<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิทยาการคอมพิวเตอร์ &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 Oct 2017 16:12:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>รีวิว หลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2099</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2099#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2015 16:36:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>
		<category><![CDATA[คำนวณ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[ปริญญาโท]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาการคอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2099</guid>

					<description><![CDATA[ผมเพิ่งเรียนจบหลักสูตรปริ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเพิ่งเรียนจบหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา<span style="text-decoration: underline;"><strong>วิทยาการคอมพิวเตอร์</strong></span> แขนงวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ประยุกต์ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2558 ที่ผ่านมานี้เองครับ เป็นการจบภายใน 2 ปีการศึกษาคนแรกของรุ่น และจบภายใน 2 ปีการศึกษาคนที่ 2 ของหลักสูตร</p>
<p>หลักสูตรที่ผมเรียนเป็นหลักสูตรที่อนุมัติเมื่อปี พ.ศ. 2553 ครับ ดังนั้น จึงยังเป็นหลักสูตรที่ทันโลกอยู่ ซึ่งการปรับปรุงหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ก็มักจะถูกกระทำทุก ๆ 5 ปี เพื่อให้หลักสูตรมีความทันสมัยอยู่เสมอ ดังนั้น ก่อนที่ผมจะจบการศึกษา ทางสภามหาวิทยาลัยก็ได้มีการประกาศหลักสูตรใหม่ของปี พ.ศ. 2557 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/adult-education-572269_640.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2104" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/adult-education-572269_640.jpg" alt="" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/adult-education-572269_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/adult-education-572269_640-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>หลายคนอาจจะมีความสับสนเล็ก ๆ ว่า หลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์นั้น ต่างกับหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือต่างกับหลักสูตรการจัดการระบบสารสนเทศยังไง ซึ่งสำหรับรีวิวนี้คงไม่อธิบายเปรียบเทียบให้เห็นทีล่ะตัว แต่จะเน้นอธิบายอย่างชัดเจนในหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ ว่าเป็นหลักสูตรที่มุ่งหวังเพื่อผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถใน<span style="text-decoration: underline;"><strong>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</strong></span> ดังนั้น ผู้ที่จบในหลักสูตรนี้ จึงมีความเข้าอกเข้าใจอย่างยิ่ง ในการใช้คณิตศาสตร์เพื่อช่วยแก้ปัญหาทางคอมพิวเตอร์!!!</p>
<p>สำหรับรายวิชาที่ผมเรียนในหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีทั้งหมด <span style="text-decoration: underline;"><strong>10 วิชา</strong></span>ประกอบด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.  Design &amp; Analysis of Algorithm</strong></span></p>
<p>วิชานี้ไม่ได้สอนให้ผมนั่งท่องโครงสร้างข้อมูล ท่องวิธีการจัดเรียง หรือท่องวิธีการค้นหาข้อมูล แต่เป็นวิชาที่สอนให้ผมรู้จัก<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>ประสิทธิภาพในการจัดเรียง ประสิทธิภาพในการค้นหา และประสิทธิภาพในการทำงานของอัลกอริทึมต่าง ๆ มันทำให้ผมเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์มันจะทำงานแบบอนุกรมได้อย่างรวดเร็ว แต่หากต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องวนรอบการทำงานหลายชั้น มันก็มีสิทธิ์ตายห่าได้เหมือนกัน</p>
<p>นอกจากนี้ วิชานี้ยังสอนให้ผมรู้จักคัดเลือกเทคนิค อัลกอริทึม และขั้นตอนวิธีต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหาที่จะต้องแก้ไข โดยมีจุดประสงค์สูงสุดคือทำให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดในการทำงานของคอมพิวเตอร์</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.  Computer Architecture</strong></span></p>
<p>หลายคนอาจจะเข้าใจว่าวิชา Computer Architecture หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่าวิชาสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ คือ วิชาที่สอนให้เราท่อง ๆ ๆ ๆ อะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งผมขอบอกว่าไม่จริงครับ เพราะจริง ๆ แล้ววิชานี้สอนให้ผมรู้วิธีการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>ทางคณิตศาสตร์ในระดับบิตของข้อมูล สอนให้ผมได้รู้วิธีการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>ทางคณิตศาสตร์ในสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์หลาย ๆ รูปแบบ และทำให้ผมเข้าใจว่าในโลกนี้มันมีสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์มากมายหลายแบบเหลือเกิน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.  Principle of Programming</strong></span></p>
<p>คนที่จะเรียนหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ได้ <span style="text-decoration: underline;">มีความจำเป็นอย่างที่สุด</span>ที่จะต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นครับ แต่ว่าวิชานี้ไม่ได้สอนให้ผมเสาะแสวงหาภาษาคอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ มาทดลองเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผมเป็นผู้สันทัดกรณีและมีทักษะสูงส่งในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่หลากหลายแต่ประการใด หากแต่วิชานี้กลับสอนให้ผมเข้าใจหัวใจและจิตวิญาณของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสอนให้ผมสามารถบรรยายพรรณาเหตุผลในทางไวยากรณ์และวากยสัมพันธ์ของภาษาคอมพิวเตอร์ได้</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/code-820275_640.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2103" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/code-820275_640.jpg" alt="" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/code-820275_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/code-820275_640-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>ซึ่งจุดมุ่งหมายสูงสุดของวิชานี้คือการปูพื้นฐานที่แน่นหนา เพื่อต่อยอดไปยังวิชา Compiler ซึ่งเป็นวิชาที่ศึกษาวิธีการแปลภาษาคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์อ่านเข้าใจได้ ไปเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่คอมพิวเตอร์อ่านเข้าใจได้นั่นเอง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.  Semantic Web &amp; Ontology</strong></span></p>
<p>ข้อมูลที่ถูกบรรยายด้วยข้อมูล อ่านแล้วไม่งงใช่มั้ย? ตอนแรกผมเองก็งงนั่นแหล่ะ และวิชานี้ก็ช่วยให้ผมหายงง เพราะวิชานี้ได้สอนให้ผมเกิดความเข้าใจว่า ข้อมูลนั้นมันสามารถถูกบรรยายด้วยข้อมูลได้ โดยวิธีการอธิบายจะต้องมีการตกลงกัน เช่น ตกลงกันในระดับหน่วยงาน ระดับชุมชน หรือ ระดับโลก จุดประสงค์ของการบรรยายและการตกลงกัน ก็เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างมีมาตรฐาน และทำให้คอมพิวเตอร์มันเข้าใจสิ่งที่บรรยายได้</p>
<p>และนอกจากจะสอนให้ผมสามารถออกแบบโมเดลการบรรยายข้อมูลได้แล้ว วิชานี้ยังสอนให้ผมออกแบบโมเดลความสัมพันธ์ให้กับข้อมูลได้ด้วย โดยมีจุดประสงค์เพื่อผลการอนุมานข้อมูลในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น เรากำหนดว่า กรุงเทพมหานคร คือ เมืองหลวงของประเทศไทย และ บางกอก ก็คือ เมืองหลวงของประเทศไทย ดังนั้น คอมพิวเตอร์ก็จะอนุมานตามสิ่งที่บรรยายไว้ว่า ที่แท้แล้ว กรุงเทพมหานคร กับ บางกอก น่าจะเป็นสิ่งเดียวกันนั่นเอง!!!</p>
<p>โดยส่วนตัวแล้วผมจัดวิชานี้อยู่ในกลุ่มวิชา<span style="text-decoration: underline;">ปัญญาประดิษฐ์</span>ครับ และยังมีอีก 4 วิชาที่ยังอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน ซึ่งผมจะได้เล่าต่อไป</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5.  Machine Learning</strong></span></p>
<p>ผมได้เรียนเกี่ยวกับ Neural Network รูปแบบต่าง ๆ ทั้งแบบ Supervised Learning และ Unsupervised Learning จากวิชานี้ครับ โดยสิ่งที่ผมเรียนไม่ใช่การออกแบบ Neural Network เพราะมันธรรมดาไป แต่เป็นการเรียนวิธีการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>ของ Neural Network ครับ และยังเรียนวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพในการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>ของ Neural Network ด้วย</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/calculator-695084_640.png"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2114" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/calculator-695084_640.png" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/calculator-695084_640.png 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/calculator-695084_640-300x169.png 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>นอกจากนี้ ผมยังได้เรียนเกี่ยวกับ  Fuzzy Logic และ Centroid-based clustering แบบ Fuzzy C Means ซึ่งไม่ใช่การเรียนออกแบบหรือใช้งานเช่นเคยครับ แต่เป็นการเรียนวิธีการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>ล้วน ๆ โดยเฉพาะไอ้เจ้า Fuzzy C Means นี่ถ้าใช้วิธีคำนวณด้วยมือจะต้องทำหลายรอบมากจนปวดหัวไปหมดเลย</p>
<p>สำหรับวิชานี้นะครับ ก็จัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มวิชา<span style="text-decoration: underline;">ปัญญาประดิษฐ์</span>เช่นกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>6.  Data Mining</strong></span></p>
<p>วิชานี้ผมคิดว่าเป็นวิชาที่เหมาะกับยุคสมัยนี้มาก เพราะยุคสมัยนี้เป็นยุคที่ข้อมูลเยอะเท่าภูเขาเลากา ดังนั้น มันจะเป็นการดีกว่าถ้าเราสามารถสกัด &#8220;ความรู้&#8221; จาก &#8220;ข้อมูลมหาศาล&#8221; ได้</p>
<p>วิชานี้ใช้การคำนวณทั้งด้านพีชคณิต เมตริกซ์กับเวกเตอร์ และสถิติ หลายอย่างมาก!!!</p>
<p>ผมได้เรียนการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>เพื่อเกลี่ยข้อมูลให้ค่ามีความใกล้เคียงกัน ได้เรียนการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span> Entropy, Information Gain, Chi Square เพื่อการเลือกคุณลักษณะเด่นของข้อมูล ได้เรียนการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span> Principle Component Analysis เพื่อการลดมิติของข้อมูลและสกัดคุณลักษณะเด่นของข้อมูล</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/monitor-862116_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2107" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/monitor-862116_640.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/monitor-862116_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/monitor-862116_640-300x169.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>ได้เรียนการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span> Superivised Learning ของ Naive Bayes, Decision Tree และ Support Vector Machine และได้เรียนการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span> Unsupervised Learning ของ Density-based Clustering</p>
<p>นอกจากนี้ผมยังได้เรียนกลไกการทำงานและวิธีการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>ของวิธี Association Rule Learning ด้วยเทคนิค Apriori และ FP-Growth อีกด้วย (วิชานี้มีประโยชน์มากในทางธุรกิจนะเออ)</p>
<p>สุดท้าย วิชานี้ยังได้สอนให้ผมรู้ว่า ทุกสิ่งที่หาคำตอบมาได้มันต้องมีการประเมินผล ดังนั้น ผมจึงได้เรียนการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>เพื่อประเมินผลคำตอบด้วยตัวชี้วัดแบบต่าง ๆ ซึ่งก็มีทั้ง Precision, Recall, True Positive Rate และ False Positive Rate</p>
<p>สำหรับวิชานี้นะครับ ก็จัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มวิชา<span style="text-decoration: underline;">ปัญญาประดิษฐ์</span>เช่นกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>7.  Bioinformatics</strong></span></p>
<p>วิชานี้เป็นวิชาที่ใหม่มากครับ และหากใครทำวิจัยในแวดวงของวิชานี้ จะได้รับคะแนนในการวิจัยสูงมาก เนื่องจากเป็นงานวิจัยที่มีผลกระทบในวงกว้าง!!!</p>
<p>การเรียนวิชานี้จำเป็นที่จะต้องมีพื้นฐานความรู้ทางชีววิทยาพอสมควร เพราะวิชานี้เป็นวิชาที่รวมเอา ชีววิทยา คณิตศาสตร์ และ คอมพิวเตอร์เข้าไว้ด้วยกัน โดยจะเน้นลงไปถึงระดับของ เซล โครโมโซม ดีเอ็นเอ อาร์เอ็นเอ จีโนไทป์ ฟีโนไทป์ และ โปรตีน ครับ</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/dna-163466_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2109" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/dna-163466_640.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/dna-163466_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/dna-163466_640-300x169.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>ผมได้เรียนอัลกอริทึมในการจับคู่ดีเอนเอแบบต่าง ๆ จากวิชานี้ โดยอัลกอริทึมที่เรียนจะมีพื้นฐานจากอัลกอริทึม Longest Common Subsequence ได้เรียนวิธีการอนุมานดีเอนเอ โดยใช้วิธีการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span> Hidden Markov Model ได้เรียนการค้นหาคำตอบแบบ Optimization ด้วย Genetic Algorithm ได้เรียนการจัดกลุ่มของจีโนไทป์และฟีโนไทป์ และได้เรียนการ<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>เพื่อทำ Hierarchical-based Clustering ครับ</p>
<p>สำหรับวิชานี้นะครับ ก็จัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มวิชา<span style="text-decoration: underline;">ปัญญาประดิษฐ์</span>เช่นกัน เพราะจุดมุ่งหมายของวิชานี้คือการทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้และระบุความแตกต่างของดีเอ็นเอ เพื่อนำไปสู่การรักษาโรคได้นั่นเอง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>8.  Image Processing</strong></span></p>
<p>ต้องบอกเลยว่าวิชานี้เป็นวิชาที่ผมต้องเรียน<span style="text-decoration: underline;">คำนวณ</span>มากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะการขยายภาพ ย่อภาพ บิดภาพ เติมภาพ กร่อนภาพ เน้นภาพ เปลี่ยนความสว่างความมืด หาเส้นขอบของวัตถุในภาพ กำจัดสิ่งรบกวนในภาพ เติมภาพที่หายไป ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวง ล้วนใช้คณิตศาสตร์ด้วยกันทั้งนั้น และเป็นคณิตศาสตร์แบบยากซะด้วย ดังนั้น สำหรับคนที่อยากจะรู้ว่าโปรแกรม Photoshop มันทำงานยังไง ก็จะได้รู้กันเลยล่ะครับจากวิชานี้</p>
<p>วิชานี้มันถูกจัดอยู่ในกลุ่ม<span style="text-decoration: underline;">ปัญญาประดิษฐ์</span>ก็เพราะว่า วิธีการคำนวณและอัลกอริทึมที่คิดค้นขึ้น มันเป็นตัวผลักดันให้คอมพิวเตอร์รู้จักที่จะตัดสินใจว่ามันควรจะจัดการกับภาพยังไงถึงจะเหมาะสมที่สุดครับ และที่สำคัญวิธีการคำนวณและอัลกอริทึม ต้องสามารถนำไปใช้ได้กับทุกภาพครับ ถึงจะถือว่าเลิศที่สุด จะมาบอกว่าใช้ได้กับภาพหน้าคนแต่ใช้กับภาพสิ่งของสถานที่ไม่ได้ แบบนี้ไม่ได้ครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>9.  Computer Security</strong></span></p>
<p>ความมั่นคงทางคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องที่กว้างมากครับ กินอาณาบริเวณครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ มิดเดิ้ลแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล ฐานข้อมูล ผู้ใช้งาน และ เครือข่าย เป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน ช่องโหว่ ภัยคุกคาม</p>
<p>ด้วยวิชานี้จึงทำให้ผมได้เกิดความเข้าใจและแยกแยะได้ว่า ช่องโหว่ของคอมพิวเตอร์มันมีอยู่ที่ตรงไหนบ้าง ภัยคุกคามของคอมพิวเตอร์มันเป็นอะไรได้บ้าง แล้วเราจะอุดช่องโหว่ได้อย่างไร จะตรวจพบช่องโหว่ได้ด้วยวิธีใด และจะรับมือกับภัยคุกคามอย่างมีประสิทธิภาพได้ยังไง</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/padlocks-597815_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2112" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/padlocks-597815_640.jpg" alt="" width="640" height="471" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/padlocks-597815_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/padlocks-597815_640-300x221.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>เพราะเหตุนี้ วิชานี้จึงไม่ใช่วิชาท่องจำ มันเป็นวิชาสืบสวนสอบสวน ดังนั้น การจะเรียนวิชานี้ได้จึงมีความจำเป็นจะต้องเข้าอกเข้าใจใน ฮาร์ดแวร์ มิดเดิ้ลแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล ฐานข้อมูล ผู้ใช้งาน และ เครือข่าย ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว และสำหรับผมแล้ว วิชานี้ถึงแม้ว่าจะไม่มีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มันก็ยังคงต้องมีการวิเคราะห์เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ดี</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>10.  Research Method</strong></span></p>
<p>วิชานี้ถือว่าเป็นวิชาตกผลึก เพราะวิชานี้สอนให้ผมเข้าใจขั้นตอนการทำงานวิจัยอย่างถูกต้อง วิชานี้ได้สอนให้ผมรู้ว่าจุดสำคัญของงานวิจัยคืออะไร การทบทวนวรรณกรรมสำคัญไฉน (ป.ล. วรรณกรรมที่ว่าก็คืองานวิจัยนั่นแหล่ะ) จะไปหาวรรณกรรมจากที่ไหนมาทบทวนได้บ้าง และจะไปแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาได้จากแหล่งไหนได้บ้าง</p>
<p>ผมได้ลองเขียนเอกสารทบทวนวรรณกรรมครั้งแรกก็เพราะวิชานี้ ซึ่งมันทำให้ผมได้เข้าใจว่า การบรรยายว่าเรารู้อะไรมาบ้างอย่างเป็นลำดับขั้นตอน มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก มันเหมือนกับว่าเราต้องแก้ปัญหาอะไรซักอย่างนึง เราต้องอธิบายให้ใคร ๆ เข้าใจได้ว่าปัญหามันคืออะไร มีใครเคยแก้ปัญหานี้บ้าง แล้วเขาแก้ปัญหาด้วยวิธีไหนกันบ้าง และเราจะแก้ปัญหาด้วยวิธีไหน แล้ววิธีที่เราจะแก้มันวิเศษกว่าวิธีของคนที่เคยแก้มาก่อนยังไง แล้วไอ้ทั้งหมดที่สาธยายมา คือจะต้องถูกเขียนลงไปในรูปแบบเอกสาร แทนที่จะเป็นการมาพูด ๆ ๆ เพื่ออธิบาย มันจึงไม่ง่ายเลยสำหรับคนทางคอมพิวเตอร์ ที่จะมาอธิบายอะไรแบบยืด ๆ ยาว ๆ และเป็นเชิงระบบแบบนี้</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/research-853474_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2111" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/research-853474_640.jpg" alt="" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/research-853474_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/08/research-853474_640-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>ทั้ง 10 วิชาที่ผมรีวิวไปแล้วทั้งหมด จะเห็นว่ามีถึง 5 วิชา คือ Semantic Web &amp; Ontology, Machine Learning, Data Mining, Bioinformatics และ Image Processing ที่จัดอยู่ในกลุ่ม<span style="text-decoration: underline;">ปัญญาประดิษฐ์</span> ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ กำลังจะนำพาเราไปสู่เส้นทางที่ถูกจับตามองด้วยความวิตกกังวล มันคือเส้นทางของการทำให้เครื่องจักรมีความคิด มีจิตใจ มีวิจารณญาณ และมีจินตนาการ</p>
<p>มันอาจจะเป็นข้อเท็จจริงแบบนั้นจริง ๆ ก็ได้ เพราะไม่ใช่มีเพียงสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์เท่านั้น ที่กำลังมุ่งไปสู่เส้นทางดังกล่าว ทางสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลเอง ก็ไม่มีความแตกต่างกัน เพราะพวกเขาก็เพียรพยายามที่จะตกผลึกสรรพวิชาในสาขาของตนเอง เพื่อจะสร้างหุ่นยนต์ที่ประสิทธิภาพสูงและหวังผลในประสิทธิผลได้</p>
<p>ผมว่านะ เมื่อใดก็ตามที่ถึงจุด ๆ หนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ สามารถพัฒนาปัญญาประดิษฐ์จนกระทั่งบรรจุเป็นสมองของหุ่นยนต์ได้ และวิศวกรไฟฟ้ากับวิศวกรเครื่องกลสามารถพัฒนาสรีรวิทยาทั้งภายในและภายนอกของหุ่นยนตจนเหมือนมนุษย์ได้ เมื่อนั้นก็คงค่อยมาว่ากันอีกทีครับ ว่าเราจะจัดการกับความสำเร็จนี้ของมนุษย์กันยังไงดี</p>
<p>วกกลับมาเรื่องของเรานิดนึง สำหรับใครที่อยากจะเรียนหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์นะครับ ก็จะเป็นประมาณที่ผมรีวิวนั่นแหล่ะ ผมคิดว่าทุกมหาวิทยาลัยที่มีสอนหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ในระดับปริญญาโท ก็คงจะจัดรายวิชาให้เรียนคล้าย ๆ แบบที่ผมเรียนเนี่ยแหล่ะ ดังนั้น ใครที่คิดจะเรียนหลักสูตรนี้ในระดับปริญญาโท ก็คงต้องขยันให้มาก ๆ นะครับ เพราะมันต้องเน้นคำนวณเยอะจริง ๆ</p>
<p>สุดท้าย และท้ายที่สุด ผมลืมเล่าไป ลืมได้ไง คือ หลังจากเรียนทั้ง 10 วิชาครบแล้ว ผมยังต้องทำงานวิจัยหนึ่งชิ้นเพื่อจะจบการศึกษาด้วยครับ โดยงานวิจัยที่ผมทำ คือ การวิเคราะห์ภาพสมอง จุดประสงค์เพื่อสกัดหรือเลือกคุณลักษณะเด่นจากภาพสมอง สำหรับทำนายความคิด เพื่อนำความคิดของเจ้าของสมอง ไปสั่งการคอมพิวเตอร์ต่อไปครับ</p>
<p>นับเบ็ดเสร็จแล้ว เพื่อจะให้จบหลักสูตรนี้ได้ ก็ต้องลงเรียน 10 วิชา และทำงานวิจัย 1 ชิ้นนั่นเองครับ!!!</p>
<p>ป.ล. จริง ๆ มันมีอีกนิดหน่อย คือ ต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษ และ สอบประมวลความรู้ผ่านด้วย แต่ผมไม่นับครับ มันเป็นเรื่องปลีกย่อย</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2099/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การทดลองทางวิทยาการคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1772</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1772#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Apr 2013 06:03:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[การทดลอง]]></category>
		<category><![CDATA[ทดลอง]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาการคอมพิวเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1772</guid>

					<description><![CDATA[สิ่งหนึ่งที่ทำให้วิทยาศาส]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สิ่งหนึ่งที่ทำให้วิทยาศาสตร์มีความศักดิ์สิทธิ์ก็คือ การที่มีระเบียบวิธีการในการตั้งสมมติฐาน ทดลอง หาผลลัพธ์ พิสูจน์ซ้ำ และ สามารถเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วไปได้</p>
<p>การทดลองมีสองแบบใหญ่ ๆ คือ การทดลองเชิงความคิด คือ การตั้งจินตนาการก่อน แล้วค่อยหาทางพิสูจน์ด้วยโมเดลทางคณิตศาสตร์หรือสูตรทางคณิตศาสตร์ กับ การทดลองเชิงปฏิบัติ คือ การลงมือแล้วสังเกตผลการลงมือ</p>
<ul>
<li>คณิตศาสตร์ใช้การทดลองเชิงความคิด</li>
<li>ฟิสิกส์ใช้การทดลองเชิงความคิด แล้วจึงใช้การทดลองเชิงปฏิบัติ</li>
<li>เคมีใช้การทดลองเชิงปฏิบัติ</li>
<li>ชีววิทยาใช้การทดลองเชิงปฏิบัติ</li>
<li>ดาราศาสตร์ใช้การทดลองเชิงปฏิบัติ</li>
</ul>
<p>เพราะวิทยาการคอมพิวเตอร์ คือ ศาสตร์ทางการคิดค้นทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์ และ การคิดค้นทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของการจัดการกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ และอยู่บนพื้นฐานของการจัดการด้วยการคำนวณด้วยคณิตศาสตร์</p>
<p>ดังนั้น การทดลองทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ จึงเป็นการทดลองเชิงความคิด!!!</p>
<p>การทดลองเชิงความคิดมันค่อนข้างยาก เพราะมันต้องมีการตั้งจินตนาการขึ้นมาก่อน ซึ่งแตกต่างจากการทดลองเชิงปฏิบัติ ที่สามารถหยิบจับโน่นนี่นั่นมาลงมือแล้วสังเกตผลการลงมือได้</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1772/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สู่วิทยาการคอมพิวเตอร์อันไกลโพ้น</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1763</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1763#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Feb 2013 04:24:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีการคำนวณ]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีการประมวลผล]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาการคอมพิวเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1763</guid>

					<description><![CDATA[เดิมผมชอบเขียนโปรแกรมคอมพ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เดิมผมชอบเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพราะผมรู้สึกสนใจใคร่รู้ในการสั่งงานเครื่องจักรที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ โดยตอนแรกก็เรียนรู้การเขียนภาษาคอมพิวเตอร์แบบง่าย ๆ จนกระทั่งพัฒนาไปเรียนรู้การเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูง</p>
<p>จากนั้นผมก็พบว่าการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มันเริ่มไม่ใช่ เพราะถึงแม้ผมจะเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ใด ๆ จนถ่องแท้แล้ว ผมก็มักพบความเปลี่ยนแปลง คือพบว่ามันมีคนที่ฉลาดกว่าผม เก่งกว่าผม มีความคิดสร้างสรรค์และความพยายามมากกว่าผม ได้คิดค้นและสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ ขึ้นมา แล้วภาษาคอมพิวเตอร์พวกนั้นมันก็ทั้งดีและทันสมัย จนกระทั่งมีคนใช้อย่างกว้างขวาง และทำให้ผมต้องเพียรพยายามไปเรียนรู้มันให้แตกฉานอยู่ร่ำไป</p>
<p>มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมคิดอะไรเองไม่เป็น ต้องคอยตามคนอื่นไปเรื่อย ๆ อยู่แบบนั้น!!!</p>
<p>ผมเคยเบนเข็มไปให้ความสนใจกับ &#8220;ภาษาเครื่อง&#8221; แทน เพราะมันเป็นอะไรที่ทั้งดิบและเถื่อน มันเป็นการปฏิวัติตัวเองจากการให้ความสนใจในภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูง ไปสู่ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับล่างสุดที่ใกล้ชิดกับกลไกพื้นฐานของหน่วยประมวลผล</p>
<p>คือปรกติแล้วคนที่เรียนภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูง มันก็แทบจะพูดคุยกับคนทั่วไปไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว แต่นี่ผมกลับไปสนใจในภาษาคอมพิวเตอร์ระดับล่างสุด มันเลยทำให้นอกจากจะพูดคุยกับคนทั่วไปไม่รู้เรื่องแล้ว ยังทำให้พูดคุยกับคนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยกันเองไม่รู้เรื่องเข้าไปใหญ่!!!</p>
<p>นอกจากนี้ผมก็พบว่า การเีรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับล่างอย่างภาษาเครื่อง มันเป็นอะไรที่เฉพาะไม่ยืดหยุ่น เพราะภาษาคอมพิวเตอร์ระดับล่างมันถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับ &#8220;หน่วยประมวลผล&#8221; แต่ล่ะชนิด แต่ล่ะยี่ห้อ แต่ล่ะสถาปัตยกรรม ถึงแม้ว่าในขณะที่ผมให้ความสนใจเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับล่างนั้น เป็นยุคสมัยที่หน่วยประมวลผลของอินเทลในรุ่น X86 กำลังรุ่งเรื่องอยู่ และมีส่วนแบ่งตลาดสูง จนกระทั่งผมไม่ต้องเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับล่างสำหรับหน่วยประมวลผลอื่นก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไปในยุคนี้ ยุคที่หน่วยประมวลผลสำหรับอุปกรณ์พกพากำลังกินส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนการเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับล่าง ไม่ได้ถูกผูกขาดอยู่กับอินเทลอีกต่อไป</p>
<p>ที่สำคัญก็คือ ต่อให้ผมแตกฉานในภาษาคอมพิวเตอร์ระดับล่าง มันก็ไม่ได้ช่วยให้ผมได้รับ ลาภ ยศ สรรเสริญ ใด ๆ เพราะเมืองไทยมันไม่มีห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมหน่วยประมวลผล ดังนั้น คนที่แตกฉานในภาษาคอมพิวเตอร์ระดับล่าง  จึงเป็นสิ่งไม่จำเป็น และที่สำคัญยิ่งขึ้นไปอีกก็คือผมไปผิดทาง ศึกษาผิดทาง เพราะการศึกษาภาษาคอมพิวเตอร์ระดับล่างมันเป็นบทบาทของผู้จบทางด้าน<strong>วิศวกรรมคอมพิวเตอร์</strong> ไม่ใช่ผู้จบทางด้าน<strong>วิทยาการคอมพิวเตอร์</strong>เช่นผม</p>
<p>แล้ว<strong>วิทยาการคอมพิวเตอร์</strong>มันคืออะไร?</p>
<p>หลังจากค้นหาคำตอบอยู่นาน ในที่สุดผมก็ได้คำตอบว่า <strong>วิทยาการคอมพิวเตอร์</strong> คือ สาขาวิชาที่ศึกษาค้นคว้า<strong>ทฤษฎีการคำนวณ</strong>สำหรับคอมพิวเตอร์ และ <strong>ทฤษฎีการประมวลผล</strong>สารสนเทศ</p>
<p>งั้นก็แสดงว่าการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นชั้นสูงหรือชั้นล่าง ล้วนยังไม่ใช่แก่นแท้ของวิทยาการคอมพิวเตอร์ เพราะแก่นแท้ของวิทยาการคอมพิวเตอร์คือ &#8220;การศึกษาค้นคว้า<strong>ทฤษฎีการคำนวณ</strong>สำหรับคอมพิวเตอร์ และ <strong>ทฤษฎีการประมวลผล</strong>สารสนเทศ&#8221;</p>
<p>หลังจากผมได้คำตอบแล้ว มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาก ๆ มันทำให้ผมรู้สึกว่าคำตอบนี้มันยิ่งใหญ่ เพราะถ้าผมเดินตามแนวทางการศึกษาค้นคว้า<strong>ทฤษฎีการคำนวณ</strong>สำหรับคอมพิวเตอร์ และ <strong>ทฤษฎีการประมวลผล</strong>สารสนเทศ มันย่อมแสดงว่าผมมีอิสระ สิ่งที่คิดค้นขึ้นมาจะมีอิสระ ไม่ล้าสมัยง่าย ๆ ไม่ยึดโยงต่อแกนเวลา และไม่ยึดติดกับภาษาคอมพิวเตอร์ใด ๆ</p>
<p>มันดีจริง ๆ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1763/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในภาคธุรกิจไทย</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1281</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1281#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Jun 2010 06:13:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาการคอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[computer science]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.tai-parinya.com/?p=1281</guid>

					<description><![CDATA[เรามาดูกันดีกว่าว่าสาขาวิ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เรามาดูกันดีกว่าว่าสาขาวิชา &#8220;วิทยาการคอมพิวเตอร์&#8221; ส่วนไหนบ้าง ที่เราจะนำไปใช้ได้ในภาคธุรกิจไทย โดยก่อนอื่น ผมขอลอกเอารายละเอียดมาจาก <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Computer_science">Wikipedia</a> นะ แล้วเอามาแยกแยะเป็นหมวดหมู่แบบกระชับ เราก็จะพบว่า &#8220;วิทยาการคอมพิวเตอร์&#8221; เกี่ยวข้องกับเรื่องดังต่อไปนี้ &#8230;</p>
<ol>
<li>Theoretical Computer Science</li>
<ol>
<li style="color:red;"><strong>Mathematical Logic</strong></li>
<li>Automata theory</li>
<li>Number Theory</li>
<li>Graph Theory</li>
<li>Type Theory</li>
<li>Category Theory</li>
<li>Computational geometry</li>
<li>Quantum computing theory</li>
</ol>
<li>Theory of Computation</li>
<ol>
<li>Computability theory</li>
<li>Computational complexity theory</li>
<li style="color:red;">Cryptography</li>
</ol>
<li>Algorithm and data structures</li>
<ol>
<li style="color:red;"><strong>Analysis of algorithms</strong></li>
<li style="color:red;"><strong>Algorithms</strong></li>
<li style="color:red;"><strong>Data structures</strong></li>
</ol>
<li>Computer elements and architecture</li>
<ol>
<li style="color:red;">Digital Logic</li>
<li style="color:red;">Microarchitecture</li>
<li style="color:red;">Multiprocessing</li>
</ol>
<li>Computational Science</li>
<ol>
<li>Numerical analysis</li>
<li>Computational physics</li>
<li>Computational chemistry</li>
<li>Bioinformatics</li>
</ol>
<li>Artificial Intelligence</li>
<ol>
<li>Machine Learning</li>
<li>Computer vision</li>
<li style="color:red;">Image Processing</li>
<li style="color:red;">Pattern Recognition</li>
<li>Cognitive Science</li>
<li style="color:red;">Data Mining</li>
<li>Evolutionary Computation</li>
<li style="color:red;">Information Retrieval</li>
<li style="color:red;">Knowledge Representation</li>
<li style="color:red;">Natural Language Processing</li>
<li style="color:red;">Robotics</li>
<li style="color:red;">Human–computer interaction</li>
</ol>
<li>Software Engineering</li>
<ol>
<li style="color:red;"><strong>Operating Systems</strong></li>
<li style="color:red;"><strong>Computer Networks</strong></li>
<li style="color:red;"><strong>Databases</strong></li>
<li style="color:red;"><strong>Computer Security</strong></li>
<li>Ubiquitous computing</li>
<li style="color:red;"><strong>Systems architecture</strong></li>
<li>Compiler design</li>
<li style="color:red;""><strong>Programming languages</strong></li>
</ol>
</ol>
<p>แขนงวิชาที่เป็นตัวอักษรสีแดง คือ แขนงวิชาทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในภาคธุรกิจไทย ส่วนแขนงวิชาที่เป็นสีแดงตัวหนา คือ แขนงวิชาทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่นอกจากจะมีการใช้อย่างแพร่หลายในภาคธุรกิจไทยแล้ว ยังถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนระบบสารสนเทศของแต่ล่ะองค์กรด้วย</p>
<p>ดูแบบนี้แล้วก็น่าจะพอรู้แล้วเน้อะ ว่าถ้าเอา &#8220;วิทยาการคอมพิวเตอร์&#8221; ไปใช้หาเลี้ยงชีพ เราควรสนใจตัวไหน และถ้าเราจะเอา &#8220;วิทยาการคอมพิวเตอร์&#8221; มาใช้เพื่อทำงานอดิเรกสนุก ๆ เราควรจะสนใจตัวใด!!</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1281/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
