<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิทยานิพนธ์ &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 17 Oct 2012 15:11:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>สารนิพนธ์และวิทยานิพนธ์ทางคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1735</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1735#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Oct 2012 15:11:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยานิพนธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สารนิพนธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Master Project]]></category>
		<category><![CDATA[Thesis]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1735</guid>

					<description><![CDATA[คนที่จะเรียนจบปริญญาโททาง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คนที่จะเรียนจบปริญญาโททางคอมพิวเตอร์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำผลงานอะไรซักอย่างหนึ่ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้มีภูมิปัญญาเพียงพอที่จะได้รับปริญญาบัตรระดับมหาบัณฑิตได้</p>
<p>ไอ้เจ้าผลงานอะไรซักอย่างหนึ่งที่ว่า มันก็มีชื่อเรียกอยู่สองอย่าง นั่นคือ สารนิพนธ์ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Master Project และ วิทยานิพนธ์ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Thesis</p>
<p>สาเหตุที่วิธีการทำผลงานมันมีอยู่สองแบบ ก็เป็นเพราะโครงสร้างหลักสูตรที่ถูกประกาศขึ้น มันมีความแตกต่างกันในเนื้อหา ยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยรัฐก็แล้วกัน อย่างมหาวิทยาลัยของรัฐเนี่ย จะมีการทำหลักสูตรออกมาเป็น 3 แบบ นั่นคือ แบบ ก (1), แบบ ก (2) และ แบบ ข</p>
<p>แบบ ก (1) คือ ลงทะเบียนเสร็จก็ทำผลงานเลย ไม่ต้องเรียนอะไรเพิ่มเติม ซึ่งแบบนี้มีประกาศก็จริง แต่ไม่มีมหาวิทยาลัยไหนรับสมัครหรอก เพราะคนเขาจะมาเรียนหนังสือกัน ขืนไม่สอนอะไรเลย แล้วจะมาเรียนหาพระแสงอะไร?</p>
<p>แบบ ก (2) คือ ลงทะเบียนเรียน พอเรียน ๆ ไปจนถึงสองเทอมสุดท้าย ก็ต้องทำ วิทยานิพนธ์ หรือ Thesis นั่นแหล่ะ โดยเป็นวิชาที่ต้องลงทะเบียนเรียนถึง 12 หน่วยกิต เพราะเป็น 6 หน่วยกิตสำหรับเทอมรองสุดท้าย กับ 6 หน่วยกิตสำหรับเทอมสุดท้าย แปลง่าย ๆ ก็คือ มหาวิทยาลัยเขาหวังจะให้คนที่เรียน ใช้เวลาถึง 1 ปีเต็มในการสร้างสรรค์ผลงาน</p>
<p>แบบ ข คือ ลงทะเบียนเรียน แล้วพอถึงเทอมสุดท้าย ก็ต้องทำ สารนิพนธ์ หรือ Master Project โดยเป็นวิชาที่ต้องลงทะเบียนเรียน 6 หน่วยกิต แปลง่าย ๆ ก็คือ ให้เวลาเทอมนึงสำหรับการทำผลงาน</p>
<p>จะเห็นว่าความแตกต่างข้อแรกระหว่าง สารนิพนธ์ (Master Project) กับ วิทยานิพนธ์ (Thesis) ก็คือระยะเวลาที่กำหนดให้ทำผลงาน เพราะทางมหาวิทยาลัยคาดหวังว่า ยิ่งให้เวลามากเท่าไหร่ ผลงานก็ยิ่งเลิศเลอมากเท่านั้น!!!</p>
<p>ความแตกต่างข้อสองระหว่าง สารนิพนธ์ (Master Project) กับ วิทยานิพนธ์ (Thesis) ก็คือระดับความยากง่ายของการทำผลงาน ซึ่งผมเขียนอธิบายไว้ในตารางในภาพข้างล่างนี้</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2012/10/master_project_thesis.png"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1736" title="master_project_thesis" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2012/10/master_project_thesis.png" alt="" width="587" height="458" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2012/10/master_project_thesis.png 587w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2012/10/master_project_thesis-300x234.png 300w" sizes="(max-width: 587px) 100vw, 587px" /></a></p>
<p>โดยมาตรฐานแล้วคนที่เรียนแผน ข แล้วทำสารนิพนธ์ (Master Project) ได้แค่ระดับ 1 ก็ถือว่าโอเคแล้ว ยิ่งถ้าทำถึงระดับ 2 ได้ก็ถือว่าเทพมาก ๆ ในขณะเดียวกัน คนที่เรียนแผน ก (2) จำเป็นต้องทำวิทยานิพนธ์ (Thesis) ให้ได้ถึงระดับ 2 เป็นอย่างน้อย ยิ่งถ้าถึงระดับ 3 ได้ก็ถือว่าเทพมาก ๆ เพราะพิสูจน์ให้เห็นว่าพร้อมจะจบออกไปทำผลงานทางวิชาการ เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป</p>
<p>และนี่ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ถึงรับคนเข้าเรียนในแผน ก (2) แค่ปีล่ะ 5-10 คนเท่านั้น เพราะมันจบยากนรกโลกันต์แบบนี้นี่เอง</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1735/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
