ได้ยินข่าวลือหนาหูว่า Asiasoft จะขาย IPO ที่ 11 – 12 บาท อือม แบบว่าใจคอทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท พอเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วจะโดดพรวดกลายเป็นมูลค่าตลาด 3,000 ล้านบาทกันเลยเหรอเนี่ย!!! ถ้าขายราคาประมาณนี้ ผมก็สู้ราคาไม่ไหวเหมือนกันแฮะ … ยอมแพ้ ไอ้เรา็มีตังค์จิ๊บจ๊อยอยากจะลงทุนด้วยอ่ะนะ แต่กำหนดราคาอนาคตซะไกลหลายปีแบบนี้ คงต้องให้คนที่ใจถึงกว่าไปรองรับราคาก็แล้วกันเด้อ ป.ล. ไม่ยักรู้ว่าหุ้นสายคอมพิวเตอร์จะขายราคา
Category: Investment
โม้เกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจ Web Applcation, Desktop Application และ Embedded Application
ช่วงนี้ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือชี้ชวนเพื่อให้ซื้อหุ้น IPO ของบริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อยู่ครับ รายละเอียดมันเยอะพอดูเลย คงต้องค่อย ๆ อ่านไปอย่างเกลี้ยงเกลาและเยือกเย็น เข้าใจว่าพวกเราน่าจะรู้จักบริษัทนี้ดี คิดว่าอาจจะรู้จักดีกว่าปรกติด้วย เพราะบริษัทนี้เขาเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจผู้ให้บริการเกมออนไลน์ของประเทศไทย (สงสัยแม้แต่เด็กแปดขวบแถวบ้านผมก็น่าจะใช้บริการของบริษัทนี้เหมือนกัน) มันน่าจะเป็นเรื่องทีดีสำหรับประเทศไทยนะผมว่า กับการที่บริษัทที่ทำธุรกิจซอฟต์แวร์เริ่มตบเท้าเดินเข้าตลาดหลักทรัพย์กันมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงธุรกิจการเงิน, การธนาคาร และอุตสาหกรรมหนักเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ ถ้าไม่ปลายปีนี้ก็คงจะเป็นต้นปีหน้าล่ะนะ ที่บริษัทเอเชียซอฟท์จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ (เดาเอาเองอันนี้
ลึก ๆ แล้วผมอยากจะให้ exteen เติบโตไปเรื่อย ๆ นะ ยิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอได้ยิ่งดี เพราะผมอยากมีหุ้น IPO ของ exteen เก็บไว้ในพอร์ตการลงทุนของผม เพื่อให้ผมได้เก็บกินเงินปันผลได้ในยามแก่เฒ่า นอกเหนือจากการรับเงินปันผลจากหุ้นอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ทุกวันนี้ผมมีอยู่ในพอร์ตการลงทุน แต่ในฐานะนักลงทุนคนนึง การที่เราจะลงทุนในกิจการใด ๆ นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องวิเคราะห์ธุรกิจนั้น ๆ ก่อน
ผมเคยซื้อหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์ตัวนึงครับ เป็นหุ้นของบริษัท บิซิเนสออนไลน์ จำกัด (มหาชน) มีสัญลักษณ์ย่อว่า BOL บริษัทดังกล่าวทำธุรกิจขายข้อมูลครับ แต่ไม่ใช่ขายข้อมูลดิบนะ เป็นการขายข้อมูลที่ผ่านการย่อยมาส่วนหนึ่งแล้ว ซึ่งผมเห็นว่าเป็นธุรกิจที่ดีมาก ๆ เลยล่ะ เพราะไม่ต้องสร้างโกดังเพื่อเก็บสินค้า ไม่ต้องสร้างโรงงานเพื่อผลิตสินค้า โกดังและโรงงานสำหรับผลิตสินค้า อยู่ในรูปของคอมพิวเตอร์เพียงไม่กี่ตัว ต้นทุนถูกเหลือเกิน!!! หลังจากวิเคราะห์ธุรกิจและงบการเงินแล้ว ผมก็ตัดสินใจซื้อหุ้นของบริษัทดังกล่าวครับ โดยซื้อที่ราคา 1.89 บาท ซื้อมาเป็นจำนวน 200,000 หุ้น
ทราบกันมั้ยครับว่าการที่จะเป็นโคตรเซียนพนันได้นั้น มีอยู่เพียงสองวิธีเท่านั้น นั่นก็คือ ต้องโกงได้แนบเนียนมากจนไม่มีใครจับได้, ไม่มีใครคาดเดาได้ และไม่มีใครคิดว่าโกง หรือ ต้องโชคดีเหมือนเทพจุติ ช่วงนี้ผมกำลังนั่งมองดูวงจรอุบาทว์ของตลาดเงินและตลาดทุนไทยอยู่ครับ แบบว่าเงินบาทแข็ง แข็งเพราะมีคนมาแย่งซื้อเงินบาท จะมาซื้อทำไมกันนักหนา อยากซื้อสินค้าไทยใช่ม้า ถึงเอาเงินสกุลต่าง ๆ มาแลกเงินบาทกันใหญ่? ไม่ใช่ล่ะมั๊ง!! พวกเนี้ยจะเก็งกำไรกันต่างหาก แล้วพอเงินบาทแข็งมาก ๆ เข้า ธนาคารแห่งประเทศไทยก็กำหนดนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อบีบให้คนทั่วไปเอาเงินฝากไปลงทุนทำอย่างอื่น โหย ถ้าคนทั่วไปรู้จักว่าจะเอาเงินไปลงทุนทำอย่างอื่น
อะไรกันหนอคือ Holy Grail อืม ๆ สำหรับคนที่นับถือศาสนาพุทธจะไม่รู้จักมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่สำหรับชาวคริสต์น่าจะรู้จักสิ่งนี้ดี เพราะมันเป็นสิ่งที่มีการกล่าวถึงในตำนานของศาสนาคริสต์ มันเป็นภาชนะที่ใส่อาหารมื้อสุดท้ายของเยซูคริสต์ ก่อนที่เยซูคริสต์จะถูกตรึงบนไม้กางเขน คิดว่าข้อมูลตรงนี้คงไม่ผิดนะ ทีนี้ผมจะเล่าอะไรล่ะเนี่ย? อ้อ ผมจะเล่าว่าเจ้า Holy Grail นี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะบ้างก็บอกว่ามันเป็นจาน บ้างก็ว่ามันเป็นชาม แต่ที่นิยมมากที่สุดคงจะบอกว่ามันเป็นถ้วย โดยบางตำนานบอกว่ามันเป็นถ้วยที่ใช้รองเลือดของเยซูคริสต์ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าเอาเรื่องนี้มาผูกเรื่องเป็นภาพยนต์หรือละครหรือแม้แต่การ์ตูน ก็จะเรียกเจ้าสิ่งนี้ว่า “จอกศักดิ์สิทธิ์” เป็นสมบัติล้ำค่า
ในแวดวงนักลงทุนในตราสารทุน หรือก็คือนักเล่นหุ้น คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ปรกติแล้วข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญมากในแวดวงการลงทุน ดังนั้นใครเข้าถึงข้อมูลวงในได้มากที่สุด ก็จะสร้างผลตอบแทนได้มากที่สุดเช่นกัน ปรกติแล้วบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ที่เราเป็นลูกค้า หรือแม้กระทั่ง “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” เอง ก็มี website เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเช่นกัน แต่คิดหรือครับว่าข้อมูลสาธารณะพวกนี้จะใช้อะไรได้ มันใช้ไม่ได้เท่าไหร่หรอก มันหยาบ ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์ฯเองก็ทราบถึงข้อจำกัดนี้ดี และเพื่อให้นักลงทุนรายย่อยได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้เท่ากับนักลงทุนรายใหญ่ ทางตลาดหลักทรัพย์ จึงมีความคิดที่จะสร้างเจ้า Set Smart