รู้จักเฟรนไชส์มั้ยครับ ถ้าเขียนด้วยภาษาอังกฤษก็จะเป็น Franchise ครับ ทีนี้หากใครไม่รู้ว่าเฟรนไชส์คืออะไร กรุณาอ่านจากลิงค์ Franchising เองนะ เพราะผมขี้เกียจเล่าอ่ะเรื่องมันยาว โอ๊ะ ไม่เล่าก็ไม่ได้แฮะเดี๋ยวจะไม่รู้เรื่อง งั้นเอาสั้น ๆ ก็แล้วกันนะ เฟรนไชส์คือเราทำมาค้าขายอะไรซักอย่างนึง แล้วการทำมาค้าขายของเรามีการวางระบบที่ดี สร้างกระแสเงินสดได้คล่องมือ แถมแบรนด์ของเราก็ดังด้วย เราก็เลยมีกระแสเงินสดเป็นบวก คนอื่นเขาก็อยากมีกระแสเงินสดเป็นบวก ก็เลยมาขอซื้อ “ระบบ” และ “แบรนด์” จากเรา
Author: ไท้ ปริญญา
หลายวันก่อนผมโม้เอาไว้เรื่องอวสานรหัสผ่านครับ วันนี้มาโม้ต่อดีกว่า เรื่องรหัสผ่านนี่แหล่ะน่าสนุก อะไรที่มันเป็นความลับนะ ใคร ๆ ก็อยากรู้อยากเห็นทั้งนั้นแหล่ะ เน้อะ การเข้ารหัสเนี่ยมีมันเป็นพันปีแล้วนะ เรียกว่าเมื่อเริ่มก่อกำเนิดอารยธรรมของมวลหมู่มนุษยชาติ มีการสื่อสารกันด้วยภาษากาย, ภาษาวาจา และภาษาเขียนแล้ว การเข้ารหัสก็ก่อกำเนิดขึ้นมาด้วยเวลาที่ไล่เลี่ยกัน เราต้องมาดูจุดประสงค์ของการเข้ารหัสก่อน ว่าจริง ๆ แล้วมูลเหตุทำเพื่ออะไร ซึ่งเมื่อเราทำความเข้าใจได้แล้ว เราก็จะแบ่งจุดประสงค์ของการเข้ารหัสได้เป็นสองแบบใหญ่ ๆ คือ การเข้ารหัสนั้น ทำเพื่อกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงกิจกรรมที่สำคัญต่อไป ตัวอย่างเช่น
หลาย ๆ วันก่อนผมได้ขอซาวเสียงผู้อ่านบล็อกผม ว่าสนใจให้ผมเขียนบล็อกเกี่ยวกับ Software as a Service อิงกับเรื่องใดมากที่สุด ซึ่งต้องขอขอบคุณหลาย ๆ ท่านที่ได้โหวตให้ และก็ขอขอบคุณหลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้โหวต แต่ก็ยังเข้ามาอ่านอยู่เนือง ๆ แต่น…แตน…แต๊น ผลการโหวตเป็นดังรูปข้างล่างครับ ปรากฏว่าส่วนใหญ่แล้วอยากให้เขียนบล็อกเกี่ยวกับ Software as a Service อิงกับ
ผมไม่ได้นำเสนอหนังสือเก่ามานานแล้ว วันนี้เอาซะหน่อยคงไม่ว่ากันเน้อะ 😛 หนังสือเล่มนี้ผมซื้อมาตอนที่อินเตอร์เน็ตเริ่มบูมใหม่ ๆ ครับ ตอนนั้นยังไม่มี Server Side Scripting เลยล่ะ จะมีก็แต่ภาษา HTML และ JavaScript เป็นอะไรที่โบราณมากถ้ามองผ่านมุมมองสมัยนี้ แต่ถ้าเป็นสมัยนั้นนะ การเขียนเว๊ปเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจมากเชียวแหล่ะ ถึงมันจะเป็น Static Web ก็ตามที แล้วภาษา HTML มันก็มีรายละเอียดเยอะมาก
รู้จักตุ๊กตาไม้รัสเซียมั้ยครับ มันเป็นตุ๊กตาที่เมื่อเราเปิดออกแล้ว ข้างในก็จะมีตุ๊กตาอยู่ข้างในอีก พอเราเปิดเข้าไปอีก ก็จะเจอตุ๊กตาอีก เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนเปิดตุ๊กตาตัวในสุดไม่ได้แล้ว แล้วเราก็จะพบว่ามีตุ๊กตาบรรจุอยู่หลายตัวเชียวแหล่ะ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขาทำขึ้นมาทำไม แต่ดูแล้วก็น่าสนุก แตกตื่นสายตาดี ทีนี้มันเกี่ยวอะไรกับ Software as a Service คิดจะโม้อะไร อ้อ ไม่มีอะไรวันนี้เอาสั้น ๆ คือผมจะโม้ว่าโดยหลักการของ Software as a
ถ้าใครเคยทำโครงการสร้างซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่จะรู้ดี ว่ามันวุ่นวายมากเลยครับ คนก็เยอะ ค่าใช้จ่ายก็เยอะ ความต้องการก็เยอะด้วย หลากหลายทีเดียว ส่วนใหญ่แล้วโครงการสร้างซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ จะต้องมีการจัดตั้งและระดมบุคลากรไอทีเข้ามาไว้ในโครงการครับ โดยระดมจากผู้รู้, ผู้ตื่น, ผู้เบิกบานทั้งหลาย อีกทั้งนอกจากจะต้องใช้คนในแล้ว ก็ยังต้องจ้างบริษัทเอกชนไอทีเข้ามาร่วมงานกันด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าเป็นระบบใหญ่จริง เขาก็จะทำผังองค์กรของทีมงานแบบข้างล่างนี้ ในเมื่อมีการตั้งโครงการมาแล้ว ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเองไปครับ ซึ่งการจะทำงานได้ เราก็จำเป็นที่จะต้องมีการพูดคุยสื่อสารกัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่าง คณะกรรมการกับทีมงาน ผู้ออกแบบพิมพ์เขียวกับผู้ใช้ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์กับผู้ออกแบบพิมพ์เขียว การส่งผ่านความต้องการและความเข้าใจที่ดีที่สุดก็หนีไม่พ้นการประชุมครับ ทีนี้เวลานัดประชุมกันเราก็จะพบว่าในห้องประชุมนั้น
ถ้ามีการจัดอันดับของคนที่เชย อภิมหาเชยแล้วล่ะก็ ผมเนี่ยแหล่ะครับ น่าจะอยู่อันดับต้น ๆ ได้เลย เพราะเวลาชาวบ้านชาวช่องเค้ารู้เรื่องอะไรกันนะ ผมจะรู้เป็นคนสุดท้ายเลยก็ว่าได้ อย่างไอ้เจ้าหนังสือเล่มนี้ก็เหมือนกัน ผมไม่เคยรู้จักหรอก แวะไปตามบล็อกต่าง ๆ ก็เห็นใคร ๆ เขาเขียนถึงกัน คุยถึงกัน ผมก็อ่าน ๆ แล้วก็คิดว่ากำลังคุยถึงภาพยนต์หรือเปล่าหว่า ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร บางคอมเม้นท์ที่เม้นท์ในบล็อกผมก็บอกว่า ผมเขียนบล็อกแล้วเหมือนแนวความคิดของ The World Is
ผมเห็นว่าเดี๋ยวนี้เว๊ปไซต์ส่วนใหญ่ จะเสียบกลไกบล็อกเอาไว้ด้วย แถมเห็นว่าเว๊ปไซต์ที่ให้บริการซอฟต์แวร์ ตามหลักการของ Software as a Service เอง ก็เสียบกลไกบล็อกเอาไว้เหมือนกัน จากรูปข้างบนจะเห็นว่า บล็อกเป็นเพียงแค่กลไกเสริมเท่านั้น ไม่ใช่กลไกหลัก แต่ผมกลับมองว่าบล็อกควรเป็นกลไกหลัก แล้วให้ในบล็อกมีบริการซอฟต์แวร์ ตามหลักการของ Software as a Service ดังรูปข้างล่าง การเกิดขึ้นของ Ajax Framework เป็นสิ่งที่ผมชอบมาก
ถ้าเราสังเกตุกันดี ๆ เราจะพบว่า ตั้งแต่มีอินเตอร์เน็ตขึ้นมา ซอฟต์แวร์ที่ใช้สนับสนุนกลไกอินเตอร์เน็ตที่ฝั่ง Client ซึ่งก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ของพวกเรานั้น มีอยู่ด้วยกันเพียง 2 แบบเท่านั้น นั่นก็คือ Web Browser อันได้แก่ IE, FireFox, Opera และ Client Software ซึ่งจาระไนไม่หมด ไม่ว่าจะเป็น Google Earth, FieZilla,
ผมชอบอินเตอร์เน็ตครับ มันทำให้คนฉลาดไม่มากอย่างผมฉลาดขึ้นมาได้ เวลาผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แล้ว ผมรู้สึกมีความสุขจัง 😛 ผมโรคจิตหรือเปล่าวะเนี่ย? ปัจจุบันเราจะพบว่าเว๊ปไซต์และบล็อกเกิดขึ้นอย่างมากมายเต็มไปหมดครับ แล้วก็มีการจัดประเภทของเว๊ปไซต์เอาไว้ด้วย ลองตามไปอ่านดูจากที่นี่อ่ะครับ เขาจัดไว้หลายประเภทเลย ถึงแม้เขาจะจัดเว๊ปไซต์ไว้หลายแบบมากมาย แต่เอาเข้าจริงแล้ว ถ้าเราแยกดี ๆ ก็ได้แค่สองสามแบบเอง อย่างรูปข้างล่างนี้เป็นรูปแบบเว๊ปไซต์ในยุคแรกครับ ยุคแรกเจ้าของจะโซโล่เองหมดเลยครับ ทั้งส่วนของ Base และส่วนของ Data ประมาณว่าเจ้าของหรือคนของเจ้าของ จะชงเองกินเอง