<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทันสมัย &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/tag/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Nov 2014 16:02:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>ความรู้ที่ทันสมัยที่สุดอยู่ที่ไหน?</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1944</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1944#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2014 13:40:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทันสมัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1944</guid>

					<description><![CDATA[สมัยก่อนผมจะกระหายใคร่รู้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สมัยก่อนผมจะกระหายใคร่รู้ในวิทยาการล้ำสมัยเอามาก ๆ และก็จะพยายามดั้นด้นเสาะแสวงหาความรู้ในหนังสือมาอ่านโดยตลอด ซึ่งมันทำให้ผมได้มีความรู้ก่อนใครเสมอ ๆ เรียกว่าเป็นคนบูชาความรู้เลยก็ว่าได้</p>
<p>บางคนอาจจะคิดว่ามีความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอดถมไป อันนี้ก็จริง แต่ผมคิดว่าการได้รู้ในความรู้ มันก็เหมือนกับการที่คนทั่วไปอยากมีอยากได้ทั่ว ๆ ไปนั่นแหล่ะ เพียงแต่สิ่งที่ผมอยากมีอยากได้มันเป็นความรู้เท่านั้นเอง</p>
<p>ทีนี้ถ้าเกิดใครที่เป็นแบบผม คือ กระหายใคร่รู้ในวิทยาการคอมพิวเตอร์อันก้าวล้ำก่อนใคร ๆ แล้วไม่รู้ว่าจะไปเสาะแสวงหาความรู้เพื่อให้ได้รู้ได้จากที่ไหน งั้นผมจะลำดับแหล่งความรู้จากทันสมัยที่สุดไปยังทันสมัยน้อยที่สุดให้ทราบดังนี้</p>
<p><strong>ลำดับที่ 1 Proceeding จาก Conference</strong></p>
<p>เป็นงานวิจัยที่ทันสมัยที่สุดที่จะหาได้จากโลกใบนี้ ซึ่งก็เข้าใจแหล่ะว่ามันอาจจะไม่ทันสมัยเท่ากับงานวิจัยของหน่วยงานรัฐระดับโลกที่มีการปกปิดเป็นความลับ หรือเท่ากับงานวิจัยของบริษัทเอกชนชั้นนำของโลก แต่ก็ให้แน่ใจได้เลยว่ามันจะเป็นอะไรที่ทันสมัยเท่าที่มีการเปิดเผยในโลกใบนี้และมันเป็นอะไรที่ใหม่มาก ๆ จนกระทั่งนักวิจัยต้องรีบเอามานำเสนอก่อนที่จะมีใครแย่งนำเสนอสิ่งที่คิดค้นได้ไปก่อน</p>
<p><strong>ลำดับที่ 2 Journal</strong></p>
<p>งานวิจัยใน Journal จะช้ากว่า Proceeding เพราะงานวิจัยลำดับนี้ จะต้องผ่านการทบทวนโดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลายครั้ง หนำซ้ำอาจจะต้องมีการสอบถามผู้วิจัยอีกหลายหนจนกว่าจะแน่ใจให้ตีพิมพ์ได้ ซึ่งวิทยาการคอมพิวเตอร์มันเป็นอะไรที่เร็วมาก การมานำเสนอใน Journal จึงถือว่าช้ากว่า เพราะใช้เวลาทบทวนหลายเดือนจนถึงเป็นปี และก็กลายเป็นไม่ทันสมัย เพราะสิ่งที่กำลังรอนำเสนอใน Journal อาจจะมีงานวิจัยที่เหมือนกันถูกนำเสนอตัดหน้าไปใน Proceeding ไปแล้วก็เป็นได้ ซึ่งมันก็จะทำให้กลายเป็นว่างานวิจัยที่กำลังจะนำเสนอใน Journal มีสภาพเป็นของเก่าไม่ทันสมัยไปในบัดดล แต่ความเห็นส่วนตัวของผม ก็ยังมองว่าความรู้ใน Journal ก็ยังใหม่อยู่ถ้าเอาไปเปรียบกับการประยุกต์ใช้จริงในโลกอุตสาหกรรม</p>
<p><strong>ลำดับที่ 3 Textbook</strong></p>
<p>Textbook ก็คือหนังสือภาษาอังกฤษนั่นแหล่ะ ซึ่งปรกติแล้ว ถ้าวิทยาการคอมพิวเตอร์ใดมันเริ่มถูกวิจัยเพื่อแก้ปัญหาไปได้มากแล้ว เป็นอะไรที่เริ่มเสถียร เริ่มนิ่ง เริ่มพอจะเอาไปรวบรวมเป็นหมวดหมู่เพื่อนำเสนอและนำไปประยุกต์ใช้ได้แล้ว เมื่อนั้นแหล่ะ Textbook ถึงจะเริ่มออกมาได้ และถ้าเราอ่านเนื้อหาดี ๆ ก็จะพบว่า Textbook มันไม่ต่างจาก Review Article เลย ต่างกันก็เพียงแต่ Textbook จะพยายามลงรายละเอียดในทุกขั้นตอนให้คนอ่านได้เข้าใจโดยไม่ต้องมาเสียเวลาตีความอะไรอีก ซึ่งถ้านับความทันสมัยแล้ว พอความรู้มันกลายมาเป็น Textbook ความรู้นั้นก็ถือว่าเก่าแล้วล่ะในแง่ของวงการวิจัย แต่มันเป็นอะไรที่ใหม่กิ๊กสุด ๆ เลยล่ะสำหรับคนนอกงานวิจัยที่ไม่เคยรู้จักมันมาก่อน</p>
<p><strong>ลำดับที่ 4 หนังสือไทย</strong></p>
<p>ถ้าลองออกมาเป็นหนังสือไทยได้ ผมบอกเลยครับว่าวิทยาการคอมพิวเตอร์ดังกล่าวล้าสมัยไปมากแล้ว เพราะมีน้อยครับสำหรับเมืองไทย ที่คนแต่งหนังสือไทยจะแต่งหนังสือโดยอ้างอิงจาก Proceeding หรือ Journal เพราะที่เห็นส่วนใหญ่ก็ล้วนอ้างอิงจาก Textbook ด้วยกันทั้งนั้น แบบว่ามันเป็นอะไรที่โอเคกว่า ยิ่งแปลมาจาก Textbook ยิ่งเร็วและง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะ Textbook ได้พรรณาทุกอย่าง ๆ เป็นระบบไว้แล้ว หนำซ้ำยังมีรูปภาพสวย ๆ ประกอบให้เรียบร้อยอีกต่างหาก จะแต่งเองทำไมให้เมื่อยตุ้ม ลอกเลยดุ้น ๆ ดีกว่า</p>
<p>ที่สำคัญคือคนเก่ง ๆ ทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ เขาไม่ค่อยมีเวลามาแต่งหนังสือกันหรอกครับ เขาเลือกจะเอาเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นที่มันได้ตังค์เยอะ ๆ ดีกว่า แล้ววิทยาการคอมพิวเตอร์มันก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก คนสนใจไม่ค่อยมาก ไม่เหมือนกับการแต่งหนังสือวิธีการแต่งรถ หรือวิธีการแต่งหน้าทาปาก ดังนั้น กว่าหนังสือไทยที่เกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์จะออกมาได้ มันก็เลยกลายเป็นอะไรที่ช้าเข้าไปใหญ่</p>
<p>โดยสรุปแล้ว สำหรับใครที่ใฝ่รู้นะครับ ผมขอแนะนำเลยครับ ไปหา Proceeding อ่านเลย คือ คุณไม่ต้องทำวิจัยก็ได้ แค่คุณอยากรู้คุณก็ไปหาอ่าน แค่นี้คุณก็ได้รู้เร็วเท่าทันระดับโลกเค้าแล้วครับ</p>
<p>(แต่อ่านแล้วไม่รู้เรื่อง มันก็เป็นอะไรที่โคตรน่าเบื่อจริง ๆ นะ)</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1944/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
