ผมจะสมมติว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทซอฟต์แวร์ครับ บริษัทของผมตั้งขึ้นเพื่อทำมาหากินอะไรก็ได้ ขอแค่ให้ใช้โปรแกรมเมอร์ทำมาหากินให้ผมได้เป็นพอ เนื่องจากผมจนครับ ผมเลยจ้างโปรแกรมเมอร์ได้ 5 ตำแหน่งดังตารางข้างล่าง จะเห็นว่าผมต้องจ่ายเงินเดือนให้กับโปรแกรมเมอร์ของผม 86,000 บาทต่อเดือน ซึ่งความหมายง่าย ๆ ก็คือ ผมต้องใช้โปรแกรมเมอร์ 6 คนนี้ให้ทำงานให้ผมทุกวิถีทาง เพื่อจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทของผมได้มากพอที่บริษัทของผมจะไม่เจ๊ง ซึ่งรายได้ที่ควรทำได้ก็ควรมากกว่า 86,000 บาทต่อเดือน บวกกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของบริษัทด้วย!!! ผมชอบพนักงานที่ชื่อนางสาวจริงใจมาก ๆ
Author: ไท้ ปริญญา
ผมเคยซื้อหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์ตัวนึงครับ เป็นหุ้นของบริษัท บิซิเนสออนไลน์ จำกัด (มหาชน) มีสัญลักษณ์ย่อว่า BOL บริษัทดังกล่าวทำธุรกิจขายข้อมูลครับ แต่ไม่ใช่ขายข้อมูลดิบนะ เป็นการขายข้อมูลที่ผ่านการย่อยมาส่วนหนึ่งแล้ว ซึ่งผมเห็นว่าเป็นธุรกิจที่ดีมาก ๆ เลยล่ะ เพราะไม่ต้องสร้างโกดังเพื่อเก็บสินค้า ไม่ต้องสร้างโรงงานเพื่อผลิตสินค้า โกดังและโรงงานสำหรับผลิตสินค้า อยู่ในรูปของคอมพิวเตอร์เพียงไม่กี่ตัว ต้นทุนถูกเหลือเกิน!!! หลังจากวิเคราะห์ธุรกิจและงบการเงินแล้ว ผมก็ตัดสินใจซื้อหุ้นของบริษัทดังกล่าวครับ โดยซื้อที่ราคา 1.89 บาท ซื้อมาเป็นจำนวน 200,000 หุ้น
เรามาทำความเข้าใจกับคำ ๆ นี้ก่อนดีกว่านะ ว่ามันหมายถึงอะไร? วิทยานิพนธ์ หมายถึง เรื่องที่เขียนเรียบเรียงขึ้นจากผลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า, วิจัย หรือสำรวจ อันเป็นส่วนหนึ่งของงานที่ผู้ศึกษาต้องทำเพื่อสิทธิในการรับปริญญาตามที่สถาบันได้กำหนดไว้ นักศึกษาหลักสูตรปริญญามหาบัณฑิต และนักศึกษาหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิตต้องทำวิทยานิพนธ์ เดี๋ยวนี้เห็นมีแปลก ๆ คือไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์ก็สามารถจบได้ เพียงแค่ลงหน่วยกิตโครงการพิเศษก็พอ อือม พวกเขาคงไม่รู้กระมัง ว่าวิทยานิพนธ์นั่นแหล่ะ คือเครื่องชี้วัดว่าพวกเขาได้อะไรจากการที่ลงเรียนไปบ้าง!!! จุดที่ผมสนใจก็คือ มหาบัณฑิตส่วนใหญ่ทำวิทยานิพนธ์เพื่อให้ตัวเองจบการศึกษา แต่น้อยคนนักที่จะเอาวิทยานิพนธ์ที่ตนเองทำ ไปประยุกต์สานต่อเพื่อทำให้กลายเป็นธุรกิจขึ้นมา ซึ่งมันสวนทางกับมหาบัณฑิตในสหรัฐอเมริกามาก
ผมสร้างอะไรเล่น ๆ ในห้องทดลองอีกแล้ว คราวนี้เป็น social bookmarking ที่ชื่อว่า TaiMove ครับ จุดประสงค์ที่ทำขึ้นมาเพราะอยากลอง CSS แบบเต็มรูปแบบครับ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขียน CSS ขึ้นมาเองทั้งหมดเลย โดยไม่ลอกจาก theme (เฉพาะโครงของ theme ยังเอาจากบล็อกมาใช้อยู่) หรือใช้เครื่องมือที่ไหนมาช่วย แล้วก็เป็นการฝึกใช้งาน mod_rewrite ด้วย เพราะผมเห็นว่าเดี๋ยวนี้เว็บไซต์ไหน ๆ ก็ใช้
ช่วงนี้มีข่าวลือหนาตา และเสียงเล่าอ้างหนาหูมากว่า ทาง Google จะสร้างระบบ Adsense ที่สนับสนุนและรองรับภาษาไทย ผมควรจะดีใจดีมั้ย อือม ไม่รู้สิ การที่เราจะดีใจอะไรซักอย่างนึง เราก็ต้องมานั่งชั่งน้ำหนักข้อดีข้อด้อยของมัน ข้อดีคงเป็นการที่คนไทยจะหารายได้ทางเน็ตได้คล่องขึ้น เพราะไม่ต้องมาสร้างเนื้อหาขยะที่เป็นภาษาอังกฤษอีก ข้อเสียคงเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยดี ที่ต้องให้ฝรั่งเข้ามาเป็นนายหน้า จับคนอยากโฆษณากับคนอยากให้ใช้พื้นที่เพื่อโฆษณามาเจอกัน แล้วฝรั่งก็เอาค่าธรรมเนียมส่วนต่างเข้ากระเป๋า แล้วเผ่นกลับประเทศไป (หรือผมรู้สึกคนเดียว?) เมื่อสี่ปีก่อน ผมเคยได้อ่านบทความของคุณ cyberaddict แห่งห้องสีลม ณ
ผมเสียเวลาไปสองวันเพื่อการย้ายบล็อกแห่งนี้ครับ ดังนั้นจึงขอรายงานสรุปดังต่อไปนี้ ผมต้องเขียนโปรแกรมเพื่อมาแปลงรหัสตัวอักษรภาษาไทยเองครับ เพราะที่โฮสต์เก่าเขาใจดี ฐานข้อมูลกับตารางข้อมูลของผมเป็น UTF-8 ดี ๆ เขาก็มาช่วยแปลงให้เป็น TIS-620 ซะงั้น เลยเอาเข้าที่ใหม่เกือบไม่ได้ ถึงแม้จะแสดงผลภาษาไทยแบบ UTF-8 ได้แล้วก็ตาม แต่ถ้าใคร View Source Code ของหน้าบล็อกดูก็จะพบว่า ส่วนที่เป็นภาษาไทยมันก็ยังไม่ได้แสดงผลเป็นตัวอักษรภาษาไทยอยู่ดี (ตรวจพบว่าเป็นเฉพาะกับ IE ส่วน FireFox
อย่างที่พวกเรารู้กันครับว่า ซอฟต์แวร์เจ๋ง ๆ ที่พวกเราใช้กันอยู่ไม่ว่าจะเป็น Winamp, PowerDVD, Bittorent, ACDSee, Winzip, Flash หรืออะไรอีกหลาย ๆ ตัวนั้น ล้วนแต่มีกลไกการคำนวณสมการทางคณิตศาสตร์ที่สลับซับซ้อนทั้งนั้น งั้นก็แสดงว่าสมการทางคณิตศาสตร์ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ซอฟต์แวร์มันตัวเล็ก, กระทัดรัด, เร็ว, เก่ง แล้วก็ฉลาด!!! ผมรู้จัก MatLab นะว่ามันเป็นซอฟต์แวร์สำหรับช่วยให้เราเขียนโปรแกรมคำนวนสมการทางคณิตศาสตร์ยาก ๆ ได้ แต่โดยส่วนตัวแล้วผมว่ามันน่าจะดีกว่ามั้ย
ผมทำ Slang ทิ้งเอาไว้ในห้องทดลองตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 แล้วครับ แล้วก็ไม่ได้สนใจที่จะบอกกล่าวใคร ๆ เลยว่าสร้างมันขึ้นมา ตอนนี้ผ่านมา 5 เดือนแล้วเลยประกาศดีกว่า มันเป็นระบบพจนานุกรมแบบเปิดที่ทำขึ้นมาอย่างเรียบง่ายครับ โดยคิดเอาไว้ว่าจะเอาไว้เก็บ “ศัพท์ตลาด” ทั่ว ๆ ไปที่ใช้กันอยู่ในวงการใดวงการหนึ่ง หรือยุคใดยุคหนึ่ง หรือบางทีก็ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมืองให้เกร่อกันไปหมดเลย อาศัยช่องว่างที่ราชบัณฑิตยสถานไม่สนใจที่จะจัดเก็บคำศัพท์เหล่านี้ เลยคิดว่าทำเองดีกว่า!!! แต่พอทำเสร็จแล้วจึงพบว่าผมนั้นรู้คำศัพท์ slang น้อยมาก เพราะผมบันทึกเข้าไปได้เพียงแค่หกสิบกว่าคำเท่านั้นเอง
ผมเลิกดูหนังโป๊นานแล้วครับ (เชื่อป่ะ?) ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะวุฒิภาวะกระมัง เพราะดูแล้วก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือตื่นตัวอะไรซักเท่าไหร่ และอีกอย่าง ผมเองก็มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะควบคุมอารมณ์ได้ สติจึงยังอยู่อย่างครบถ้วน ไม่ได้แตกกระเจิงไปไหน เวลาที่ได้มีโอกาสดูหนังกิจกรรมชีวิตเพื่อสุขภาพเหล่านี้ แล้วเด็กกับวัยรุ่นล่ะ พวกเขาสามารถควบคุมอารมณ์และสติได้หรือเปล่า อือม คงไม่สินะ เพราะผ่านโลกมาไม่นานเท่าไหร่ อนาคตยังอีกไกล แล้วเราจะหวังให้พวกเขาไม่ดูหนังโป๊ได้มั้ย เราจะบอกเขาว่าน้องเอ๊ยหลานเอ๊ย ยังไม่ถึงเวลาหรือวัยวุฒิที่เจ้าจะดูได้หรอกนะ อย่าดูเลยนะ คิดว่าจะเชื่อป่ะ? เด็กพวกนี้ไม่เชื่อหรอก หุ ๆ นอกจากนี้เราจะไปบอกพวกเขาว่า น้องเอ๊ยหลานเอ๊ยถ้าพวกเธอ
ออกตัวก่อนเลยครับว่าบล็อกแห่งนี้โม้แต่เรื่องซอฟต์แวร์แค่อย่างเดียวครับ ไม่โม้หรือฝอยเรื่องความรัก แต่พอดีว่าผมจะเล่าเกี่ยวกับ Software as a Service ที่เกี่ยวกับความรักและการหาคู่ ก็เลยจำเป็นต้องยกทฤษฎี “สามเหลี่ยมแห่งความรัก” มาอธิบายให้เข้าใจกัน ทุกวันนี้เราจะพบว่าคนเมืองหนุ่มสาวที่เป็นโสดขี้เหงามากขึ้น ถึงแม้พวกเขาจะพบผู้คนมากมายจากที่ทำงานก็ยังขี้เหงาอยู่ดี คนเหล่านี้ลึก ๆ แล้วก็ต้องการที่จะหาคู่ให้กับตนเอง คู่ที่ตนเองพึงพอใจ แต่จะไปหาจากไหนได้ล่ะ ในเมื่อวัน ๆ ก็ทำงานอยู่แต่ที่ทำงานจนมืดค่ำ วันหยุดบางทีก็ยังต้องไปทำงานอีก เวลาจะออกเดทก็แทบจะไม่มีเลย!!! ดังนั้นอินเตอร์เน็ตจึงกลายเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้ได้คู่อย่างที่ใจหวังไว้!!! พวกเราอาจจะได้เห็นเว็บไซต์หาคู่อยู่มากมาย