<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิธีหาเงิน &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 Oct 2017 16:15:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>วิธีหาเงินในวงการคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2208</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2208#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2015 16:22:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Review]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีหาเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2208</guid>

					<description><![CDATA[ผมคิดว่าทุกคนที่เรียนมาทา]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมคิดว่าทุกคนที่เรียนมาทางคอมพิวเตอร์ล้วนมีความฝันครับ คือฝันว่าจะสามารถหาเงินจากความชำนาญทางคอมพิวเตอร์ของตัวเองได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง</p>
<p>การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วได้เงิน แล้วเงินที่ได้ทำให้อยู่รอดได้ ทำให้มั่นคั่งได้ มันเป็นสิ่งดี</p>
<p>เมืองไทยเราจะก้าวหน้าในทางคอมพิวเตอร์ได้ ก็ขึ้นอยู่กับหนทางในการทำกินของเหล่าบรรดาคนในวงการคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย ถ้าพวกเขาอยู่รอดได้ มั่งคั่งได้ พวกเขาก็จะต่อยอดให้วงการคอมพิวเตอร์ของเมืองไทยเรา สร้างพัฒนาการที่ดี ๆ และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ผมเลยคิดว่าเป็นการดี ถ้าผมจะนำเอาสิ่งที่ผมรู้มาเรียบเรียง ถ่ายทอดให้พวกเราเห็นว่า วิธีการหาเงินในวงการคอมพิวเตอร์มีกี่วิธี แล้วแต่ล่ะวิธีมันต้องใช้ความชำนาญอะไรบ้าง อันนี้อินเนอร์ล้วน ๆ บวกประสบการณ์ บวกการได้รู้ ได้เห็น ได้ฟัง ได้อ่าน และบวกกับการพูดคุยกับคนในวงการ จนตกผลึกออกมาเป็นบทเรียบเรียงวิธีเหล่านี้</p>
<p>โดยผมจะแบ่งวิธีหาเงินออกเป็น 2 กลุ่มนะครับคือกลุ่มรับจ้างและกลุ่มลงทุน</p>
<p><span style="color: #808000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">กลุ่มรับจ้าง</span>  จ้างถึงทำ ไม่จ้างก็ไม่ทำ</strong></span></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">1)  รับจ้างเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์</span></strong></p>
<p>ทุกวันนี้มันมีงานเฉพาะเรื่องหลายงาน ที่โปรแกรมสำเร็จรูปไม่สามารถตอบสนองได้ทั้งหมด หรือตอบสนองได้เพียงบางส่วน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปตัวใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา หรือไม่ก็ต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์บางส่วนขึ้นมา เพื่อเสริมให้การทำงานของโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีอยู่ เป็นไปตามความต้องการอย่างครบถ้วน</p>
<p>บางครั้งการรับจ้างเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโปรแกรมสำเร็จรูป แต่เกี่ยวกับว่านักเรียนนักศึกษาอยากจบการศึกษา เลยต้องมาจ้างให้เขียนให้ แบบนี้ก็มี</p>
<p>จริง ๆ ตลาดตรงนี้กว้าง แพลตฟอร์มก็หลากหลาย อาจเป็นโปรแกรมที่ทำงานบนพีซี เซิฟเวอร์ เราเตอร์ เว็บไซต์ สมาร์ทโฟน ไมโครคอนโทลเลอร์ อาจจะทำงานแบบเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง มีความจุกจิกมากน้อยขึ้นกับผู้จ้างแต่ล่ะรายซึ่งมีความต้องการแตกต่างกันไป</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>ในการหาเงินทางนี้คือ ทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่งซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในตลาด ต้องชำนาญจริง ไม่ไก่กา ยิ่งชำนาญคุณภาพงานยิ่งดี มีประสิทธิภาพ ได้ประสิทธิผล สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า คู่ควรแก่การสรรเสริญบอกต่อ มีชื่อเสียงในวงการ ซึ่งเราก็คงเห็นแล้วว่าหลายคนในวงการคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อเสียงของไทย ก็ล้วนมากันทางนี้ แต่ไม่บอกว่าเป็นใครกันบ้างนะ ไปหาดูกันเอาเอง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2)  รับจ้างติดตั้งปรับแต่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์</strong></span></p>
<p>โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างโดยบริษัทเอกชนชั้นนำของโลก หรือถูกสร้างโดยชุมชนขนาดใหญ่ มีหลายตัวที่ได้รับความนิยม ถูกใช้งานเฉพาะด้านอย่างกว้างขวาง มีความทันสมัย และความซับซ้อน มีขั้นตอนการติดตั้งที่อาจยาก อาจเยอะ รวมทั้งต้องปรับแต่งค่าอย่างเป็นลำดับขั้นตอนมากมาย เพื่อให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งาน <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">โดยอาจไม่จำเป็น</span>ต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมเลย</p>
<p>ความซับซ้อนและความเยอะเหล่านี้ เป็นอุปสรรคขัดขวางให้คนทั่วไปไม่สามารถทำอะไรได้ และก็จะมีคนจำนวนหนึ่งที่อดทนพยายามฝึกฝน ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งจนชำนาญ และผ่านความซับซ้อน ความเยอะ จนกลายเป็นผู้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการติดตั้งปรับแต่ง ตัวอย่างของงานเหล่านี้ก็มีมากมาย ได้แก่</p>
<ul>
<li>การปรับแต่งระบบปฏิบัติการ เช่น Linux, MS Windows Server, Android หรือ iOS</li>
<li>การปรับแต่งเว็บไซต์ เช่น Drupal, Joomla, WordPress, Wiki, osCommerce หรือ Prestashop</li>
<li>การปรับแต่งโปรแกรม ERP/BI/BPS เช่น SAP หรือ Oracle Financial</li>
<li>การปรับแต่งบริการ Cloud Computing เช่น Amazon Web Services</li>
<li>การปรับแต่งฐานข้อมูล เช่น Oracle, SQL Server หรือ MySQL</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>ในการหาเงินทางนี้คือ ทักษะความเข้าใจในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวนั้น ๆ ยิ่งเข้าใจมาก ยิ่งติดตามอย่างต่อเนื่อง ก็จะยิ่งพัฒนาตัวเองไปได้เรื่อย ๆ ไม่ตกยุค ไม่ตกข่าว มีความระวังตัว เปลี่ยนตัวเองได้หากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวนั้น ๆ มันเริ่มจะไม่โอเคแล้ว ซึ่งในวงการคอมพิวเตอร์ของเมืองไทยเรา ก็มีหลายคนที่มีชื่อเสียงมาจากการเป็นนักติดตั้งปรับแต่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวยง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2209" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/money-18554_640.jpg" alt="money-18554_640" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/money-18554_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/money-18554_640-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3)  รับจ้างติดตั้งปรับแต่งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน</strong></span></p>
<p>อุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่ว่าก็ได้แก่ เซิฟเวอร์ พีซี เครื่องพิมพ์ เครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด เครื่องสแกนเนอร์ เครือข่ายมีสาย เครือข่ายไร้สาย เราเตอร์ เอดีเอสแอลโมเด็ม ไมโครคอนโทรเลอร์ ห้องดาต้าเซ็นเตอร์ กับอีกหลาย ๆ อย่างเป็นพะเรอเกวียนที่ผมไม่รู้จัก</p>
<p>งานแบบนี้ถือเป็นสายแข็ง เพราะยุ่งแต่กับของแข็ง ๆ ที่จับต้องได้ อีกทั้งยังต้องยุ่งกับของนิ่ม ๆ ที่จับต้องไม่ได้อย่างเช่น การกำหนดค่าให้อุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้มันทำงานได้อย่างที่มันควรจะเป็น</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>สำหรับหาเงินทางนี้คือการต้องเข้าใจในสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง การต้องรู้จักความเข้ากันได้ของระบบปฏิบัติการ สถาปัตยกรรม และ ไดร์เวอร์ การต้องรู้จักการใช้งานชุดเครื่องมือสำหรับตรวจสอบและปรับแต่ง การต้องรู้จักวิธีการปรับแต่งที่เป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ</p>
<p>นอกจากนี้ ผมยังเคยเห็นสองสามครั้งที่การติดตั้งปรับแต่งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน จำเป็นต้องใช้ทักษะทางโหราศาสตร์และพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เข้ามาช่วยด้วย คือต้องเซ่นสรวงบริกรรมด้วยดอกไม้ ธูปเทียน น้ำแดง พวงมาลัย อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาปกปักรักษา ขอให้อุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่จัดตั้งปรับแต่งสามารถใช้งานได้โดยไม่สะดุดติดขัดอะไร</p>
<p>จริง ๆ มันไม่ใช่อะไร บางทีกระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า กำลังไฟฟ้า ก็มีผลกับอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน มาแบบติด ๆ ดับ ๆ ก็ทำให้ระบบมีปัญหาได้เหมือนกัน ดังนั้น คนที่รับจ้างทำงานนี้ ก็ควรจะมีความรู้ในทางไฟฟ้าไว้หน่อยก็ดีครับ</p>
<p>ผมเห็นมีอยู่สองคนที่มีชื่อเสียงในวงการคอมพิวเตอร์ไทย ที่เติบโตมาในสายงานนี้ ก็ลองไปหาดูครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4)  รับจ้างเป็นที่ปรึกษา</strong></span></p>
<p>ยังมีหน่วยงานมากมายทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนครับ ที่ยังมีอะไรหลาย ๆ อย่างในเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ไม่เข้าที่เข้าทางอยู่ ดังนั้น ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญในทางทฤษฎีและในทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ จึงค่อนข้างเป็นที่ต้องการ</p>
<p>งานที่ปรึกษาก็มีหลายระดับครับ ตั้งแต่ให้คำปรึกษาเฉย ๆ หรือให้คำปรึกษาไปด้วย ไปสร้างแนวทางให้ลูกค้าดูด้วย หรือแม้กระทั่งให้คำปรึกษาไปด้วย แล้วก็ลงไปร่วมปฏิบัติกับลูกค้าด้วย</p>
<p>ส่วนใหญ่ที่ผมเคยเห็น ที่ปรึกษามักจะมาช่วยสร้างกระบวนการ เอากระบวนการมาจับกับวิธีปฏิบัติงาน เพราะวิธีปฏิบัติงานดีอยู่แล้ว เพียงแต่ขาดกระบวนการที่ครบถ้วน</p>
<p>การเป็นที่ปรึกษาต้องแม่นครับ ต้องรู้จริง ต้องอดทนต่อการถูกลองเชิงอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นสติสตังต้องดีนิดนึง เพราะความน่าเชื่อถือของที่ปรึกษาอยู่ที่ความรู้และภาพลักษณ์</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่ต้องมี</span>ของที่ปรึกษาจึงเป็นความชำนาญในเรื่องที่ตนเองให้คำปรึกษา บวกกับความชำนาญในกระบวนการหรือมาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับในโลกใบนี้ เช่น อาจจะต้องรู้ CMMI, ISO, COBIT หรือ ITIL นอกจากนี้ ต้องบอกก่อนเลยว่าผมไม่เคยเจอที่ปรึกษาด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพราะมันไม่มี มันไม่มีใครเขาหาเงินจากการเป็นที่ปรึกษาในแบบที่ว่า จะมีก็แต่การเป็นที่ปรึกษาทางด้านกระบวนการจัดการงานคอมพิวเตอร์ หรือ ที่ปรึกษาทางด้านการปรับแต่งติดตั้งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน หรือ ที่ปรึกษาทางความมั่นคงสารสนเทศ เป็นต้น</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-17610_640.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2213" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-17610_640.jpg" alt="business-17610_640" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-17610_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-17610_640-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5)  รับจ้างทำวิจัย ร่วมทำวิจัย</strong></span></p>
<p>ปรกติแล้วการทำวิจัยจะมีการให้ทุนวิจัยครับ อาจจะให้โดยหน่วยงานการศึกษา ให้โดยหน่วยงานภาครัฐที่สนับสนุนด้านการวิจัย ให้โดยบริษัทเอกชนที่หวังผลต่อยอดทางความรู้ในเชิงพาณิชย์ หรือให้โดยต่างชาติ</p>
<p>คนในภาคการศึกษามักจะผูกขาดกลาย ๆ สำหรับการรับจ้างทำวิจัยครับ เพราะการเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอทุนวิจัย จำเป็นที่จะต้องมีวุฒิการศึกษาและผลงานวิจัยในอดีตเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีใครจะให้ทุนวิจัยเป็นแสนเป็นล้านกันง่าย ๆ ถ้าวุฒิไม่ใช่และไม่เคยทำอะไรเจ๋ง ๆ มาก่อน มันต้องมีการทำเอกสารส่ง ต้องมีการพูดคุยสัมภาษณ์ มันไม่ใช่ง่าย</p>
<p>เคยได้ยินมาว่า เวลาครึ่งนึงในการทำวิจัย คือเวลาที่ใช้ไปกับการยื่นขอทุน</p>
<p>งานวิจัยที่มักจะมีการให้ทุน ก็มักจะเป็นงานวิจัยเพื่อสร้างต้นแบบเป็นหลัก และงานวิจัยเพื่อนำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นรอง (อ่านเพิ่มเติม <a href="https://www.parinya.net/node/2022">ระดับของงานวิจัย</a>) ดังนั้น คนที่จะไปขอทุนทำวิจัยก็จะต้องมี &#8220;ของ&#8221; อยู่ก่อนแล้ว</p>
<p>เวลารับเงินวิจัยมาแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ในงานวิจัยทั้งหมดหรอกครับ ใช้จริง ๆ ไม่เยอะหรอก ที่เหลือก็เอามาเป็นค่าตอบแทนให้คนทำวิจัย มากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่การจัดสรร ขอทุนวิจัยบ่อย ๆ ก็มั่งคั่งได้เหมือนกัน</p>
<p>ทีนี้คนที่ไม่มีวุฒิการศึกษาดี ๆ ไม่ได้มีผลงานตีพิมพ์มาก่อน จะไปหาเงินจากการทำวิจัยได้ยังไง ยังพอทำได้ครับ เพราะเงินมันหมุนไป คนทำวิจัยเขาก็ไม่อยากออกแรงวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเองหรอกครับ เขาก็จะแบ่งงานมาให้ทำ แบ่งเงินมาให้ใช้ แล้วพอทำให้เสร็จแล้ว เขาก็จะเอาข้อมูลสรุปที่ได้ ไปตีความเองต่อไป แต่การไปรับช่วงงานวิจัยมา มันก็ต้องมีเครือข่ายเหมือนกัน ต้องรู้จักคนในวงการศึกษา มันต้องมีเส้นสายนิดนึง</p>
<p>สำหรับ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>สำหรับคนหาเงินจากการทำวิจัยก็คือ การเป็นผู้มีความเป็นเลิศในทางทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ การชำนาญในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือการเป็นผู้เข้าใจในสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ร่วมกับวงจรไฟฟ้าครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>6)  รับจ้างวิเคราะห์ข้อมูล</strong></span></p>
<p>การวิเคราะห์ข้อมูลสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบใหญ่ ๆ แบบแรกคือการวิเคราะห์เพื่อสกัดสารสนเทศจากข้อมูล และแบบสองคือการวิเคราะห์เพื่อสกัดความรู้จากข้อมูล</p>
<p><span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">แบบแรก</span> การวิเคราะห์เพื่อสกัดสารสนเทศจากข้อมูล</span></p>
<p>สำหรับการหาเงินวิธีนี้ มันมีความซ้อนทับบางส่วนกับวิธีรับจ้างทำงานวิจัย  แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด เพราะการทำวิจัยมันอาจไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลอาจไม่เกี่ยวกับการทำวิจัยก็ได้</p>
<p>ส่วนใหญ่การวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้โมเดลทางสถิติเข้าช่วย ดังนั้น งานแบบนี้จึงเป็นของถนัดของคนในสายคณิตศาสตร์เชิงคอมพิวเตอร์ หรือสายสถิติศาสตร์ ดังนั้น <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่ต้องมี</span>สำหรับการหาเงินวิธีนี้คือทฤษฎีทางสถิติวิเคราะห์ และ ความรู้ในการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ เช่น SPSS เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">แบบสอง</span> การวิเคราะห์เพื่อสกัดความรู้จากข้อมูล</span></p>
<p>หลังจากที่พื้นที่เก็บข้อมูลมีความจุมากขึ้น ขนาดเล็กลง ราคาถูกลง มันก็เลยทำให้ใคร ๆ เป็นเหมือนกัน คือเก็บข้อมูลเข้าไปเรื่อย ๆ โดยไม่ลบออก ทีนี้พอข้อมูลมันมีมาก ๆ เข้า มันก็น่าจะใช้ประโยชน์ได้ เอามาสกัดความรู้ออกมาได้ ซึ่งเป็นที่มาของทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Knowledge Discovery and Data Mining หรือ KDD</p>
<p>ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐและบริษัทเอกชนมากมาย ที่มีข้อมูลเก็บอยู่อย่างมหาศาล และอยากจะสกัดความรู้ออกมาจากข้อมูลเหล่านั้น เพื่อเอามาสร้างประโยชน์ในเชิงวิธีการปฏิบัติงานหรือเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต</p>
<p>สมัยก่อนผมเคยอ่านเจอว่า พอล อัลเลน ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟต์ ได้ออกมาทำธุรกิจรับจ้างคุ้ยไฟล์ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม แต่ภายหลังผมเพิ่งจะเข้าใจว่าเขาน่าจะทำธุรกิจรับจ้างวิเคราะห์ข้อมูล และทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ที่ใช้ก็คงจะเป็น KDD</p>
<p>สำหรับ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่ต้องมี</span>สำหรับหาเงินทางนี้ก็คือ การเข้าใจในทฤษฎีคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Data Mining และการรู้จักใช้เครื่องมือสำหรับงานทางด้าน Data Mining เช่น Weka หรือ RapidMiner หรือยากหน่อยก็เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษา R เป็นต้น</p>
<p>ปรกติแล้ว การรับจ้างวิเคราะห์ข้อมูลให้หน่วยงานภาครัฐหรือบริษัทเอกชน จะต้องเซ็นสัญญาไม่เปิดเผยความลับก่อนครับ ดังนั้น วิธีหาเงินแบบนี้จึงค่อนข้างเงียบเชียบไม่ค่อยมีการกระโตกกระตากเท่าไหร่ ไม่งั้นความลับมันจะไม่เป็นความลับ</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/graph-163509_640.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2221" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/graph-163509_640.jpg" alt="graph-163509_640" width="640" height="360" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/graph-163509_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/graph-163509_640-300x169.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>7)  รับจ้างตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์</strong></span></p>
<p>หน่วยงานภาครัฐหรือบริษัทเอกชน ถ้าเริ่มมีขนาดใหญ่โตขึ้น ก็จะอืดอาด ยืดยาด ไร้ประสิทธิภาพ ขาดประสิทธิผล มีช่องโหว่กระจายอยู่ทั่วไปหมด ซึ่งนอกจากจะทำให้ขาดความสามารถในการแข่งขันแล้ว เผลอ ๆ จะทำให้เกิดการขาดทุนเสียประโยชน์จากการยักยอกด้วย!!!</p>
<p>ดังนั้น หากผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ มองว่าหากเอาคนภายในมาตรวจสอบก็คงจะฮั้วกัน จะดีกว่ามั้ยถ้าจะไปจ้างคนดีมีฝีมือจากภายนอก ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบให้ ซึ่งสำหรับอะไร ๆ ทางคอมพิวเตอร์ ก็ต้องให้ผู้ที่ชำนาญการตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ เข้ามาช่วยตรวจสอบน่าจะเป็นการดี</p>
<p>ซึ่งการตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ ก็คือการ Audit ระบบคอมพิวเตอร์นั่นแหล่ะครับ โดยสิ่งที่จะตรวจสอบก็คือช่องโหว่ทั้งหลายในระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงาน ซึ่งอาจกระจายอยู่ในนโยบาย กระบวนการ วิธีปฏิบัติงาน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เป็นต้น</p>
<p>ปรกติแล้วผมจะได้มีโอกาสเจอกับผู้ตรวจสอบปีล่ะหนึ่งหน พวกเขาจะคุ้ยช่องโหว่เก่งมาก เสาะแสวงหาจุดบกพร่องได้ดี ให้ข้อเท็จจริงโดยไม่บิดพริ้ว และก็เก่งทางเทคนิคมาก ๆ ด้วย เพราะพวกเขาล้วนมีความรู้ทั้ง กระบวนการ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อีกทั้งพวกเขายังทำเอกสารเก่งมาก สามารถบรรยายจุดโหว่ของระบบคอมพิวเตอร์ได้หลายหน้ากระดาษเลย</p>
<p>โดยส่วนตัวผมมองว่า ผู้ตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ เก่งกว่า ที่ปรึกษาระบบคอมพิวเตอร์ นะครับ จากที่สัมผัสมา เพราะที่ปรึกษาระบบคอมพิวเตอร์ยังรู้เป็นอย่าง ๆ แต่ผู้ตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ เหมือนจะรู้ทุกอย่างเลย</p>
<p>ดังนั้น <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>สำหรับหาเงินวิธีนี้คือ การรู้ไปซะทุกอย่างในสรรพวิชาทางคอมพิวเตอร์ครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>8)  รับจ้างเขียนบทความทางคอมพิวเตอร์</strong></span></p>
<p>คนเก่งคอมพิวเตอร์แล้วเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือได้ ยังมีอยู่ในประเทศไทยอีกมากมายครับ และคนที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็มีอีกเยอะแยะเหมือนกัน</p>
<p>บทความทางคอมพิวเตอร์ก็เหมือนบทความทั่วไปครับ สามารถตีพิมพ์อยู่ในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือวารสาร แถมเดี๋ยวนี้มีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเผยแพร่ในเว็บหนังสือพิมพ์ออนไลน์ เว็บบล็อก หรือแม้แต่ในเครือข่ายสังคมก็ยังได้</p>
<p>เนื้อหาในบทความทางคอมพิวเตอร์ ก็มักเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์หรือบริการทางคอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ อาจเป็นการเปรียบเทียบคุณภาพ ราคา คุณสมบัติ หรืออาจเป็นเรื่องของกระแสที่เกิดขึ้นในโลกอินเทอร์เน็ต หรืออาจเป็นเรื่องของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการไอที เป็นต้น</p>
<p>ส่วนตัวผมไม่เคยรับจ้างเขียนบทความทางคอมพิวเตอร์นะ ผมเลยไม่รู้ราคา แต่ที่รู้แน่ ๆ ก็คือคนที่จะทำแบบนี้ได้<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ต้องมีทักษะ</span>ทางคอมพิวเตอร์พอตัว ตามกระแสเก่ง ใฝ่รู้ สำนวนวรรณกรรมดี มีชื่อเสียงความสำเร็จอะไรมาก่อนยิ่งดีใหญ่</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/euro-870765_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2228" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/euro-870765_640.jpg" alt="euro-870765_640" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/euro-870765_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/euro-870765_640-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #808000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">กลุ่มลงทุน</span>  ลงทุนทรัพย์ แรงกาย แรงสมอง ถึงไม่จ้างก็จะทำ</strong></span></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">9)  เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อขายเป็นสินค้า</span></strong></p>
<p>ถ้าเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เก่ง แล้วไม่อยากรับจ้างทำงานให้คนอื่น อยากจะทำอะไรที่มันยั่งยืน กินยาว ๆ อยากมีนวัตกรรมเป็นของตนเอง อยากสร้างการตระหนักรู้ ความภักดีและแบรนด์ให้กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของตนเอง มีวิสัยทัศน์ว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์คือสินค้า ซึ่งมีมูลค่าและขายได้ งั้นทางนี้ก็น่าจะเป็นคำตอบ!</p>
<p>แต่ช้าก่อน มาอ่านปัญหาของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขายเป็นสินค้ากันดีกว่า เพราะมันมี 2 ปัญหาแล้วเป็นปัญหาใหญ่ซะด้วย!!</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #339966;">ปัญหาแรก</span>คือ มันถูกละเมิดได้ คือทำซ้ำแจกจ่ายได้ อาจยากง่ายแตกต่างกันตามบริบท ซึ่งปัญหานี้เกิดกับทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ขายเป็นกล่อง ขายเป็นแผ่นซีดี เป็นแผ่นดีวีดี เพื่อใช้ทำงานบนพีซี หรือ เซิฟเวอร์ หรือเป็นโปรแกรมที่ขายแล้วให้โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต เอามาใช้บนเว็บไซต์หรือบนสมาร์โฟน โดนกันเรียบวุธ!!!</p>
<p>วิธีแก้ไขก็มี หลายแบบเท่าที่ผ่านมา ตัวอย่างของโปรแกรมที่ทำงานบนพีซีก็เช่น บังคับให้ลงทะเบียนด้วยเลขเฉพาะ (เหลว โดนแกะกระจาย) บังคับใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อแสดงตน นับตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น การใช้การ์ดเสียบบนบอร์ดพีซี การใช้กล่องวงจรเสียบกับพอร์ตขนานหรือพอร์ตอนุกรม การใช้แฟลชไดรฟ์เสียบกับยูเอสบี (ซึ่งถ้าเจอมือดีแกะ ก็ไม่เหลือเหมือนกัน)</p>
<p>บางทีก็แก้ด้วยการเข้าไปสุ่มตรวจ ซึ่งจะทำได้ถ้าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภทที่มีลูกข่ายได้หลายเครื่อง แต่ถ้าเป็นโปรแกรมแบบที่ติดตั้งให้ทำงานบนเครื่องเดี่ยว ๆ ได้ อันนี้ก็ต้องใช้วิธีประเมินจากความเป็นไปได้ของจำนวนคนใช้งานแทน</p>
<p>นอกจากวิธีแก้ปัญหาทางเทคนิคแล้ว ก็ยังมีวิธีการแก้ปัญหาในทางการตลาด โดยการวางกลยุทธ์ให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ขายไม่เป็นสินค้าที่ถูกขายขาด แต่ยัง<span style="text-decoration: underline;">ต้องถูกสนับสนุนหลังการขาย</span>ไปเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่คนซื้อไปยังต้องใช้งานมัน และการสนับสนุนนั้นไม่ฟรี จะต้องมีการจ่ายตังค์ แต่ราคาคำนวณแล้วคุ้มค่า</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #339966;">ปัญหาที่สอง</span> คือ การมองตลาด มองว่าตลาดกำลังต้องการอะไร แล้วทิศทางของตลาดมันดีมั้ย มันกำลังขาขึ้น กำลังทรง หรือกำลังทรุด มองว่าคู่แข่งขันเป็นใคร มีส่วนแบ่งตลาดแค่ไหน ตรงนี้ต้องไม่หลอกตัวเอง สำคัญมากห้ามหลอกตัวเอง ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้พัฒนาจะไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือทำออกมาแล้วมันถูกที่ถูกเวลาหรือเปล่า</p>
<p>เรื่องนี้บอกอะไรไม่ได้มาก เป็นวิสัยทัศน์ของแต่ล่ะคน มันเป็นการพยากรณ์ เป็นการทำนาย เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เก่งก็ไม่ใช่จะมองเรื่องนี้ขาด มันเป็นอะไรที่ยาก คิดได้ก็ทะลุผ่านไปได้</p>
<p>ดังนั้น <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>ในการหาเงินทางนี้คือ ทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็ควรจะเก่งควรจะชำนาญ นอกจากนี้ก็ยังต้องมีทักษะในการบริหารงานโครงการ เพราะการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขาย มันไม่ใช่ว่าจะทำได้คนเดียว มันต้องช่วยกันทำหลาย ๆ คนถึงจะออกมาดี เก่งคนเดียวมันก็ทำได้ปริมาณหนึ่ง เก่งหลาย ๆ คนก็ทำได้ในปริมาณที่มากขึ้น ถัดมาก็ต้องมีทักษะทางการตลาด สำคัญไม่แพ้กัน และสุดท้ายต้องมีทักษะทางการขาย ถ้าไม่เอาไปเสนอขายจะไม่มีใครรู้จัก ตรงนี้ผมเจอบ่อย เป็นแนวปฏิบัติเลย คือนัดขอเข้ามาเสนอคุณสมบัติโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพราะคิดว่าน่าจะตรงกับหน่วยธุรกิจ บ้างก็ตรง บ้างก็ไม่ตรง แต่ถ้าไม่เสนอขาย จะเอาไปตั้งขายเลยก็ได้ เห็นบ่อย ส่วนใหญ่จะขายเป็นดีวีดีใส่กล่องสวย ๆ วางขายในร้านหนังสือ แปลกใจทำไมต้องเป็นร้านหนังสือ ทำไมไม่เป็นในร้านขายยาบ้าง?</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>10)  เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อขายเป็นบริการ</strong></span></p>
<p>การมีอินเทอร์เน็ตมันทำให้อะไรเปลี่ยนไปเยอะครับ โปรแกรมคอมพิวเตอร์มันไม่จำเป็นจะต้องถูกขายเป็นไฟล์เพื่อไปติดตั้งบนพีซี โน็ตบุ็ค สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต เพียงหนทางเดียว หากแต่มันสามารถถูกติดตั้งไว้บนกลุ่มเมฆแล้วให้ลูกค้าเชื่อมโยงไปใช้งานได้ นี่คือสาเหตุว่าทำไมพักหลัง ๆ ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา บริษัทเอกชนทางคอมพิวเตอร์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ถึงให้ความสนใจในการให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผ่านกลุ่มเมฆแทน</p>
<p>มันโอเคเลยนะ เพราะมันแก้ปัญหาการละเมิด การทำซ้ำได้ แต่มันก็สร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาเหมือนกัน คือปัญหาความปลอดภัยของข้อมูล และ ปัญหาความเร็วของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งาน</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>สำหรับหาเงินทางนี้ไม่แตกต่างจากการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อขายเป็นสินค้า แต่ที่เพิ่มมาคือต้นทุนในการสร้างกลุ่มเมฆเพื่อประมวลผลโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นสำหรับให้บริการ จะเป็นเมฆก้อนเดียวหรือเมฆหลายก้อน ก็เงินทั้งนั้น เพราะการประมวลผลมันต้องมาอยู่ที่กลุ่มเมฆ แทนที่จะไปอยู่บนทรัพยากรของลูกค้า</p>
<p>แนวทางการขายก็แล้วแต่ว่าจะคิดเป็นช่วงเวลา คิดเป็นแพ็กเก็จโปรโมชัน คิดตามจำนวนคนใช้งาน หรือคิดตามจำนวนครั้งในการใช้งาน หรืออาจให้ใช้ฟรี แต่ถ้าอยากได้อะไรเจ๋ง ๆ ที่ของฟรีไม่มีก็ต้องจ่ายตังค์</p>
<p>ส่วนการคิดว่าจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อะไรเพื่อขายเป็นบริการ อันนี้ก็เป็นวิสัยทัศน์อีกเช่นกัน จะจับตลาดบน ตลาดกลาง ตลาดล่าง ตลาดกว้าง ตลาดแคบ ตลาดทั่วไป ตลาดเฉพาะ ก็สุดแล้วแต่ความปรารถนา</p>
<p>ตัวอย่างของวิธีการหาเงินแบบนี้ก็ได้แก่ โปรแกรมชุดสำนักงาน โปรแกรมบริหารลูกค้า โปรแกรมให้บริการชำระเงินออนไลน์ ตลาดขายสินค้าออนไลน์ หรือแม้แต่เกมออนไลน์บางประเภท</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-18107_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2230" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-18107_640.jpg" alt="business-18107_640" width="640" height="360" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-18107_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-18107_640-300x169.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>11)  ติดตั้งปรับแต่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อขายเป็นบริการ</strong></span></p>
<p>เป็นการเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่คนอื่นเขียน ซึ่งมีอรรถประโยชน์และกำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบัน มาติดตั้งบนกลุ่มเมฆ จะเมฆก้อนเดียวหรือเมฆหลายก้อนก็สุดแล้วแต่ จากนั้นเปิดให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อเก็บตังค์ค่าใช้งาน หนึ่งในตัวอย่างสำหรับเรื่องนี้คือ เกมออนไลน์ โดยการไปติดต่อกับเจ้าของลิขสิทธิ์เกมออนไลน์ ขอซื้อสิทธิ์มา เอาเกมออนไลน์มาติดตั้ง แปลให้เป็นภาษาไทย แล้วก็เปิดให้บริการ เก็บตังค์ค่าใช้งาน ซึ่งแบบนี้ ต้นทุนที่จะมีคือค่าลิขสิทธิ์ ค่าการติดตั้ง ค่าการแปลภาษา และ ค่ากลุ่มเมฆ</p>
<p>ตรงนี้เป็นช่องว่างที่ทำได้ เพราะถึงแม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงได้จากทั้งโลก แต่มันจะดีกว่า เร็วกว่า สื่อสารกันง่ายกว่า ถ้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้น ถูกนำมาติดตั้งไว้ในกลุ่มเมฆท้องถิ่น เพื่อให้คนท้องถิ่นได้ใช้งาน ยิ่งแปลเป็นภาษาไทยที่อ่านเข้าใจง่ายยิ่งดี ดังนั้น ถ้าใครตาถึง มองออกว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวไหนเจ๋ง แล้วรีบฉวยโอกาสซื้อสิทธิ์มาติดตั้งเพื่อขายเป็นบริการ คนนั้นก็จะมีโอกาสก่อนใคร ๆ</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>สำหรับหาเงินทางนี้ในทางเทคนิคและเรื่องของต้นทุน จะเหมือนกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อขายเป็นบริการ แต่สิ่งที่จะเพิ่มมาคือทักษะทางภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรืออะไรซักชาตินึง ขึ้นกับว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จัดหามาติดตั้งเพื่อให้บริการถูกทำโดยชาติใด คนไทยยังไงก็ยังอยากอ่านแต่ภาษาไทยครับ ถึงจะอ่านกันแค่ปีล่ะ 8 บรรทัดก็เถอะ!</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>12)  ให้เช่าอุปกรณ์หรืิอโครงสร้างพื้นฐาน</strong></span></p>
<p>เรื่องนี้ต้องแบ่งคุยกันเป็นสองส่วนครับ คือส่วนของอุปกรณ์ที่เช่าแล้วต้องไปอยู่กับลูกค้า กับส่วนของอุปกรณ์ที่เช่าแล้วต้องอยู่กับผู้ให้เช่า</p>
<p><span style="color: #339966;"><span style="text-decoration: underline;">แบบแรก</span> เช่าแล้วของอยู่กับลูกค้า</span> เดี๋ยวนี้หลายหน่วยงานเขาไม่ซื้อพีซี โน็ตบุ๊ก หรือ เครื่องพิมพ์กันแล้วครับ เขาใช้วิธีเช่า ไม่ต้องลงบัญชีสินทรัพย์ ไม่ต้องตัดค่าเสื่อมราคา ลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสี่ยงกับของที่ตกรุ่น หมดสัญญากันก็ยกของกลับไป ทำสัญญาใหม่ก็ได้ของรุ่นใหม่มา เช่าสั้นก็จ่ายแพง เช่ายาวก็คุยกัน อะไรประมาณนั้น</p>
<p>คนที่จะหาเงินทางนี้<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ต้องมีทักษะ</span>ในการหมุนเงิน หมุนสินค้าครับ จะทำยังไงกับของที่ลูกค้าเช่าแล้ว จะให้เช่าต่ออีกหรือจะโละทิ้ง แล้วจะโละทิ้งทำไง ขายถูก ๆ ออกไป หรือ เอาไปแลกอย่างอื่นมา หรือ เอาไปแจกฟรี หรือ เอาไปถมที่ปลูกสะระแหน่ อันนี้เป็นวิสัยทัศน์ ยากอยู่ ไม่ใช่ง่าย ถ้าลูกค้ายกเค้าปล้นไปดื้อ ๆ จะทำไง หรือเอาไปยำซะไม่เหลือชิ้นดีจะทำไง หรือแม้แต่ลูกค้าเอาของไปกอดไว้ ดึงหนี้ ไม่จ่ายค่าเช่า จะทำไง เหล่านี้คือต้องมีทักษะการหมุนเงินหมุนสินค้าที่จะต้องมีครับ</p>
<p><span style="color: #339966;"><span style="text-decoration: underline;">แบบสอง</span> เช่าแล้วของอยู่กับผู้ให้เช่า</span> พวกนี้จะเป็นการเช่าใช้เซิฟเวอร์ซะส่วนใหญ่ครับ เอามาทำเป็นตัวประมวลผลเดี่ยวบ้าง แบ่งเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ผู้อื่นเช่าต่อแบบ Shared Hosting หรือ VPS บ้าง ซึ่งคนที่จะหาเงินทางนี้<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ต้องมีทักษะ</span>แบบเดียวกับคนที่หาเงินทางด้านรับจ้างติดตั้งปรับแต่งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานนั่นแหล่ะครับ เพียงแต่ต้องเพิ่มทักษะในการจัดสรรทรัพยากรด้วย เพราะลูกค้ามีการหมุนเวียน คนโน้นเลิกเช่า คนนี้เช่าใหม่ คนนั้นอยากได้แบบหนึ่ง คนนี้อยากได้อีกแบบหนึ่ง ไม่เหมือนกัน ถ้าทำเป็นชุดสำเร็จรูปอัตโนมัติได้อย่างเช่น cPanel ก็ง่ายไป แต่ถ้ามันเฉพาะมาก ๆ ก็ต้องออกแรงให้กับลูกค้าอยู่ดี</p>
<p>ผมยังคิดว่าในอนาคต ถ้าคนไทยเราหาเงินจากการให้บริการกลุ่มเมฆแบบ AWS ได้ คงดีไม่น้อย!!!</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/achievement-18134_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2231" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/achievement-18134_640.jpg" alt="achievement-18134_640" width="640" height="474" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/achievement-18134_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/achievement-18134_640-300x222.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>13)  สร้างพื้นที่เพื่อขายโฆษณา</strong></span></p>
<p>วิธีนี้เกิดขึ้นหลังจากมีอินเทอร์เน็ต วิธีนี้ไม่เกี่ยงว่าจะต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เอง หรือติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลาย เพื่อประมวลผลบนทรัพยากรของลูกค้าเอง หรือประมวลผลบนโครงสร้างพื้นฐานที่เช่า หรือประมวลผลบนกลุ่มเมฆ ยังไงก็ได้ ขอแค่ทำให้พื้นที่ ๆ มีเป็นจุดสนใจ และขายโฆษณาได้ก็พอ</p>
<p>วิธีหาเงินแบบนี้มีวิวัฒนการมานานมาก ทุกแบบจบด้วยการแปะโฆษณา เริ่มจากการทำเว็บไซต์แห้ง แล้วถัดมาจึงเป็นการทำเว็บไซต์ข่าว ถัดมาอีกเป็นการทำเป็นชุมชนเว็บบอร์ด  การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้โหลดไปใช้ฟรี ๆ การเขียนบล็อก การสร้างเครือข่ายสังคม เป็นต้น</p>
<p>ดังนั้น <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะหลักที่ต้อง</span>มีในการหาเงินแบบนี้คือทักษะการตลาด ถ้าเป็นพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์ ก็ต้องคิดวิธีว่าจะทำยังไงถึงจะให้คนเข้าเว็บไซต์ได้มาก ๆ ต้องคิดให้ออกว่าตอนนี้สังคมต้องการอะไร ขาดอะไร หรือถ้าเป็นพื้นที่โฆษณาบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็ต้องคิดว่าอะไรเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้งานอยากโหลดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไปใช้งาน ส่วน<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะรอง</span>ก็จะเป็นทักษะทางเทคนิคในการติดตั้งปรับแต่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน แบบที่เคยกล่าวมา</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>14)  สร้างพื้นที่เพื่อขายสินค้าเสมือนจริง</strong></span></p>
<p>วิธีนี้เกิดขึ้นจากปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ในโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ จึงเกิดกลยุทธ์ทางการตลาดแบบใหม่ โดยใช้ความก้าวหน้าทางอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วย คือแทนที่จะหาเงินจากการขายขาดโปรแกรม หรือเก็บตังค์จากการเข้าใช้งานโปรแกรม ก็เปลี่ยนเป็นการแจกจ่ายโปรแกรมให้ลูกค้าโหลดไปติดตั้งฟรี ๆ และเปิดโอกาสให้ลูกค้าเชื่อมโยงเข้ามายังกลุ่มเมฆเพื่อใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เมื่อลูกค้าเข้ามาอยู่ในพื้นที่แล้ว ก็สร้างสถานการณ์ เหตุการณ์ เพื่อจูงใจให้ลูกค้าเกิดความอยากมีอยากได้ในสินค้าเสมือนจริง จนลูกค้าซื้อสินค้าเสมือนจริงไปใช้งาน</p>
<p>ปัจจุบันสินค้าเสมือนจริงได้ถูกขยายไปยังพื้นที่อื่นนอกจากเกมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์หรืออีโมติค่อนในโปรแกรมแชท โมเดลสามมิติในโลกเสมือนจริง เป็นต้น</p>
<p>สำหรับ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่ต้องมี</span>ในการหาเงินด้านนี้ก็เหมือนกับการสร้างพื้นที่เพื่อขายโฆษณา และยังต้องเน้นในทักษะการเขียนโปรแกรม รวมทั้งทักษะในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน เพราะสินค้าเสมือนจริงก็เหมือนเงินตรา คือจะต้องถูกหนุนหลังโดยสิ่งที่น่าเชื่อถือได้ ดังนั้น โปรแกรมคอมพิวเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานจึงต้องมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-20126_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2232" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-20126_640.jpg" alt="background-20126_640" width="640" height="451" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-20126_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-20126_640-300x211.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>15)  ขายข้อมูล</strong></span></p>
<p>การเอาข้อมูลที่สำคัญออกมาขาย โดยได้รับสิทธิ์เพื่อการขายจากผู้ดูแลข้อมูลหรือเจ้าของข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่จะขายก็ต้องเป็นข้อมูลที่มีคุณค่า ผมยกตัวอย่างนะ แต่ล่ะอย่างละเมิดสิทธิคนอื่นทั้งนั้น ได้แก่</p>
<p>ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการทำงาน ข้อมูลการศึกษา ข้อมูลคดีความ ข้อมูลการรักษาพยาบาล ข้อมูลเครดิต ข้อมูลการจดทะเบียนกิจการ ข้อมูลการส่งงบการเงินกิจการ ข้อมูลการเสียภาษี ข้อมูลประวัติการโทรศัพท์ ข้อมูลตำแหน่งพิกัดโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลการซื้อขายหุ้น ข้อมูลการซื้อขายที่ดิน เป็นต้น</p>
<p>ข้อมูลเหล่านี้อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ครับ มันอยู่กับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมทะเบียนราษฎร์ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมบังคับคดี กรมคุมประพฤติ กรมบัญชีกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานที่ดิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ โรงพยาบาลรัฐ</p>
<p>หรืออยู่ในบริษัทเอกชน เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ โรงพยาบาลเอกชน หรือบริษัทให้บริการโทรศัพท์มือถือ</p>
<p>ข้อมูลพวกนี้ขายได้ครับ ถึงแม้จะเป็นข้อมูลของประชาชน ซึ่งเก็บไว้กับหน่วยงานภาครัฐหรือบริษัทเอกชน ก็ขายได้ครับ ถ้าจะขายซะอย่าง ต่อให้มีกฎหมายมาคุมก็ซิกแซกแอบขายได้อยู่ดี</p>
<p>ตัวอย่างของธุรกิจที่ขายข้อมูล คือ บริษัทบิสซิเนสออนไลน์ครับ บริษัทนี้มีผลิตภัณฑ์ชื่อ Bingo เป็นบริการสืบค้นข้อมูลของบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยกับกระทรวงพาณิชย์ ใครอยากใช้ต้องจ่ายตังค์ การที่บริษัทบิสซิเนสออนไลน์สามารถขายข้อมูลบริษัทจดทะเบียนได้ ก็เพราะไปเจรจากับหน่วยงานราชการ แบ่งผลประโยชน์กันลงตัวครับ ถึงเอาข้อมูลมาขายได้</p>
<p>ดังนั้น <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>ในการหาเงินวิธีนี้คือทักษะการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ และต้องมีเส้นสายกับคนวงในระดับบิ๊ก ๆ ครับ แต่ถ้าไม่ต้องการทำอะไรที่ถูกระเบียบขั้นตอนตามกฎหมาย ก็ทำได้ แต่จะ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ต้องมีทักษะ</span>ในการเจาะระบบครับ ซึ่งแสดงว่าต้องเก่งพอตัวเลยล่ะ แถมผิดกฎหมายอีกต่างหาก</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>16)  จัดอบรมสัมมนาทางคอมพิวเตอร์</strong></span></p>
<p>คนที่เชี่ยวชาญในทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ หรือได้เคยปฏิบัติซ้ำ ๆ จนมีความชำนาญในด้านการเขียนโปรแกรม ด้านการติดตั้งปรับแต่งโปรแกรม หรือด้านการติดตั้งปรับแต่งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน ล้วนสามารถจัดอบรมสัมมนาทางคอมพิวเตอร์ ให้ใคร ๆ เรียกขานเป็นครูบาอาจารย์ได้ทั้งนั้นครับ</p>
<p>การจัดอบรมสัมมนาก็ต้องหาสถานที่ซักนิดนึงครับ อาจจะเช่าห้องประชุมใน Co-working Space หรือไม่ก็เช่าห้องโรงแรมกันไปเลยหรูดี ต้องลงทุนทำชีท ทำดีวีดี และถ้าเป็นการจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ก็ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์เฉพาะด้านด้วย ลงทุนนิดนึง</p>
<p>ส่วนเรื่องการบอกกล่าววันเวลาสถานที่ในการจัดอบรมสัมมนา อันนี้ก็สุดแล้วแต่ครับ อาจจะบอกแบบปากต่อปาก เผยแพร่ในเว็บ ลงโฆษณา เผยแพร่ในเครือข่ายสังคม ส่วนเรื่องการเก็บตังค์ การกำหนดราคาค่าอบรมฯ อันนี้ก็ต้องประเมินกันเอง โดยวัดจากเนื้อหา ระยะเวลา จำนวนผู้เข้าเรียน และต้นทุนในการจัดอบรมฯ</p>
<p>ที่สำคัญเรื่องที่จะจัดอบรมสัมมนา ก็ต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แน่ใจได้ว่าจะมีคนมาเข้าร่วมอบรมฯด้วย อย่าคิดจะอบรมภาษาเครื่องหรือภาษาแอสเซมบลี้นะครับ ได้สอนอากาศแน่ ๆ</p>
<p>สำหรับ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>ก็คือสิ่งที่จะสอนนั่นแหล่ะครับ บวกกับทักษะในการสอนด้วย การสอนไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ สอนไม่ถูกเจอสวนได้ง่าย ๆ สอนไม่ตื่นเต้นพาลหลับได้ง่าย ๆ เหมือนกัน และถ้าสอนไม่รู้เรื่องรับรองมีบอกต่อครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>17)  แต่งหนังสือตำราทางคอมพิวเตอร์</strong></span></p>
<p>เดี๋ยวนี้หนังสือตำราทางคอมพิวเตอร์แนวทฤษฎีขายยากมากครับ ส่วนใหญ่คนซื้อหนังสือ เขาจะซื้อหนังสือคอมพิวเตอร์ที่สอนใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นที่นิยม หรือซื้อหนังสือสอนปฏิบัติแบบง่าย ๆ เช่น สอนเล่นเครือข่ายสังคม สอนหาเงินจากเว็บเผยแพร่คลิปวีดีโอ สอนใช้โปรแกรมแต่งรูป สอนสร้างเว็บไซต์ขายของ สอนสร้างโมเดล 3 มิติ สอนใช้งานโปรแกรมเอ็กเซล เป็นต้น</p>
<p>สำหรับการกำหนดราคาขายหนังสือ แบบเล่มกระดาษก็ราคานึง แบบเป็นอีบุ๊คก็ราคานึง แล้วแต่จะไปตกลงกัน ถ้าออกเงินพิมพ์ที่โรงพิมพ์เอง แล้วไปฝากขายกับร้านขายหนังสือก็ราคานึง ถ้าส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ แล้วให้สำนักพิมพ์เป็นคนพิมพ์ เป็นคนไปติดต่อวางขายกับร้านขายหนังสือก็อีกราคานึง อันนี้แล้วแต่</p>
<p>สรุป <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่ต้องมี</span>สำหรับการหาเงินวิธีนี้ก็เหมือนกับทักษะการรับจ้างเขียนบทความทางคอมพิวเตอร์นั่นแหล่ะครับ เพียงแต่ต้องอึดมากขึ้น เพราะมันไม่ใช่หน้ากระดาษหรือสองหน้ากระดาษ แต่มันเป็นเล่ม ๆ ดังนั้น เนื้อหาต้องแน่น ภาพต้องสวย บทบรรยายต้องดี พิสูจน์อักษรครบถ้วน</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-21657_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2233" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-21657_640.jpg" alt="background-21657_640" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-21657_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-21657_640-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>เบ็ดเสร็จแล้ว ผมก็เรียบเรียงได้ 17 วิธีนะครับ ผมคิดว่าน่าจะมีวิธีอื่น ๆ อีกนั่นแหล่ะที่ผมยังไม่รู้ ไม่เคยผ่าน ยังไม่เข้าใจ ก็หวังว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์จากสิ่งที่เรียบเรียงครับ</p>
<p>เหนือสิ่งอื่นใด ผมคิดว่าความขยันต้องนำความฉลาด ถ้าฉลาดแล้วไม่ขยันก็จบกันเลยครับงานนี้</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2208/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
