ช่วงนี้เห็นมีข่าวต้มตุ๋นเยอะเหลือเกินครับ สองสามวันนี้รายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่องสาม ก็เอาเรื่องทำนองนี้มาออกอากาศเหมือนกัน ไอ้การหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหว, ข้อมูลส่วนที่สำคัญ หรือข้อมูลทางการเงินอันเป็นความลับ ก็ยังมีอยู่เน้อะ ตราบได้ที่เรายังทำให้ทุก ๆ คนรู้เท่าทันกันไม่ได้ ผมคิดว่า geek คอมพิวเตอร์อย่างพวกเราคงไม่หลงกลไปกับ phishing นะครับ ถ้ามีนี่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน!!! เท่าที่ผมสังเกตุดูก็พบว่า ในทางคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตนั้น การพยายามจะหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลก็ยังใช้วิธีพื้น ๆ อยู่เหมือนเดิม โดยการส่งอีเมลล์ไปยังเหยื่อ แล้วให้เหยื่อกดตามลิงค์ซึ่งอยู่ในอีเมลล์ไปยังเว็บไซต์ที่สร้างล่อเอาไว้ เพื่อหลอกให้เหยื่อใส่ข้อมูลอันเป็นความลับ ที่วายร้ายเหล่านี้ต้องการ
Author: ไท้ ปริญญา
นักท่องเน็ตส่วนใหญ่มักต้องการมีพื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะครับ แล้วการที่เราจะแสดงตัวตนในพื้นที่ดังกล่าวได้ เราก็ต้องใช้ ID และ รหัสผ่าน ช่างเป็นอะไรที่พื้นฐานจริง ๆ ไม่ว่าจะผ่านมากี่สิบปีก็เหมือนเดิม 🙂 ผมคิดว่ายังไม่มีใครทำคู่มือให้นักท่องเน็ตมือใหม่ใช่มั้ยครับ ว่าการจะเป็นนักท่องเน็ตที่คล่องตัวนั้น เราควรจะมี ID ของเว็บไซต์ไหนบ้าง งั้นมาโม้กันหน่อยดีกว่า 😉 โดยนับจากตัวผมเองก็แล้วกันครับ ว่าผมมี ID อยู่ที่ไหนบ้าง โดยผมจะเลือกมาเฉพาะตัวที่กลาง ๆ นะ ไอ้ตัวที่ใคร
งานเยอะทำไงดี โทษไว้ก่อนคนไม่พอ ถ้าโปรแกรมเมอร์ไม่พอก็ขอโปรแกรมเมอร์เพิ่ม ถ้านักวิเคราะห์ระบบไม่พอก็ขอนักวิเคราะห์ระบบเพิ่ม อยู่ดี ๆ เดินไปเคาะหน้าห้องระดับนโยบายว่าขอคนเพิ่ม ประเดี๋ยวจะโดนกระโดดเตะกระเด็นออกมาจากห้องจนได้ เพราะอะไร? เพราะจะขอคนเพิ่มได้มันต้องมีหลักฐานมายืนยันว่าคนมันไม่พอจริง ๆ ไม่พอเพราะงานมันล้นคนจริง ๆ ไม่ใช่ไม่พอเพราะเราบริหารคนไม่เต็มขีดความสามารถ!!! ระดับนโยบายจะยอมให้คนเพิ่มได้ด้วยเงื่อนไขเพียงแค่ 3 อย่าง อัตรากำลังคนสำรองยังเหลืออยู่ มีหลักฐานแสดงศักยภาพงานเทียบกับศักยภาพคน แล้วพบว่ามันล้น คนไม่พอจริง ๆ … และ วาทศิลป์อันเยี่ยมยอด
คนที่เขียนบล็อกบางคนไม่ใช่คนที่จบคอมพิวเตอร์ คนที่จบคอมพิวเตอร์บางคนก็ไม่เขียนบล็อก ไม่ใช่ทุกคนที่เขียนบล็อกจะใช้ wordpress และก็ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้ wordpress แล้วจะเขียน plugins เป็น หลาย ๆ คนเขียนบล็อกก็เพื่อพรรณาข้อความ แปะรูป แปะคลิปวีดีโอ วางลิงค์ แต่ก็มีหลาย ๆ คนที่อยากได้ขีดความสามารถในการควบคุมบล็อกมากกว่านั้น ผมเองก็อยากได้ขีดความสามารถที่มากกว่าเหมือนกัน แต่ผมก็ขี้เกียจไปเขียน plugins เพื่ออำนวยความสะดวกเฉพาะอย่าง ๆ ที่ผมอยากได้ งั้นทำไงดี???
เมื่อวานผมเอาคลิปวีดีโอมาทดสอบแปะในบล็อก คลิปวีดีโอที่ผมนำมาแสดงในบล็อก สามารถแสดงผลได้โดยอาศัย plugins ที่ชื่อว่า wordTube ไอ้เจ้า plugins ดังกล่าว ก็ไม่ได้ทำงานอย่างเดียวดาย มันทำงานตามลำพังไม่ได้ มันจำเป็นต้องเรียกใช้ FLV Player อีกทอดนึง FLV Player ถูกสร้างโดย Jeroen Wijering ในขณะที่ wordTube ถูกสร้างโดย Ruben Boelinger
เว็บไซต์ที่โด่งดังก็เพราะมีคนเข้าเยอะ การที่มีคนเข้าเยอะก็เพราะเว็บไซต์นั้น ๆ มีอะไรดี ๆ มอบให้กับผู้เยี่ยมชม ถ้าแยกแยะไอ้อะไรดี ๆ ที่มอบให้กับผู้เยี่ยมชมออกเป็นพวก ๆ ก็น่าจะแยกได้เป็นสองอย่าง คือ เนื้อหา และ บริการ ถ้าเว็บไซต์จะมีเนื้อหาคุณภาพดี, น่าสนใจ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เราก็จำเป็นต้องมีทีมงานมาช่วยกันทำ แล้วเราควรจะมีคนซักกี่คนถึงจะดีล่ะ? คนเหล่านั้นควรเป็นคนที่จบคอมพิวเตอร์ซักกี่คนดี แล้วควรจะไม่ต้องจบคอมพิวเตอร์เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ดีถึงจะเหมาะ? ในขณะที่เว็บไซต์ที่เน้นการให้บริการล่ะ อือ ยังไงก็ต้องใช้ทีมงานมาช่วยกันทำเหมือนกัน
หนังสือเล่มนี้ผมซื้อมาเพราะความเข้าใจผิดครับ เข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นหนังสือสอนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์บนเครื่อง 80386/80486 ทั่ว ๆ ไป ตอนที่พบเห็นหนังสือเล่มนี้นั้น มันถูกห่อพลาสติกเอาไว้อย่างดีเลยครับ นัยว่าจะไม่ให้อ่านฟรี ถ้าอยากอ่านก็ต้องจ่าย ผมอยากอ่าน ผมเลยยอมจ่าย แพงด้วยนะเล่มล่ะเกือบหกร้อยบาทแน่ะ ตอนนู้นอ่ะ พอเอามาเปิดอ่านดูก็สบถออกมาได้ประโยคเดียวว่า “หนังสือห่าอะไรวะเนี่ย?” เพราะข้างในนั้นมันเล่าสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ 80386/80486, การจัดการหน่วยความจำ, การจัดการไฟล์ข้อมูล ฯลฯ ซึ่งมันไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับการเขียนโปรแกรมเลย แต่เนื่องจากผมงกครับ ในเมื่อพลาดพลั้งซื้อมาแล้วก็ต้องอ่าน แต่อ่านไปได้ไม่นานก็โยนมันเข้าตู้หนังสือไป
สำหรับคนที่เรียนจบมาทางคอมพิวเตอร์นั้น ถ้าใครเคยเรียนวิชา Assembly มา คงจะจำหลักการพื้นฐานได้อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ … Low Data Low Address High Data High Address ความหมายง่าย ๆ ถ้าแปลเป็นไทยก็ ข้อมูลต่ำ ๆ ก็ต้องอยู่ที่ต่ำ ๆ ส่วนข้อมูลสูง ๆ ก็ต้องอยู่ที่สูง
สองวันนี้ผมต้องไปเรียนเกี่ยวกับ SAP โมดูล CO ซึ่งก็คือโมดูล Controlling ที่ปูนใหญ่ครับ เมื่อพักกินอาหารว่างเลยได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์ที่สอน SAP-CO เท่าที่ดูเหมือนอาจารย์จะแก่กว่าผมซักสองปีเห็นจะได้ เนื้อหาที่คุยก็เป็นเรื่องของ Freelance ครับ อาจารย์เล่าว่าตนเองนั้นเป็น Freelance คอยวิ่งเต้นหางานสร้างซอฟต์แวร์ แล้วก็ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ระดับเล็ก ๆ ด้วยนะ เป็นระดับใหญ่เลยล่ะ จากนั้นก็ระดมคนเก่ง ๆ มาทำงานด้วยกัน ระยะเวลาโครงการก็อาจจะปีหรือสองปีก็ว่ากันไป เซ็นสัญญาทำงานร่วมกัน