<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Face Detection &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/tag/face-detection/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Fri, 28 Dec 2018 07:04:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>เบื้องหลัง Face Detection</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2689</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2689#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Dec 2018 05:46:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Computer Vision]]></category>
		<category><![CDATA[Face Detection]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2689</guid>

					<description><![CDATA[หลายสัปดาห์ก่อนผมได้มีโอก]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลายสัปดาห์ก่อนผมได้มีโอกาสชมวีดีโอสาธิตระบบ Face Detection ของบริษัทจีนเจ้าหนึ่ง ทางผู้แทนจำหน่ายเล่าว่ามันถูกใช้จริงแล้วที่ด่านผ่านแดนระหว่างฮ่องกงกับจีน โดยหลักการทำงานคือ กล้องวงจรปิดความละเอียดสูง จะถูกติดตั้งเอาไว้ตรงด่านผ่านแดน ในตำแหน่งที่ถ่ายติดหน้าของทุกคนที่เดินผ่าน จากนั้นภาพเคลื่อนไหวจากกล้อง ก็จะถูกส่งไปให้เครื่องจักรแยกภาพทีล่ะภาพ เพื่อวิเคราะห์ใบหน้าต่อไป</p>



<p>ทีนี้โดยความสามารถหลัก ๆ ของมันก็คือ มันจะจดจำใบหน้าของทุกคนที่ผ่านด่าน มันไม่รู้ว่าเจ้าของใบหน้าที่มันจำได้ชื่ออะไรบ้าง แต่มันจะรู้จักจับสังเกตรูปแบบแปลก ๆ ได้ เช่น ถ้าในแต่ล่ะวันเจอหน้าใครซ้ำ ๆ มันก็จะเอ๊ะ จะเตือนขึ้นมาว่าแปลกแล้วนะ หรือ ถ้ามันเจอความสัมพันธ์แปลก ๆ เช่น ทุกครั้งที่เจอหน้านี้ ก็มักจะเจอหน้านี้อยู่ในรูปด้วย ถึงแม้จะเดินห่างกัน ทำเหมือนไม่รู้จักกัน มันก็จะเอ๊ะ แล้วก็เตือนเหมือนกัน</p>



<p>ผู้แทนจำหน่ายสรุปตอนท้ายว่า เพราะระบบมันเอ๊ะได้แบบนี้แหล่ะ เลยจับได้ว่า หลายคนที่ผ่านด่านวันนึงหลายรอบ แถมทุกครั้งที่ผ่านด่าน ยังผ่านด้วยกันมาเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มนั้น จริง ๆ แล้วเป็นแก๊งรับจ้างหิ้วสินค้าผ่านด่านเพื่อหนีภาษีนั่นเอง</p>



<p>หลายวันต่อมาผมมีเวลาว่างเลยมาทบทวนจากเรื่องนี้ สิ่งที่ทบทวนคือถ้าผมจะทำระบบแบบนี้ขึ้นมาบ้าง หลักคิดในการทำจะเป็นยังไง และจะใช้เครื่องมือหรือทฤษฎีอะไรทำขึ้นมา โดยความคิดทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานความรู้และความเข้าใจของตัวผมเอง</p>



<p>ซึ่งผมว่าขั้นตอนน่าจะเป็นประมาณนี้</p>



<p>1)  แยกหน้าคนออกจากภาพ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยทฤษฎี Haar Cascades และใช้ Library OpenCV สำหรับทำเรื่องนี้ เพราะมีคำสั่งและข้อมูลหน้าคนที่่ผ่านการฝึกฝนเรียบร้อยแล้ว</p>



<p>2)  สกัดคุณลักษณะเด่นออกจากขอบเขตใบหน้า (ซึ่งมันมีหลายทฤษฎี ผมเองยังไม่ชำนาญเรื่องนี้ ต้องไปค้นดูก่อน) แล้วก็นำคุณลักษณะเด่นไปเทียบในฐานข้อมูลว่าเคยมีมาก่อนมั้ย (ซึ่งอาจจะใช้ทฤษฎี Dynamic Time Wrapping หรือทฤษฎีอื่นเป็นตัวเปรียบเทียบ) ถ้าเทียบแล้วไม่เจอก็เพิ่มคุณลักษณะเด่นของหน้าคน ๆ นั้นในฐานข้อมูล พร้อมทั้งระบุหมายเลขไอดีกำกับ</p>



<p>3)  เมื่อได้หมายเลขไอดีมาแล้ว ก็บันทึกไอดีของเจ้าของใบหน้า พร้อมกับวันที่และเวลาที่เห็นใบหน้า ลงในฐานข้อมูล</p>



<p>4)  ดังนั้นในฐานข้อมูลจะมีข้อมูล 2 ส่วน ส่วนแรกเก็บคุณลักษณะเด่นของใบหน้ากับหมายเลขไอดี ส่วนที่สองเก็บประวัติการปรากฎตัวของไอดีตามวันเวลา ซึ่งฐานข้อมูลที่เลือกใช้ควรเป็นแบบ NoSQL น่าจะเหมาะกว่า และคิดว่า Graph Database น่าจะเหมาะสำหรับงานนี้ (คิดเองล้วน ๆ ยังไม่ได้พิสูจน์) เพราะต้องการค้นให้ได้เร็ว ๆ</p>



<p>5)  นำประวัติการปรากฎตัวของไอดีในฐานข้อมูลส่วนที่สองในแต่ล่ะช่วงเวลา มาหา Frequent Itemset ตามหลักการของ Data Mining ด้วยขั้นตอนวิธี Association rule learning เพื่อจะได้พบความสัมพันธ์ที่น่าสนใจจากใบหน้าคนที่เกี่ยวข้องกัน</p>



<p>หลังจากคิดเรื่องขั้นตอนวิธีได้แล้ว ถัดมาที่ผมเลือกคิดคือถ้าไม่ทำเอง แต่จัดซื้อจัดหามาใช้แทน แล้วเรื่องของงบประมาณมันจะเป็นยังไง ซึ่งผมก็คิดว่างบประมาณเพื่อให้มีระบบแบบนี้ น่าจะแบ่งออกเป็นสี่ส่วน คือ</p>



<ol class="wp-block-list"><li>ส่วนการพัฒนาซอฟต์แวร์ ตามขั้นตอนที่ผมประเมินเองข้างต้น</li><li>ส่วนการจัดหาฮาร์ดแวร์ เพื่อให้ซอฟต์แวร์มีพื้นที่ทำงาน</li><li>ส่วนการใช้งานระบบ ให้ฮาร์ดแวร์สามารถทำงานได้</li><li>ส่วนการซ่อมบำรุง ให้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ยังคงมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ</li></ol>



<p>โดยงบประมาณข้อที่ 1 และ 2 เป็นงบประมาณที่แพงที่สุด ราคารวม ๆ กันแล้วเป็นล้าน ๆ บาท ทำไมผมรู้ เพราะผมเคยเห็นใบเสนอราคามาแล้ว</p>



<p>สรุปแล้ว สำหรับงาน Face Dectection ตั้งแต่การสร้างจนถึงซ่อมบำรุง ล้วนมีความยากและความแพงตลอดเส้นทาง ยิ่งมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และพร้อมใช้งานเท่าไหร่ ก็ยิ่งแพงมากขึ้นเท่านั้น</p>



<p>ดังนั้น ใครที่คิดว่าระบบ Face Detection ราคาถูก ต้องคิดใหม่นะ เพราะผู้แทนจำหน่ายเขายินดีจะลดราคาค่าซอฟต์แวร์ให้ ถ้าเรายอมซื้อฮาร์ดแวร์เขาเยอะ ๆ น่ะ เพราะระบบพวกนี้มันไม่ได้ใช้เพื่อประมวลผลกล้องวงจรปิดแค่ตัวเดียว มันต้องถูกออกแบบมาเพื่อประมวลผลกล้องวงจรปิดได้เป็นร้อย ๆ ตัวพร้อม ๆ กัน ถึงจะคุ้มกับที่สร้างขึ้นมา</p>



<p>ใครซื้อไปใช้กับกล้องวงจรปิดตัวเดียว ก็ต้องเจอราคาขั้นต่ำสำหรับใช้กับกล้องวงจรปิดหลายสิบตัวขึ้นไปอยู่ดี ดังนั้น สำหรับงาน Face Detection เมื่อจะจัดหาแล้ว ก็ต้องคิดใหญ่ไม่คิดเล็กล่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2689/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
