<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Management &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/category/management/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>Computation theories and information processing theories.</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Apr 2019 09:13:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>
	<item>
		<title>สมาพันธ์ดิจิทัลไทย</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2762</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2762#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Apr 2019 09:06:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเทคโนโลยีสารสนเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาพันธ์ดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2762</guid>

					<description><![CDATA[อันนี้เป็นข่าวเก่า รู้มาสองปีแล้ว แต่ผมเพิ่งสนใจจะตาม คือเป็นข่าวการจัดตั้ง &#8220;สมาพันธ์ดิจิทัลไทย&#8221; ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2559 โดยจุดประสงค์ของการจัดตั้งสมาพันธ์ เพื่อเป็นเครือข่ายการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันของสมาชิก สมาพันธ์ดิจิทัลไทย มีสมาชิกก่อตั้งประกอบด้วย 9 องค์กรได้แก่ สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) (DAAT) สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย (TPA) สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (TECA) สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย (TISPA) สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อันนี้เป็น<a href="https://www.voicetv.co.th/read/355434">ข่าวเก่า</a> รู้มาสองปีแล้ว แต่ผมเพิ่งสนใจจะตาม คือเป็นข่าวการจัดตั้ง &#8220;สมาพันธ์ดิจิทัลไทย&#8221; ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2559 โดยจุดประสงค์ของการจัดตั้งสมาพันธ์ เพื่อเป็นเครือข่ายการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันของสมาชิก </p>



<h4 class="wp-block-heading">สมาพันธ์ดิจิทัลไทย</h4>



<p>มีสมาชิกก่อตั้งประกอบด้วย 9 องค์กรได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list"><li>สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) (DAAT)</li><li>สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย (TPA)</li><li>สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (TECA)</li><li>สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย (TISPA)</li><li>สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (TWA)</li><li>สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP)</li><li>สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (TTSA)</li><li>สมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส (OSEDA)</li><li>ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITPC)</li></ol>



<p>จุดที่อยากจะสื่อสารคือ ถ้าดูดี ๆ จะมี 2 สมาคมในสมาพันธ์ดิจิทัลไทย ที่ไปร่วมลงนามปฏิญญาความร่วมมือผลักดันการจัดตั้ง “สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย” ตั้งแต่เมื่อกลางปี 2561  <br>(4 มิ.ย. 2561) ที่ผ่านมาด้วย  นั่นคือ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (TECA) และ สมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส (OSEDA)</p>



<p>สามารถอ่านหัวข้อ <a href="https://www.parinya.net/node/2748">สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย</a> เพื่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2762/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2748</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2748#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Apr 2019 05:23:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[สภาดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเทคโนโลยีสารสนเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2748</guid>

					<description><![CDATA[อันนี้เป็นข่าวเก่า ผมเพิ่งสนใจจะตาม คือตามเนื้อหาของร่างกฎหมาย &#8220;สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย&#8221; ระบุให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าภาพทำหน้าที่ดำเนินการจัดตั้ง &#8220;สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย&#8221; โดยมีจุดประสงค์เพื่อประสานภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกัน จะได้ร่วมกันกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ก็ค่อนข้างขยัน เพราะถึงแม้กฎหมายจะยังไม่ออกมาบังคับใช้ ทางกระทรวงดิจิทัลฯ ก็ได้เริ่มลงมือไปก่อนแล้ว โดยการรวบรวมสมาคมทางด้านดิจิทัลของไทย เพื่อลงนามปฏิญญาความร่วมมือผลักดันการจัดตั้ง &#8220;สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย&#8221; ตั้งแต่เมื่อกลางปี 2561 (4 มิ.ย. 2561) ที่ผ่านมา งั้นเรามาดูกันดีกว่าครับว่า สมาคมสำคัญซึ่งร่วมลงนามปฏิญญาความร่วมมือผลักดันการก่อตั้ง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อันนี้เป็น<a href="https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1069883">ข่าวเก่า</a> ผมเพิ่งสนใจจะตาม คือตามเนื้อหาของร่างกฎหมาย &#8220;สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย&#8221; ระบุให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าภาพทำหน้าที่ดำเนินการจัดตั้ง &#8220;สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย&#8221; โดยมีจุดประสงค์เพื่อประสานภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกัน จะได้ร่วมกันกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบ</p>



<p>ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ก็ค่อนข้างขยัน เพราะถึงแม้กฎหมายจะยังไม่ออกมาบังคับใช้ ทางกระทรวงดิจิทัลฯ ก็ได้เริ่มลงมือไปก่อนแล้ว โดยการรวบรวมสมาคมทางด้านดิจิทัลของไทย เพื่อลงนามปฏิญญาความร่วมมือผลักดันการจัดตั้ง &#8220;สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย&#8221; ตั้งแต่เมื่อกลางปี 2561 (4 มิ.ย. 2561) ที่ผ่านมา</p>



<p>งั้นเรามาดูกันดีกว่าครับว่า สมาคมสำคัญซึ่งร่วมลงนามปฏิญญาความร่วมมือผลักดันการก่อตั้ง &#8220;สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย&#8221; มีสมาคมใดบ้าง</p>



<h4 class="wp-block-heading">สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย</h4>



<p>มีองค์กรร่วมลงนามปฏิญญาความร่วมมือผลักดันการจัดตั้ง ประกอบด้วย 1 สมาพันธ์ (มีสมาชิก 15 สมาคม) และ 7 สมาคมอิสระ ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list"><li>สมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารแห่งประเทศไทย (TFIT) มีสมาชิก 15 สมาคม ได้แก่<ol><li>สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCT)</li><li>สมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (CAT)</li><li>สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI)</li><li>สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI)</li><li>สมาคมเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (INA)</li><li>สมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย (ATCM)</li><li>สมาคมส่งเสริมการส่งออกอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (TSEP)</li><li>สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA)</li><li>สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์ไทย (TAGGA)</li><li>สมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย (ELAT)</li><li>สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA)</li><li>สมาคมดิจิทอลคอนเทนท์ไทย (DCAT)</li><li>สมาคมสมาพันธ์โอเพนซอร์สแห่งประเทศไทย (TOSF)</li><li>สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย (TISPA)</li><li>สมาคม ซีไอโอ 16 (CIO16)</li></ol></li><li>สมาคมอิสระ มี 7 สมาคม ได้แก่<ol><li>สมาคมการค้าผู้ประกอบการเคเบิ้ลทีวี (COA)</li><li>สมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ (CIPAT)</li><li>สมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส (OSEDA)</li><li>สมาพันธ์สมาคมดิจิตอลคอนเทนต์บันเทิงไทย (TDEC)</li><li>สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA)</li><li>สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT)</li><li>สมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย (TCCTA)</li></ol></li></ol>



<p>ดูจากรายชื่อของสมาคมที่ร่วมกันลงนามปฏิญญาการจัดตั้ง &#8220;สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย &#8221; แล้ว ผมว่าค่อนข้างคลอบคลุมทุกอย่างที่เกี่ยวกับดิจิทัลเลยล่ะ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่าย โทรคมนาคม อินเทอร์เน็ต และการประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ</p>



<p>แต่แอบแซวนิดนึงนะครับว่า ถ้าในอนาคตทุกอย่างมันเปลี่ยนผ่านจาก &#8220;ดิจิทัล&#8221; ไปเป็น &#8220;ควอนตัม&#8221; หมดแล้ว เราต้องเปลี่ยนกฎหมายและเปลี่ยนชื่อสมาคมกันใหม่หรือเปล่าครับ เพราะเห็นระบุคำว่าดิจิทัลเต็มไปหมดเลย</p>



<p></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2748/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมบริษัทรับจ้างผลิตซอฟต์แวร์ในเมืองไทยจึงไม่โต?</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2651</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2651#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 May 2018 04:30:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัไอที]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่โต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2651</guid>

					<description><![CDATA[เพื่อนของเพื่อนทำบริษัทรับจ้างผลิตซอฟแวร์มาสิบกว่าปีแล้ว แต่เราสงสัยว่าทำไมบริษัทเค้าไม่โต เราก็เลยวิเคราะห์เองจากการสังเกต พบว่าเขาเก่งมาก แต่เขาต้องทำงานคนเดียว ทั้งบริษัทมีคนขับเคลื่อนสำคัญคือเค้าคนเดียว เลยวิเคราะห์เองว่า พอต้องทำงานคนเดียว เลยรับงานชิ้นใหญ่ไม่ได้ รับงานหลายงานพร้อมกันไม่ได้ อันนี้คาดเดาเอง แต่คำถามในใจคือทำไมทำงานคนเดียว!!! เรื่องนี้ไม่ได้ถามเพิ่ม แต่เราได้คำตอบแบบทางอ้อมมาจากคนอื่น ซึ่งประกอบกันแล้วน่าจะได้เป็นคำตอบรวม นาย ก (นามสมมติ) เป็น กรรมการผู้จัดการบริษัทไอที เราเชิญเขามาช่วยงานในหน่วยงาน (แต่สุดท้ายไม่ได้จ้าง) เขาบ่นเล็ก ๆ ให้ฟังว่า]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อนของเพื่อนทำบริษัทรับจ้างผลิตซอฟแวร์มาสิบกว่าปีแล้ว แต่เราสงสัยว่าทำไมบริษัทเค้าไม่โต เราก็เลยวิเคราะห์เองจากการสังเกต พบว่าเขาเก่งมาก แต่เขาต้องทำงานคนเดียว ทั้งบริษัทมีคนขับเคลื่อนสำคัญคือเค้าคนเดียว</p>
<p>เลยวิเคราะห์เองว่า พอต้องทำงานคนเดียว เลยรับงานชิ้นใหญ่ไม่ได้ รับงานหลายงานพร้อมกันไม่ได้ อันนี้คาดเดาเอง</p>
<p>แต่คำถามในใจคือทำไมทำงานคนเดียว!!!</p>
<p>เรื่องนี้ไม่ได้ถามเพิ่ม แต่เราได้คำตอบแบบทางอ้อมมาจากคนอื่น ซึ่งประกอบกันแล้วน่าจะได้เป็นคำตอบรวม</p>
<p>นาย ก (นามสมมติ) เป็น กรรมการผู้จัดการบริษัทไอที เราเชิญเขามาช่วยงานในหน่วยงาน (แต่สุดท้ายไม่ได้จ้าง) เขาบ่นเล็ก ๆ ให้ฟังว่า เขาพยายามรับคนเพิ่ม เขามีตังค์ เขาขายของเก่ง และตัวเขาก็เก่งคอมด้วย (อันนี้ผมประเมินเอง) แต่คนที่เขารับเข้ามา เขาต้องมาสอนเพิ่ม เขาไม่มีเวลาสอน เพราะเขาต้องออกมาขายของ สุดท้ายเขาขายของเสร็จแล้ว เขาต้องกลับไปทำเอง (เหมือนเดิม)</p>
<p>นาย ข (นามสมมติ) เป็น MD เหมือนนาย ก เล่าให้ฟังว่าตัวเขาสอนคนเก่ง ละมุนละม่อม เขาไม่ติดปัญหาเรื่องสอนคนเลย เขายอมเหนื่อยสอนคนและขายของ แต่เขาไม่มีเงินพอจะจ้างคนเพิ่ม ค่าตัวคนไอทีแพง เขาเลยต้องขายเองทำเอง</p>
<p>นาย ค เป็นผู้บริหารบริษัทไอที แต่ไม่ได้เป็น MD เล่าว่า บริษัทเขามีนโยบายสอนคน แต่ไม่ส่งไปเข้าคอร์สอบรม พอสอนเสร็จแล้วเหมือนเลือดไหล เก่งแล้วลาออกไปทำที่อื่นหมด สุดท้ายเขาต้องทำเองคนเดียว</p>
<p>นาย ง เป็น MD ที่อินดี้ เก่งมาก มีชื่อเสียง และยินดีทำงานคนเดียว</p>
<p>กรณีศึกษาของ 4 คน ทำให้ผมได้ข้อสรุปที่คิดเอง เออเอง ง่าย ๆ ว่า บริษัทไอทีจะโตได้ ต้องมีกลยุทธ์และปัจจัยในการสะสม &#8220;ประชากร&#8221; ของบริษัท และหากขจัดทุกปัญหาที่กีดขวางการสะสมประชากรได้ บริษัทไอทีก็จะเติบโตได้ ล่ะมั๊ง!</p>
<p>นี่มันเกม Civilization ชัด ๆ เลย!!!</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2651/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมโปรแกรมเมอร์เก่งถึงเป็นผู้จัดการโปรแกรมเมอร์ที่ดีไม่ได้</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2645</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2645#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Apr 2018 09:13:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[Programming]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการโปรแกรมเมอร์]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมเมอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2645</guid>

					<description><![CDATA[อ้างจาก Harvard Business Review เรื่อง Why the Most Productive People Don’t Always Make the Best Managers เลยลองเอามาประยุกต์กับงานโปรแกรมเมอร์ดูบ้าง โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานได้เยอะได้ดี มักมีความสามารถและพฤติกรรมเหมือนกันอยู่ 7 อย่าง สร้างเป้าหมายในการเขียนโปรแกรมที่ท้าทาย เขียนโปรแกรมได้อย่างมีมาตรฐาน เน้นความรู้และความสามารถในการเขียนโปรแกรมให้อยู่ในระดับมืออาชีพ ผลลัพธ์ที่ได้จากการเขียนโปรแกรมต้องชัดเจน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อ้างจาก <a href="https://hbr.org">Harvard Business Review</a> เรื่อง <a href="https://hbr.org/2018/04/why-the-most-productive-people-dont-always-make-the-best-managers">Why the Most Productive People Don’t Always Make the Best Managers</a> เลยลองเอามาประยุกต์กับงานโปรแกรมเมอร์ดูบ้าง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>โปรแกรมเมอร์</strong><span style="color: #000000;">ที่</span></span>ทำงานได้เยอะได้ดี มักมีความสามารถและพฤติกรรมเหมือนกันอยู่ 7 อย่าง</p>
<ol>
<li>สร้างเป้าหมายในการเขียนโปรแกรมที่ท้าทาย</li>
<li>เขียนโปรแกรมได้อย่างมีมาตรฐาน</li>
<li>เน้นความรู้และความสามารถในการเขียนโปรแกรมให้อยู่ในระดับมืออาชีพ</li>
<li>ผลลัพธ์ที่ได้จากการเขียนโปรแกรมต้องชัดเจน</li>
<li>รู้จักแก้ปัญหาในระหว่างการเขียนโปรแกรม</li>
<li>อดทนต่อความยากลำบากและอุปกรรคในการเขียนโปรแกรม</li>
<li>เขียนโปรแกรมร่วมมือกับโปรแกรมเมอร์คนอื่น ๆ ได้ดี</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ผู้จัดการโปรแกรมเมอร์</strong><span style="color: #000000;">ที่เก่ง</span></span> มักมีความสามารถและพฤติกรรมเหมือนกันอยู่ 6 อย่าง</p>
<ol>
<li>รู้จักฟังความคิดเห็นโปรแกรมเมอร์ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับงานโปรแกรมเมอร์</li>
<li>สนับสนุนให้โปรแกรมเมอร์ได้เรียนรู้ พัฒนา เติบโต</li>
<li>มองหานวัตกรรมใหม่ ๆ ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์</li>
<li>สื่อสารกับโปรแกรมเมอร์และผู้ใช้งานได้ดี</li>
<li>เข้าใจหัวอกโปรแกรมเมอร์ และรู้จักการเข้าสังคมกับโปรแกรมเมอร์และผู้ใช้งาน</li>
<li>สนับสนุนให้องค์กรโปรแกรมเมอร์มีการเติบโต</li>
</ol>
<p>สรุปแล้ว ไม่ง่ายที่โปรแกรมเมอร์จะเปลี่ยนไปเป็นผู้จัดการโปรแกรมเมอร์ และหายากที่จะมีคนเป็นได้ทั้งโปรแกรมเมอร์และผู้จัดการโปรแกรมเมอร์</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2645/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เก่งงาน เก่งคน เก่งวิสัยทัศน์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2625</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2625#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Mar 2018 05:16:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[เก่งคน]]></category>
		<category><![CDATA[เก่งงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เก่งวิสัยทัศน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2625</guid>

					<description><![CDATA[ตารางข้างล่างนี้ ผมเห็นจากในเฟสบุ๊คครับ มันผ่านตาเข้ามาในไทมไลน์ ผมไม่ได้สังเกตว่าใครแชร์มา ไม่ได้สังเกตว่าใครเป็นคนโพสต์  และเห็นว่าเจ้าของโพสต์เขียนตารางข้างล่างนี้ด้วยปากกา ซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่เข้าท่า น่าจะเอามาเล่าต่อ ผมเลยเอามาทำเป็นตาราง จัดให้เป็นระเบียบนิดนึง แล้วเอามาเล่าให้อ่านกัน โปรแกรมเมอร์หลายคน &#8220;เก่งงาน&#8221; ครับ วิศวกรระบบคอมพิวเตอร์หรือวิศวกรเครือข่ายหลายคนก็เก่งงานเหมือนกัน อะไรทางเทคนิคยาก ๆ ทำได้หมด แต่พวกเขาก็อาจจะไม่ได้ถูกเลื่อนขึ้นจากระดับปฏิบัติการไปอยู่ระดับบริหารจัดการ เพราะพวกเขาไม่ได้ &#8220;เก่งคน&#8221; ผู้จัดการหลายคน &#8220;เก่งคน&#8221; มากครับ สามารถใช้โปรแกรมเมอร์]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตารางข้างล่างนี้ ผมเห็นจากในเฟสบุ๊คครับ มันผ่านตาเข้ามาในไทมไลน์ ผมไม่ได้สังเกตว่าใครแชร์มา ไม่ได้สังเกตว่าใครเป็นคนโพสต์  และเห็นว่าเจ้าของโพสต์เขียนตารางข้างล่างนี้ด้วยปากกา ซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่เข้าท่า น่าจะเอามาเล่าต่อ ผมเลยเอามาทำเป็นตาราง จัดให้เป็นระเบียบนิดนึง แล้วเอามาเล่าให้อ่านกัน</p>
<p><figure id="attachment_2626" aria-describedby="caption-attachment-2626" style="width: 635px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/03/ability_matrix.png"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-2626" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/03/ability_matrix.png" alt="เก่งงาน เก่งคน เก่งวิสัยทัศน์" width="635" height="184" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/03/ability_matrix.png 635w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/03/ability_matrix-300x87.png 300w" sizes="(max-width: 635px) 100vw, 635px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2626" class="wp-caption-text">เก่งงาน เก่งคน เก่งวิสัยทัศน์</figcaption></figure></p>
<p>โปรแกรมเมอร์หลายคน &#8220;เก่งงาน&#8221; ครับ วิศวกรระบบคอมพิวเตอร์หรือวิศวกรเครือข่ายหลายคนก็เก่งงานเหมือนกัน อะไรทางเทคนิคยาก ๆ ทำได้หมด แต่พวกเขาก็อาจจะไม่ได้ถูกเลื่อนขึ้นจากระดับปฏิบัติการไปอยู่ระดับบริหารจัดการ เพราะพวกเขาไม่ได้ &#8220;เก่งคน&#8221;</p>
<p>ผู้จัดการหลายคน &#8220;เก่งคน&#8221; มากครับ สามารถใช้โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบงานคอมพิวเตอร์ วิศวกรระบบคอมพิวเตอร์ หรือ วิศวกรเครือข่าย ให้บูรณาการงานด้วยกัน ทำโน่นทำนี่ด้วยกัน โดยใช้ต้นทุนได้ต่ำ ทำงานออกมาได้รวดเร็ว และผลลัพธ์อยู่ในระดับดี แต่ผู้จัดการเหล่านั้นอาจไม่ได้ถูกเลื่อนขึ้นจากระดับบริหารจัดการไปอยู่ระดับกำกับดูแล เพราะพวกเขาไม่ได้ &#8220;เก่งวิสัยทัศน์&#8221;</p>
<p>บางครั้งเราอาจจะรู้สึกไปเองว่า ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรไอที แทบจะไม่รู้อะไรทางเทคนิค คือ ไม่ &#8220;เก่งงาน&#8221; เลย และแทบจะไม่รู้จักคนระดับปฏิบัติการเท่าไหร่นัก คือ ไม่ &#8220;เก่งคน&#8221; เลย แต่เขากลับคิดลำดับขั้นตอนของเป้าหมายได้ ว่าทิศทางที่ควรจะพากันเดินไป ไปทางไหน ไปแล้วได้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ และไปแล้วมีอนาคตหรือเปล่า เพราะพวกเขา &#8220;เก่งวิสัยทัศน์&#8221;</p>
<p>ทุกครั้งที่เราเริ่มสละเวลาไปเก่งในด้านหนึ่ง เราก็จะเริ่มขาดแคลนเวลาในการทบทวนฝึกฝนความเก่งเดิม จนทำให้ความเก่งเดิมถดถอยลงไป</p>
<p>แต่หลายครั้ง ผมก็มักเจออะไรที่แปลก ๆ ไม่ตรงกันกับตารางข้างบนเท่าไหร่นัก เช่น</p>
<ul>
<li>คนระดับปฏิบัติการ ไม่เก่งงานเลย แต่เก่งคนมาก ผลคือแทนที่เราจะได้โปรแกรมเมอร์ เรากลับเสียโปรแกรมเมอร์ไป และได้ผู้แจกงานตามงานมาแทน</li>
<li>คนระดับบริหารจัดการ ถูกเลื่อนขั้นเพราะความจำเป็น และเขายังคงเก่งงานอยู่เหมือนเดิม ในขณะที่ยังไม่เก่งคนซักเท่าไหร่นัก ผลคือแทนที่เราจะได้ผู้จัดการ กลับกลายเป็นว่าเราได้โปรแกรมเมอร์อาวุโสมาแทน</li>
<li>คนระดับกำกับดูแล แทบไม่มีเวลาคิดอ่านให้เกิดวิสัยทัศน์เลย เพราะต้องมาเก่งคน มาบริหารคนแทนผู้จัดการ เพราะผู้จัดการยังยึดติดกับความเก่งงาน ยังไม่สามารถปรับตัวให้เก่งคนได้</li>
</ul>
<p>ทีนี้ย้อนกลับมาที่ตารางข้างบนนิดนึง ผมคิดว่าตารางข้างบนที่ถูกนำเสนอนั้น มันน่าจะเหมาะกับองค์กรที่มีการจัดลำดับชั้นองค์กรเรียบร้อยแล้ว ก่อตั้งมาได้ระยะหนึ่งจนระบบเข้าที่เข้าทางแล้ว ไม่น่าจะเหมาะกับบริษัท Startup เท่าไหร่</p>
<p>แต่ถ้าคน ๆ เดียวในบริษัท Startup เป็นทั้ง 3 ระดับข้างบน ผมว่าตารางนี้น่าจะถูกแหล่ะ เพราะคน ๆ นั้นต้อง เก่งงาน เก่งคน เก่งวิสัยทัศน์ จริง ๆ ถึงจะนำพาบริษัท Startup ให้รอดไปได้</p>
<p>โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าไม่ใช่ทุกคนหรอก ที่คิดจะไต่เต้าจากระดับปฏิบัติการไปสู่ระดับกำกับดูแล มันเป็นเรื่องของรสนิยมและความสามารถ บางคนเขาก็อยากเขียนโปรแกรมไปตลอดชีวิต หรือบางคนเขียนโปรแกรมไม่เป็นเลยอยากจะไปเป็นคนแจกงานตามงานคนเขียนโปรแกรมแบบนี้ก็มี</p>
<p>อยาก เก่งงาน เก่งคน หรือ เก่งวิสัยทัศน์ เราก็เลือกของเราเลยครับ ตามจริตและรสนิยมของเรา อย่าให้ใครมากำหนดตัวตนเราครับ ให้สภาพแวดล้อมและความจำเป็นกำหนดตัวตนเราเองครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2625/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>COBIT 5 คืออะไรในสายตาผม</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2608</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2608#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Feb 2018 15:19:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[กระบวนการ]]></category>
		<category><![CDATA[กำกับดูแล]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิบัติงาน]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ระดับกำกับดูแล]]></category>
		<category><![CDATA[ระดับบริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ระดับปฏิบัติงาน]]></category>
		<category><![CDATA[COBIT 5]]></category>
		<category><![CDATA[COBIT5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2608</guid>

					<description><![CDATA[ออกตัวก่อนว่าผมไม่เคยลงเรียนหลักสูตร COBIT 5 ไม่ว่าจะเป็น Foundation, Implementation หรือ Enabling และก็ไม่เคยสอบใบประกาศนียบัตร  COBIT 5 ด้วย ผมอาศัยอ่านเองจากเอกสารที่ ISACA ให้ดาวน์โหลด และผมก็อ่านเฉพาะ COBIT5 Foundation เท่านั้น!!! ดังนั้น ความคิดเห็นของผม จึงเป็นความคิดเห็นของคนที่รู้เพราะอ่าน ไม่ได้รู้เพราะมีอาจารย์สอน! เข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับใครที่ไม่รู้จัก]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ออกตัวก่อนว่าผมไม่เคยลงเรียนหลักสูตร COBIT 5 ไม่ว่าจะเป็น Foundation, Implementation หรือ Enabling และก็ไม่เคยสอบใบประกาศนียบัตร  COBIT 5 ด้วย ผมอาศัยอ่านเองจากเอกสารที่ ISACA ให้<a href="http://www.isaca.org/COBIT/Pages/Product-Family.aspx">ดาวน์โหลด</a> และผมก็อ่านเฉพาะ COBIT5 Foundation เท่านั้น!!!</p>
<p>ดังนั้น ความคิดเห็นของผม จึงเป็นความคิดเห็นของคนที่รู้เพราะอ่าน ไม่ได้รู้เพราะมีอาจารย์สอน!</p>
<p>เข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับใครที่ไม่รู้จัก COBIT 5 ขอเล่าสั้น ๆ ว่ามันเป็นกระบวนการที่ดี ในการกำกับดูแลองค์กรไอที โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด</p>
<p>ตอนแรกผมสงสัยว่าทำไมต้องมีกระบวนการที่ดี ไม่เข้าใจ แต่พอได้อ่านเอกสาร COBIT 5 Foundation แล้วถึงเข้าใจกระบวนการนี้ แล้วก็เริ่มตกผลึกทางความคิด จากนั้น ผมก็เริ่มมีความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับกระบวนการนี้!</p>
<p>กระบวนการ COBIT 5 บอกเราหลายอย่าง คือ บอกให้เราดูรอบ ๆ ว่ามีอะไรเป็นสิ่งผลักดัน บอกให้เราส่งต่อสิ่งผลักดันไปยังเป้าหมายขององค์กร และส่งต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงกระบวนการ</p>
<p>จุดที่ผมสนใจ ต้องเรียกว่าโคตรสนใจเลยก็คือ COBIT 5 พยายามอธิบายว่า เราต้องแยก กระบวนการกำกับดูแล ออกจาก กระบวนการบริหารจัดการ พร้อมทั้งอธิบายว่า COBIT 5 มีกระบวนการกำกับดูแล 5 กระบวนการ ในขณะที่มีกระบวนการบริหารจัดการ 32 กระบวนการ</p>
<p><figure id="attachment_2610" aria-describedby="caption-attachment-2610" style="width: 1000px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/ezgif.com-webp-to-jpg.jpg"><img decoding="async" class="size-full wp-image-2610" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/ezgif.com-webp-to-jpg.jpg" alt="กระบวนการ COBIT 5" width="1000" height="708" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/ezgif.com-webp-to-jpg.jpg 1000w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/ezgif.com-webp-to-jpg-300x212.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/ezgif.com-webp-to-jpg-768x544.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2610" class="wp-caption-text">กระบวนการ COBIT 5</figcaption></figure></p>
<p>คือต้องเข้าใจอย่างนี้ครับ สมัยก่อนในองค์กรไอที จะมีแค่ ผู้บริหาร กับ ผู้ปฏิบัติงาน โดยผู้บริหารก็จะเป็นผู้แจกงานและตามงาน ส่วนผู้ปฏิบัติงานก็เป็นคนไปคิดไปทำ จะคิดทำในฐานะนักวิเคราะห์ระบบงานคอมพิวเตอร์ วิศวกรระบบคอมพิวเตอร์ วิศวกรเครือข่าย โปรแกรมเมอร์ หรือตำแหน่งอะไรที่ใกล้เคียงกันก็สุดแล้วแต่</p>
<p>ทีนี้ภาระงานมันมากขึ้นครับ ผมหมายถึงว่าการจะทำให้องค์กรไอทีมีการกำกับดูแลที่ดี มันมีภาระงานมากขึ้น มากจนผู้ปฏิบัติงานท่าจะไม่ไหวล่ะ ดังนั้น งานมันจะเริ่มล้น มันเริ่มล้นกลับขึ้นไปหาผู้บริหาร แล้วพอผู้บริหารต้องมาช่วยกันคิดช่วยกันทำ ก็กลายเป็นว่าผู้บริหารจะไม่ได้ทำเพียงหน้าที่แจกงานและตามงานล่ะ ต้องเหนื่อยล่ะ!!!</p>
<p>มันก็เลยเกิดภาพว่า ควรจะแบ่งองค์กรไอทีใหม่ ให้มี 3 ระดับ คือ ระดับกำกับดูแล ระดับบริหารจัดการ และ ระดับปฏิบัติงาน แล้วให้ผู้บริหารระดับสูงยกกันขึ้นไปอยู่ระดับกำกับดูแล เพื่อมองภาพรวมและทำให้แน่ใจว่าทุกอย่างโอเค แล้วสร้างผู้บริหารระดับกลาง เพื่อมาทำหน้าที่บริหารจัดการแทน</p>
<p>สำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ชอบแจกงานและตามงาน ผมบอกได้เลยว่ากระบวนการ COBIT 5 เป็นอะไรที่น่าจะถูกใจสุด ๆ เลยล่ะ เพราะระดับกำกับดูแล ทำแค่ 5 กระบวนการเอง ในขณะที่ระดับบริหารจัดการ ทำตั้ง 32 กระบวนการแน่ะ</p>
<p><figure id="attachment_2614" aria-describedby="caption-attachment-2614" style="width: 810px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/cobit5_governance.png"><img decoding="async" class="size-full wp-image-2614" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/cobit5_governance.png" alt="กระบวนการ COBIT 5 - ระดับกำกับดูแล" width="810" height="117" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/cobit5_governance.png 810w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/cobit5_governance-300x43.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/cobit5_governance-768x111.png 768w" sizes="(max-width: 810px) 100vw, 810px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2614" class="wp-caption-text">กระบวนการ COBIT 5 &#8211; ระดับกำกับดูแล</figcaption></figure></p>
<p>และถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า กระบวนการทั้ง 5 ที่ระดับกำกับดูแลต้องทำนั้น คือ การ &#8220;ทำให้แน่ใจ&#8221; ในวัตถุประสงค์ ดังนั้น การที่ระดับกำกับดูแลจะถูกทำให้แน่ใจ ก็ด้วยการให้ข้อเท็จจริงจากระดับบริหารจัดการนั่นเอง!!!</p>
<p>ดังนั้น การที่ระดับบริหารจัดการต้องทำตั้ง 32 กระบวนการ ก็ไม่ใช่อะไรมาก ก็แค่ทำเพื่อให้ระดับกำกับดูแลแน่ใจนั่นแหล่ะ!!!</p>
<p><figure id="attachment_2616" aria-describedby="caption-attachment-2616" style="width: 949px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/cobit5_management.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2616" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/cobit5_management.png" alt="กระบวนการ COBIT 5 - ระดับบริหารจัดการ" width="949" height="549" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/cobit5_management.png 949w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/cobit5_management-300x174.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2018/02/cobit5_management-768x444.png 768w" sizes="auto, (max-width: 949px) 100vw, 949px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2616" class="wp-caption-text">กระบวนการ COBIT 5 &#8211; ระดับบริหารจัดการ</figcaption></figure></p>
<p>ผมอยากให้นึกภาพแบบนี้เลยนะ คือ ระดับกำกับดูแลเปรียบได้กับผู้พิพากษา ส่วนระดับบริหารจัดการเปรียบได้กับตำรวจและอัยการ ตำรวจและอัยการก็แบ่งหน้าที่กันสืบสวนสอบสวน ทำสำนวนกันไปครับ แล้วส่งเรื่องให้ผู้พิพากษาตัดสิน ถ้าผู้พิพากษาตัดสินถูกก็คือดีไป แต่ถ้าผู้พิพากษาตัดสินผิด ก็เป็นเพราะพยานหลักฐานและสำนวนของตำรวจและอัยการอ่อนเองครับ</p>
<p>แต่องค์กรไอทีอาจจะต่างจากการพิจารณาคดีนิดหน่อยครับ คือถ้าระดับกำกับดูแลตัดสินพลาด องค์กรไอทีก็พังครับผม!!!</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2608/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2579</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2579#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Dec 2017 16:01:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2579</guid>

					<description><![CDATA[หลายปีที่ผ่านมาผมได้คุยกับคนเก่ง ๆ ทางคอมพิวเตอร์เยอะมาก ผมเลยได้รู้ว่านอกจากพวกเขาจะเก่งแล้ว เพื่อยืนยันความเก่งให้ทบทวีคูณเข้าไปอีก พวกเขาก็ยังต้องมีใบประกาศนียบัตรในด้านมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ หรือ กรอบความคิด เพื่อยืนยันความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมด้วย และด้วยเหตุที่ผมเจอคนเก่ง ๆ เยอะนั่นแหล่ะ ผมเลยสามารถ &#8220;แบ่ง&#8221; ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ 1)  ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการ พวกเขาจะเก่งสายบู๊ ชำนาญด้านผลิตภัณฑ์หรือกรอบความคิดในการพัฒนา และมักมีใบประกาศนียบัตรด้านปฏิบัติการ เช่น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายปีที่ผ่านมาผมได้คุยกับคนเก่ง ๆ ทางคอมพิวเตอร์เยอะมาก ผมเลยได้รู้ว่านอกจากพวกเขาจะเก่งแล้ว เพื่อยืนยันความเก่งให้ทบทวีคูณเข้าไปอีก พวกเขาก็ยังต้องมีใบประกาศนียบัตรในด้านมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ หรือ กรอบความคิด เพื่อยืนยันความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมด้วย</p>
<p>และด้วยเหตุที่ผมเจอคนเก่ง ๆ เยอะนั่นแหล่ะ ผมเลยสามารถ &#8220;แบ่ง&#8221; ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>1) </strong> <strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการ</strong></span> พวกเขาจะเก่งสายบู๊ ชำนาญด้านผลิตภัณฑ์หรือกรอบความคิดในการพัฒนา และมักมีใบประกาศนียบัตรด้านปฏิบัติการ เช่น Microsoft Certified Professional, Cisco Systems Certified, Oracle Certified Professional, Certified RapidMiner Analyst, Certified OpenStack Administrator, Certified Kubernetes Administrator หรือ GIAC Intrusion Analyst เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>2)</strong> <strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการ</strong></span> พวกเขาจะเก่งสายบุ๋น ชำนาญด้านมาตรฐานหรือกรอบความคิดในการบริหารจัดการองค์กรไอที และมักมีใบประกาศนียบัตรด้านบริหารจัดการ เช่น ITIL Foundation Certification, CMMI Practitioner Certification, CISSP Certifcation หรือ COBIT 5 Foundation Certification เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3)</strong> <strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านกำกับดูแล</strong></span> พวกเขาจะเก่งสายบุ๋น ชำนาญด้านมาตรฐานหรือกรอบความคิดในการกำกับดูแลองค์กรไอที และมักมีใบประกาศนียบัตรด้านการกำกับดูแล เช่น COBIT 5 Implementation Certification หรือ ISO/IEC 27001:2013 Lead Auditor Certification เป็นต้น</p>
<p>อย่างที่พวกเรารู้กัน คนไอทีหรือคนทางคอมพิวเตอร์ มักจะคุยกับคนอื่นไม่ค่อยรู้เรื่อง ดังนั้น เท่าที่ผมเห็นนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการจะคุยกันเองรู้เรื่อง และยังพอคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการรู้เรื่องบ้าง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการ จะคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านกำกับดูแลไม่ค่อยจะรู้เรื่องซักเท่าไหร่!!!</p>
<p>ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ จึงค่อนข้างเป็นคนสำคัญในสายตาผมครับ เพราะพวกเขาจะช่วยเป็นล่ามให้ผม ในการถ่ายทอดสาระสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญด้านกำกับดูแล ไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการ นั่นเอง</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2579/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัญหาการขาดแคลนโปรแกรมเมอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2464</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2464#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Feb 2017 09:25:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[Programming]]></category>
		<category><![CDATA[ขาดแคลน]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมเมอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2464</guid>

					<description><![CDATA[ข่าวออกมาถี่มาก เรื่องขาดแคลนโปรแกรมเมอร์เนี่ย เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จริง ๆ มันไม่ได้ยาก แต่มันต้องมีโจทย์มาก่อน ทิศทางของโจทย์ จะทำให้ตัวโปรแกรมเมอร์รู้ได้เองว่า ตัวเองจะพัฒนาไปในทิศทางไหน ทิศทางของการพัฒนาโปรแกรมเมอร์ ซึ่งอิงตามโจทย์ จะขึ้นอยู่กับสามปัจจัย คือ 1. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต้องทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์แบบไหน? มันต้องทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้องดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ หรือ ที่ถือติดมือพกพาได้ หรือ มันทำงานอยู่ในแอร์ ตู้เย็น หรือ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ข่าวออกมาถี่มาก เรื่องขาดแคลนโปรแกรมเมอร์เนี่ย</p>
<p>เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จริง ๆ มันไม่ได้ยาก แต่มันต้องมีโจทย์มาก่อน</p>
<p>ทิศทางของโจทย์ จะทำให้ตัวโปรแกรมเมอร์รู้ได้เองว่า ตัวเองจะพัฒนาไปในทิศทางไหน</p>
<div class="text_exposed_show">
<p>ทิศทางของการพัฒนาโปรแกรมเมอร์ ซึ่งอิงตามโจทย์ จะขึ้นอยู่กับสามปัจจัย คือ</p>
<p>1. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต้องทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์แบบไหน? มันต้องทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้องดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ หรือ ที่ถือติดมือพกพาได้ หรือ มันทำงานอยู่ในแอร์ ตู้เย็น หรือ มันฝังอยู่ในหุ่นยนต์</p>
<p><figure id="attachment_2465" aria-describedby="caption-attachment-2465" style="width: 474px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665653_10155810225142586_5898838388182753521_o.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-2465" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665653_10155810225142586_5898838388182753521_o-1024x489.jpg" alt="คลาสของคอมพิวเตอร์" width="474" height="226" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665653_10155810225142586_5898838388182753521_o-1024x489.jpg 1024w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665653_10155810225142586_5898838388182753521_o-300x143.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665653_10155810225142586_5898838388182753521_o-768x367.jpg 768w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665653_10155810225142586_5898838388182753521_o.jpg 1340w" sizes="auto, (max-width: 474px) 100vw, 474px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2465" class="wp-caption-text">คลาสของคอมพิวเตอร์</figcaption></figure></p>
<p>2. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต้องประพฤติตนแบบไหน? อันนี้จัดง่ายเพราะ IEEE Spectrum เขาจัดไว้ให้แล้ว คือ เป็น web application หรือ mobile application หรือ enterprise application หรือ embedded application</p>
<p>ถ้าลองเอาข้อ 1 กับ 2 มา combination กัน ก็อาจยกตัวอย่างได้เช่น web application และ enterprise application มีโอกาสทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้องดาต้าเซ็นเตอร์ได้ทั้งคู่ และเพื่อจะสร้าง app ทั้งสองแบบนี้ โปรแกรมเมอร์ก็จะต้องใช้ทักษะที่แตกต่างกัน ต้องพัฒนาตัวเองไปในทิศทางที่แตกต่างกัน เป็นต้น</p>
<p>3. ภาษาคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมและกำลังเป็นที่นิยม ซึ่งสอดคล้องกับข้อ 1 และ 2 คือภาษาอะไร อันนี้ก็ง่ายในการจัดลำดับอีกเหมือนกัน เพราะ IEEE Spectrum เขาจัดอันดับให้แล้ว</p>
<p><figure id="attachment_2466" aria-describedby="caption-attachment-2466" style="width: 474px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665288_10155810225122586_1411837288981874254_o.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-2466" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665288_10155810225122586_1411837288981874254_o-509x1024.jpg" alt="IEEE Spectrum Top Programming Language 2016" width="474" height="954" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665288_10155810225122586_1411837288981874254_o-509x1024.jpg 509w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665288_10155810225122586_1411837288981874254_o-149x300.jpg 149w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/02/16665288_10155810225122586_1411837288981874254_o.jpg 640w" sizes="auto, (max-width: 474px) 100vw, 474px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2466" class="wp-caption-text">IEEE Spectrum Top Programming Language 2016</figcaption></figure></p>
<p>จะเห็นว่า combination มันมี 3 ตัวแปร ซึ่งแปลว่ามันเยอะ</p>
<p>พอมันเยอะมันก็ต้องโฟกัส ไม่มีใครเก่งได้ทุกอย่าง โปรแกรมเมอร์เองก็ถือว่าเป็นบุคคลากรสับละเอียด แต่ล่ะคนเขาก็ชอบของเขา เขาก็โตมาแบบของเขา แต่เขาไม่ได้มาเก็งว่าทิศทางการพัฒนาทักษะของเขา มันสอดคล้องกับทิศทางของโจทย์หรือเปล่า</p>
<p>ยกตัวอย่าง บางคนเก่งภาษา C สำหรับสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบ enterprise application เพื่อใช้ในคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ เขาชำนาญด้านการสร้าง services, daemon, multi processing, multithreading และ tcp server socket</p>
<p>แต่ตอนนี้ภาษา php สำหรับงานด้าน web application ซึ่งก็ทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์เหมือนกัน กำลังได้รับความนิยม เขาจำเป็นจะต้องแบ่งเวลาพัฒนาตัวเองในย่อหน้าบน เพื่อมาพัฒนาในย่อหน้านี้แค่ไหน?</p>
<p>หรือเขาจะยังคงทิศทางการพัฒนา enterprise application เพื่อทำงานบนคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่บนดาต้าเซ็นเตอร์ต่อไป โดยเปลี่ยนจากภาษา C เป็นภาษา Python แทน?</p>
<p>จะเห็นว่าอันนี้ตัดสินใจไม่ได้ เพราะขึ้นกับทิศทางของโจทย์ ถ้าทางเดิมมันยังไปได้ไกล ก็เดินต่อไปได้ ส่วนทางใหม่ก็ให้ใคร ๆ เดินต่อไป แต่ถ้าทางเดิมมันเดินไปไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนมาเดินทางใหม่กับใคร ๆ เขา</p>
<p>เมืองไทยเราน่ะมีโปรแกรมเมอร์เยอะ เก่งด้วย เห็นมีเป็นพันคน แต่เขาสับละเอียดไง ดังนั้น เวลาจะบอกว่าขาดแคลนโปรแกรมเมอร์ ให้วนไปดู 3 ข้อข้างบน แล้วบอกมาว่า combination ไหนที่ขาดแคลน!!!</p>
<p>บางทีคนพอ แต่อาจกระจัดกระจาย ก็เอามารวมอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าไม่พอก็ค่อยมาคิดอ่านว่าจะสร้างเพิ่มกันขึ้นมาได้ยังไง</p>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2464/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัญหาการจัดหมู่คลาส Factorial เชิงสังคมศาสตร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2314</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2314#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Apr 2016 11:20:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Computation]]></category>
		<category><![CDATA[Management]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2314</guid>

					<description><![CDATA[ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์มันเก่งมากในการประมวลผลซอฟต์แวร์ แต่มันยังไม่ถึงจุดที่มันจะสร้างซอฟต์แวร์เองได้ ดังนั้น มนุษย์เลยยังคงต้องรับผิดชอบเป็นผู้สร้างซอฟต์แวร์อยู่ ในงานสร้างซอฟต์แวร์โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ มักจะต้องแบ่งงานกันทำ เพราะทำคนเดียวไม่ได้ มันเสร็จช้า และก็อาจจะไม่ประณีตในหลาย ๆ เรื่อง ดังนั้น แบ่งกันทำดีกว่า ปรกติแล้วการสร้างซอฟต์แวร์ถ้ามีคนพอ จะแบ่งงานออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คืองาน Management งาน Functional และงาน Technical ทีนี้เรามาสมมติว่าเราเป็นผู้อำนวยการสร้างกันดีกว่า]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์มันเก่งมากในการประมวลผลซอฟต์แวร์ แต่มันยังไม่ถึงจุดที่มันจะสร้างซอฟต์แวร์เองได้ ดังนั้น มนุษย์เลยยังคงต้องรับผิดชอบเป็นผู้สร้างซอฟต์แวร์อยู่</p>
<p>ในงานสร้างซอฟต์แวร์โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ มักจะต้องแบ่งงานกันทำ เพราะทำคนเดียวไม่ได้ มันเสร็จช้า และก็อาจจะไม่ประณีตในหลาย ๆ เรื่อง ดังนั้น แบ่งกันทำดีกว่า</p>
<p>ปรกติแล้วการสร้างซอฟต์แวร์ถ้ามีคนพอ จะแบ่งงานออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คืองาน Management งาน Functional และงาน Technical</p>
<p>ทีนี้เรามาสมมติว่าเราเป็นผู้อำนวยการสร้างกันดีกว่า โดยสมมติให้เราคิดคำนวณตัดสินใจแบบคอมพิวเตอร์ คือสมมติว่าเรามีโครงการสร้างซอฟต์แวร์อยู่โครงการนึง ตั้งงบประมาณไว้ที่ 2,100,000.00 บาท จุดประสงค์ของงบประมาณ คือเอามาจ่ายให้กับคนที่ทำงาน ซึ่งโครงการนี้ต้องการทำให้เสร็จภายใน 30 วัน โดยให้ใช้คนเพียง 3 คนแบ่งกันทำงานทุกวัน ตามตำแหน่ง Management, Functional และ Technical และแต่ล่ะคนทำงานได้เพียงหน้าที่เดียวเท่านั้นตลอดทั้งโครงการ</p>
<p>ในฐานะเราเป็นผู้อำนวยการสร้าง เราก็หวังว่าเราจะใช้คนให้เหมาะสมกับงาน เพื่อให้ได้ประสิทธิผลที่สูงสุด โดยพิจารณาจากคะแนนรวมของตำแหน่ง Management, Functional และ Technical ซึ่งคะแนนของแต่ล่ะตำแหน่ง ก็ได้จากคะแนนทักษะแต่ล่ะแบบของคนทำงานทั้ง 3 คนอีกทอดหนึ่ง</p>
<p>พอดีว่าคนทำงานที่มีให้เลือกมันน้อย ก็เลยมีให้เลือกมาแค่ 3 คนซึ่งมีอายุไล่เลี่ยกัน และแต่ล่ะคนก็มีทักษะ Management, Functional และ Technical แตกต่างกันไปตามภาพข้างล่างนี้ ดังนั้น ลองมาคิดดูกันดีกว่าว่า คนไหนควรจะทำตำแหน่งอะไร เพื่อให้ผลรวมของคะแนนในการคัดเลือกมีมากที่สุด ซึ่งผลรวมมากสุดที่เป็นไปได้ คือ  30 คะแนน</p>
<p>และที่สำคัญ คนไหนที่ได้ทำตำแหน่ง Management เราจะให้เป็นหัวหน้าผู้ควบคุมโครงการในครั้งนี้</p>
<p><figure id="attachment_2315" aria-describedby="caption-attachment-2315" style="width: 1010px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/04/skill_score.png" rel="attachment wp-att-2315"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2315" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/04/skill_score.png" alt="คะแนนทักษะ" width="1010" height="577" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/04/skill_score.png 1010w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/04/skill_score-300x171.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/04/skill_score-768x439.png 768w" sizes="auto, (max-width: 1010px) 100vw, 1010px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2315" class="wp-caption-text">คะแนนทักษะ</figcaption></figure></p>
<p>จากภาพจะเห็นว่านาย กอ มีทักษะแยกประเภทและทักษะโดยรวมมากกว่า นาย ขอ และ นาย คอ!!!</p>
<p>จะเห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการคำนวณซึ่งอยู่ในคลาส Factorial คือถ้าเราจะเลือกคนมาทำ Management ก็จะมีตัวเลือก 3 คน พอต้องมาเลือกคนทำ Functional ก็จะเหลือตัวเลือกแค่ 2 คน เพราะเลือก Management ไปแล้วคนนึง และสุดท้ายก็จะเหลือคนมาทำ Technical แค่คนเดียว เพราะอีก 2 คนถูกเลือกให้ทำ Management กับ Functional ไปแล้ว</p>
<p>ดังนั้น ถ้าเราจะต้องหาว่าผลรวมไหนดีที่สุด เราก็ต้องคำนวณหาในทุกกรณี ซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการคำนวณเท่ากับ 3 x 2 x 1 = 3! = 6 รูปแบบนั่นเอง</p>
<p>และเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เรามาค่อย ๆ คำนวณกันดีกว่า ค่อย ๆ ทำทีล่ะกรณี เพราะโจทย์นี้มันง่าย ทำแค่ 6 ครั้งก็ได้คำตอบ แต่ถ้าให้ทำมากกว่านี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน ตามภาพด้านล่างนี้</p>
<p><figure id="attachment_2321" aria-describedby="caption-attachment-2321" style="width: 950px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/04/skill_matrix.png" rel="attachment wp-att-2321"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2321" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/04/skill_matrix.png" alt="Skill Matrix" width="950" height="620" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/04/skill_matrix.png 950w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/04/skill_matrix-300x196.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/04/skill_matrix-768x501.png 768w" sizes="auto, (max-width: 950px) 100vw, 950px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2321" class="wp-caption-text">Skill Matrix</figcaption></figure></p>
<p>จากภาพข้างบนจะเห็นว่า การจัดหมู่ที่ดีที่สุดสำหรับโจทย์นี้คือ การให้นาย ขอ เป็นหัวหน้าทำตำแหน่ง Management ให้นาย คอ ทำตำแหน่ง Functional และนาย กอ ทำตำแหน่ง Technical เหตุผลเพราะการจัดหมู่รูปแบบนี้ ให้ผลคะแนนที่ดีที่สุดคือ 20 คะแนน</p>
<p>โดยปรกติแล้วตามราคาตลาด ผลตอบแทนของ Management จะต้องคูณ 2.3 เท่า ส่วนของ Functional จะต้องคูณ 1.2 เท่า และของ Technical ไม่คูณอะไรเลย</p>
<p>ดังนั้น ถ้าให้ค่าตอบแทนวันล่ะ 15,000 บาท ด้วยการจัดหมู่แบบนี้นาย ขอ จะได้ค่าตอบแทนวันล่ะ 15,000 x 2.3 บาท ส่วนนาย คอ จะได้ค่าตอบแทนวันล่ะ 15,000 x  1.2 บาทและส่วนนาย กอ จะได้ค่าตอบแทนวันล่ะ 15,000 บาท</p>
<p>ถ้าเราไม่มองด้วยทฤษฎีเกม ซึ่งว่าตามจริงแล้วโจทย์นี้ก็คำนวณแบบทฤษฎีเกม คือ คำตอบไหนให้ผลตอบแทนมากที่สุดก็เลือกคำตอบนั้น และเราก็กำลังคำนวณโดยการสวมบทบาทเป็นคอมพิวเตอร์ เราจะพบว่าในฐานะผู้อำนวยการสร้าง ดูเหมือนเราจะไม่ค่อยยุติธรรมกับนาย กอ ซักเท่าไหร่ เพราะจริง ๆ แล้วนาย กอ เก่งกว่าใคร ๆ แต่เรากลับให้นาย กอ เป็นลูกน้องคนที่เก่งน้อยกว่า แถมให้นาย กอ ได้ค่าตอบแทนน้อยกว่าใคร ๆ อีก</p>
<p>ครับ โลกมันเป็นแบบนี้แหล่ะ เพราะในฐานะผู้อำนวยการสร้าง เราต้องสนใจเป้าหมายเป็นหลัก การจัดทีมแบบไหน จัดหมู่แบบใด แล้วมันให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เราก็ต้องเลือกแบบนั้น ดังนั้น ปัญหาที่แก้ได้โดยวิธีการคำนวณทางคอมพิวเตอร์ มันก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาทางสังคมศาสตร์ขึ้นมาแทนก็เป็นได้</p>
<p>สำหรับโจทย์นี้ถ้าเราจะแก้ปัญหาทางสังคมศาสตร์ เราอาจจะต้องใส่ประจุเพิ่มให้กับคนที่มีทักษะ Management และ Functional เพื่อให้เวลาคำนวณในทางคอมพิวเตอร์ จะได้มีน้ำหนักเหมาะสมมากขึ้น แต่ในบางครั้งการทำแบบนั้นอาจจะไม่ถูก เพราะมันขึ้นกับงานในแต่ล่ะโครงการ บางโครงการจุดสำคัญก็อาจจะอยู่ตรงตำแหน่ง Technical ดังนั้น การเปลี่ยนเป็นให้ค่าตอบแทนกับตำแหน่ง Technical โดยการคูณค่าตอบแทน 2.3 เท่า แล้วไปลดตัวคูณค่าตอบแทนในตำแหน่งอื่นน่าจะเหมาะสมกว่า</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2314/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทักษะสำคัญ 5 ประการในวิชาชีพคอมพิวเตอร์ (หรือวิชาชีพอื่น ๆ)</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2243</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2243#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Nov 2015 15:08:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[Programming]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาชีพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2243</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อ 17 ปีก่อน ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ผมเขียนจะสะอาด มีการกำกับหมายเหตุ มีการกำกับเลขรุ่น เขียนตามหลักการเชิงวัตถุ ถูกเขียนขึ้นเพื่อตอบสนองความซับซ้อนของโจทย์ปัญหาให้ได้ประสิทธิผล ตอนนั้นผมสงสัย ผมสงสัยว่าทำไมผมจึงไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ในขณะที่พี่อีกคนนึงซึ่งด้อยในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากกว่าผม กลับก้าวหน้ากว่ามาก หนำซ้ำยังได้รับความเชื่อถือจากผู้บริหารระดับเบื้องบนอีกต่างหาก ภายหลังผมจึงเข้าใจ การออกไปผจญโลกภายนอกในวิชาชีพคอมพิวเตอร์ (หรือวิชาชีพอื่น ๆ) มันต้องมีทักษะสำคัญ 5 ประการ คือ 1. ความรู้ทางทฤษฎี เช่น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อ 17 ปีก่อน ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ผมเขียนจะสะอาด มีการกำกับหมายเหตุ มีการกำกับเลขรุ่น เขียนตามหลักการเชิงวัตถุ ถูกเขียนขึ้นเพื่อตอบสนองความซับซ้อนของโจทย์ปัญหาให้ได้ประสิทธิผล</p>
<p>ตอนนั้นผมสงสัย ผมสงสัยว่าทำไมผมจึงไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ในขณะที่พี่อีกคนนึงซึ่งด้อยในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากกว่าผม กลับก้าวหน้ากว่ามาก หนำซ้ำยังได้รับความเชื่อถือจากผู้บริหารระดับเบื้องบนอีกต่างหาก</p>
<p>ภายหลังผมจึงเข้าใจ</p>
<p>การออกไปผจญโลกภายนอกในวิชาชีพคอมพิวเตอร์ (หรือวิชาชีพอื่น ๆ) มันต้องมีทักษะสำคัญ 5 ประการ คือ</p>
<p>1. ความรู้ทางทฤษฎี เช่น ความรู้ในทฤษฎีคอมพิวเตอร์ ความรู้ในผลิตภัณฑ์หรือบริการทางคอมพิวเตอร์ ความรู้ในกระบวนการทางคอมพิวเตอร์</p>
<p>2. ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติ เช่น ทักษะการเขียนโปรแกรม ทักษะการเขียนเอกสารวิเคราะห์ระบบ ทักษะการสร้างเอกสารเพื่อบรรยาย ทักษะการบรรยายนำเสนอ ทักษะการใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการทางคอมพิวเตอร์</p>
<p>3. ความมีเสน่ห์ คือ มีบุคลิกภาพดึงดูดผู้คนให้เข้าหา หน้าตาอิ่มเอมไม่เศร้าหมอง พูดจาดีน่าเชื่อถือ น้ำเสียงไม่ขู่กรรโชก วาจาไม่ก้าวร้าว ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่ชักสีหน้า รู้จักรักษาน้ำใจคน</p>
<p>4. ความเป็นผู้นำ คือ กล้าแสดงตัว กล้าอาสา กล้าออกรับแทนคนอื่น รู้จังหวะการเป็นผู้นำและผู้ตาม กล้าคิดกล้าตัดสินใจอย่างมีสติ เป็นที่พึ่งพาของผู้อื่น</p>
<p>5. การบริหารการเมือง คือ รู้จักจัดสรรผลประโยชน์ เพื่อแบ่งให้ตัวเองและผู้อื่น รู้จักการเข้าหาผู้คน รู้จักการประนีประนอม รู้จักใช้ทฤษฎีเกม รู้จักวิธีการพึ่งพาผู้อื่นอย่างเหมาะสม รู้จักการอ่านใจคนและอ่านพฤติกรรมคน</p>
<p>ผมมีข้อ 2 แค่ข้อเดียว ส่วนข้ออื่นด้อยหมด</p>
<p>ในขณะที่พี่คนนั้นเขาด้อยในข้อ 2 แต่มีดีในข้อที่เหลือทั้ง 4 ข้อ</p>
<p>มันก็เป็นดังนี้แล &#8230;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2243/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
