คิดว่าใครหลาย ๆ คนน่าจะได้ดูหนังเรื่อง Transformer กันไปบ้างแล้วนะครับ ไอ้หนังหุ่นยนต์ที่แปลงร่างได้ แล้วก็สู้กันจนตึกพังเป็นแถบ ๆ นั่นอ่ะ ผมจับสังเกตได้ว่าในหนังเรื่องนี้นั้น มีอะไรที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพียงแค่ 3 เรื่องเท่านั้น นั่นก็คือ … 1. เรื่องเกี่ยวกับการทะลุทะลวงเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของพวก Decepticon โดยใช้หลักการ Brute Force Attack ซึ่งเรื่องนี้ผมคงไม่เล่า เพราะไม่มีความรู้จึงไม่ขอเล่า 😛
Category: Artificial Intelligence
โม้เกี่ยวกับเทคโนโลยี Artificial Intelligence
ตามหลักการภาษาไทยทั่วไป คำว่าแกล้งโง่มีความหมายว่า มีความรู้หรือทักษะในเรื่องนั้น ๆ ดีอยู่แล้ว แต่ตบตาให้ดูเหมือนไม่รู้หรือไม่เคยมีทักษะในเรื่องนั้น ๆ ศาสตร์แห่งการแกล้งโง่นั้นได้กระจายอยู่ทั่วไปในมนุษย์ทุกหมู่เหล่า เป็นศาสตร์อันลึกซึ้งและไม่เคยมีสอนในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วไป เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนด้วยตัวเอง ผ่านการเคี่ยวกรำอย่างโชกโชนครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งได้มาซึ่งความสามารถในการแกล้งโง่ระดับเทพซึ่งใครก็ไม่อาจทัดเทียมได้ มนุษย์บางคนมีเส้นอัตราความฉลาดหรือความเก่ง แปรผันตรงกับความสามารถในการแกล้งโง่ แต่มนุษย์บางคนกลับมีเส้นอัตราความฉลาดหรือความเก่ง แปรผกผันกับความสามารถในการแกล้งโง่ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือยิ่งเก่งก็ยิ่งไม่ยอมแสดงความโง่ออกมา มนุษย์ไม่เหมือนซอฟต์แวร์ เราจึงไม่สามารถกำหนดให้มนุษย์คนใดซึ่งฉลาดมากหรือเก่งมากแกล้งโง่ได้ เพราะเราไม่ได้สร้างมนุษย์คนนั้นขึ้นมา และถึงแม้เราจะเป็นผู้สร้างมนุษย์คนนั้นขึ้นมาจริง ก็ใช่ว่าจะกำหนดความสามารถในการแกล้งโง่ให้ได้โดยง่าย แต่โชคดีที่เราสามารถควบคุมซอฟต์แวร์ให้แกล้งโง่ได้
ศาสตร์ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เป็นศาสตร์ที่กว้างขวางครับ งานวิจัยแต่ล่ะชิ้นหรือความรู้ใหม่ ๆ แต่ล่ะอย่างที่คิดค้นขึ้นมา ล้วนไม่สามารถที่จะใช้ได้ในปัจจุบัน แต่มันจะเป็นสิ่งที่ถูกใช้ในวันพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไป มีภาพยนตร์อยู่สองเรื่องครับ และวรรณกรรมอยู่อีกหนึ่งชิ้น ที่เป็นหนึ่งในแรงขับเพื่อสร้างสรรค์แรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการค้นหาคำตอบของคำถาม ด้วยศาสตร์ทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่คิดค้นสร้างสมกันมา เรื่องแรกเป็นวรรณกรรมของญี่ปุ่น เป็นภาคต่ออันโด่งดังของ The Ring และ Spiral นั่นก็คือ Loop, เรื่องที่สองเป็นภาพยนต์จาก hollywood
เมื่อวานเช่าหนังสือการ์ตูนนินจานารูโตะมาอ่านครับ เป็นเล่มที่ 36 เลยว่าจะเอาข้อความบางอย่างจากในหนังสือเล่มนั้นมาโม้ซะหน่อย เปิดไปหน้าที่ 95 กรอบที่ 4 นะ เขาเขียนไว้แบบนี้ ชิกามารุมีพลังการวิเคราะห์ที่สามารถคิดตาเดินล่วงหน้า 10 ตาได้ถึง 200 แบบ แล้วก็มี “สังหรณ์” ที่จะเลือกตาเดินที่ดีที่สุด ตัวละครตัวนี้ช่างเก่งจริง ๆ หยั่งกับนักหมากรุกโลกเลย ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์สำหรับเล่นหมากรุก (อ่านเพิ่มเติมใน:Advanced Chess) ก็สามารถคิดตาเดินล่วงหน้าได้มากกว่า
ปรกติแล้วผมจะให้ความสนใจกับความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ครับ โดยเฉพาะพวกเครื่องบินรบ, เรือรบ, หุ่นยนต์ และยานอวกาศนี่จะสนใจเป็นพิเศษเลยทีเดียว ความรู้ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ทรงภูมิปัญญาเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วถูกเก็บงำเอาไว้ ไม่ค่อยได้เปิดเผยออกมาสู่สาธารณชนมากนัก ซึ่งแบบนี้ทำให้นึกถึงสูตรของน้ำโคคาโคล่าเลย ที่ถึงแม้จะมีนักเคมีแกะส่วนประกอบของมันออกมาได้แล้ว แต่ก็ยังไม่รู้สัดส่วนของมันอยู่ดี ประเด็นที่ผมจะบอกก็คือ ถึงแม้มันจะเป็นความลับ แล้วเราเองก็ไม่รู้จะค้นหาความลับนี้มาได้ยังไง แต่ในฐานะที่เรามีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ในระดับหนึ่ง เราเองก็สามารถ…เดา…ได้เหมือนกัน ว่าสิ่งประดิษฐ์ทรงภูมิปัญญาเหล่านั้น มันน่า…จะ…มีกลไกในการทำงานยังไงบ้าง ยกตัวอย่างเรื่องนึงซึ่งผมสนใจมาก มันเป็นเรื่องเมื่อปี พ.ศ. 2540 ครับ
เมืองไทยเรามีนักพัฒนาซอฟต์แวร์อยู่น้อยครับ ที่คิดค้นภาษาคอมพิวเตอร์ แล้วทำ Compiler เพื่อ Compile ภาษาดังกล่าว อย่าว่าแต่ Compiler เพื่อใช้ Compile ภาษาคอมพิวเตอร์ซึ่งออกแบบเป็นภาษาไทยเลย ขนาด Compiler เพื่อใช้ Compile ภาษาคอมพิวเตอร์ซึ่งออกแบบเป็นภาษาอังกฤษยังแทบไม่มีเลยครับ ก็คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะทำออกมาแล้วคงไม่มีใครสนใจ เพราะปัจจุบันก็มีภาษาคอมพิวเตอร์เจ๋ง ๆ เต็มไปหมดอยู่แล้วเน้อะ อย่าง C, C++, Python,
ใกล้จะปีใหม่แล้ว มาเล่าอะไรที่มันสบาย ๆ ดีกว่า วันนี้เอาเรื่องความก้าวหน้าของแขนงวิชาการประมวลผลภาษาธรรมชาติ หรือ Natural Language Processing หรือ NLP ของไทยกันดีกว่าเน้อะ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวหรอกนะที่หวัง ผมว่าใคร ๆ หลาย ๆ คนก็หวังเหมือนกัน หวังว่าซักวันนึงคอมพิวเตอร์มันจะสามารถคุยกับเราได้ คือยังไม่ต้องฟังหรือพูดกับเราได้หรอกนะ แค่เราพิมพ์ข้อความเพื่อคุยกับมัน แล้วมันสามารถพิมพ์ข้อความตอบโต้กับเราได้ ก็ถือว่าโอเคแล้ว การจะให้คอมพิวเตอร์เข้าใจประโยคข้อความภาษาไทยของเราได้ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องตัดประโยคภาษาไทยออกเป็นคำ
ผมค่อนข้างเชยครับ ภาพยนต์เรื่องใดที่ชาวบ้านเขาดูกันไปชาติกว่าแล้ว ผมถึงเพิ่งจะได้ดู และที่ได้ดูก็เพราะว่าร้าน TSUTAYA แถวบ้าน มีวีซีดีเรื่องนั้น ๆ ให้เช่า ผมแวะเข้าไปเจอ ก็ถึงได้มีโอกาสเช่าเรื่องที่ชาวบ้านเขาดูกันไปตั้งนานอักโขแล้วมาดู อย่างเรื่อง superman return นี่ก็เหมือนกัน ไม่รู้ออกจากโรงภาพยนต์มานานเท่าไหร่ แต่ที่แน่ ๆ ผมเพิ่งได้ดูเมื่อสองวันก่อนเอง หนังอะไรก็ไม่รู้ยาวบรม ตั้งสามแผ่นแน่ะกว่าจะดูจบ สงสัยคงเป็นเพราะคนสร้างต้องการให้การกลับมาของ superman อลังการแน่ ๆ
ผมไม่แน่ใจว่าหมากรุกจะเป็นที่รู้จักของคนทุกคนหรือเปล่า ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะรู้จักสิ่งที่เรียกว่าหมากรุก แต่ไม่รู้หรอกว่ามันเล่นยังไงและมีกติกายังไงบ้าง ก็เหมือนกับผมรู้จัก american football, baseball แต่ไม่รู้จักกฎการเล่นของมันนั่นแหล่ะ!!! ผมคิดว่าในโลกเราน่าจะมีหมากรุกอยู่หลายชนิด หลายแบบ แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้จักแค่หมากรุกไทย, หมากรุกจีน และหมากรุกสากล หมากรุกทั้งสามแบบ ผมรู้จักและรู้วิธีการเล่นอย่างดีทีเดียว แต่ผมก็เล่นไม่เก่งซักที ไม่ใช่ผมไม่รู้กลยุทธการเล่นหรอกนะ แต่เพราะใจผมไม่คิดจะเอาชนะใคร ทุกครั้งที่ผมเล่นหมากรุก ผมจึงตั้งรับ จนกระทั่งอีกฝ่ายเสมอกับผมไปเอง ในบรรดาหมากรุกทั้งสามแบบที่ผมเคยลองเล่น
ปัจจุบันนี้เรามีเครื่องมือในการพัฒนา software มากมายครับ ภาษาทาง computer ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเลยตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา ผมเข้าวงการพัฒนา software ไม่ทันคนรุ่นแรก ๆ ครับ แต่พวกพี่ ๆ เล่าให้ฟังกันอย่างออกรสว่า การจะเขียน program เพื่อสั่งให้ computer ทำงานในรุ่นของพวกพี่ ๆ เค้านั้น เค้าต้องรู้ภาษาเครื่องครับ แถมต้องใช้บัตรเจาะรูซึ่งเป็นกระดาษแข็ง