<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปัญหา &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Sep 2015 14:37:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>การแก้ปัญหาภาษาไทยบนระบบคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2182</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2182#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2015 15:50:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2182</guid>

					<description><![CDATA[ผมเข้ามาในวงการคอมพิวเตอร]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเข้ามาในวงการคอมพิวเตอร์ ช่วงที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมีราคาถูกลง ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ MS-DOS และสามารถแสดงผลแบบกราฟิกได้ และก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มหาวิทยาลัยและหน่วยงานทางอุตสาหกรรมชั้นนำของไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำให้คอมพิวเตอร์สามารถนำเข้าข้อมูลเป็นภาษาไทยและแสดงผลแบบภาษาไทยได้</p>
<p>การเกิดขึ้นของ CU Writer ซึ่งเป็นโปรแกรมพิมพ์เอกสารที่ทำงานโดยการเปิดโหมดกราฟิก หรือการเกิดขึ้นของโปรแกรม VThai ซึ่งเป็นโปรแกรมฝังตัวที่ใช้การ Interrupt MS-DOS เพื่อยึดการควบคุมแล้วแสดงผลแบบกราฟิกเพื่อสนับสนุนภาษาไทย ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์ให้กับคนไทยได้อย่างตรงวัตถุประสงค์</p>
<p>ปัญหาตอนนั้นคือ นำเข้าภาษาไทยไม่ได้ แสดงผลภาษาไทยไม่ได้ ดังนั้น ก็ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด คือให้มันทำให้ได้ ซึ่งตอนนั้น VThai ก็ถือว่าทำได้ดีและมีความแพร่หลาย ใคร ๆ ก็ใช้มัน ซึ่งข้อเสียในเรื่องการแสดงผลก็คงเป็นเรื่องของขนาด เพราะมันแสดงผลได้แค่แบบบิตแมพ ขนาดคงที่ยืดหดไม่ได้</p>
<p>ปัญหาของคนไทย ก็ต้องให้คนไทยแก้ถูกมั้ย? เพราะไม่มีคนชาติไหนจะแก้ปัญหาให้คนไทยได้ นอกจากคนไทยที่ควรจะเข้าใจตัวเองที่สุด!!!</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/microsoft-80659_640.png"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2183" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/microsoft-80659_640.png" alt="microsoft-80659_640" width="640" height="320" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/microsoft-80659_640.png 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/microsoft-80659_640-300x150.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/microsoft-80659_640-500x250.png 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>การเกิดขึ้นของระบบปฏิบัติการสวมทับอย่าง MS Windows 3.0 หรือระบบปฏิบัติการของแท้บริสุทธิ์อย่าง MS Windows 95 ขึ้นไปจนถึง MS Windows 10 ในปัจจุบัน ได้ทำให้การแก้ปัญหาภาษาไทยไม่ใช่เรื่องที่ตั้งต้นโดยคนไทย คนไทยมีส่วนร่วมแต่ไม่ได้ตั้งต้น เพราะการนำเข้าข้อมูลภาษาไทยผ่านแป้นพิมพ์ การแสดงผลภาษาไทยแบบเวกเตอร์ออกทางจอภาพ และ การส่งผ่านภาษาไทยออกทางเครื่องพิมพ์ ล้วนกระทำผ่านโครงสร้างพื้นฐานของตัวระบบปฏิบัติการ ซึ่งถูกวางเอาไว้เพื่อรองรับความหลากหลายของภาษาท้องถิ่นอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น การกำหนดช่วงของรหัสเพื่อแทนอักขระภาษาไทย หรือการสร้างรูปแบบตัวอักษรภาษาไทยเพื่อบรรจุเข้าไว้ในระบบ จึงเป็นเรื่องที่ต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มี ถ้าพื้นฐานไม่มีก็ต่อยอดไม่ได้</p>
<p>ปัญหาของภาษาไทยบนระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่มีแค่เฉพาะการนำเข้าภาษาไทยผ่านแป้นพิมพ์ การแสดงผลภาษาไทยออกทางจอภาพ หรือการพิมพ์ภาษาไทยออกทางเครื่องพิมพ์เท่านั้น ยังรวมไปถึงการนำเข้าคำพูดภาษาไทยผ่านไมโครโฟน และการเปล่งเสียงภาษาไทยออกทางลำโพงด้วย!!!</p>
<p>วิธีการออกเสียงของภาษาไทยไม่เหมือนภาษาอังกฤษ ดังนั้น จะใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์สำหรับสกัดคลื่่นเสียงภาษาอังกฤษมาใช้กับภาษาไทยโดยตรงก็คงไม่ได้ มันต้องมีการปรับนิดหน่อย ซึ่งผมก็ได้เห็นงานวิจัยของหน่วยงานอุตสาหกรรมชั้นนำของไทยเรา ที่กำลังก้าวหน้าไปได้ด้วยดีในเรื่องนี้ แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ สิ่งที่น่ากังวลก็คือ เมื่อใดก็ตามที่บริษัทชั้นนำของโลก ได้ก้าวผ่านข้อจำกัดต่าง ๆ แล้วสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตัวระบบปฏิบัติการ เพื่อรองรับความหลากหลายของการนำเข้าคำพูดภาษาท้องถิ่นได้สำเร็จ เมื่อนั้น คนไทยเราก็จะเปลี่ยนจากผู้ตั้งต้นในการแก้ปัญหานี้ กลายเป็นเพียงผู้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ไปโดยปริยาย อีกครั้ง!</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/man-141052_640.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2184" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/man-141052_640.jpg" alt="man-141052_640" width="640" height="452" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/man-141052_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/man-141052_640-300x212.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/man-141052_640-425x300.jpg 425w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>ความรู้สึกของผมนะ ผมรู้สึกว่าคนไทยเราแก้ปัญหาภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์ได้ดี แต่เราไม่ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเพื่อแก้ปัญหาอื่น แล้วพอบริษัทชั้นนำของโลกสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ซึ่งแก้ปัญหาอื่นรวมทั้งปัญหาภาษาท้องถิ่นที่หลากหลายได้ เราก็เลยต้องย้ายการแก้ปัญหาภาษาไทยบนระบบคอมพิวเตอร์ ไปอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานที่ว่าแทน</p>
<p>ตอนนี้พอมองภาพกันออกแล้วใช่มั้ยครับ ว่าการแก้ปัญหาภาษาไทยบนระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าจะไม่ให้เสียเวลาในการแก้ปัญหา เราต้องพิจารณาจากสิ่งใด?</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2182/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัญหาความซับซ้อนในการคำนวณ</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1979</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1979#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Apr 2015 14:05:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Computation]]></category>
		<category><![CDATA[คำนวณ]]></category>
		<category><![CDATA[ซับซ้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[computation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1979</guid>

					<description><![CDATA[คอมพิวเตอร์ถึงจะทำงานได้เ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คอมพิวเตอร์ถึงจะทำงานได้เร็วแต่ก็มีข้อจำกัด หากมันเจอกับโจทย์ที่เป็นปัญหาซับซ้อนในการคำนวณ ซึ่งเท่าที่ผมเคยเผชิญมันมีอยู่ 2 แบบใหญ่ ๆ (และยังมีแบบอื่นอีก) คือ แบบที่ต้องคำนวณด้วยเวลา C ยกกำลัง N กับ แบบที่ต้องคำนวณด้วยเวลา 2 ยกกำลัง N แล้วจึงลบ 1</p>
<p>โดย N คือจำนวนของขนาดปัญหาที่เป็นไปได้</p>
<p>อย่างแบบแรก ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเรามีเสื้อ 2 ตัว กางเกง 2 ตัว รองเท้า 2 คู่ เราจะเลือกใส่ เสื้อ กางเกง และ รองเท้า ยังไงให้หล่อที่สุด ซึ่งจากโจทย์ C ก็คือ 2 เพราะบังเอิญว่าแต่ล่ะตัวแปรมี 2 กรณีให้เลือก ในขณะที่ N คือ 3 เพราะขนาดปัญหา คือ 3 ตัวแปร คือ 1) เสื้อ 2) กางเกง 3) รองเท้า ดังนั้น ถ้าจะหาคำตอบที่ดีที่สุด เราก็ต้องลอง เสื้อ กางเกง รองเท้า ให้มันหมดเลย ซึ่งต้องใช้เวลาเท่ากับ C ยกกำลัง N หรือ 2 ยกกำลัง 3 ซึ่งก็คือ {1, 1, 1}, {1, 1, 2}, {1, 2, 1}, {1, 2, 2}, {2, 1, 1}, {2, 1, 2}, {2, 2, 1} และ {2, 2, 2} หรือก็คือใช้เวลาไป 8 รอบ</p>
<p>ส่วนแบบสอง ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ ก็คือ ถ้าในร้านค้ามีสินค้าเพียง 3 ชิ้นที่แตกต่างกัน แล้วเรามีเงินอยู่แค่ 100 บาท เราจะซื้อสินค้าได้กี่่ชิ้น ซึ่งจากโจทย์ N ก็คือ 3 เพราะขนาดปัญหา คือ 3 ดังนั้น ถ้าจะหาคำตอบที่ดีที่สุด เราก็ต้องเอาราคาสินค้ามาเทียบกันให้หมดเลย เพื่อดูว่ารวมเงินแล้วจะซื้อชิ้นไหนได้บ้างโดยใช้เงินไม่เกิน 100 บาท ซึ่งต้องใช้เวลาคำนวณเท่ากับ 2 ยกกำลัง 3 แล้วจึงลบ 1 ซึ่งน้อย ๆ แบบนี้ยังพอยกตัวอย่างให้ดูได้ ก็ประมาณนี้คือ {1}, {2}, {3}, {1,2}, {1,3}, {2,3} และ {1,2,3} หรือก็คือใช้เวลาไป 7 รอบ</p>
<p>ทุกวันนี้ไม่มีใครสนใจใช้วิธีการหาคำตอบทั้งหมดเพื่อเลือกคำตอบที่ดีที่สุดบนดิจิทัลคอมพิวเตอร์กันแล้ว เขาหันไปใช้วิธีการตัดเล็มตัวเลือกที่อ่อนด๋อย เพื่อจะได้เหลือเฉพาะตัวเลือกที่ดีที่สุด หรือไม่เขาก็ไปใช้วิธีการอนุมานอย่างมีเหตุผลเพื่อเลือกคำตอบที่น่าจะดีที่สุดแทน</p>
<p>ต่อให้มีควอนตัมคอมพิวเตอร์ให้ใช้กัน ผมก็ยังเชื่อว่าปัญหาความซับซ้อนในการคำนวณจะยังคงถูกต่อยอดคิดค้นให้มาแก้กันต่อไป จนกว่าจะมีใครซักคนคิดค้นสมการเทพ ๆ ที่ใส่ค่าทีเดียวแล้วได้คำตอบทุกอย่าง หรือจนกว่าคอมพิวเตอร์คำนวณชั่วพริบตาขณะจิตจะถูกสร้างขึ้นนั่นแหล่ะ ปัญหานี้ถึงจะหมดไป</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1979/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลักคิดในการทำวิจัยทางวิทยาการคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1927</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1927#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Jun 2014 06:39:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องมือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1927</guid>

					<description><![CDATA[การทำวิจัยทางด้านวิทยาการ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การทำวิจัยทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ 1) ปัญหา และ 2) เครื่องมือในการแก้ปัญหา</p>
<p>คนส่วนใหญ่ที่เรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์มา มักจะได้มีโอกาสเรียนเครื่องมือในการแก้ปัญหาจนชำนาญ และพวกเขาเหล่านั้นก็มักจะมีเครื่องมือแก้ปัญหาประจำตัวอะไรซักอย่างหนึ่ง ที่พวกเขาถนัดที่สุด ใช้บ่อยที่สุด และมีความมั่นใจมากที่สุดเมื่อใช้มัน เช่น พวกเขาอาจจะถนัดใช้ Neural Network มาก รู้ทะลุปรุโปร่งสุด ๆ หรือ อาจจะถนัด Hidden Markov Models อย่างเทพ หรือ อาจจะถนัดในการเขียน OOP บน Java มาก ๆ เป็นต้น</p>
<p>ดังนั้น เมื่อต้องคิดงานวิจัยอะไรขึ้นมา พวกเขาเหล่านั้นจึงไม่ลังเลที่จะเอาเครื่องมือแก้ปัญหาที่พวกเขาถนัด ไปแก้ปัญหาเรื่องนู้นเรื่องนี้ตามแต่โอกาสจะอำนวย เช่น ถ้าถนัด แต่ Hidden Markov Model ก็นำ Hidden Markov Model ไปแก้ปัญหา Speech Recognition, Gesture Recognition, Network Intruder เป็นต้น</p>
<figure id="attachment_1928" aria-describedby="caption-attachment-1928" style="width: 418px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/06/tools_to_problem.png"><img decoding="async" class="size-full wp-image-1928" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/06/tools_to_problem.png" alt="นำเครื่องมือไปแก้ปัญหาต่าง ๆ" width="418" height="423" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/06/tools_to_problem.png 418w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/06/tools_to_problem-296x300.png 296w" sizes="(max-width: 418px) 100vw, 418px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1928" class="wp-caption-text">นำเครื่องมือไปแก้ปัญหาต่าง ๆ</figcaption></figure>
<p>แต่อาจารย์ของผมสอนผมว่าแบบนี้ไม่ดี เพราะมันเท่ากับว่าเราเอาแต่หมกมุ่นกับเครื่องมือแก้ปัญหามากเกินไป ดังนั้น เราจะไม่มีการพัฒนาตัวเอง เพราะเราจะรู้อยู่แต่เครื่องมือที่เราถนัดเท่านั้น ในขณะที่แบบที่อาจารย์ผมมองว่าดีคือ ให้เราสนใจในปัญหาก่อน แล้วค่อยหาเครื่องมือแก้ปัญหาที่เหมาะสมมาแก้ปัญหา เช่น ถ้าเราจะค้นหาผลลัพธ์ใด ๆ ในเวลาอันรวดเร็ว โดยให้มันไม่เผชิญกับปัญหา Non-Deterministic Polynomial Time เราก็ควรจะทดลองหาเครื่องมือต่าง ๆ มาทดลอง เช่น Ant Colony Optimization, Genetic Algorithm, Particle Swarm Optimization, Gravitational Search Algorithm, Tabu Search เป็นต้น ซึ่งมันจะทำให้เรามีความรู้ในเครื่องมือที่หลากหลาย และได้รู้ทางอ้อมว่าเครื่องมือใดเหมาะกับการแก้ปัญหาใดจริง ๆ จากการทดลอง</p>
<figure id="attachment_1929" aria-describedby="caption-attachment-1929" style="width: 413px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/06/problem_by_tools.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1929" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/06/problem_by_tools.png" alt="หาเครื่องมือมาแก้ปัญหา" width="413" height="431" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/06/problem_by_tools.png 413w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/06/problem_by_tools-287x300.png 287w" sizes="auto, (max-width: 413px) 100vw, 413px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1929" class="wp-caption-text">หาเครื่องมือมาแก้ปัญหา</figcaption></figure>
<p>โดยส่วนตัวมองว่า ความชำนาญในการใช้เครื่องมือแก้ปัญหา กับ ความชำนาญในการแก้ปัญหา มันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ล่ะโอกาส ไม่มีใครผิดใครถูก เช่น ถ้าเป็นในการทำงานจริง เราก็อยากให้คนระดับบริหารจัดการของเรา มีความชำนาญในการแก้ปัญหา ในขณะที่เราก็คาดหวังให้คนระดับปฏิบัติการของเรา มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือแก้ปัญหาเหมือนกัน</p>
<p>แต่ถ้าเป็นในแง่ของงานวิจัยทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ ดูเหมือนว่าคนที่ชำนาญในการแก้ปัญหา จะมีภาษีสูงกว่าคนที่ชำนาญในการใช้เครื่องมือแก้ปัญหาเยอะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1927/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
