ในแง่ยุทธศาสตร์ของสงคราม ได้มีการกำหนดกองทัพสำหรับรับมือกับ “สงครามในรูปแบบ” ไว้ 4 รูปแบบ อันได้แก่ กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ และกองทัพอวกาศ ผู้ใดครองครองกองทัพอันเกรียงไกรทั้ง 4 รูปแบบได้ ก็จะเป็นผู้กำชัยชนะใน “สงครามในรูปแบบ” เช่นกัน!!! ตอนนี้ในอินเตอร์เน็ตเองก็กำลังมีรูปแบบการนำเสนอใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน จากเดิมที่เคยมีเพียง “ข้อความ”, “รูปภาพ” และ “เสียง”
Author: ไท้ ปริญญา
ช่วงนี้ผู้ร่วมงานของผมซึ่งเป็นคนของบริษัทที่ปรึกษา เกิดอาการบ้าเห่อเล่นลูกบิดกันใหญ่เลยครับ อือม ยังไงดีล่ะ จริง ๆ แล้วไอ้เจ้าลูกบิดนี่ผมก็เห็นมาหลายสิบปีแล้วนะ แล้วก็เห็นมันฮิตกันเป็นช่วง ๆ ด้วย แต่ไม่คิดว่ามันจะกลับมาฮิตกันเป็นเรื่องเป็นราวในยุคนี้อีกแล้ว เห็นบางคนก็นั่งหาหนทางบิดของตัวเองไป แต่บางคนก็เล่นเปิด YouTube เพื่อหาคลิปวีดีโอสอนการบิดกันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย!!! โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เคยเล่นลูกบิดได้สำเร็จเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะ แม้แต่หน้าเดียวผมก็ไม่เคยเรียงสีครบเลย ได้ยินว่ามันมีสูตรด้วย ประมาณว่าถ้าจำสูตรได้นะ หลับตาบิดก็ยังได้เลย (ว่าเข้าไปนั่น) ผมก็เลยคิดว่าการบิดลูกบิดแบบนี้ มันน่าจะมีอัลกอริทึมในการบิดนะ แล้วก็คิดว่ามันน่าจะเขียนเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ว่าแล้วผมก็เลยลองหาดูในอินเตอร์เน็ต
ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ ก็เหมือนกับทีมงานทั่ว ๆ ไปครับ ที่ต้องใช้คนหลาย ๆ คนมาช่วยกันทำงาน ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผมต้องเลือกใช้คนหลาย ๆ ประเภทเพื่อมาทำงานให้ผม ผมก็เลยสามารถที่จะสรุปได้ว่า คนที่เราจะเลือกมาทำงานให้เรานั้น จะมี 4 จำพวกดังต่อไปนี้ 1. พวกโง่และขยัน – พวกนี้น่ากลัวมากอันตรายที่สุด เพราะไม่เคยจะทำอะไรที่ฉลาด ๆ เลย แถมขยันทำซะด้วย ทำเกินกว่าที่สั่งอีกต่างหาก ดังนั้นเมื่อสร้างความเสียหายแล้ว
ผมเห็นเว็บไซต์ที่ให้บริการดาวน์โหลดคลิปวีดีโอจาก Youtube มาก็มากนะครับ แต่ประเภทดาวน์โหลดด้วยแถมแปลงจากสกุลนึงไปเป็นอีกสกุลนึงด้วยเนี่ย ไม่เคยเห็นเลยแฮะ เพิ่งจะมาเห็นตัวนี้แหล่ะ เจ๋งดี รู้สึกว่าจะเป็นของคนญี่ปุ่นด้วยนะ [tags]SaaS, Software as a Service, Vixy, FLV, AVI, คอมพิวเตอร์[/tags]
ผมอยากมีโอกาสได้คุยกับ “แตงโม” จังเลยครับ 😛 อยากจะดูแลเอาใจใส่เธอ อะไรที่ผมพอจะช่วยได้ก็อยากจะช่วยบ้าง 😛 และก็หวังว่าบทสนทนามันจะเป็นประมาณนี้
สมัยก่อนคนที่มีเว็บไซต์ส่วนตัว ล้วนพยายามที่จะให้สารสนเทศของตน ถูกบรรจุอยู่แต่ในเว็บไซต์ของตนเอง ถ้าหากจะลิงก์ไปหาเว็บไซต์อื่น ก็เป็นเพียงแค่การทำไฮเปอร์ลิงก์เพื่อความสะดวกในการอ้างอิงถึงเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้สารสนเทศขยายตัวมากขึ้น เรามีสารสนเทศในหลายแบบมากขึ้น ทั้งข้อความ, ภาพ, เสียง หรือคลิปวีดีโอ เป็นต้น แต่กลับกลายเป็นว่าพื้นที่ของเรามันดันหดตัวลง เพราะว่าเราดันไปฝากสารสนเทศของเราเอาไว้ที่เว็บไซต์อื่น ๆ จนสารสนเทศในเว็บไซต์ซึ่งเป็นพื้นที่ของเราเองนั้น มันหดเหลือเล็กนิดเดียวเอง
ผมกำลังเตรียมตัวที่จะเข้าสู่โลกเสมือนจริงของ Second Life ครับ การเตรียมตัวอาจจะขลุกขลักหน่อย เพราะผมยังเสียดายตังค์ที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องใหม่ เพื่อรองรับการเข้าสู่โลกเสมือนจริงแห่งนี้ พอดีที่บ้านผมมีแต่เครื่องโน๊ตบุ๊คยี่ห้อ Acer แล้วก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่าเครื่องโน๊ตบุ๊คมันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ถ้าหากเราจะใช้มันรันโปรแกรมกราฟิกสามมิติ มัน … ทำให้ซีพียูทำงานหนัก จนขึ้นถึง 100% ทุกทีเลย โลกเสมือนจริงเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมคิดแบบนั้น มันเหมือนกับที่สมัยก่อนเราเห็นว่า “เว็บไซต์” เป็นของเด็กเล่นและไม่ได้สลักสำคัญอะไรในโลกแห่งความจริง หรือไม่สลักสำคัญอะไรในโลกแ่ห่งธุรกิจ
เราคงจะไปเปรียบเมืองไทยเราให้ไปเหมือนสหรัฐอเมริกาไม่ได้ครับ อย่างที่สหรัฐอเมริกานั้น หากใครคิดจะทำธุรกิจ Web Application เพื่อหวังจะได้ค่าธรรมเนียมจากการให้บริการ หรือได้ค่าธรรมเนียมจากการโฆษณา เขาก็จะเปิดบริษัทตูม ๆ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาทำขึ้นมาเลย เพราะเขาสามารถระดมทุนได้โดยง่าย ความฝันในอนาคตของธุรกิจของพวกเขาสามารถขายได้ มีคนซื้อซะด้วย ในช่วงแรกที่ธุรกิจยังไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดที่เป็นบวกได้จึงไม่น่าห่วงอะไร เพราะระดมทุนมาได้เยอะ ทุนหนา!! แต่เมืองไทยเราจะทำแบบนั้นไม่ได้ เราระดมทุนลำบาก เพราะไม่มีใครยอมซื้อความฝันหรือซื้ออนาคตกันซักเท่าไหร่ ดังนั้นผู้ก่อตั้งธุรกิจ Web Application จึงจำเป็นต้องลงทุนด้วยตัวเองไปก่อน ทั้งลงทุนเงินของตัวเองและลงทุนแรงงานของตัวเอง สูตรสำเร็จที่คนรอบ
หลายปีก่อนเพื่อนผมคนนึงแนะนำให้ผมเล่นเกม GodTower ครับ มันเป็นเกมผ่านด่าน และวิธีผ่านด่านของมันก็แสนจะง่ายดายเหลือเกินนั่นก็คือ การดูรูปภาพแล้วตอบให้ได้ว่าคำตอบนั้นคืออะไร โดยอาศัยรหัสแห่งพระเจ้าที่สอดแทรกอยู่ภายในภาพเหล่านั้น!! ง่ายตรงไหน ผมไม่เห็นว่ามันจะง่ายเลย!!! ดูเหมือนว่าการใช้รูปภาพเพื่อเป็นรหัสผ่านนั้น มันควรจะเป็นรูปภาพที่ดูแล้ว “จดจำ” และ “เข้าใจ” ได้โดยง่าย (อ้างอิง: แสดงตนด้วย “แพนเค้ก”)
WEB 1.0 = เจ้าของเป็นคนสร้างเนื้อหา WEB 2.0 = ใคร ๆ ก็เข้ามาช่วยกันสร้างเนื้อหา WEB 3.0 = ให้คอมพิวเตอร์เป็นตัวสร้างเนื้อหา แล้วคอมพิวเตอร์มันจะสร้างเนื้อหาได้ไง? อือม นั่นสิเน้อะ!!! เพิ่งรู้ว่ามีของแบบนี้ด้วย Nice5ive Media Generator อือม แปลกดี แบบนี้จะเรียกว่าให้คอมพิวเตอร์เป็นตัวสร้างเนื้อหาได้หรือเปล่าน้อ? [tags]WEB,