โปรแกรมเมอร์ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย ก็มีอุปนิสัยคล้าย ๆ กันนะครับ นั่นก็คือชอบสร้างประตูหลังให้กับระบบซอฟต์แวร์ที่ตนเองสร้างขึ้น (นัยว่าจะให้ตัวเองแอบเข้ามาได้ในภายหลัง) ผมเองในฐานะที่ต้องดูแลการนำซอฟต์แวร์ขึ้นระบบจริง ก็จำเป็นต้องมากลั่นกรองเรื่องนี้เหมือนกัน ซึ่งถ้าหากว่าประตูหลังดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นโดยนโยบาย ก็คงไม่ว่าอะไรกันซักเท่าไหร่ แต่หากว่ากำหนดขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์เองนี่สิ บางทีก็มีแย่เหมือนกัน จากประสบการณ์ที่เคยเจอนะครับ ก็พอสาธยายได้บ้างว่าประตูหลังที่เหล่าบรรดาโปรแกรมเมอร์ชอบทำเอาไว้นั้น มีอะไรบ้าง 1. ฝัง Login กับรหัสผ่าน ซึ่งสามารถทำให้มีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่ากับ Administrator เอาไว้ในโค้ดโปรแกรมเลย 2. แอบสร้างจุดพิเศษอะไรไว้ที่หน้า Login

Read More

พอดีสี่ปีที่ผ่านมา ผมมัวแต่นั่งแกะงบการเงิน กับส่องบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่ครับ เลยไม่รู้ว่าชุมชนคนคอมพิวเตอร์ของเมืองไทยมันเติบโตกันไปถึงไหนแล้ว ทีนี้โดดไปโดดมาตามเว๊ปต่าง ๆ แล้วมันงง ว่าใครเป็นใคร แล้วใครเป็นเจ้าของอะไร ก็เลยทำแผนภาพเพื่อความเข้าใจดีกว่า คิดว่าคงไม่มีชุมชนคนคอมพิวเตอร์ที่อื่นอีกนะครับ [tags]blognone,narisa,thaidev,คอมพิวเตอร์,ซอฟต์แวร์,ชุมชน[/tags]

Read More

ตอนนี้เทคโนโลยีที่เอื้อหนุนต่อ Software as a Service ก้าวล้ำไปมากครับ แต่ถ้าเราสังเกตุดี ๆ เราจะพบว่า ส่วนใหญ่แล้วมันเอื้อหนุนต่อการแสดงผลลัพท์ที่จอภาพ และการตอบโต้กับผู้ใช้ผ่านจอภาพซะมากกว่า ส่วนการแสดงผลออกมาผ่านเครื่องพิมพ์ ให้ผลลัพท์อยู่ในรูปของกระดาษนั้น ไม่ยักกะมีใครสนใจซักเท่าไหร่ ผมว่านะ SaaS มันจะครบวงจรไม่ได้หรอก หากเราไม่สามารถส่งผลลัพท์ออกเป็นกระดาษให้ผู้บริโภคได้ด้วย เดี๋ยวนี้การควบคุมเครื่องพิมพ์มันไม่ยากเหมือนเมื่อก่อน เพราะระบบปฏิบัติการก็มีไดรเวอร์สำหรับควบคุมเครื่องพิมพ์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะควบคุมตรง ๆ ผ่านพอร์ต LPT1 หรือควบคุมผ่านเครือข่ายก็สามารถทำได้

Read More

ผมเคยโม้ไปแล้วว่าต้องมีใครคิดจะออกเงินตราเสริมของตัวเองแน่ ๆ ไม่ช้าก็เร็ว ซึ่งพื้นฐานแรกในการออกเงินตราเสริมก็คือ ต้องทำตัวเป็นเหมือน “ธนาคาร” ให้ได้ก่อน อ่านข่าวนี้ True Money ถ้าใช้คำว่า Bank ได้ คงใส่ไปแล้ว แล้วจะพบว่า มันเป็นการก้าวย่างที่ตอนแรกผู้บริหารอาจจะไม่ได้คิดอะไร แค่คิดจะรวมระบบการรับชำระของ True เข้าไว้ด้วยกัน แต่เมื่ออำนาจมันขยายตัวเข้มแข็งมากขึ้น สุดท้ายระบบเงินตราเสริมที่เข้มแข็งก็จะเกิดขึ้นจนได้ จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องแทบไม่น่าเชื่อเลย ที่บริษัทสื่อสารโทรคมนาคม กลับสามารถจะผันตัวให้มีพฤติกรรมเหมือนกับธนาคารได้แบบนี้ ป.ล.

Read More

ผมได้ยินประโยค, คำร่ำลือ, การซุบซิบ และเทคโนโลยีซึ่งเกี่ยวกับการ “ทำงานจากที่บ้าน” มานานแล้วครับ และเท่าที่เห็นก็พบว่าทุกวันนี้นั้น เรามีความเป็นไปได้ที่จะทำแบบนั้น เรามี High Speed Internet ที่จะใช้เป็นกระดูกสันหลังหลักในการสื่อสาร เรามี Instant Message ที่จะใช้คุยกับเพื่อนร่วมงานได้ ซึ่งทุกวันนี้เราก็ใช้คุยกับเพื่อนร่วมงาน ถึงแม้เพื่อนร่วมงานเราจะอยู่ห่างเพียงแค่โต๊ะอีกฟากนึงก็ตาม เรามีระบบ E-Mail ทั้งของบริษัทเอง แล้วก็ของฟรี เรามีระบบ Software

Read More

เคยอ่านเจอเรื่องเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ มีการทำนายกันโดย geek ที่ไหนก็ไม่รู้ว่า ในอนาคตจะเกิดศึกจากกลุ่ม 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คือเหล่าบรรดาแฮกเกอร์ กลุ่มสอง คือระบบซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ และ กลุ่มสาม คือ Mega Corporation สองอย่างแรกผมรู้จักแล้ว แต่อย่างที่สามผมเพิ่งจะรู้จัก เพราะไปอ่านจากในวิกีพิเดียมา เขาก็อธิบายสรุป ๆ ว่าเป็นบริษัทที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ผลิตสินค้าหรือส่งบริการให้กับประเทศมากกว่าสองประเทศขึ้นไป

Read More

ผมมักจะตรวจสถิติของบล็อกนี้อยู่บ่อย ๆ ครับ โดยตรวจผ่าน Google Analytics เพราะเห็นว่ามันเท่ห์ดี ใคร ๆ เขาก็ใช้กัน ปรกติผมไม่ค่อยจะตรวจ Unique IP ซักเท่าไหร่ เห็นแล้วอนาถใจ เพราะวัน ๆ นึงมีคนเข้ามาอ่านบล็อกผมไม่มากนัก ราว ๆ ไม่เกิน 20 Unique IP ต่อวัน

Read More

เมื่อวานเล่าค้างไว้เรื่องโมเดลใหม่ วันนี้เลยว่าจะมาต่อในส่วนที่เหลือ เพราะเมื่อวานโม้เอาไว้เรื่องอำนาจ วันนี้เลยจะมาต่อให้จบเรื่องของผลประโยชน์ อย่างที่ทราบกันดีว่าการสร้างเว๊ปไซต์ขึ้นมาซักหนึ่งเว๊ปนั้นมันมีต้นทุนของมัน เราอย่าเพิ่งไปพูดกันถึงว่าเราสร้างมันขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อะไรนะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน มาคุยกันเรื่องต้นทุนก่อน ซึ่งต้นทุนมันควรจะประกอบไปด้วยอะไรบ้างล่ะ? ค่าจดทะเบียนโดเมน ค่าเช่าพื้นที่โฮสติ้ง หรือบางทีก็เช่าเครื่อง Server เป็นเครื่องกันไปเลย ต้นทุนของการเสียโอกาส ในการที่จะต้องมานั่งเขียนโปรแกรม หรือการติดตั้งโปรแกรม เพื่อให้เว๊ปมันทำงานได้ ต้นทุนของการเสียโอกาส ในการที่จะต้องมาดูแล เอาใจใส่ บรรจุเนื้อหาดี ๆ เข้าไป ของพวกนี้ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อม

Read More

ดูเหมือนการทำให้เว๊ปของตัวเองโด่งดัง โดยการหยิบยืมปัญญาสาธารณะมาใช้ ชักจะไม่ค่อยเวิร์กซะแล้วครับ คือผมก็เข้าใจนะว่าโดยแนวคิดปัจจุบันตอนนี้เนี่ย การจะทำให้เว๊ปโด่งดังได้ มันต้องเป็นอะไรที่เป็นชุมชน แบบว่าต้องให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมกันได้มาก ๆ แต่ทีนี้มองในมุมกลับแล้วเราก็จะพบว่า มันเป็นการผูกขาดกลาย ๆ เหมือนกัน เพราะมันจะกลายเป็นว่าผู้ก่อตั้งเว๊ปไซต์ คือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด จากการที่มีคนในชุมชนสละปัญญาคนล่ะเล็กคนล่ะน้อย มาช่วยกันสร้างสรรค์เนื้อหาให้กับเว๊ปไซต์ ผมเองเคยเขียนเรื่องระบบเปิดเอาไว้ แต่ผมเขียนขาดไปแค่ส่วนเดียว ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมาก แล้วผมก็ลืมที่จะเขียนมันไป เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐศาสตร์ ไม่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผมเลยไม่สนใจ นั่นก็คือ …

Read More

ทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตสามารถพ่น ข้อความ, ภาพนิ่ง, เสียง, ภาพเคลื่อนไหว, ภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียง ให้เราได้แล้ว เรายังต้องการให้มันพ่นอะไรออกมาให้เราอีก? มนุษย์เรามีประสาทสัมผัสอยู่ 5 อย่าง คือ การมองเห็น, การได้ยินเสียง, การได้กลิ่น, การรู้รส และกายสัมผัส กายสัมผัสเองก็สามารถแยกออกเป็น 5 อย่าง คือ ความรู้สึก กดทับ, ร้อน, เย็น,

Read More