมื่อเอกชนได้ผลประโยชน์จากสัญญาดังกล่าวแล้ว นอกจากจะต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว ก็ต้องจ่ายผลประโยชน์ส่วนหนึ่งให้กับภาครัฐเป็นงวด ๆ ตามสัญญาด้วย

ยุคนี้สัมปทานผูกขาดเริ่มถูกผ่อนคลายลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ประเทศไทยต้องทำตามข้อตกลงการค้าเสรีทั้งกับองค์การการค้าโลก และกับประเทศต่าง ๆ ผ่านทาง FTA ทำให้การเข้าถึงทรัพยากรทางกายภาพและชีวภาพ เริ่มเปิดกว้างให้เอกชนหลาย ๆ รายสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น

แต่บังเอิญว่าตอนนี้เป็นศักราชแห่งสารสนเทศ ดังนั้นถึงแม้ว่าภาครัฐจะเริ่มผ่อนคลายทรัพยากรทางกายภาพและชีวภาพแล้วก็ตาม แต่กับทรัพยากรทางสารสนเทศนั้น ภาครัฐก็ยังคงยึดกุมอยู่ หวงแหน ไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ

เคยสังเกตุมั้ยครับว่าปัจจุบันนี้นั้น ภาครัฐได้ถือครองทรัพยากรสารสนเทศ ซึ่งเป็นดั่งขุมทรัพย์สารสนเทศเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น …

  • ข้อมูลทะเบียนราษฏร์ของประชาชนทั้งประเทศ
  • ข้อมูลการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญ, ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล, ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด
  • ข้อมูลงบการเงินของนิติบุคคล
  • ข้อมูลการเลือกตั้ง
  • ข้อมูลอาชญากรทั่วประเทศ
  • ข้อมูลหมายเรียก, หมายจับของตำรวจทุกท้องที่
  • ข้อมูลคดีความที่อยู่กับสำนักอัยการสูงสุด, ศาลสถิตยุติธรรม, ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ
  • ข้อมูลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ข้อมูลเอกสารแสดงสิทธิ์ที่ดินทั่วประเทศ
  • ฯลฯ

เยอะครับจาระไนไม่หมด จะเห็นว่าข้อมูลพวกนี้เป็นสารสนเทศอันมีค่ามาก ใคร ๆ ก็อยากจะเข้าถึงข้อมูลพวกนี้ทั้งนั้น และก็เพราะมันมีค่ามากเช่นนี้นี่เอง เราจึงเริ่มค่อย ๆ เห็นบริษัทหลายบริษัทที่เคลื่อนไหวเข้าหาข้าราชการหรือนักการเมือง เพื่อขอทำธุรกิจผูกขาด เพื่อหาผลประโยชน์จากข้อมูลพวกนี้

เราจะเห็นว่าการได้ผูกขาดกับขุมทรัพย์สารสนเทศเหล่านี้ มีต้นทุนในการประกอบกิจการที่ต่ำมาก ต่ำกว่าการที่บริษัทโทรคมนาคมได้สัมปทานคลื่นความถี่จากภาครัฐซะอีก เพราะบริษัทโทรคมนาคมยังต้องตั้งเสารับส่งสัญญาณก่อน จึงจะสามารถประกอบกิจการได้ แล้วเสาพวกนี้ก็ต้องตั้งทั่วประเทศด้วย ถึงจะครอบคลุมพื้นที่การให้บริการ

แต่กับกิจการผูกขาดขุมทรัพย์สารสนเทศเหล่านี้ แค่ต่อ Leased Line เชื่อมโยงไปยังเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของภาครัฐ แล้วตั้ง Server เพื่อเป็น Broker เอาไว้ ข้อมูลที่ปรับปรุงบ่อย ๆ ก็เอามาจากภาครัฐ ส่วนข้อมูลที่ปรับปรุงไม่บ่อยก็ค่อย ๆ ปั๊มจากภาครัฐมาไว้ที่ฐานข้อมูลของตนเอง

ในส่วนของการจะให้บริการกับลูกค้าก็สามารถทำได้แสนง่าย โดยกระทำผ่านทางเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็ถูกวางไว้ในประเทศไทยหมดแล้ว แค่ตั้ง Web Server เอาไว้ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงบริการผ่าน Web Browser ตามหลักการของ Software as a Service แค่นี้เอง ต้นทุนต่ำเหลือเกิน!!!

ผมคิดไม่ผิดนะ ต่อไปบริษัทที่จะรวยอู้ฟู่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จะกลายเป็นบริษัทที่ได้สัมปทานทรัพยากรสารสนเทศจากภาครัฐ แน่นอนครับ

ป.ล. 1 เมืองไทยยังเป็นระบบทุนนิยมอุปถัมภ์โดยภาครัฐอยู่ครับ ไอ้เรื่องการค้าเสรีการเงินเสรีน่ะ มันยังไม่เหมาะกับเมืองไทยในศตวรรษนี้หรอก

ป.ล. 2 ต่อไป Big Player โลกออนไลน์ อาจจะกลายเป็นพวกบริษัทผูกขาดทรัพยากรสารสนเทศพวกนี้ก็ได้ ใครจะรู้

[tags]สัมปทาน,ทรัพยากรกายภาพ,ทรัพยากรชีวภาพ,ทรัพยากรสารสนเทศ,ขุมทรัพย์,ขุมทรัพย์สารสนเทศ[/tags]

Related Posts

4 thoughts on “ขุมทรัพย์สารสนเทศ

  1. สารสนเทศที่พี่ไท้พูดมามันมีค่าจริงๆครับ ข้อมูลพวกนี้มันเกี่ยวข้องกับพวกเราทุกคน แสดงถึงการมีตัวตนของบุคคลในสังคม ภาครัฐต้องหาวิธีการและเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม เพราะมันเกี่ยวกับความมั้นคงของประเทศได้เลยทีเดียว

  2. มันไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเหรอครับ ข้อมูลสารสนเทศที่พี่พูดถึงอ่ะ

  3. อืม นึกถึง The world is flat เลย ที่ outsource การทำเอกสารเกี่ยวกับภาษีในสหรัฐไปยัง India

  4. เห็นบางอย่างปล่อยเป็นสัมปทานออกมาแล้วครับคุณ fatro อย่างข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล ตอนนี้บริษัทบิซิเนส ออนไลน์ จำกัด (มหาชน) ก็ได้สัมปทานมาแล้ว และตอนนี้ก็กำลังให้บริการลูกค้าอยู่ผ่านทาง http://www.bol.co.th

    ที่ทำงานผมเองก็ต่อเชื่อมกับกรมการปกครอง เพื่อสืบค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของประชาชนเหมือนกัน

    ขุมทรัพย์พวกนี้กำลังถูกปลดปล่อยออกมาในรูปสัมปทานครับ ซึ่งดูเหมือนว่าทางการก็มีนโยบายจะเปิดเผยให้ประชาชนอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ทำเอง แต่ทำในรูปของสัมปทานแทน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *