วันนี้มาแนวการจัดการหน่อยนะคงไม่ว่ากัน 😛 ผมจะสมมติว่าตัวเองจะตั้งบริษัทผลิตบริการซอฟต์แวร์ โดยเป็นการส่งซอฟต์แวร์ให้กับผู้บริโภคตามหลักการของ Software as a Service นะ ผมก็เลยจำเป็นที่จะต้องรับสมัครพนักงาน 2 ตำแหน่ง โดยมีตำแหน่ง Web Application คนนึง กับ Desktop Application คนนึง รับแค่ 2 คนเท่านั้นเพราะไม่ค่อยมีตังค์ ซึ่งผมก็กำหนดว่าเงินเดือนให้มาตกลงกันตอนสัมภาษณ์งาน ทีนี้การส่งบริการซอฟต์แวร์ให้กับผู้บริโภค
Author: ไท้ ปริญญา
เนื่องจากมีหลาย ๆ ท่านที่แวะเวียนเข้ามายังบล็อกของผม แล้วให้ความสนใจกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ฉบับอธิบายแบบชาวบ้านของผมเป็นอย่างมาก หลายท่านได้ฝากข้อความไว้ที่บล็อกแห่งนี้เพื่อขออนุญาติอนุญาตเผยแพร่ต่อไป ซึ่งมันทำให้ผมต้องเอ่ยอนุญาติอนุญาตอยู่บ่อย ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จึงทำให้ผมสงสัยยิ่งนักว่าทำไมต้องมาขออนุญาติอนุญาตผมด้วยหว่า จะเอาก็เอาไปดิ แล้วก็ลิงค์ลิงก์กลับมาว่าอ้างจากบล็อกนี้ก็พอแล้ว!!! แต่ตอนนี้ผมถึงบางอ้อแล้วครับ เพราะผมเหลือบลงไปดูที่ท้ายของบล็อกถึงได้รู้ว่า theme wordpress ที่ผมนำมาใช้นั้น มันทำข้อความมาตรฐานไว้ว่า “Copyright” นี่หว่า มิน่าเล่า ใคร ๆ
พอดีไปอ่านเจอในบล็อกของคุณ mk ครับ หัวข้อคนไอทีไม่เข้มแข็ง ผมอ่านแล้วชอบใจมากอยู่เรื่องนึง คือเรื่องสภาโปรแกรมเมอร์ เมื่ออ่านแล้วก็เลยคิดว่าแทนที่จะคอมเม้นท์ในนั้น ผมว่าผมเล่าอะไรให้อ่านที่นี่ดีกว่า 🙂 เรื่องที่จะเล่าคือระบบการคัดเลือกผู้นำของเมืองจีนครับ เรื่องนี้น่าสนใจดีนะไม่ค่อยมีใครเล่าให้อ่านหรอก ผมจะเล่าให้อ่านกัน เมืองจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากครับ แล้วก็พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมากด้วย ซึ่งสิ่งนี้คือกุญแจสำคัญสู่การเป็นมหาอำนาจ เพราะมนุษย์คือกุญแจหลักของการพัฒนาอารยธรรมทั้งปวง ทรัพยากรธรรมชาติเป็นเพียงสิ่งส่งเสริมให้อารยธรรมก้าวหน้าเท่านั้น ดังนั้นการทำให้ทรัพยากรมนุษย์สร้างพลังได้มากที่สุด ก็ต้องอาศัยคณะผู้นำเป็นผู้กำหนดทิศทาง!!! เมื่อเป็นเช่นนี้ การจะคัดเลือกผู้นำของเมืองจีนจึงใช้ระบบประชาธิปไตยเพื่อเลือกคณะผู้นำไม่ได้ เพราะถ้าเขาใช้วิธีดังกล่าว เขาจะได้คณะผู้นำที่ไม่สมบูรณ์แบบ แล้วเมื่อคณะผู้นำที่ได้มาไม่สมบูรณ์แบบ ก็จะไม่สามารถปกครองประเทศที่มีทั้งประชากรมหาศาลและผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ได้
ผมเห็นช่วงนี้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ครับ อีกทั้งเราก็พบว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากเลย ซึ่งคนที่ไม่ค่อยได้คลุกคลีกับวงการตลาดทุนหรือวงการตลาดเงินอาจไม่ทราบว่า การที่ราคาของหุ้นหรือเงินตราต่างประเทศมันเคลื่อนไหวขึ้น ๆ ลง ๆ นั้น ไม่ใช่เป็นเพราะมีสถาบันหรือองค์กรไหน ๆ ไปกำหนดมัน แต่เป็นเพราะความต้องการในการซื้อขายของมนุษย์อย่างพวกเราต่างหากที่เป็นผู้กำหนดมัน ถ้าเทียบกันแล้วตลาดทุนยิ่งใหญ่น้อยกว่าตลาดเงินครับ ตลาดเงินยิ่งใหญ่กว่ามาก ซึ่งการที่มันยิ่งใหญ่กว่ามากนี่แหล่ะที่เป็นประเด็น!!! ประเด็นก็คือเราไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งตลาดเงิน เราไม่ใช่ผู้จัดการกองทุนที่ถือเงินเป็นหมื่นล้านดอลล่าร์ เราจึงไม่เคยรู้มาก่อนว่าหากเราซื้อหรือขายเงินเป็นปริมาณมหาศาลในช่วงเพียงแค่ไม่ถึงนาที แล้วปรากฎการณ์ราคาของเงินตราต่างประเทศมันจะพลิกผันเช่นไร กติกาของมนุษย์เหมือน ๆ กันครับนั่นก็คือ ต้องทดลองบ่อย ๆ ครับถึงจะรู้แจ้งได้,
ในยุคเกษตรกรรมนั้น มนุษย์เรายังสู้รบกันด้วยกำลังกล้ามเนื้อกันอยู่เลย อาวุธที่ใช้ก็หนีไม่พ้นหอก, ดาบ, หน้าไม้ และธนู ยุคสมัยนั้นการจะผลิตอาวุธยิงอย่างปืนประจำกายขึ้นมาได้ซักกระบอกไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะแค่ผลิตปืนใหญ่ก็ลำบากแล้ว (ปืนใหญ่ผลิตง่ายกว่าปืนประจำกาย) แต่ตอนนี้เราเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมแล้ว เรากลับพบว่าปืนประจำกายถูกผลิตออกมามากมาย จนเกินกว่าจำนวนของทหารหรือตำรวจที่จะต้องพกมันซะอีก!!! นี่ยังไม่นับลูกกระสุนนะ ที่ถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนหลายพันเท่าถ้าเทียบกับจำนวนปืนประจำกาย ก่อนหน้านี้ก็เหมือนกัน ในยุคอุตสาหกรรมย่างเข้าสู่ยุคสารสนเทศ ซอฟต์แวร์เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก การจะสร้างซอฟต์แวร์ดี ๆ ขึ้นมาแต่ล่ะตัวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พอย่างเข้าสู่ยุคสารสนเทศเต็มตัว เรากลับพบว่าตอนนี้มีซอฟต์แวร์ฟรี ๆ ให้ใช้มากมาย
ผมเริ่มเห็นมีหลายเว็บที่ใช้ pligg มากขึ้นครับ นัยว่าคงอยากจะทำ social networking กันล่ะดิ ใช่ม้า? ผมก็ว่ามันเป็น CMS ที่แปลกดีนะ เพราะนอกจากจะเขียนเนื้อหาแล้วก็อ้างอิงแหล่งที่มาได้แล้ว มันยังสามารถที่จะเปิดโอกาสให้สมาชิก ให้น้ำหนักกับคุณค่าของเนื้อหาได้อีกด้วย แต่รู้สึกว่าจะใจร้อนกันหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะมันยังเป็นรุ่น BETA อยู่เลยนี่นา ก็รีบเอามาใช้กันแล้วหรือนี่? ในเมื่อใคร ๆ เริ่มเอามาใช้กัน ผมก็เลยลองดาวน์โหลดมาแกะดูบ้าง เจอ BUG
วันนี้โม้เรื่อง Message บ้างดีกว่าท่าจะดี 😛 วันนี้ผมจะโม้เรื่อง HL7 หรือก็คือ Health Level 7 ครับ ไม่รู้มีใครรู้จักบ้างหรือเปล่า? มันเป็น Message ในระดับ Application Layer ครับ เหมาะมากสำหรับการสื่อสารข้อมูลระหว่างระบบซอฟต์แวร์โรงพยาบาล ถ้าใครเป็นคนในวงการ IT Health Care น่าจะรู้จักดี เพราะมันเป็นมาตรฐานการสื่อสารข้อมูลที่ทั่วโลกเขาใช้กัน
ผมรู้สึกมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า ข้อมูลรวมทั้งค่าคงที่ไม่ควรจะเก็บไว้ใน code เพราะมันไม่ยืดหยุ่น แล้วก็ไม่คิดว่าการแยกเก็บไว้ในไฟล์อื่นต่างหาก มันจะดีอะไรขึ้นมา อือม ผมคิดว่าเก็บไว้ใน table ในฐานข้อมูลจะดีกว่า มันดูเป็นระเบียบดี สืบค้นได้ด้วย ง่ายต่อการเชื่อมโยงอีกต่างหาก แต่ก็พอจะรู้เหมือนกันว่า โปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบยุ่งกับฐานข้อมูลซักเท่าไหร่ 😛 แต่มันช่วยไม่ได้นี่นา ของมันต้องใช้ต้องเก็บนี่ ผมมีสถิติอะไรที่น่าสนใจมาให้ดู สถิตินี้ได้จากการที่ผมมักจะเอา open source ดัง ๆ มาติดตั้งที่เครื่องเพื่อทดสอบเล่นอะไรโน่นนี่อยู่บ่อย
พอดีผมท่องเน็ตไปเรื่อย ๆ ครับ แล้วก็โดดไปโดดมาเข้าไปที่วิกิพีเดียภาคภาษาไทย แล้วผมก็พบประโยคนึงที่สร้างความฉงนสนเท่ห์ให้กับผมมาก ๆ เลย ซึ่งข้อความนั้นก็คือ วิกิพีเดียไทย เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลที่เป็นภาษาไทย วิกิพีเดียไม่ใช่ประเทศไทย ไม่ใช่ของปวงชนชาวไทย และกฎหมายไทยไม่มีผลบังคับใช้ในวิกิพีเดีย ให้ตายเถอะ แล้วพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่กำลังจะออกใช้นี่จะไปบังคับอะไรได้ล่ะเนี่ย? [tags]กฎหมาย,วิกิพีเดีย,wikipedia,วิกิพีเดียไทย,ข่าวสาร[/tags]
พวกเรารู้จัก Web 3.0 กันหรือยัง ผมรู้จักนิดหน่อยเพราะอ่านจากที่นี่แล้ว ผมไม่ขออธิบายมันนะ เพราะผมเองก็ไม่ค่อยจะเข้าอกเข้าใจกับการนิยามของฝรั่งเขาซักเท่าไหร่ งั้นผมขอนิยาม Web 3.0 แบบของผมบ้างดีกว่า เอามันส์สนุก ๆ 😛 เป็นระบบเว็บที่สู่รู้มาก มันจะจดจำอุปนิสัยของผมได้ จดจำรสนิยมของผมได้ มันจะประเคนทุกอย่างให้กับผม โดยดูจากประวัติการใช้งานเว็บของผม แล้วก็สรรหาทุกอย่างมาแสดงผลให้ผมเต็มหน้าจอเว็บไปหมดเลย ซึ่งผมจะต้องการหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันจะใส่ใจความเป็นชุมชนมาก พอผมเข้าระบบปุ๊บ มันจะสรรหาข้อมูลทุก ๆ