Parinya.NET

บล็อกของสาวกแห่งลัทธิ Software as a Service

Archive for the 'Virtual Reality' Category

Virtual World ใน Cloud Computing

Cloud Computing ช่วยแก้ปัญหาล้านแปดในเรื่อง Hardware Sizing และ Performance Tuning ที่เคยมีปัญหามาอย่างยาวนาน ทำให้สมองที่เคยต้องใช้แก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ว่างลง แล้วเอาไปใช้คิดเรื่องอื่นที่มีสาระกว่าแทน และทำให้การสร้าง Virtual World มีต้นทุนที่ถูกลงยิ่งขึ้น!!! Virtual World เป็นสถานที่ทดลองที่ดี มันทำให้เราได้ทดลองระบบ Human-based Computation, ระบบเงินตราเสริม, ระบบทฤษฎีเกม, ระบบนิติรัฐ และระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเราไม่สามารถกระทำมันในโลกจริง หรือใน Virtual World อื่น ๆ ได้!!! อ่ะนะ … ก็ว่ากันไป๊ คำค้น: Virtual, World, Cloud, Computing

26 เมษายน 2009 at 21:14 - Comments
ไม่ว่าระบบจะดีสักเท่าใด ก็มิอาจจำลอง "หัวใจเธอ" ได้ T_T
27 เมษายน 09 at 16:20

การทดลองชวนแหวะที่เรียกว่า Brain in a Vat

พวกเราต่างก็รู้ว่ามีความพยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะให้มนุษย์กับคอมพิวเตอร์ประสานกันได้อย่างลึกซึ้งมากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เรามักจะพบแขนงวิชาเทพ ๆ ทางคอมพิวเตอร์มากมายที่คิดค้นกันขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น … Brain Computer Interface, Virtual Reality, Virtual Life, Digital Life เป็นต้น เพื่อนของผมเคยเล่าละครฝรั่งเรื่องนึงให้ฟัง เนื้อเรื่องชวนแหวะมาก โดยเนื้อเรื่องกล่าวถึงการทดลองลับสุดยอดที่กระทำโดยมหาอำนาจชาติหนึ่ง เป็นการทดลองเพื่อต่อเชื่อมสมองของบุคคลอัจฉริยะเข้ากับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ … แต่ว่า … ต่อแค่สมองกับคอมพิวเตอร์นะ … ร่างกายไม่เกี่ยว!!! อือม ผมว่ามันเป็นเรื่องไร้มนุษยธรรมมากเลยนะ หากมีการพรากสมองออกจากร่างกายของคนเป็น ๆ ไม่ว่าเขาจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม (ซึ่งผมว่าคงไม่มีใครยอมหรอก) ลองนึกภาพสมองของมนุษย์ที่ยังเป็น ๆ ถูกนำมาแช่เอาไว้ในภาชนะซึ่งบรรจุสารละลายต่าง ๆ เพื่อทำให้สมองยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เรื่อย ๆ แล้วก็มีสายระโยงระยางจากสมองเชื่อมไปยังซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อีกทอดหนึ่ง … คิดแล้วจะแหวะ Brain in a Vat คือชื่อของการทดลองหรือทฤษฎีนี้ครับ แปลกันง่าย ๆ ก็คือ “สมองในภาชนะ” นั่นเอง ตามทฤษฎีแล้ว Brain [...]

1 ธันวาคม 2008 at 23:14 - Comments
moniguna
ผมว่านี่มัน Matrix ของแท้เลยล่ะ แม้จะบอกว่า Matrix ยังมีวันกลับเข้าร่่างได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะกลับเข้าร่างได้จริงๆ! อาจจะมีคอมพิวเตอร์หลอกเราอีกทีก้ได้ว่าเรากลับเข้าร่างไปแล้วจริงๆ ทั้งที่จริงๆเรายังอยู่ในโลกจำลองอยู่
6 ธันวาคม 08 at 08:08
สมองกล
8 ธันวาคม 08 at 10:59

เอาระบบ 3 มิติมาใช้กับ Intranet บ้างจะดีมั้ยน้อ?

ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะเป็นการดีมั้ย ถ้าหากผมจะเอา OpenSimulator ซึ่งเป็นตัว Second Life Clone มาทำเป็น Intranet ภายในองค์กร? Intranet คือ ระบบเครือข่ายภายใน หรือ ระบบเครือข่ายส่วนตัว ที่ใช้การสื่อสารด้วย Internet Protocol ความคิดนี้เกิดขึ้นมาจากการบริหารจัดการต้นทุนล้วน ๆ ครับ เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่มากในสังคมทุนนิยมไทยเราทุกวันนี้ ดังนั้นการจะทำอะไรซักอย่างนึงก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ไม่เว้นแต่การสร้างพื้นที่ทำงานและจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกมาไว้ในที่ทำงาน มันคงจะเป็นเรื่องแย่ใช่มั้ยล่ะครับ ถ้าหากว่าเราจัดตั้งองค์กรขึ้นมาซักองค์กรนึง แล้วปรากฎว่าเรามีพื้นที่ใช้สอยน้อยมาก ยกตัวอย่างเช่น เราไม่มีห้องประชุม, ไม่มีบริเวณสำหรับวางแฟ้มเอกสาร เป็นต้น ถ้าอย่างงั้นก็ยกเอาสถานที่พวกนี้ไปไว้ในโลกเสมือนจริง 3 มิติเลยเป็นไง? นึกภาพแล้วคงตลกพิลึก ถ้าหากว่าเปิดประตูเข้ามาในองค์กรดังกล่าว แล้วจะพบว่าภายในนั้นเป็นห้องทำงานเล็ก ๆ บรรจุคนได้ไม่กี่สิบคน ห้องทั้งห้องแทบจะว่างเปล่า เพราะมีเฟอร์นิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้น ในขณะที่แต่ล่ะคนก็นั่งใช้ Notebook อยู่บนเสื่อ เพื่อเชื่อมต่อผ่าน Wireless Router ไปยัง OpenSimulator ซึ่งทำงานอยู่บน Server สองตัวที่วางอยู่ตรงมุมห้อง!!! เป็นองค์กรที่ประหยัดจริง ๆ ลงทุนแค่ [...]

28 พฤศจิกายน 2008 at 10:26 - Comments
Tai Parinya
คงต้องตั้งเป้าว่าจะเอามาทำสำนักงานเสมือนจริงอ่ะครับคุณ Paepae ... เพื่อจะลดต้นทุนในการสร้างสำนักงานจริง ๆ จริงดิคุณ xinexo? แล้วตกลงยี่ห้อไหนรุ่นไหนอ่ะที่ว่าไหว? ของผมใช้ Acer Travelmate แล้วไม่ไหวอ่ะ T-T ระบบอินเทอร์เน็ตของเมืองไทยเรายังช้าอยู่เลยครับคุณ 7 นี่ถ้าเร็วกว่านี้ซักสิบเท่าแล้วล่ะก็ สำนักงานเสมือนจริงที่เข้าจากที่ไหนของประเทศไทยได้ก็จะเกิดขึ้นได้แน่นอน จริง ๆ ก็แค่เข้าไปใช้สาธารณูปโภคกันภายในระบบเสมือนจริงอ่ะครับคุณ Nirak แต่ผู้ร่วมงานต่างก็ยังคงนั่งใกล้ ๆ ...
29 พฤศจิกายน 08 at 14:36
งี้ก็ตั้งทีมงานไปทำที่ทะเลก็ได้สิ (*_*)
3 ธันวาคม 08 at 10:51

เตรียมการเพื่อติดตั้งโลกเสมือนจริง

พัฒนาการของวงการไอทีไทยล้วนเดินตามสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าสหรัฐอเมริกาจะทำอะไรเราก็ล้วนไป clone ของเขามาทั้งนั้น มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเราคิดไม่ทันเขา พัฒนาไม่ทันเขา! สำหรับโลกเสมือนจริงก็เหมือนกัน ผมเชื่อว่าอีกไม่นานเราก็ต้อง clone เขามาเมื่อเราพร้อม! ที่ว่าพร้อมก็คือเราพร้อมจะลงทุนกับฮาร์ดแวร์ เพราะการจะทำให้ระบบโลกเสมือนจริงซึ่งเป็นระบบสามมิติ สามารถรองรับการเข้าใช้งานจากผู้ใช้หลาย ๆ คนได้นั้น จะมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็ไม่ได้ … อย่างน้อยก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ระดับใหญ่ 5 เครื่องขึ้นไปช่วย ๆ กัน แล้วก็ต้องต่อเชื่อมกันแบบ grid อีกต่างหาก!!! ตอนนี้ถึงใคร ๆ จะรู้ว่า OpenSimulator ยังเป็นรุ่น Alpha อยู่ก็ตาม แต่เมืองนอกเขาก็เริ่มติดตั้ง public grid เพื่อสร้างโลกเสมือนจริงโดยใช้ OpenSimulator เป็นซอฟต์แวร์หลักในการทำงานแล้ว … ไม่เว้นแม้แต่ที่เมืองจีนเขาก็มี public grid ที่ว่า!! สำหรับผมคงไม่มีปัญญาจะตั้ง public grid เพราะปัญญาไม่ถึงแล้วก็ตังค์ไม่ถึงด้วย สิ่งที่จะทำได้ในฐานะคนพันธุ์ซอฟต์แวร์ ก็คงเป็นเพียงการสร้าง plugins เพื่อเชื่อมกับมันเท่านั้น ก็หวังว่าจะมีคนไทยที่ใจป้ำ เงินถึง ฝีมือถึง [...]

18 สิงหาคม 2008 at 20:13 - Comments
Audy
ขนาด OLPC ยังโดนระงับเลยครับ แล้วกับโครงการที่ประโยชน์และวัตถุประสงค์ยังไม่ชัดเจน คงเกิดยาก ถ้าทำเป็นเกมส์ ก็ว่าไปอย่างนะครับ แต่ต้องทำชื่อฝรั่งๆ หน่อยนะ ทำชื่อไทยเกิดยาก คนไทย รักเมืองไทยครับ แต่ชอบใช้ของฝรั่ง
19 สิงหาคม 08 at 13:04
Tai Parinya
โหย คิดไปโน่นแน่ะคุณ AMp T-T ชวนให้ผมคิดเลย อื้อ เรื่องชื่อฝรั่งนี่น่าสนใจมากคุณ Audy นอกจากจะต้องชื่อฝรั่งแล้ว ยังต้องสะกดแปลก ๆ ด้วย
20 สิงหาคม 08 at 09:53

การก้าวกระโดดของโลกเสมือนจริง

ผมกำลังเตรียมตัวที่จะเข้าสู่โลกเสมือนจริงของ Second Life ครับ การเตรียมตัวอาจจะขลุกขลักหน่อย เพราะผมยังเสียดายตังค์ที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องใหม่ เพื่อรองรับการเข้าสู่โลกเสมือนจริงแห่งนี้ พอดีที่บ้านผมมีแต่เครื่องโน๊ตบุ๊คยี่ห้อ Acer แล้วก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่าเครื่องโน๊ตบุ๊คมันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ถ้าหากเราจะใช้มันรันโปรแกรมกราฟิกสามมิติ มัน … ทำให้ซีพียูทำงานหนัก จนขึ้นถึง 100% ทุกทีเลย โลกเสมือนจริงเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมคิดแบบนั้น มันเหมือนกับที่สมัยก่อนเราเห็นว่า “เว็บไซต์” เป็นของเด็กเล่นและไม่ได้สลักสำคัญอะไรในโลกแห่งความจริง หรือไม่สลักสำคัญอะไรในโลกแ่ห่งธุรกิจ หรือเหมือนกับที่สมัยก่อนเราก็คงเห็นว่า “โทรศัพท์มือถือ” เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ เป็นของใช้สำหรับนักธุรกิจร้อยล้านพันล้านเท่านั้น ไม่เหมาะอะไรกับชนชั้นกลางทั่วไปอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ที่มีโทรศัพท์บ้าน มีโทรศัพท์วางไว้ที่โต๊ะทำงานอยู่แล้ว ประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่า ของที่ใคร ๆ เห็นว่าเป็นของเล่น เป็นของฟุ่มเฟือย มักมีผลในชีวิตของเราในภายภาคหน้าทุ้กทีเลย!!! ทีนี้โลกเสมือนจริงกำลังจะมีผลกระทบอะไรกับเรา ผมคิดง่าย ๆ และพื้น ๆ ครับ นั่นก็คือ ต่อไปอะไร ๆ ที่เป็นบริการอยู่บนเว็บไซต์ มันจะค่อย ๆ ถูกโอนย้ายเข้าไปสู่โลกเสมือนจริงเหล่านี้ [...]

13 ตุลาคม 2007 at 14:00 - Comments
หรืออนาคตจะเป็นเหมือนอย่างหนังเรื่อง matrix จริงๆ แต่ไม่ไช่โดนหุ่นยนต์บังคับให้อยู่ในโลกเสมือน แต่เป็นคนที่เต็มใจจะเข้าไปอยู่
14 ตุลาคม 07 at 16:45
ครับ ผมก็คงรอล้างถ่้วยล้างชามละครับ ไม่มีตังค์ ไม่มีปัญญาทำ อีกอย่าง ผมว่า ผมเห็นด้วยนะว่าวันหนึ่ง ชีวิตเราต้องอยู่กับมัน แต่ผมไม่รีบวิ่งไปหามันหรอก รอให้วันหนึ่ง มันมาหารา แบบมือถือที่มาหาเราในวันนี้นั่นแหละ
15 ตุลาคม 07 at 00:44