<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คอมพิวเตอร์ &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/tag/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>Computation theories and information processing theories.</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 Dec 2017 16:02:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>
	<item>
		<title>ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2579</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2579#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Dec 2017 16:01:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2579</guid>

					<description><![CDATA[หลายปีที่ผ่านมาผมได้คุยกับคนเก่ง ๆ ทางคอมพิวเตอร์เยอะมาก ผมเลยได้รู้ว่านอกจากพวกเขาจะเก่งแล้ว เพื่อยืนยันความเก่งให้ทบทวีคูณเข้าไปอีก พวกเขาก็ยังต้องมีใบประกาศนียบัตรในด้านมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ หรือ กรอบความคิด เพื่อยืนยันความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมด้วย และด้วยเหตุที่ผมเจอคนเก่ง ๆ เยอะนั่นแหล่ะ ผมเลยสามารถ &#8220;แบ่ง&#8221; ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ 1)  ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการ พวกเขาจะเก่งสายบู๊ ชำนาญด้านผลิตภัณฑ์หรือกรอบความคิดในการพัฒนา และมักมีใบประกาศนียบัตรด้านปฏิบัติการ เช่น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายปีที่ผ่านมาผมได้คุยกับคนเก่ง ๆ ทางคอมพิวเตอร์เยอะมาก ผมเลยได้รู้ว่านอกจากพวกเขาจะเก่งแล้ว เพื่อยืนยันความเก่งให้ทบทวีคูณเข้าไปอีก พวกเขาก็ยังต้องมีใบประกาศนียบัตรในด้านมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ หรือ กรอบความคิด เพื่อยืนยันความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมด้วย</p>
<p>และด้วยเหตุที่ผมเจอคนเก่ง ๆ เยอะนั่นแหล่ะ ผมเลยสามารถ &#8220;แบ่ง&#8221; ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>1) </strong> <strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการ</strong></span> พวกเขาจะเก่งสายบู๊ ชำนาญด้านผลิตภัณฑ์หรือกรอบความคิดในการพัฒนา และมักมีใบประกาศนียบัตรด้านปฏิบัติการ เช่น Microsoft Certified Professional, Cisco Systems Certified, Oracle Certified Professional, Certified RapidMiner Analyst, Certified OpenStack Administrator, Certified Kubernetes Administrator หรือ GIAC Intrusion Analyst เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>2)</strong> <strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการ</strong></span> พวกเขาจะเก่งสายบุ๋น ชำนาญด้านมาตรฐานหรือกรอบความคิดในการบริหารจัดการองค์กรไอที และมักมีใบประกาศนียบัตรด้านบริหารจัดการ เช่น ITIL Foundation Certification, CMMI Practitioner Certification, CISSP Certifcation หรือ COBIT 5 Foundation Certification เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3)</strong> <strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านกำกับดูแล</strong></span> พวกเขาจะเก่งสายบุ๋น ชำนาญด้านมาตรฐานหรือกรอบความคิดในการกำกับดูแลองค์กรไอที และมักมีใบประกาศนียบัตรด้านการกำกับดูแล เช่น COBIT 5 Implementation Certification หรือ ISO/IEC 27001:2013 Lead Auditor Certification เป็นต้น</p>
<p>อย่างที่พวกเรารู้กัน คนไอทีหรือคนทางคอมพิวเตอร์ มักจะคุยกับคนอื่นไม่ค่อยรู้เรื่อง ดังนั้น เท่าที่ผมเห็นนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการจะคุยกันเองรู้เรื่อง และยังพอคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการรู้เรื่องบ้าง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการ จะคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านกำกับดูแลไม่ค่อยจะรู้เรื่องซักเท่าไหร่!!!</p>
<p>ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ จึงค่อนข้างเป็นคนสำคัญในสายตาผมครับ เพราะพวกเขาจะช่วยเป็นล่ามให้ผม ในการถ่ายทอดสาระสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญด้านกำกับดูแล ไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการ นั่นเอง</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2579/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คอมพิวเตอร์คืออะไร?</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2437</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2437#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2016 09:39:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Wikipedia]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2437</guid>

					<description><![CDATA[เดี๋ยวนี้เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์หลายอย่าง มันมีคุณสมบัติและประพฤติตนเหมือนกับคอมพิวเตอร์ แต่เรากลับไม่เรียกมันว่าคอมพิวเตอร์ เรามีชื่อเฉพาะสำหรับเรียกมัน เราเรียกมันเป็นอย่างอื่นจนติดปากแทน หลายอย่างมันเคยเป็นอย่างอื่น ทำอย่างอื่นมาก่อน แต่เมื่อมันผนึกเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในตัวมัน หลัง ๆ  มันก็ทำงานเหมือนคอมพิวเตอร์ซะอย่างนั้น แต่เราก็ยังไม่เรียกมันว่าคอมพิวเตอร์อยู่ดี ผมเองก็รู้จักคอมพิวเตอร์ไม่ครบทุกหมวดหมู่เหมือนกัน ว่าทุกวันนี้มีอะไรที่กลายพันธ์ุหรือวิวัฒนาการ จนตัวมันได้ประพฤติตนเหมือนกับคอมพิวเตอร์ไปแล้วบ้าง ก็เลยลองค้นหาในวิกิพีเดียดู แล้วก็ได้ผลแบบภาพข้างบนครับ ภาพข้างบนที่ผมจับมาจากวิกิพีเดียมันใหญ่ มันต้องกดขยาย ดูยากไปนิด ผมเลยลอกมาทำเป็น Quote ให้ดูแบบข้างล่างนี้แทน (จัดหมวดหมู่เหมือนวิกิพีเดียเป๊ะ) Microcomputer,]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เดี๋ยวนี้เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์หลายอย่าง มันมีคุณสมบัติและประพฤติตนเหมือนกับคอมพิวเตอร์ แต่เรากลับไม่เรียกมันว่าคอมพิวเตอร์ เรามีชื่อเฉพาะสำหรับเรียกมัน เราเรียกมันเป็นอย่างอื่นจนติดปากแทน</p>
<p>หลายอย่างมันเคยเป็นอย่างอื่น ทำอย่างอื่นมาก่อน แต่เมื่อมันผนึกเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในตัวมัน หลัง ๆ  มันก็ทำงานเหมือนคอมพิวเตอร์ซะอย่างนั้น แต่เราก็ยังไม่เรียกมันว่าคอมพิวเตอร์อยู่ดี</p>
<figure id="attachment_2439" aria-describedby="caption-attachment-2439" style="width: 474px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/12/2559-12-20-15_36_29-Classes-of-computers-Wikipedia.png"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-large wp-image-2439" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/12/2559-12-20-15_36_29-Classes-of-computers-Wikipedia-1024x291.png" alt="หมวดหมู่ของคอมพิวเตอร์" width="474" height="135" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/12/2559-12-20-15_36_29-Classes-of-computers-Wikipedia-1024x291.png 1024w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/12/2559-12-20-15_36_29-Classes-of-computers-Wikipedia-300x85.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/12/2559-12-20-15_36_29-Classes-of-computers-Wikipedia-768x218.png 768w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/12/2559-12-20-15_36_29-Classes-of-computers-Wikipedia.png 1031w" sizes="(max-width: 474px) 100vw, 474px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2439" class="wp-caption-text">หมวดหมู่ของคอมพิวเตอร์</figcaption></figure>
<p>ผมเองก็รู้จักคอมพิวเตอร์ไม่ครบทุกหมวดหมู่เหมือนกัน ว่าทุกวันนี้มีอะไรที่กลายพันธ์ุหรือวิวัฒนาการ จนตัวมันได้ประพฤติตนเหมือนกับคอมพิวเตอร์ไปแล้วบ้าง ก็เลยลองค้นหาในวิกิพีเดียดู แล้วก็ได้ผลแบบภาพข้างบนครับ</p>
<p>ภาพข้างบนที่ผมจับมาจากวิกิพีเดียมันใหญ่ มันต้องกดขยาย ดูยากไปนิด ผมเลยลอกมาทำเป็น Quote ให้ดูแบบข้างล่างนี้แทน (จัดหมวดหมู่เหมือนวิกิพีเดียเป๊ะ)</p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;"><strong>Microcomputer, Personal Computer</strong></span><br />
|-<span style="color: #0000ff;"><strong>Stationary</strong></span><br />
|&#8211;Workstation<br />
|&#8211;Desktop Computer<br />
|&#8211;Home Computer<br />
|&#8211;Personal supercomputer<br />
|&#8211;Small Form Factor (Nettop)<br />
|&#8211;Plug Computer<br />
|&#8211;Portable Computer (Table Computer)<br />
|&#8211;Video Game Arcade Cabinet (System Board)<br />
|&#8211;Home Video Game Console<br />
|&#8211;Microconsole<br />
|&#8211;Interactive kiosk<br />
|&#8211;Smart TV<br />
|&#8211;Smart Speaker<br />
|-<strong><span style="color: #0000ff;">Mobile</span></strong><br />
|&#8211;<span style="color: #339966;"><strong>Laptop</strong></span><br />
|&#8212;Desktop Replacement Computer<br />
|&#8212;Notebook Computer<br />
|&#8212;2-in-1 PC<br />
|&#8212;Subnotebook (Netbook, Smartbook, Ultrabook)<br />
|&#8212;Ultramobile PC<br />
|&#8211;<span style="color: #339966;"><strong>Tablet</strong></span><br />
|&#8212;Ultramobile PC<br />
|&#8212;2-in-1 Tablet<br />
|&#8212;Mobile Internet Device<br />
|&#8212;Tabletop Computer<br />
|&#8212;Phabet<br />
|&#8211;<span style="color: #339966;"><strong>Information Appliance</strong></span><br />
|&#8212;Handheld PC (Plamsize PC, Pocket PC, Pocket Computer, Palmtop PC)<br />
|&#8212;PDA (Electronic organizer, Enterprise Digital Assistant)<br />
|&#8212;Mobile Phone (Feature Phone, Smartphone)<br />
|&#8212;Portable Media Player<br />
|&#8212;E-Reader<br />
|&#8212;Handheld Game Console<br />
|&#8212;Portable Data Terminal / Mobile Data Terminal<br />
|&#8211;<span style="color: #339966;"><strong>Calculator</strong></span><br />
|&#8212;Scientific Calculator<br />
|&#8212;Programmable Calculator<br />
|&#8212;Graphing Calculator<br />
|&#8211;<span style="color: #339966;"><strong>Wearable</strong></span><br />
|&#8212;Digital wristwatch (Calculator Watch, Smart Watch)<br />
|&#8212;Smartglasses<br />
|&#8212;Smart Ring<br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>Mini</strong></span><br />
|-Midrange Computer<br />
|-Superminicomputer<br />
|-Server Computer<br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>Large</strong></span><br />
|-Supercomputer<br />
|-Minisupercomputer<br />
|-Mainframe Computer<br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>Other</strong></span><br />
|-Microcontroller<br />
|-Nanocomputer<br />
|-Pizza box form factor<br />
|-Single-board Computer<br />
|-Smartdust<br />
|-Wireless sensor network</p></blockquote>
<p>จาก Quote ข้างบน (ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ทำใจอ่านนิดนึงนะ มันแปลเป็นภาษาไทยยาก แปลแล้วอาจเหวอได้) จะเห็นว่าคอมพิวเตอร์มันเป็นอะไรที่หลากหลายมาก แต่ล่ะแบบมันก็คงมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกัน (ผมรู้จักบางตัว บางตัวก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อ) มันมีชื่อเรียกเฉพาะที่แตกต่างกัน และบางครั้งเราก็ลืมไปด้วยซ้ำว่ามันเป็นคอมพิวเตอร์แบบนึง</p>
<p>ทีนี้ คอมพิวเตอร์คืออะไร สำหรับผมแล้วหลังจากผ่านโลกมาระดับหนึ่ง ผมก็คิดเองเออเองว่านิยามคอมพิวเตอร์มันชักจะเริ่มเปลี่ยนไปล่ะ ผมเลยคิดว่าคอมพิวเตอร์น่าจะเป็นอะไรกว้าง ๆ ซักอย่างหนึ่งซึ่งมีลักษณะดังนี้</p>
<ol>
<li>เป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ ที่คำนวณได้ จดจำคำสั่งได้ จดจำข้อมูลได้ และถูกสร้างขึ้นมาแต่แรกให้เป็นแบบนี้</li>
<li>เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดา ๆ มาก่อน แต่ภายหลังถูกเพิ่มเติมวงจรอิเลกทรอนิกส์เข้าไปมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันคำนวณได้ จดจำคำสั่งได้ และ จดจำข้อมูลได้</li>
<li>เป็นอย่างอื่น ไม่เคยเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ามาก่อน แต่ภายหลังถูกเพิ่มเติมวงจรอิเลกทรอนิกส์เข้าไปมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันคำนวณได้ จดจำคำสั่งได้ และ จดจำข้อมูลได้</li>
</ol>
<p>ผมเองก็คิดเหมือนกันนะ ว่าในอนาคตข้างหน้า คอมพิวเตอร์อาจไม่ได้ถูกนิยามเฉพาะการเป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ ที่คำนวณได้ จดจำคำสั่งได้ จดจำข้อมูลได้ แต่เพียงเท่านั้น มันอาจกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางฟิสิกส์ เคมี หรือ ชีววิทยา อย่างอื่น ที่ทำอะไรได้มากกว่าการคำนวณ จดจำ ก็เป็นไปได้</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2437/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลักสูตรคอมพิวเตอร์ในเมืองไทย (ปรับปรุงใหม่)</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2372</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2372#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 Jul 2016 05:52:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2372</guid>

					<description><![CDATA[ผมเคยเขียนเรื่องหลักสูตรคอมพิวเตอร์ในเมืองไทยเอาไว้ จุดประสงค์เพื่อเรียบเรียงว่าตอนนี้มหาวิทยาลัยในเมืองไทย เปิดหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ในระดับปริญญาและบัณฑิตศึกษากี่หลักสูตรบ้าง ตอนนี้ผมเลยคิดว่าผมต้องมาปรับปรุงมันใหม่อีกครั้ง เพราะโลกมันเปลี่ยน มันมีวิทยาการใหม่ ๆ เกิดขึ้นมา หลักสูตรทางคอมพิวเตอร์มันก็เปลี่ยนตาม แถมคราวที่แล้วผมก็ไม่ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนมากนัก ว่าแต่ล่ะหลักสูตรเขามีจุดประสงค์ในการเปิดการเรียนการสอนเพื่ออะไรบ้าง ในหัวข้อนี้เลยจะมาเล่าให้อ่านกันสั้น ๆ ผมสรุปแล้ว (สรุปเอง) ว่าเราสามารถจัดหลักสูตรคอมพิวเตอร์ในเมืองไทยได้ 10 หลักสูตรใน 4 วุฒิการศึกษาครับ ตามรายการด้านล่างนี้ วุฒิวิทยาศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science)]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเคยเขียนเรื่อง<a href="https://www.parinya.net/node/1890">หลักสูตรคอมพิวเตอร์ในเมืองไทย</a>เอาไว้ จุดประสงค์เพื่อเรียบเรียงว่าตอนนี้มหาวิทยาลัยในเมืองไทย เปิดหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ในระดับปริญญาและบัณฑิตศึกษากี่หลักสูตรบ้าง</p>
<p>ตอนนี้ผมเลยคิดว่าผมต้องมาปรับปรุงมันใหม่อีกครั้ง เพราะโลกมันเปลี่ยน มันมีวิทยาการใหม่ ๆ เกิดขึ้นมา หลักสูตรทางคอมพิวเตอร์มันก็เปลี่ยนตาม แถมคราวที่แล้วผมก็ไม่ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนมากนัก ว่าแต่ล่ะหลักสูตรเขามีจุดประสงค์ในการเปิดการเรียนการสอนเพื่ออะไรบ้าง ในหัวข้อนี้เลยจะมาเล่าให้อ่านกันสั้น ๆ</p>
<p>ผมสรุปแล้ว (สรุปเอง) ว่าเราสามารถจัดหลักสูตรคอมพิวเตอร์ในเมืองไทยได้ 10 หลักสูตรใน 4 วุฒิการศึกษาครับ ตามรายการด้านล่างนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><strong>วุฒิวิทยาศาสตร์</strong></span></p>
<ul>
<li><strong>วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science)</strong> มุ่งเน้นการเรียนรู้ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์ และ ทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</li>
<li><strong>วิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Software Engineering)</strong> มุ่งเน้นการเรียนรู้ทฤษฎีการพัฒนาซอฟต์แวร์ และกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างเป็นระบบ</li>
<li><strong>เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)</strong> มุ่งเน้นการประยุกต์ทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์และใช้ได้จริง</li>
<li><strong>ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System)</strong> มุ่งเน้นการเรียนรู้ทฤษฎีการค้นหา วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อสกัดสารสนเทศและตกผลึกสารสนเทศ สำหรับนำเสนอ ตัดสินใจ และบริหารจัดการ</li>
<li><strong>เทคโนโลยีมัลติมีเดียและแอนิเมชั่น (Multimedia Technology and Animation)</strong> มุ่งเน้นการเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลสัญญาณภาพดิจิทัล ผสานสื่อผสม สร้างเกมคอมพิวเตอร์ และประสานงานด้านนิเทศศาสตร์</li>
<li><strong>เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม (Industrial Computer Technology)</strong> มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อตอบสนองต่องานช่างอุตสาหกรรม และพัฒนาระบบในงานอุตสาหกรรม</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff0000;"><strong>วุฒิวิศวกรรมศาสตร์</strong></span></span></p>
<ul>
<li><strong>วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering)</strong> มุ่งเน้นการเรียนรู้กระบวนวิธีเพื่อสั่งการคอมพิวเตอร์ในระดับล่างเชิงลึก และการสั่งการฮาร์ดแวร์ที่ต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ การสั่งการระบบฝังตัวและระบบไมโครคอนโทรลเลอร์</li>
<li><strong>วิศวกรรมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Engineering)</strong> มุ่งเน้นการเรียนรู้ทฤษฎีการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ การเรียนรู้โดยเครื่องจักร และการสกัดความรู้จากข้อมูลขนาดใหญ่</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff0000;"><strong>วุฒิบริหารธุรกิจ</strong></span></span></p>
<ul>
<li><strong>คอมพิวเตอร์ธุรกิจ (Business Computer)</strong> มุ่งเน้นเรียนรู้การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในด้านฐานข้อมูล สินค้าคงคลัง ค้าปลีก ค้าส่ง การเงิน บัญชี ทรัพยากรบุคคล เพื่อตอบสนองทางธุรกิจ</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff0000;"><strong>วุฒิครุศาสตร์อุตสาหกรรม</strong></span></span></p>
<ul>
<li><strong>เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ (Computer Technology)</strong> มุ่งเน้นเรียนรู้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ และเรียนรู้ขั้นตอนวิธีการถ่ายทอดความรู้ เพื่อเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ทางคอมพิวเตอร์ให้ผู้อื่นอย่างเป็นระบบ</li>
</ul>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/07/computer-767781_640.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2376" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/07/computer-767781_640.jpg" alt="คอมพิวเตอร์" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/07/computer-767781_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/07/computer-767781_640-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>และทั้งหมดนี้ก็คือหลักสูตรคอมพิวเตอร์ในเมืองไทย ที่เปิดสอนในระดับปริญญาและบัณฑิตศึกษาตามมหาวิทยาลัยหรือสถาบันต่าง ๆ ที่ผมสรุปได้ครับ โดยวุฒิใหม่ล่าสุดที่มีการเปิดการเรียนการสอน และผมได้เพิ่มเข้าไปในหัวข้อนี้ คือ <span style="text-decoration: underline;"><strong>วุฒิวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมข้อมูลขนาดใหญ่</strong></span>นั่นเอง</p>
<p>ถ้าใครอยากรู้ว่าวิศวกรรมข้อมูลขนาดใหญ่ มันมีความสำคัญยังไงต่ออนาคต อยากให้ไปลองอ่านหัวข้อ <a href="https://www.parinya.net/node/2251">Data Science คืออะไร และ Data Scientist คืออะไร</a> ที่ผมเคยเขียนไว้ครับ เพื่อจะได้เข้าใจว่าปฐมบทแห่งวิศวกรรมข้อมูลขนาดใหญ่ มันมีต้นกำเนิดมาจากอะไร</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2372/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คอมพิวเตอร์กับงานบัญชี</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2286</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2286#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2016 05:14:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ERP]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2286</guid>

					<description><![CDATA[เวลาเรียนคอมพิวเตอร์เราก็ต้องเรียนอะไรที่ยาก ๆ ถูกมั้ยครับ แต่ชีวิตจริงออกไปทำงาน ไอ้ที่ยาก ๆ ที่เรียนไปมักไม่ค่อยได้ใช้ เพราะงานส่วนใหญ่ในชีวิตจริงเป็นงานเชิงธุรกิจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับจ้างทำงาน การค้าขาย ดังนั้น เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เลยกลายเป็นเรื่องหลัก การดูแลเงินทองข้าวของและการดูแลลูกค้าก็เลยเป็นปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจไป ดังนั้น ระบบคอมพิวเตอร์จึงมักถูกติดตั้งและพัฒนาเพื่อการดูแลเงินทองและดูแลลูกค้าตามที่กล่าวมา ระบบคอมพิวเตอร์ที่เอาไว้ดูแลเงินทองข้าวของ ในภาพใหญ่สุดจะเรียกว่า Enterprise Resource Planning ส่วนภาพที่เล็กลงมาก็แบ่งได้เป็น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เวลาเรียนคอมพิวเตอร์เราก็ต้องเรียนอะไรที่ยาก ๆ ถูกมั้ยครับ แต่ชีวิตจริงออกไปทำงาน ไอ้ที่ยาก ๆ ที่เรียนไปมักไม่ค่อยได้ใช้ เพราะงานส่วนใหญ่ในชีวิตจริงเป็นงานเชิงธุรกิจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับจ้างทำงาน การค้าขาย ดังนั้น เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เลยกลายเป็นเรื่องหลัก</p>
<p>การดูแลเงินทองข้าวของและการดูแลลูกค้าก็เลยเป็นปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจไป ดังนั้น ระบบคอมพิวเตอร์จึงมักถูกติดตั้งและพัฒนาเพื่อการดูแลเงินทองและดูแลลูกค้าตามที่กล่าวมา</p>
<p>ระบบคอมพิวเตอร์ที่เอาไว้ดูแลเงินทองข้าวของ ในภาพใหญ่สุดจะเรียกว่า Enterprise Resource Planning ส่วนภาพที่เล็กลงมาก็แบ่งได้เป็น ระบบขาย ระบบจัดซื้อ ระบบพัสดุ ระบบต้นทุน ระบบการเงิน ระบบทรัพยากรบุคคล ระบบบัญชี เป็นต้น</p>
<p>เมื่อมันเกี่ยวข้องกับระบบบัญชี บางทีคนทางคอมพิวเตอร์ก็อาจจะต้องรู้บัญชีไปโดยปริยาย ดังนั้น ผมจึงขอนำเสนอรูปแบบการลงบัญชีที่ง่ายที่สุด เพื่อให้เข้าใจตามภาพข้างล่างนี้ครับ</p>
<figure id="attachment_2287" aria-describedby="caption-attachment-2287" style="width: 874px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10305334_10154462157142586_8441161151894358379_n.jpg" rel="attachment wp-att-2287"><img decoding="async" class="size-full wp-image-2287" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10305334_10154462157142586_8441161151894358379_n.jpg" alt="เริ่มลงทุน" width="874" height="578" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10305334_10154462157142586_8441161151894358379_n.jpg 874w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10305334_10154462157142586_8441161151894358379_n-300x198.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10305334_10154462157142586_8441161151894358379_n-768x508.jpg 768w" sizes="(max-width: 874px) 100vw, 874px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2287" class="wp-caption-text">เริ่มลงทุน</figcaption></figure>
<figure id="attachment_2288" aria-describedby="caption-attachment-2288" style="width: 873px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/1424323_10154462157337586_5828526874239659153_n.jpg" rel="attachment wp-att-2288"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2288" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/1424323_10154462157337586_5828526874239659153_n.jpg" alt="ซื้อสินค้าเก็บเข้าร้าน" width="873" height="585" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/1424323_10154462157337586_5828526874239659153_n.jpg 873w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/1424323_10154462157337586_5828526874239659153_n-300x201.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/1424323_10154462157337586_5828526874239659153_n-768x515.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 873px) 100vw, 873px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2288" class="wp-caption-text">ซื้อสินค้าเก็บเข้าร้าน</figcaption></figure>
<figure id="attachment_2289" aria-describedby="caption-attachment-2289" style="width: 870px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10376842_10154462157487586_388432993527402660_n.jpg" rel="attachment wp-att-2289"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2289" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10376842_10154462157487586_388432993527402660_n.jpg" alt="ขายสินค้ากำไร 100%" width="870" height="575" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10376842_10154462157487586_388432993527402660_n.jpg 870w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10376842_10154462157487586_388432993527402660_n-300x198.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10376842_10154462157487586_388432993527402660_n-768x508.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 870px) 100vw, 870px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2289" class="wp-caption-text">ขายสินค้ากำไร 100%</figcaption></figure>
<figure id="attachment_2290" aria-describedby="caption-attachment-2290" style="width: 957px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10176095_10154462157802586_2226529072929354804_n.jpg" rel="attachment wp-att-2290"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2290" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10176095_10154462157802586_2226529072929354804_n.jpg" alt="ตัดของออกจากร้านเพราะขายไปแล้ว" width="957" height="573" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10176095_10154462157802586_2226529072929354804_n.jpg 957w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10176095_10154462157802586_2226529072929354804_n-300x180.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10176095_10154462157802586_2226529072929354804_n-768x460.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 957px) 100vw, 957px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2290" class="wp-caption-text">ตัดของออกจากร้านเพราะขายไปแล้ว</figcaption></figure>
<figure id="attachment_2291" aria-describedby="caption-attachment-2291" style="width: 868px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/535225_10154462157982586_8261904596546811601_n.jpg" rel="attachment wp-att-2291"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2291" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/535225_10154462157982586_8261904596546811601_n.jpg" alt="สมมติว่าปิดกิจการ จึงปิดบัญชีรายรับรายจ่าย" width="868" height="703" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/535225_10154462157982586_8261904596546811601_n.jpg 868w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/535225_10154462157982586_8261904596546811601_n-300x243.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/535225_10154462157982586_8261904596546811601_n-768x622.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 868px) 100vw, 868px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2291" class="wp-caption-text">สมมติว่าปิดกิจการ จึงปิดบัญชีรายรับรายจ่าย</figcaption></figure>
<figure id="attachment_2292" aria-describedby="caption-attachment-2292" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/12341575_10154462158367586_3593940418791135247_n.jpg" rel="attachment wp-att-2292"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2292" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/12341575_10154462158367586_3593940418791135247_n.jpg" alt="สมมติว่าปิดกิจการ จึงสรุปกำไรสะสม" width="864" height="629" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/12341575_10154462158367586_3593940418791135247_n.jpg 864w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/12341575_10154462158367586_3593940418791135247_n-300x218.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/12341575_10154462158367586_3593940418791135247_n-768x559.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 864px) 100vw, 864px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2292" class="wp-caption-text">สมมติว่าปิดกิจการ จึงสรุปกำไรสะสม</figcaption></figure>
<p>จากตัวอย่างข้างบน คือการลงบัญชีเพื่อค้าขายในแบบที่ง่ายที่สุดแล้วครับ โดยผมได้แสดงให้เห็นการเคลื่อนไหวของทั้ง บัญชีรายวันทั่วไป งบกำไรขาดทุน และ งบดุล</p>
<p>คนทางคอมพิวเตอร์บางทีพอมาเจอกับบัญชี ก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าใจได้ง่าย ๆ ครับ ก็ลองหัด ๆ ดูแล้วกันครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2286/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทักษะสำคัญ 5 ประการในวิชาชีพคอมพิวเตอร์ (หรือวิชาชีพอื่น ๆ)</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2243</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2243#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Nov 2015 15:08:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[Programming]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาชีพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2243</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อ 17 ปีก่อน ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ผมเขียนจะสะอาด มีการกำกับหมายเหตุ มีการกำกับเลขรุ่น เขียนตามหลักการเชิงวัตถุ ถูกเขียนขึ้นเพื่อตอบสนองความซับซ้อนของโจทย์ปัญหาให้ได้ประสิทธิผล ตอนนั้นผมสงสัย ผมสงสัยว่าทำไมผมจึงไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ในขณะที่พี่อีกคนนึงซึ่งด้อยในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากกว่าผม กลับก้าวหน้ากว่ามาก หนำซ้ำยังได้รับความเชื่อถือจากผู้บริหารระดับเบื้องบนอีกต่างหาก ภายหลังผมจึงเข้าใจ การออกไปผจญโลกภายนอกในวิชาชีพคอมพิวเตอร์ (หรือวิชาชีพอื่น ๆ) มันต้องมีทักษะสำคัญ 5 ประการ คือ 1. ความรู้ทางทฤษฎี เช่น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อ 17 ปีก่อน ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ผมเขียนจะสะอาด มีการกำกับหมายเหตุ มีการกำกับเลขรุ่น เขียนตามหลักการเชิงวัตถุ ถูกเขียนขึ้นเพื่อตอบสนองความซับซ้อนของโจทย์ปัญหาให้ได้ประสิทธิผล</p>
<p>ตอนนั้นผมสงสัย ผมสงสัยว่าทำไมผมจึงไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ในขณะที่พี่อีกคนนึงซึ่งด้อยในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากกว่าผม กลับก้าวหน้ากว่ามาก หนำซ้ำยังได้รับความเชื่อถือจากผู้บริหารระดับเบื้องบนอีกต่างหาก</p>
<p>ภายหลังผมจึงเข้าใจ</p>
<p>การออกไปผจญโลกภายนอกในวิชาชีพคอมพิวเตอร์ (หรือวิชาชีพอื่น ๆ) มันต้องมีทักษะสำคัญ 5 ประการ คือ</p>
<p>1. ความรู้ทางทฤษฎี เช่น ความรู้ในทฤษฎีคอมพิวเตอร์ ความรู้ในผลิตภัณฑ์หรือบริการทางคอมพิวเตอร์ ความรู้ในกระบวนการทางคอมพิวเตอร์</p>
<p>2. ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติ เช่น ทักษะการเขียนโปรแกรม ทักษะการเขียนเอกสารวิเคราะห์ระบบ ทักษะการสร้างเอกสารเพื่อบรรยาย ทักษะการบรรยายนำเสนอ ทักษะการใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการทางคอมพิวเตอร์</p>
<p>3. ความมีเสน่ห์ คือ มีบุคลิกภาพดึงดูดผู้คนให้เข้าหา หน้าตาอิ่มเอมไม่เศร้าหมอง พูดจาดีน่าเชื่อถือ น้ำเสียงไม่ขู่กรรโชก วาจาไม่ก้าวร้าว ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่ชักสีหน้า รู้จักรักษาน้ำใจคน</p>
<p>4. ความเป็นผู้นำ คือ กล้าแสดงตัว กล้าอาสา กล้าออกรับแทนคนอื่น รู้จังหวะการเป็นผู้นำและผู้ตาม กล้าคิดกล้าตัดสินใจอย่างมีสติ เป็นที่พึ่งพาของผู้อื่น</p>
<p>5. การบริหารการเมือง คือ รู้จักจัดสรรผลประโยชน์ เพื่อแบ่งให้ตัวเองและผู้อื่น รู้จักการเข้าหาผู้คน รู้จักการประนีประนอม รู้จักใช้ทฤษฎีเกม รู้จักวิธีการพึ่งพาผู้อื่นอย่างเหมาะสม รู้จักการอ่านใจคนและอ่านพฤติกรรมคน</p>
<p>ผมมีข้อ 2 แค่ข้อเดียว ส่วนข้ออื่นด้อยหมด</p>
<p>ในขณะที่พี่คนนั้นเขาด้อยในข้อ 2 แต่มีดีในข้อที่เหลือทั้ง 4 ข้อ</p>
<p>มันก็เป็นดังนี้แล &#8230;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2243/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีหาเงินในวงการคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2208</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2208#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2015 16:22:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Review]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีหาเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2208</guid>

					<description><![CDATA[ผมคิดว่าทุกคนที่เรียนมาทางคอมพิวเตอร์ล้วนมีความฝันครับ คือฝันว่าจะสามารถหาเงินจากความชำนาญทางคอมพิวเตอร์ของตัวเองได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วได้เงิน แล้วเงินที่ได้ทำให้อยู่รอดได้ ทำให้มั่นคั่งได้ มันเป็นสิ่งดี เมืองไทยเราจะก้าวหน้าในทางคอมพิวเตอร์ได้ ก็ขึ้นอยู่กับหนทางในการทำกินของเหล่าบรรดาคนในวงการคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย ถ้าพวกเขาอยู่รอดได้ มั่งคั่งได้ พวกเขาก็จะต่อยอดให้วงการคอมพิวเตอร์ของเมืองไทยเรา สร้างพัฒนาการที่ดี ๆ และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ผมเลยคิดว่าเป็นการดี ถ้าผมจะนำเอาสิ่งที่ผมรู้มาเรียบเรียง ถ่ายทอดให้พวกเราเห็นว่า วิธีการหาเงินในวงการคอมพิวเตอร์มีกี่วิธี แล้วแต่ล่ะวิธีมันต้องใช้ความชำนาญอะไรบ้าง อันนี้อินเนอร์ล้วน ๆ บวกประสบการณ์]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมคิดว่าทุกคนที่เรียนมาทางคอมพิวเตอร์ล้วนมีความฝันครับ คือฝันว่าจะสามารถหาเงินจากความชำนาญทางคอมพิวเตอร์ของตัวเองได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง</p>
<p>การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วได้เงิน แล้วเงินที่ได้ทำให้อยู่รอดได้ ทำให้มั่นคั่งได้ มันเป็นสิ่งดี</p>
<p>เมืองไทยเราจะก้าวหน้าในทางคอมพิวเตอร์ได้ ก็ขึ้นอยู่กับหนทางในการทำกินของเหล่าบรรดาคนในวงการคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย ถ้าพวกเขาอยู่รอดได้ มั่งคั่งได้ พวกเขาก็จะต่อยอดให้วงการคอมพิวเตอร์ของเมืองไทยเรา สร้างพัฒนาการที่ดี ๆ และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ผมเลยคิดว่าเป็นการดี ถ้าผมจะนำเอาสิ่งที่ผมรู้มาเรียบเรียง ถ่ายทอดให้พวกเราเห็นว่า วิธีการหาเงินในวงการคอมพิวเตอร์มีกี่วิธี แล้วแต่ล่ะวิธีมันต้องใช้ความชำนาญอะไรบ้าง อันนี้อินเนอร์ล้วน ๆ บวกประสบการณ์ บวกการได้รู้ ได้เห็น ได้ฟัง ได้อ่าน และบวกกับการพูดคุยกับคนในวงการ จนตกผลึกออกมาเป็นบทเรียบเรียงวิธีเหล่านี้</p>
<p>โดยผมจะแบ่งวิธีหาเงินออกเป็น 2 กลุ่มนะครับคือกลุ่มรับจ้างและกลุ่มลงทุน</p>
<p><span style="color: #808000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">กลุ่มรับจ้าง</span>  จ้างถึงทำ ไม่จ้างก็ไม่ทำ</strong></span></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">1)  รับจ้างเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์</span></strong></p>
<p>ทุกวันนี้มันมีงานเฉพาะเรื่องหลายงาน ที่โปรแกรมสำเร็จรูปไม่สามารถตอบสนองได้ทั้งหมด หรือตอบสนองได้เพียงบางส่วน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปตัวใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา หรือไม่ก็ต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์บางส่วนขึ้นมา เพื่อเสริมให้การทำงานของโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีอยู่ เป็นไปตามความต้องการอย่างครบถ้วน</p>
<p>บางครั้งการรับจ้างเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโปรแกรมสำเร็จรูป แต่เกี่ยวกับว่านักเรียนนักศึกษาอยากจบการศึกษา เลยต้องมาจ้างให้เขียนให้ แบบนี้ก็มี</p>
<p>จริง ๆ ตลาดตรงนี้กว้าง แพลตฟอร์มก็หลากหลาย อาจเป็นโปรแกรมที่ทำงานบนพีซี เซิฟเวอร์ เราเตอร์ เว็บไซต์ สมาร์ทโฟน ไมโครคอนโทลเลอร์ อาจจะทำงานแบบเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง มีความจุกจิกมากน้อยขึ้นกับผู้จ้างแต่ล่ะรายซึ่งมีความต้องการแตกต่างกันไป</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>ในการหาเงินทางนี้คือ ทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่งซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในตลาด ต้องชำนาญจริง ไม่ไก่กา ยิ่งชำนาญคุณภาพงานยิ่งดี มีประสิทธิภาพ ได้ประสิทธิผล สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า คู่ควรแก่การสรรเสริญบอกต่อ มีชื่อเสียงในวงการ ซึ่งเราก็คงเห็นแล้วว่าหลายคนในวงการคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อเสียงของไทย ก็ล้วนมากันทางนี้ แต่ไม่บอกว่าเป็นใครกันบ้างนะ ไปหาดูกันเอาเอง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2)  รับจ้างติดตั้งปรับแต่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์</strong></span></p>
<p>โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างโดยบริษัทเอกชนชั้นนำของโลก หรือถูกสร้างโดยชุมชนขนาดใหญ่ มีหลายตัวที่ได้รับความนิยม ถูกใช้งานเฉพาะด้านอย่างกว้างขวาง มีความทันสมัย และความซับซ้อน มีขั้นตอนการติดตั้งที่อาจยาก อาจเยอะ รวมทั้งต้องปรับแต่งค่าอย่างเป็นลำดับขั้นตอนมากมาย เพื่อให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งาน <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">โดยอาจไม่จำเป็น</span>ต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมเลย</p>
<p>ความซับซ้อนและความเยอะเหล่านี้ เป็นอุปสรรคขัดขวางให้คนทั่วไปไม่สามารถทำอะไรได้ และก็จะมีคนจำนวนหนึ่งที่อดทนพยายามฝึกฝน ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งจนชำนาญ และผ่านความซับซ้อน ความเยอะ จนกลายเป็นผู้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการติดตั้งปรับแต่ง ตัวอย่างของงานเหล่านี้ก็มีมากมาย ได้แก่</p>
<ul>
<li>การปรับแต่งระบบปฏิบัติการ เช่น Linux, MS Windows Server, Android หรือ iOS</li>
<li>การปรับแต่งเว็บไซต์ เช่น Drupal, Joomla, WordPress, Wiki, osCommerce หรือ Prestashop</li>
<li>การปรับแต่งโปรแกรม ERP/BI/BPS เช่น SAP หรือ Oracle Financial</li>
<li>การปรับแต่งบริการ Cloud Computing เช่น Amazon Web Services</li>
<li>การปรับแต่งฐานข้อมูล เช่น Oracle, SQL Server หรือ MySQL</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>ในการหาเงินทางนี้คือ ทักษะความเข้าใจในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวนั้น ๆ ยิ่งเข้าใจมาก ยิ่งติดตามอย่างต่อเนื่อง ก็จะยิ่งพัฒนาตัวเองไปได้เรื่อย ๆ ไม่ตกยุค ไม่ตกข่าว มีความระวังตัว เปลี่ยนตัวเองได้หากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวนั้น ๆ มันเริ่มจะไม่โอเคแล้ว ซึ่งในวงการคอมพิวเตอร์ของเมืองไทยเรา ก็มีหลายคนที่มีชื่อเสียงมาจากการเป็นนักติดตั้งปรับแต่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวยง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2209" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/money-18554_640.jpg" alt="money-18554_640" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/money-18554_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/money-18554_640-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3)  รับจ้างติดตั้งปรับแต่งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน</strong></span></p>
<p>อุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่ว่าก็ได้แก่ เซิฟเวอร์ พีซี เครื่องพิมพ์ เครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด เครื่องสแกนเนอร์ เครือข่ายมีสาย เครือข่ายไร้สาย เราเตอร์ เอดีเอสแอลโมเด็ม ไมโครคอนโทรเลอร์ ห้องดาต้าเซ็นเตอร์ กับอีกหลาย ๆ อย่างเป็นพะเรอเกวียนที่ผมไม่รู้จัก</p>
<p>งานแบบนี้ถือเป็นสายแข็ง เพราะยุ่งแต่กับของแข็ง ๆ ที่จับต้องได้ อีกทั้งยังต้องยุ่งกับของนิ่ม ๆ ที่จับต้องไม่ได้อย่างเช่น การกำหนดค่าให้อุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้มันทำงานได้อย่างที่มันควรจะเป็น</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>สำหรับหาเงินทางนี้คือการต้องเข้าใจในสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง การต้องรู้จักความเข้ากันได้ของระบบปฏิบัติการ สถาปัตยกรรม และ ไดร์เวอร์ การต้องรู้จักการใช้งานชุดเครื่องมือสำหรับตรวจสอบและปรับแต่ง การต้องรู้จักวิธีการปรับแต่งที่เป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ</p>
<p>นอกจากนี้ ผมยังเคยเห็นสองสามครั้งที่การติดตั้งปรับแต่งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน จำเป็นต้องใช้ทักษะทางโหราศาสตร์และพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เข้ามาช่วยด้วย คือต้องเซ่นสรวงบริกรรมด้วยดอกไม้ ธูปเทียน น้ำแดง พวงมาลัย อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาปกปักรักษา ขอให้อุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่จัดตั้งปรับแต่งสามารถใช้งานได้โดยไม่สะดุดติดขัดอะไร</p>
<p>จริง ๆ มันไม่ใช่อะไร บางทีกระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า กำลังไฟฟ้า ก็มีผลกับอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน มาแบบติด ๆ ดับ ๆ ก็ทำให้ระบบมีปัญหาได้เหมือนกัน ดังนั้น คนที่รับจ้างทำงานนี้ ก็ควรจะมีความรู้ในทางไฟฟ้าไว้หน่อยก็ดีครับ</p>
<p>ผมเห็นมีอยู่สองคนที่มีชื่อเสียงในวงการคอมพิวเตอร์ไทย ที่เติบโตมาในสายงานนี้ ก็ลองไปหาดูครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4)  รับจ้างเป็นที่ปรึกษา</strong></span></p>
<p>ยังมีหน่วยงานมากมายทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนครับ ที่ยังมีอะไรหลาย ๆ อย่างในเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ไม่เข้าที่เข้าทางอยู่ ดังนั้น ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญในทางทฤษฎีและในทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ จึงค่อนข้างเป็นที่ต้องการ</p>
<p>งานที่ปรึกษาก็มีหลายระดับครับ ตั้งแต่ให้คำปรึกษาเฉย ๆ หรือให้คำปรึกษาไปด้วย ไปสร้างแนวทางให้ลูกค้าดูด้วย หรือแม้กระทั่งให้คำปรึกษาไปด้วย แล้วก็ลงไปร่วมปฏิบัติกับลูกค้าด้วย</p>
<p>ส่วนใหญ่ที่ผมเคยเห็น ที่ปรึกษามักจะมาช่วยสร้างกระบวนการ เอากระบวนการมาจับกับวิธีปฏิบัติงาน เพราะวิธีปฏิบัติงานดีอยู่แล้ว เพียงแต่ขาดกระบวนการที่ครบถ้วน</p>
<p>การเป็นที่ปรึกษาต้องแม่นครับ ต้องรู้จริง ต้องอดทนต่อการถูกลองเชิงอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นสติสตังต้องดีนิดนึง เพราะความน่าเชื่อถือของที่ปรึกษาอยู่ที่ความรู้และภาพลักษณ์</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่ต้องมี</span>ของที่ปรึกษาจึงเป็นความชำนาญในเรื่องที่ตนเองให้คำปรึกษา บวกกับความชำนาญในกระบวนการหรือมาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับในโลกใบนี้ เช่น อาจจะต้องรู้ CMMI, ISO, COBIT หรือ ITIL นอกจากนี้ ต้องบอกก่อนเลยว่าผมไม่เคยเจอที่ปรึกษาด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพราะมันไม่มี มันไม่มีใครเขาหาเงินจากการเป็นที่ปรึกษาในแบบที่ว่า จะมีก็แต่การเป็นที่ปรึกษาทางด้านกระบวนการจัดการงานคอมพิวเตอร์ หรือ ที่ปรึกษาทางด้านการปรับแต่งติดตั้งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน หรือ ที่ปรึกษาทางความมั่นคงสารสนเทศ เป็นต้น</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-17610_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2213" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-17610_640.jpg" alt="business-17610_640" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-17610_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-17610_640-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5)  รับจ้างทำวิจัย ร่วมทำวิจัย</strong></span></p>
<p>ปรกติแล้วการทำวิจัยจะมีการให้ทุนวิจัยครับ อาจจะให้โดยหน่วยงานการศึกษา ให้โดยหน่วยงานภาครัฐที่สนับสนุนด้านการวิจัย ให้โดยบริษัทเอกชนที่หวังผลต่อยอดทางความรู้ในเชิงพาณิชย์ หรือให้โดยต่างชาติ</p>
<p>คนในภาคการศึกษามักจะผูกขาดกลาย ๆ สำหรับการรับจ้างทำวิจัยครับ เพราะการเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอทุนวิจัย จำเป็นที่จะต้องมีวุฒิการศึกษาและผลงานวิจัยในอดีตเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีใครจะให้ทุนวิจัยเป็นแสนเป็นล้านกันง่าย ๆ ถ้าวุฒิไม่ใช่และไม่เคยทำอะไรเจ๋ง ๆ มาก่อน มันต้องมีการทำเอกสารส่ง ต้องมีการพูดคุยสัมภาษณ์ มันไม่ใช่ง่าย</p>
<p>เคยได้ยินมาว่า เวลาครึ่งนึงในการทำวิจัย คือเวลาที่ใช้ไปกับการยื่นขอทุน</p>
<p>งานวิจัยที่มักจะมีการให้ทุน ก็มักจะเป็นงานวิจัยเพื่อสร้างต้นแบบเป็นหลัก และงานวิจัยเพื่อนำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นรอง (อ่านเพิ่มเติม <a href="https://www.parinya.net/node/2022">ระดับของงานวิจัย</a>) ดังนั้น คนที่จะไปขอทุนทำวิจัยก็จะต้องมี &#8220;ของ&#8221; อยู่ก่อนแล้ว</p>
<p>เวลารับเงินวิจัยมาแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ในงานวิจัยทั้งหมดหรอกครับ ใช้จริง ๆ ไม่เยอะหรอก ที่เหลือก็เอามาเป็นค่าตอบแทนให้คนทำวิจัย มากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่การจัดสรร ขอทุนวิจัยบ่อย ๆ ก็มั่งคั่งได้เหมือนกัน</p>
<p>ทีนี้คนที่ไม่มีวุฒิการศึกษาดี ๆ ไม่ได้มีผลงานตีพิมพ์มาก่อน จะไปหาเงินจากการทำวิจัยได้ยังไง ยังพอทำได้ครับ เพราะเงินมันหมุนไป คนทำวิจัยเขาก็ไม่อยากออกแรงวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเองหรอกครับ เขาก็จะแบ่งงานมาให้ทำ แบ่งเงินมาให้ใช้ แล้วพอทำให้เสร็จแล้ว เขาก็จะเอาข้อมูลสรุปที่ได้ ไปตีความเองต่อไป แต่การไปรับช่วงงานวิจัยมา มันก็ต้องมีเครือข่ายเหมือนกัน ต้องรู้จักคนในวงการศึกษา มันต้องมีเส้นสายนิดนึง</p>
<p>สำหรับ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>สำหรับคนหาเงินจากการทำวิจัยก็คือ การเป็นผู้มีความเป็นเลิศในทางทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ การชำนาญในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือการเป็นผู้เข้าใจในสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ร่วมกับวงจรไฟฟ้าครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>6)  รับจ้างวิเคราะห์ข้อมูล</strong></span></p>
<p>การวิเคราะห์ข้อมูลสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบใหญ่ ๆ แบบแรกคือการวิเคราะห์เพื่อสกัดสารสนเทศจากข้อมูล และแบบสองคือการวิเคราะห์เพื่อสกัดความรู้จากข้อมูล</p>
<p><span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">แบบแรก</span> การวิเคราะห์เพื่อสกัดสารสนเทศจากข้อมูล</span></p>
<p>สำหรับการหาเงินวิธีนี้ มันมีความซ้อนทับบางส่วนกับวิธีรับจ้างทำงานวิจัย  แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด เพราะการทำวิจัยมันอาจไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลอาจไม่เกี่ยวกับการทำวิจัยก็ได้</p>
<p>ส่วนใหญ่การวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้โมเดลทางสถิติเข้าช่วย ดังนั้น งานแบบนี้จึงเป็นของถนัดของคนในสายคณิตศาสตร์เชิงคอมพิวเตอร์ หรือสายสถิติศาสตร์ ดังนั้น <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่ต้องมี</span>สำหรับการหาเงินวิธีนี้คือทฤษฎีทางสถิติวิเคราะห์ และ ความรู้ในการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ เช่น SPSS เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">แบบสอง</span> การวิเคราะห์เพื่อสกัดความรู้จากข้อมูล</span></p>
<p>หลังจากที่พื้นที่เก็บข้อมูลมีความจุมากขึ้น ขนาดเล็กลง ราคาถูกลง มันก็เลยทำให้ใคร ๆ เป็นเหมือนกัน คือเก็บข้อมูลเข้าไปเรื่อย ๆ โดยไม่ลบออก ทีนี้พอข้อมูลมันมีมาก ๆ เข้า มันก็น่าจะใช้ประโยชน์ได้ เอามาสกัดความรู้ออกมาได้ ซึ่งเป็นที่มาของทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Knowledge Discovery and Data Mining หรือ KDD</p>
<p>ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐและบริษัทเอกชนมากมาย ที่มีข้อมูลเก็บอยู่อย่างมหาศาล และอยากจะสกัดความรู้ออกมาจากข้อมูลเหล่านั้น เพื่อเอามาสร้างประโยชน์ในเชิงวิธีการปฏิบัติงานหรือเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต</p>
<p>สมัยก่อนผมเคยอ่านเจอว่า พอล อัลเลน ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟต์ ได้ออกมาทำธุรกิจรับจ้างคุ้ยไฟล์ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม แต่ภายหลังผมเพิ่งจะเข้าใจว่าเขาน่าจะทำธุรกิจรับจ้างวิเคราะห์ข้อมูล และทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ที่ใช้ก็คงจะเป็น KDD</p>
<p>สำหรับ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่ต้องมี</span>สำหรับหาเงินทางนี้ก็คือ การเข้าใจในทฤษฎีคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Data Mining และการรู้จักใช้เครื่องมือสำหรับงานทางด้าน Data Mining เช่น Weka หรือ RapidMiner หรือยากหน่อยก็เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษา R เป็นต้น</p>
<p>ปรกติแล้ว การรับจ้างวิเคราะห์ข้อมูลให้หน่วยงานภาครัฐหรือบริษัทเอกชน จะต้องเซ็นสัญญาไม่เปิดเผยความลับก่อนครับ ดังนั้น วิธีหาเงินแบบนี้จึงค่อนข้างเงียบเชียบไม่ค่อยมีการกระโตกกระตากเท่าไหร่ ไม่งั้นความลับมันจะไม่เป็นความลับ</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/graph-163509_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2221" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/graph-163509_640.jpg" alt="graph-163509_640" width="640" height="360" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/graph-163509_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/graph-163509_640-300x169.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>7)  รับจ้างตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์</strong></span></p>
<p>หน่วยงานภาครัฐหรือบริษัทเอกชน ถ้าเริ่มมีขนาดใหญ่โตขึ้น ก็จะอืดอาด ยืดยาด ไร้ประสิทธิภาพ ขาดประสิทธิผล มีช่องโหว่กระจายอยู่ทั่วไปหมด ซึ่งนอกจากจะทำให้ขาดความสามารถในการแข่งขันแล้ว เผลอ ๆ จะทำให้เกิดการขาดทุนเสียประโยชน์จากการยักยอกด้วย!!!</p>
<p>ดังนั้น หากผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ มองว่าหากเอาคนภายในมาตรวจสอบก็คงจะฮั้วกัน จะดีกว่ามั้ยถ้าจะไปจ้างคนดีมีฝีมือจากภายนอก ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบให้ ซึ่งสำหรับอะไร ๆ ทางคอมพิวเตอร์ ก็ต้องให้ผู้ที่ชำนาญการตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ เข้ามาช่วยตรวจสอบน่าจะเป็นการดี</p>
<p>ซึ่งการตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ ก็คือการ Audit ระบบคอมพิวเตอร์นั่นแหล่ะครับ โดยสิ่งที่จะตรวจสอบก็คือช่องโหว่ทั้งหลายในระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงาน ซึ่งอาจกระจายอยู่ในนโยบาย กระบวนการ วิธีปฏิบัติงาน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เป็นต้น</p>
<p>ปรกติแล้วผมจะได้มีโอกาสเจอกับผู้ตรวจสอบปีล่ะหนึ่งหน พวกเขาจะคุ้ยช่องโหว่เก่งมาก เสาะแสวงหาจุดบกพร่องได้ดี ให้ข้อเท็จจริงโดยไม่บิดพริ้ว และก็เก่งทางเทคนิคมาก ๆ ด้วย เพราะพวกเขาล้วนมีความรู้ทั้ง กระบวนการ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อีกทั้งพวกเขายังทำเอกสารเก่งมาก สามารถบรรยายจุดโหว่ของระบบคอมพิวเตอร์ได้หลายหน้ากระดาษเลย</p>
<p>โดยส่วนตัวผมมองว่า ผู้ตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ เก่งกว่า ที่ปรึกษาระบบคอมพิวเตอร์ นะครับ จากที่สัมผัสมา เพราะที่ปรึกษาระบบคอมพิวเตอร์ยังรู้เป็นอย่าง ๆ แต่ผู้ตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ เหมือนจะรู้ทุกอย่างเลย</p>
<p>ดังนั้น <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>สำหรับหาเงินวิธีนี้คือ การรู้ไปซะทุกอย่างในสรรพวิชาทางคอมพิวเตอร์ครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>8)  รับจ้างเขียนบทความทางคอมพิวเตอร์</strong></span></p>
<p>คนเก่งคอมพิวเตอร์แล้วเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือได้ ยังมีอยู่ในประเทศไทยอีกมากมายครับ และคนที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็มีอีกเยอะแยะเหมือนกัน</p>
<p>บทความทางคอมพิวเตอร์ก็เหมือนบทความทั่วไปครับ สามารถตีพิมพ์อยู่ในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือวารสาร แถมเดี๋ยวนี้มีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเผยแพร่ในเว็บหนังสือพิมพ์ออนไลน์ เว็บบล็อก หรือแม้แต่ในเครือข่ายสังคมก็ยังได้</p>
<p>เนื้อหาในบทความทางคอมพิวเตอร์ ก็มักเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์หรือบริการทางคอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ อาจเป็นการเปรียบเทียบคุณภาพ ราคา คุณสมบัติ หรืออาจเป็นเรื่องของกระแสที่เกิดขึ้นในโลกอินเทอร์เน็ต หรืออาจเป็นเรื่องของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการไอที เป็นต้น</p>
<p>ส่วนตัวผมไม่เคยรับจ้างเขียนบทความทางคอมพิวเตอร์นะ ผมเลยไม่รู้ราคา แต่ที่รู้แน่ ๆ ก็คือคนที่จะทำแบบนี้ได้<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ต้องมีทักษะ</span>ทางคอมพิวเตอร์พอตัว ตามกระแสเก่ง ใฝ่รู้ สำนวนวรรณกรรมดี มีชื่อเสียงความสำเร็จอะไรมาก่อนยิ่งดีใหญ่</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/euro-870765_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2228" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/euro-870765_640.jpg" alt="euro-870765_640" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/euro-870765_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/euro-870765_640-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #808000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">กลุ่มลงทุน</span>  ลงทุนทรัพย์ แรงกาย แรงสมอง ถึงไม่จ้างก็จะทำ</strong></span></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">9)  เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อขายเป็นสินค้า</span></strong></p>
<p>ถ้าเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เก่ง แล้วไม่อยากรับจ้างทำงานให้คนอื่น อยากจะทำอะไรที่มันยั่งยืน กินยาว ๆ อยากมีนวัตกรรมเป็นของตนเอง อยากสร้างการตระหนักรู้ ความภักดีและแบรนด์ให้กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของตนเอง มีวิสัยทัศน์ว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์คือสินค้า ซึ่งมีมูลค่าและขายได้ งั้นทางนี้ก็น่าจะเป็นคำตอบ!</p>
<p>แต่ช้าก่อน มาอ่านปัญหาของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขายเป็นสินค้ากันดีกว่า เพราะมันมี 2 ปัญหาแล้วเป็นปัญหาใหญ่ซะด้วย!!</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #339966;">ปัญหาแรก</span>คือ มันถูกละเมิดได้ คือทำซ้ำแจกจ่ายได้ อาจยากง่ายแตกต่างกันตามบริบท ซึ่งปัญหานี้เกิดกับทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ขายเป็นกล่อง ขายเป็นแผ่นซีดี เป็นแผ่นดีวีดี เพื่อใช้ทำงานบนพีซี หรือ เซิฟเวอร์ หรือเป็นโปรแกรมที่ขายแล้วให้โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต เอามาใช้บนเว็บไซต์หรือบนสมาร์โฟน โดนกันเรียบวุธ!!!</p>
<p>วิธีแก้ไขก็มี หลายแบบเท่าที่ผ่านมา ตัวอย่างของโปรแกรมที่ทำงานบนพีซีก็เช่น บังคับให้ลงทะเบียนด้วยเลขเฉพาะ (เหลว โดนแกะกระจาย) บังคับใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อแสดงตน นับตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น การใช้การ์ดเสียบบนบอร์ดพีซี การใช้กล่องวงจรเสียบกับพอร์ตขนานหรือพอร์ตอนุกรม การใช้แฟลชไดรฟ์เสียบกับยูเอสบี (ซึ่งถ้าเจอมือดีแกะ ก็ไม่เหลือเหมือนกัน)</p>
<p>บางทีก็แก้ด้วยการเข้าไปสุ่มตรวจ ซึ่งจะทำได้ถ้าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภทที่มีลูกข่ายได้หลายเครื่อง แต่ถ้าเป็นโปรแกรมแบบที่ติดตั้งให้ทำงานบนเครื่องเดี่ยว ๆ ได้ อันนี้ก็ต้องใช้วิธีประเมินจากความเป็นไปได้ของจำนวนคนใช้งานแทน</p>
<p>นอกจากวิธีแก้ปัญหาทางเทคนิคแล้ว ก็ยังมีวิธีการแก้ปัญหาในทางการตลาด โดยการวางกลยุทธ์ให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ขายไม่เป็นสินค้าที่ถูกขายขาด แต่ยัง<span style="text-decoration: underline;">ต้องถูกสนับสนุนหลังการขาย</span>ไปเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่คนซื้อไปยังต้องใช้งานมัน และการสนับสนุนนั้นไม่ฟรี จะต้องมีการจ่ายตังค์ แต่ราคาคำนวณแล้วคุ้มค่า</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #339966;">ปัญหาที่สอง</span> คือ การมองตลาด มองว่าตลาดกำลังต้องการอะไร แล้วทิศทางของตลาดมันดีมั้ย มันกำลังขาขึ้น กำลังทรง หรือกำลังทรุด มองว่าคู่แข่งขันเป็นใคร มีส่วนแบ่งตลาดแค่ไหน ตรงนี้ต้องไม่หลอกตัวเอง สำคัญมากห้ามหลอกตัวเอง ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้พัฒนาจะไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือทำออกมาแล้วมันถูกที่ถูกเวลาหรือเปล่า</p>
<p>เรื่องนี้บอกอะไรไม่ได้มาก เป็นวิสัยทัศน์ของแต่ล่ะคน มันเป็นการพยากรณ์ เป็นการทำนาย เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เก่งก็ไม่ใช่จะมองเรื่องนี้ขาด มันเป็นอะไรที่ยาก คิดได้ก็ทะลุผ่านไปได้</p>
<p>ดังนั้น <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>ในการหาเงินทางนี้คือ ทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็ควรจะเก่งควรจะชำนาญ นอกจากนี้ก็ยังต้องมีทักษะในการบริหารงานโครงการ เพราะการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขาย มันไม่ใช่ว่าจะทำได้คนเดียว มันต้องช่วยกันทำหลาย ๆ คนถึงจะออกมาดี เก่งคนเดียวมันก็ทำได้ปริมาณหนึ่ง เก่งหลาย ๆ คนก็ทำได้ในปริมาณที่มากขึ้น ถัดมาก็ต้องมีทักษะทางการตลาด สำคัญไม่แพ้กัน และสุดท้ายต้องมีทักษะทางการขาย ถ้าไม่เอาไปเสนอขายจะไม่มีใครรู้จัก ตรงนี้ผมเจอบ่อย เป็นแนวปฏิบัติเลย คือนัดขอเข้ามาเสนอคุณสมบัติโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพราะคิดว่าน่าจะตรงกับหน่วยธุรกิจ บ้างก็ตรง บ้างก็ไม่ตรง แต่ถ้าไม่เสนอขาย จะเอาไปตั้งขายเลยก็ได้ เห็นบ่อย ส่วนใหญ่จะขายเป็นดีวีดีใส่กล่องสวย ๆ วางขายในร้านหนังสือ แปลกใจทำไมต้องเป็นร้านหนังสือ ทำไมไม่เป็นในร้านขายยาบ้าง?</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>10)  เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อขายเป็นบริการ</strong></span></p>
<p>การมีอินเทอร์เน็ตมันทำให้อะไรเปลี่ยนไปเยอะครับ โปรแกรมคอมพิวเตอร์มันไม่จำเป็นจะต้องถูกขายเป็นไฟล์เพื่อไปติดตั้งบนพีซี โน็ตบุ็ค สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต เพียงหนทางเดียว หากแต่มันสามารถถูกติดตั้งไว้บนกลุ่มเมฆแล้วให้ลูกค้าเชื่อมโยงไปใช้งานได้ นี่คือสาเหตุว่าทำไมพักหลัง ๆ ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา บริษัทเอกชนทางคอมพิวเตอร์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ถึงให้ความสนใจในการให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผ่านกลุ่มเมฆแทน</p>
<p>มันโอเคเลยนะ เพราะมันแก้ปัญหาการละเมิด การทำซ้ำได้ แต่มันก็สร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาเหมือนกัน คือปัญหาความปลอดภัยของข้อมูล และ ปัญหาความเร็วของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งาน</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>สำหรับหาเงินทางนี้ไม่แตกต่างจากการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อขายเป็นสินค้า แต่ที่เพิ่มมาคือต้นทุนในการสร้างกลุ่มเมฆเพื่อประมวลผลโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นสำหรับให้บริการ จะเป็นเมฆก้อนเดียวหรือเมฆหลายก้อน ก็เงินทั้งนั้น เพราะการประมวลผลมันต้องมาอยู่ที่กลุ่มเมฆ แทนที่จะไปอยู่บนทรัพยากรของลูกค้า</p>
<p>แนวทางการขายก็แล้วแต่ว่าจะคิดเป็นช่วงเวลา คิดเป็นแพ็กเก็จโปรโมชัน คิดตามจำนวนคนใช้งาน หรือคิดตามจำนวนครั้งในการใช้งาน หรืออาจให้ใช้ฟรี แต่ถ้าอยากได้อะไรเจ๋ง ๆ ที่ของฟรีไม่มีก็ต้องจ่ายตังค์</p>
<p>ส่วนการคิดว่าจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อะไรเพื่อขายเป็นบริการ อันนี้ก็เป็นวิสัยทัศน์อีกเช่นกัน จะจับตลาดบน ตลาดกลาง ตลาดล่าง ตลาดกว้าง ตลาดแคบ ตลาดทั่วไป ตลาดเฉพาะ ก็สุดแล้วแต่ความปรารถนา</p>
<p>ตัวอย่างของวิธีการหาเงินแบบนี้ก็ได้แก่ โปรแกรมชุดสำนักงาน โปรแกรมบริหารลูกค้า โปรแกรมให้บริการชำระเงินออนไลน์ ตลาดขายสินค้าออนไลน์ หรือแม้แต่เกมออนไลน์บางประเภท</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-18107_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2230" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-18107_640.jpg" alt="business-18107_640" width="640" height="360" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-18107_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/business-18107_640-300x169.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>11)  ติดตั้งปรับแต่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อขายเป็นบริการ</strong></span></p>
<p>เป็นการเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่คนอื่นเขียน ซึ่งมีอรรถประโยชน์และกำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบัน มาติดตั้งบนกลุ่มเมฆ จะเมฆก้อนเดียวหรือเมฆหลายก้อนก็สุดแล้วแต่ จากนั้นเปิดให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อเก็บตังค์ค่าใช้งาน หนึ่งในตัวอย่างสำหรับเรื่องนี้คือ เกมออนไลน์ โดยการไปติดต่อกับเจ้าของลิขสิทธิ์เกมออนไลน์ ขอซื้อสิทธิ์มา เอาเกมออนไลน์มาติดตั้ง แปลให้เป็นภาษาไทย แล้วก็เปิดให้บริการ เก็บตังค์ค่าใช้งาน ซึ่งแบบนี้ ต้นทุนที่จะมีคือค่าลิขสิทธิ์ ค่าการติดตั้ง ค่าการแปลภาษา และ ค่ากลุ่มเมฆ</p>
<p>ตรงนี้เป็นช่องว่างที่ทำได้ เพราะถึงแม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงได้จากทั้งโลก แต่มันจะดีกว่า เร็วกว่า สื่อสารกันง่ายกว่า ถ้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้น ถูกนำมาติดตั้งไว้ในกลุ่มเมฆท้องถิ่น เพื่อให้คนท้องถิ่นได้ใช้งาน ยิ่งแปลเป็นภาษาไทยที่อ่านเข้าใจง่ายยิ่งดี ดังนั้น ถ้าใครตาถึง มองออกว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวไหนเจ๋ง แล้วรีบฉวยโอกาสซื้อสิทธิ์มาติดตั้งเพื่อขายเป็นบริการ คนนั้นก็จะมีโอกาสก่อนใคร ๆ</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>สำหรับหาเงินทางนี้ในทางเทคนิคและเรื่องของต้นทุน จะเหมือนกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อขายเป็นบริการ แต่สิ่งที่จะเพิ่มมาคือทักษะทางภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรืออะไรซักชาตินึง ขึ้นกับว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จัดหามาติดตั้งเพื่อให้บริการถูกทำโดยชาติใด คนไทยยังไงก็ยังอยากอ่านแต่ภาษาไทยครับ ถึงจะอ่านกันแค่ปีล่ะ 8 บรรทัดก็เถอะ!</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>12)  ให้เช่าอุปกรณ์หรืิอโครงสร้างพื้นฐาน</strong></span></p>
<p>เรื่องนี้ต้องแบ่งคุยกันเป็นสองส่วนครับ คือส่วนของอุปกรณ์ที่เช่าแล้วต้องไปอยู่กับลูกค้า กับส่วนของอุปกรณ์ที่เช่าแล้วต้องอยู่กับผู้ให้เช่า</p>
<p><span style="color: #339966;"><span style="text-decoration: underline;">แบบแรก</span> เช่าแล้วของอยู่กับลูกค้า</span> เดี๋ยวนี้หลายหน่วยงานเขาไม่ซื้อพีซี โน็ตบุ๊ก หรือ เครื่องพิมพ์กันแล้วครับ เขาใช้วิธีเช่า ไม่ต้องลงบัญชีสินทรัพย์ ไม่ต้องตัดค่าเสื่อมราคา ลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสี่ยงกับของที่ตกรุ่น หมดสัญญากันก็ยกของกลับไป ทำสัญญาใหม่ก็ได้ของรุ่นใหม่มา เช่าสั้นก็จ่ายแพง เช่ายาวก็คุยกัน อะไรประมาณนั้น</p>
<p>คนที่จะหาเงินทางนี้<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ต้องมีทักษะ</span>ในการหมุนเงิน หมุนสินค้าครับ จะทำยังไงกับของที่ลูกค้าเช่าแล้ว จะให้เช่าต่ออีกหรือจะโละทิ้ง แล้วจะโละทิ้งทำไง ขายถูก ๆ ออกไป หรือ เอาไปแลกอย่างอื่นมา หรือ เอาไปแจกฟรี หรือ เอาไปถมที่ปลูกสะระแหน่ อันนี้เป็นวิสัยทัศน์ ยากอยู่ ไม่ใช่ง่าย ถ้าลูกค้ายกเค้าปล้นไปดื้อ ๆ จะทำไง หรือเอาไปยำซะไม่เหลือชิ้นดีจะทำไง หรือแม้แต่ลูกค้าเอาของไปกอดไว้ ดึงหนี้ ไม่จ่ายค่าเช่า จะทำไง เหล่านี้คือต้องมีทักษะการหมุนเงินหมุนสินค้าที่จะต้องมีครับ</p>
<p><span style="color: #339966;"><span style="text-decoration: underline;">แบบสอง</span> เช่าแล้วของอยู่กับผู้ให้เช่า</span> พวกนี้จะเป็นการเช่าใช้เซิฟเวอร์ซะส่วนใหญ่ครับ เอามาทำเป็นตัวประมวลผลเดี่ยวบ้าง แบ่งเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ผู้อื่นเช่าต่อแบบ Shared Hosting หรือ VPS บ้าง ซึ่งคนที่จะหาเงินทางนี้<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ต้องมีทักษะ</span>แบบเดียวกับคนที่หาเงินทางด้านรับจ้างติดตั้งปรับแต่งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานนั่นแหล่ะครับ เพียงแต่ต้องเพิ่มทักษะในการจัดสรรทรัพยากรด้วย เพราะลูกค้ามีการหมุนเวียน คนโน้นเลิกเช่า คนนี้เช่าใหม่ คนนั้นอยากได้แบบหนึ่ง คนนี้อยากได้อีกแบบหนึ่ง ไม่เหมือนกัน ถ้าทำเป็นชุดสำเร็จรูปอัตโนมัติได้อย่างเช่น cPanel ก็ง่ายไป แต่ถ้ามันเฉพาะมาก ๆ ก็ต้องออกแรงให้กับลูกค้าอยู่ดี</p>
<p>ผมยังคิดว่าในอนาคต ถ้าคนไทยเราหาเงินจากการให้บริการกลุ่มเมฆแบบ AWS ได้ คงดีไม่น้อย!!!</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/achievement-18134_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2231" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/achievement-18134_640.jpg" alt="achievement-18134_640" width="640" height="474" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/achievement-18134_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/achievement-18134_640-300x222.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>13)  สร้างพื้นที่เพื่อขายโฆษณา</strong></span></p>
<p>วิธีนี้เกิดขึ้นหลังจากมีอินเทอร์เน็ต วิธีนี้ไม่เกี่ยงว่าจะต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เอง หรือติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลาย เพื่อประมวลผลบนทรัพยากรของลูกค้าเอง หรือประมวลผลบนโครงสร้างพื้นฐานที่เช่า หรือประมวลผลบนกลุ่มเมฆ ยังไงก็ได้ ขอแค่ทำให้พื้นที่ ๆ มีเป็นจุดสนใจ และขายโฆษณาได้ก็พอ</p>
<p>วิธีหาเงินแบบนี้มีวิวัฒนการมานานมาก ทุกแบบจบด้วยการแปะโฆษณา เริ่มจากการทำเว็บไซต์แห้ง แล้วถัดมาจึงเป็นการทำเว็บไซต์ข่าว ถัดมาอีกเป็นการทำเป็นชุมชนเว็บบอร์ด  การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้โหลดไปใช้ฟรี ๆ การเขียนบล็อก การสร้างเครือข่ายสังคม เป็นต้น</p>
<p>ดังนั้น <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะหลักที่ต้อง</span>มีในการหาเงินแบบนี้คือทักษะการตลาด ถ้าเป็นพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์ ก็ต้องคิดวิธีว่าจะทำยังไงถึงจะให้คนเข้าเว็บไซต์ได้มาก ๆ ต้องคิดให้ออกว่าตอนนี้สังคมต้องการอะไร ขาดอะไร หรือถ้าเป็นพื้นที่โฆษณาบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็ต้องคิดว่าอะไรเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้งานอยากโหลดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไปใช้งาน ส่วน<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะรอง</span>ก็จะเป็นทักษะทางเทคนิคในการติดตั้งปรับแต่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน แบบที่เคยกล่าวมา</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>14)  สร้างพื้นที่เพื่อขายสินค้าเสมือนจริง</strong></span></p>
<p>วิธีนี้เกิดขึ้นจากปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ในโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ จึงเกิดกลยุทธ์ทางการตลาดแบบใหม่ โดยใช้ความก้าวหน้าทางอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วย คือแทนที่จะหาเงินจากการขายขาดโปรแกรม หรือเก็บตังค์จากการเข้าใช้งานโปรแกรม ก็เปลี่ยนเป็นการแจกจ่ายโปรแกรมให้ลูกค้าโหลดไปติดตั้งฟรี ๆ และเปิดโอกาสให้ลูกค้าเชื่อมโยงเข้ามายังกลุ่มเมฆเพื่อใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เมื่อลูกค้าเข้ามาอยู่ในพื้นที่แล้ว ก็สร้างสถานการณ์ เหตุการณ์ เพื่อจูงใจให้ลูกค้าเกิดความอยากมีอยากได้ในสินค้าเสมือนจริง จนลูกค้าซื้อสินค้าเสมือนจริงไปใช้งาน</p>
<p>ปัจจุบันสินค้าเสมือนจริงได้ถูกขยายไปยังพื้นที่อื่นนอกจากเกมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์หรืออีโมติค่อนในโปรแกรมแชท โมเดลสามมิติในโลกเสมือนจริง เป็นต้น</p>
<p>สำหรับ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่ต้องมี</span>ในการหาเงินด้านนี้ก็เหมือนกับการสร้างพื้นที่เพื่อขายโฆษณา และยังต้องเน้นในทักษะการเขียนโปรแกรม รวมทั้งทักษะในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน เพราะสินค้าเสมือนจริงก็เหมือนเงินตรา คือจะต้องถูกหนุนหลังโดยสิ่งที่น่าเชื่อถือได้ ดังนั้น โปรแกรมคอมพิวเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานจึงต้องมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-20126_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2232" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-20126_640.jpg" alt="background-20126_640" width="640" height="451" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-20126_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-20126_640-300x211.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>15)  ขายข้อมูล</strong></span></p>
<p>การเอาข้อมูลที่สำคัญออกมาขาย โดยได้รับสิทธิ์เพื่อการขายจากผู้ดูแลข้อมูลหรือเจ้าของข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่จะขายก็ต้องเป็นข้อมูลที่มีคุณค่า ผมยกตัวอย่างนะ แต่ล่ะอย่างละเมิดสิทธิคนอื่นทั้งนั้น ได้แก่</p>
<p>ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการทำงาน ข้อมูลการศึกษา ข้อมูลคดีความ ข้อมูลการรักษาพยาบาล ข้อมูลเครดิต ข้อมูลการจดทะเบียนกิจการ ข้อมูลการส่งงบการเงินกิจการ ข้อมูลการเสียภาษี ข้อมูลประวัติการโทรศัพท์ ข้อมูลตำแหน่งพิกัดโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลการซื้อขายหุ้น ข้อมูลการซื้อขายที่ดิน เป็นต้น</p>
<p>ข้อมูลเหล่านี้อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ครับ มันอยู่กับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมทะเบียนราษฎร์ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมบังคับคดี กรมคุมประพฤติ กรมบัญชีกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานที่ดิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ โรงพยาบาลรัฐ</p>
<p>หรืออยู่ในบริษัทเอกชน เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ โรงพยาบาลเอกชน หรือบริษัทให้บริการโทรศัพท์มือถือ</p>
<p>ข้อมูลพวกนี้ขายได้ครับ ถึงแม้จะเป็นข้อมูลของประชาชน ซึ่งเก็บไว้กับหน่วยงานภาครัฐหรือบริษัทเอกชน ก็ขายได้ครับ ถ้าจะขายซะอย่าง ต่อให้มีกฎหมายมาคุมก็ซิกแซกแอบขายได้อยู่ดี</p>
<p>ตัวอย่างของธุรกิจที่ขายข้อมูล คือ บริษัทบิสซิเนสออนไลน์ครับ บริษัทนี้มีผลิตภัณฑ์ชื่อ Bingo เป็นบริการสืบค้นข้อมูลของบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยกับกระทรวงพาณิชย์ ใครอยากใช้ต้องจ่ายตังค์ การที่บริษัทบิสซิเนสออนไลน์สามารถขายข้อมูลบริษัทจดทะเบียนได้ ก็เพราะไปเจรจากับหน่วยงานราชการ แบ่งผลประโยชน์กันลงตัวครับ ถึงเอาข้อมูลมาขายได้</p>
<p>ดังนั้น <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>ในการหาเงินวิธีนี้คือทักษะการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ และต้องมีเส้นสายกับคนวงในระดับบิ๊ก ๆ ครับ แต่ถ้าไม่ต้องการทำอะไรที่ถูกระเบียบขั้นตอนตามกฎหมาย ก็ทำได้ แต่จะ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ต้องมีทักษะ</span>ในการเจาะระบบครับ ซึ่งแสดงว่าต้องเก่งพอตัวเลยล่ะ แถมผิดกฎหมายอีกต่างหาก</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>16)  จัดอบรมสัมมนาทางคอมพิวเตอร์</strong></span></p>
<p>คนที่เชี่ยวชาญในทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ หรือได้เคยปฏิบัติซ้ำ ๆ จนมีความชำนาญในด้านการเขียนโปรแกรม ด้านการติดตั้งปรับแต่งโปรแกรม หรือด้านการติดตั้งปรับแต่งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน ล้วนสามารถจัดอบรมสัมมนาทางคอมพิวเตอร์ ให้ใคร ๆ เรียกขานเป็นครูบาอาจารย์ได้ทั้งนั้นครับ</p>
<p>การจัดอบรมสัมมนาก็ต้องหาสถานที่ซักนิดนึงครับ อาจจะเช่าห้องประชุมใน Co-working Space หรือไม่ก็เช่าห้องโรงแรมกันไปเลยหรูดี ต้องลงทุนทำชีท ทำดีวีดี และถ้าเป็นการจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ก็ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์เฉพาะด้านด้วย ลงทุนนิดนึง</p>
<p>ส่วนเรื่องการบอกกล่าววันเวลาสถานที่ในการจัดอบรมสัมมนา อันนี้ก็สุดแล้วแต่ครับ อาจจะบอกแบบปากต่อปาก เผยแพร่ในเว็บ ลงโฆษณา เผยแพร่ในเครือข่ายสังคม ส่วนเรื่องการเก็บตังค์ การกำหนดราคาค่าอบรมฯ อันนี้ก็ต้องประเมินกันเอง โดยวัดจากเนื้อหา ระยะเวลา จำนวนผู้เข้าเรียน และต้นทุนในการจัดอบรมฯ</p>
<p>ที่สำคัญเรื่องที่จะจัดอบรมสัมมนา ก็ต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แน่ใจได้ว่าจะมีคนมาเข้าร่วมอบรมฯด้วย อย่าคิดจะอบรมภาษาเครื่องหรือภาษาแอสเซมบลี้นะครับ ได้สอนอากาศแน่ ๆ</p>
<p>สำหรับ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่จะต้องมี</span>ก็คือสิ่งที่จะสอนนั่นแหล่ะครับ บวกกับทักษะในการสอนด้วย การสอนไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ สอนไม่ถูกเจอสวนได้ง่าย ๆ สอนไม่ตื่นเต้นพาลหลับได้ง่าย ๆ เหมือนกัน และถ้าสอนไม่รู้เรื่องรับรองมีบอกต่อครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>17)  แต่งหนังสือตำราทางคอมพิวเตอร์</strong></span></p>
<p>เดี๋ยวนี้หนังสือตำราทางคอมพิวเตอร์แนวทฤษฎีขายยากมากครับ ส่วนใหญ่คนซื้อหนังสือ เขาจะซื้อหนังสือคอมพิวเตอร์ที่สอนใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นที่นิยม หรือซื้อหนังสือสอนปฏิบัติแบบง่าย ๆ เช่น สอนเล่นเครือข่ายสังคม สอนหาเงินจากเว็บเผยแพร่คลิปวีดีโอ สอนใช้โปรแกรมแต่งรูป สอนสร้างเว็บไซต์ขายของ สอนสร้างโมเดล 3 มิติ สอนใช้งานโปรแกรมเอ็กเซล เป็นต้น</p>
<p>สำหรับการกำหนดราคาขายหนังสือ แบบเล่มกระดาษก็ราคานึง แบบเป็นอีบุ๊คก็ราคานึง แล้วแต่จะไปตกลงกัน ถ้าออกเงินพิมพ์ที่โรงพิมพ์เอง แล้วไปฝากขายกับร้านขายหนังสือก็ราคานึง ถ้าส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ แล้วให้สำนักพิมพ์เป็นคนพิมพ์ เป็นคนไปติดต่อวางขายกับร้านขายหนังสือก็อีกราคานึง อันนี้แล้วแต่</p>
<p>สรุป <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ทักษะที่ต้องมี</span>สำหรับการหาเงินวิธีนี้ก็เหมือนกับทักษะการรับจ้างเขียนบทความทางคอมพิวเตอร์นั่นแหล่ะครับ เพียงแต่ต้องอึดมากขึ้น เพราะมันไม่ใช่หน้ากระดาษหรือสองหน้ากระดาษ แต่มันเป็นเล่ม ๆ ดังนั้น เนื้อหาต้องแน่น ภาพต้องสวย บทบรรยายต้องดี พิสูจน์อักษรครบถ้วน</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-21657_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2233" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-21657_640.jpg" alt="background-21657_640" width="640" height="426" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-21657_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/10/background-21657_640-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>เบ็ดเสร็จแล้ว ผมก็เรียบเรียงได้ 17 วิธีนะครับ ผมคิดว่าน่าจะมีวิธีอื่น ๆ อีกนั่นแหล่ะที่ผมยังไม่รู้ ไม่เคยผ่าน ยังไม่เข้าใจ ก็หวังว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์จากสิ่งที่เรียบเรียงครับ</p>
<p>เหนือสิ่งอื่นใด ผมคิดว่าความขยันต้องนำความฉลาด ถ้าฉลาดแล้วไม่ขยันก็จบกันเลยครับงานนี้</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2208/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การแก้ปัญหาภาษาไทยบนระบบคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2182</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2182#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2015 15:50:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2182</guid>

					<description><![CDATA[ผมเข้ามาในวงการคอมพิวเตอร์ ช่วงที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมีราคาถูกลง ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ MS-DOS และสามารถแสดงผลแบบกราฟิกได้ และก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มหาวิทยาลัยและหน่วยงานทางอุตสาหกรรมชั้นนำของไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำให้คอมพิวเตอร์สามารถนำเข้าข้อมูลเป็นภาษาไทยและแสดงผลแบบภาษาไทยได้ การเกิดขึ้นของ CU Writer ซึ่งเป็นโปรแกรมพิมพ์เอกสารที่ทำงานโดยการเปิดโหมดกราฟิก หรือการเกิดขึ้นของโปรแกรม VThai ซึ่งเป็นโปรแกรมฝังตัวที่ใช้การ Interrupt MS-DOS เพื่อยึดการควบคุมแล้วแสดงผลแบบกราฟิกเพื่อสนับสนุนภาษาไทย ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์ให้กับคนไทยได้อย่างตรงวัตถุประสงค์ ปัญหาตอนนั้นคือ นำเข้าภาษาไทยไม่ได้ แสดงผลภาษาไทยไม่ได้ ดังนั้น ก็ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด คือให้มันทำให้ได้ ซึ่งตอนนั้น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเข้ามาในวงการคอมพิวเตอร์ ช่วงที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมีราคาถูกลง ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ MS-DOS และสามารถแสดงผลแบบกราฟิกได้ และก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มหาวิทยาลัยและหน่วยงานทางอุตสาหกรรมชั้นนำของไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำให้คอมพิวเตอร์สามารถนำเข้าข้อมูลเป็นภาษาไทยและแสดงผลแบบภาษาไทยได้</p>
<p>การเกิดขึ้นของ CU Writer ซึ่งเป็นโปรแกรมพิมพ์เอกสารที่ทำงานโดยการเปิดโหมดกราฟิก หรือการเกิดขึ้นของโปรแกรม VThai ซึ่งเป็นโปรแกรมฝังตัวที่ใช้การ Interrupt MS-DOS เพื่อยึดการควบคุมแล้วแสดงผลแบบกราฟิกเพื่อสนับสนุนภาษาไทย ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์ให้กับคนไทยได้อย่างตรงวัตถุประสงค์</p>
<p>ปัญหาตอนนั้นคือ นำเข้าภาษาไทยไม่ได้ แสดงผลภาษาไทยไม่ได้ ดังนั้น ก็ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด คือให้มันทำให้ได้ ซึ่งตอนนั้น VThai ก็ถือว่าทำได้ดีและมีความแพร่หลาย ใคร ๆ ก็ใช้มัน ซึ่งข้อเสียในเรื่องการแสดงผลก็คงเป็นเรื่องของขนาด เพราะมันแสดงผลได้แค่แบบบิตแมพ ขนาดคงที่ยืดหดไม่ได้</p>
<p>ปัญหาของคนไทย ก็ต้องให้คนไทยแก้ถูกมั้ย? เพราะไม่มีคนชาติไหนจะแก้ปัญหาให้คนไทยได้ นอกจากคนไทยที่ควรจะเข้าใจตัวเองที่สุด!!!</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/microsoft-80659_640.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2183" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/microsoft-80659_640.png" alt="microsoft-80659_640" width="640" height="320" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/microsoft-80659_640.png 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/microsoft-80659_640-300x150.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/microsoft-80659_640-500x250.png 500w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>การเกิดขึ้นของระบบปฏิบัติการสวมทับอย่าง MS Windows 3.0 หรือระบบปฏิบัติการของแท้บริสุทธิ์อย่าง MS Windows 95 ขึ้นไปจนถึง MS Windows 10 ในปัจจุบัน ได้ทำให้การแก้ปัญหาภาษาไทยไม่ใช่เรื่องที่ตั้งต้นโดยคนไทย คนไทยมีส่วนร่วมแต่ไม่ได้ตั้งต้น เพราะการนำเข้าข้อมูลภาษาไทยผ่านแป้นพิมพ์ การแสดงผลภาษาไทยแบบเวกเตอร์ออกทางจอภาพ และ การส่งผ่านภาษาไทยออกทางเครื่องพิมพ์ ล้วนกระทำผ่านโครงสร้างพื้นฐานของตัวระบบปฏิบัติการ ซึ่งถูกวางเอาไว้เพื่อรองรับความหลากหลายของภาษาท้องถิ่นอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น การกำหนดช่วงของรหัสเพื่อแทนอักขระภาษาไทย หรือการสร้างรูปแบบตัวอักษรภาษาไทยเพื่อบรรจุเข้าไว้ในระบบ จึงเป็นเรื่องที่ต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มี ถ้าพื้นฐานไม่มีก็ต่อยอดไม่ได้</p>
<p>ปัญหาของภาษาไทยบนระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่มีแค่เฉพาะการนำเข้าภาษาไทยผ่านแป้นพิมพ์ การแสดงผลภาษาไทยออกทางจอภาพ หรือการพิมพ์ภาษาไทยออกทางเครื่องพิมพ์เท่านั้น ยังรวมไปถึงการนำเข้าคำพูดภาษาไทยผ่านไมโครโฟน และการเปล่งเสียงภาษาไทยออกทางลำโพงด้วย!!!</p>
<p>วิธีการออกเสียงของภาษาไทยไม่เหมือนภาษาอังกฤษ ดังนั้น จะใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์สำหรับสกัดคลื่่นเสียงภาษาอังกฤษมาใช้กับภาษาไทยโดยตรงก็คงไม่ได้ มันต้องมีการปรับนิดหน่อย ซึ่งผมก็ได้เห็นงานวิจัยของหน่วยงานอุตสาหกรรมชั้นนำของไทยเรา ที่กำลังก้าวหน้าไปได้ด้วยดีในเรื่องนี้ แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ สิ่งที่น่ากังวลก็คือ เมื่อใดก็ตามที่บริษัทชั้นนำของโลก ได้ก้าวผ่านข้อจำกัดต่าง ๆ แล้วสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตัวระบบปฏิบัติการ เพื่อรองรับความหลากหลายของการนำเข้าคำพูดภาษาท้องถิ่นได้สำเร็จ เมื่อนั้น คนไทยเราก็จะเปลี่ยนจากผู้ตั้งต้นในการแก้ปัญหานี้ กลายเป็นเพียงผู้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ไปโดยปริยาย อีกครั้ง!</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/man-141052_640.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2184" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/man-141052_640.jpg" alt="man-141052_640" width="640" height="452" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/man-141052_640.jpg 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/man-141052_640-300x212.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/09/man-141052_640-425x300.jpg 425w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>ความรู้สึกของผมนะ ผมรู้สึกว่าคนไทยเราแก้ปัญหาภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์ได้ดี แต่เราไม่ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเพื่อแก้ปัญหาอื่น แล้วพอบริษัทชั้นนำของโลกสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ซึ่งแก้ปัญหาอื่นรวมทั้งปัญหาภาษาท้องถิ่นที่หลากหลายได้ เราก็เลยต้องย้ายการแก้ปัญหาภาษาไทยบนระบบคอมพิวเตอร์ ไปอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานที่ว่าแทน</p>
<p>ตอนนี้พอมองภาพกันออกแล้วใช่มั้ยครับ ว่าการแก้ปัญหาภาษาไทยบนระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าจะไม่ให้เสียเวลาในการแก้ปัญหา เราต้องพิจารณาจากสิ่งใด?</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2182/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ระดับของงานวิจัยทางคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2022</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2022#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2015 15:45:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2022</guid>

					<description><![CDATA[สั้น ๆ ได้ใจความครับ มันมีทั้งหมด 5 ระดับ ประกอบด้วย การวิจัยทฤษฎี การวิจัยเพื่อนำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ การวิจัยเพื่อนำการประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ไปสร้างต้นแบบ การวิจัยเพื่อนำต้นแบบไปผลิตเชิงพาณิชย์ การวิจัยทางการตลาดเพื่อตอบสนองต่อความพึงพอใจและความต้องการของผู้บริโภค ระดับที่ 1 ถือว่าหินสุด ต้องเป็นระดับดอกเตอร์ ผศ. รศ. ศ. อะไรพวกนั้น ถึงจะวิจัยทฤษฎีได้ คือ มันต้องพิสูจน์ มันต้องอธิบายอย่างลึกซึ้ง มันเป็นวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สั้น ๆ ได้ใจความครับ มันมีทั้งหมด 5 ระดับ ประกอบด้วย</p>
<ol>
<li>การวิจัยทฤษฎี</li>
<li>การวิจัยเพื่อนำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์</li>
<li>การวิจัยเพื่อนำการประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ไปสร้างต้นแบบ</li>
<li>การวิจัยเพื่อนำต้นแบบไปผลิตเชิงพาณิชย์</li>
<li>การวิจัยทางการตลาดเพื่อตอบสนองต่อความพึงพอใจและความต้องการของผู้บริโภค</li>
</ol>
<p>ระดับที่ 1 ถือว่าหินสุด ต้องเป็นระดับดอกเตอร์ ผศ. รศ. ศ. อะไรพวกนั้น ถึงจะวิจัยทฤษฎีได้ คือ มันต้องพิสูจน์ มันต้องอธิบายอย่างลึกซึ้ง มันเป็นวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ มันยาก</p>
<p>โดยส่วนตัวผมถนัดในงานวิจัยระดับที่ 2 เพราะเป็นการเอาทฤษฎีที่มีอยู่แล้วมาประกอบ อันนี้ผมถนัด อาจารย์ผมเรียกการวิจัยในระดับที่ 2 ว่าเป็นการยืนอยู่บนบ่ายักษ์ คือ ยักษ์มันสูงของมันอยู่แล้ว เราไปยืนอยู่บนนั้น เราก็สูงตามไปด้วย</p>
<p>สำหรับคนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เก่ง ๆ คงจะเหมาะกับระดับที่ 3 และคนที่ชำนาญด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์คงจะเหมาะกับระดับที่ 4</p>
<p>สุดท้ายสำหรับระดับที่ 5 คงจะเหมาะกับนักการตลาด เพราะพวกนี้เขาวาดฝันเก่ง และเขาก็เข้าใจผู้บริโภคได้ดีกว่าใคร ๆ</p>
<p>และสุดท้ายของสุดท้าย คนทั้ง 5 ระดับนี้มันเคยคุยกันบ้างหรือเปล่า? ประเทศไทยเราถึงยังไม่ก้าวหน้าทางด้านนี้กันเท่าไหร่เลย!!!</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2022/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อุตสาหกรรมเฉพาะอย่าง</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1382</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1382#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Aug 2010 05:22:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การบิน]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[นาโนเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุวิศวกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุสังเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[อวกาศ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเฉพาะอย่าง]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เหมืองแร่]]></category>
		<category><![CDATA[โลหะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.tai-parinya.com/?p=1382</guid>

					<description><![CDATA[ส่วนใหญ่แล้วอุตสาหกรรมเฉพาะอย่างมักจะอยู่ในกลุ่มของอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งต้องใช้การคิดค้นวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีผู้ผลิต (ในโลกหรือในประเทศ) เพียงไม่กี่ราย ที่จะสามารถผลิตสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ได้ บางคนคิดว่าอุตสาหกรรมเฉพาะอย่างจะผลิตสินค้าหรือบริการออกมาเพียงน้อยชิ้น เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมมวลชนซึ่งผลิตสินค้าออกมาทีล่ะมาก ๆ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น เพราะอุตสาหกรรมเฉพาะอย่างก็สามารถผลิตสินค้าออกมาทีล่ะมาก ๆ ได้เช่นกัน เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ อุตสาหกรรมมวลชนต้องผลิตครั้งล่ะมาก ๆ เพื่อทำให้ต้นทุนลดลงและมีส่วนต่างกำไรสะสมมากขึ้น ในขณะที่อุตสาหกรรมเฉพาะอย่างสามารถลดต้นทุนและสร้างส่วนต่างกำไรได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องผลิตออกมาครั้งล่ะมาก ๆ แต่ประการใด]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ส่วนใหญ่แล้วอุตสาหกรรมเฉพาะอย่างมักจะอยู่ในกลุ่มของอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งต้องใช้การคิดค้นวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีผู้ผลิต (ในโลกหรือในประเทศ) เพียงไม่กี่ราย ที่จะสามารถผลิตสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ได้</p>
<p>บางคนคิดว่าอุตสาหกรรมเฉพาะอย่างจะผลิตสินค้าหรือบริการออกมาเพียงน้อยชิ้น เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมมวลชนซึ่งผลิตสินค้าออกมาทีล่ะมาก ๆ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น เพราะอุตสาหกรรมเฉพาะอย่างก็สามารถผลิตสินค้าออกมาทีล่ะมาก ๆ ได้เช่นกัน เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ อุตสาหกรรมมวลชนต้องผลิตครั้งล่ะมาก ๆ เพื่อทำให้ต้นทุนลดลงและมีส่วนต่างกำไรสะสมมากขึ้น ในขณะที่อุตสาหกรรมเฉพาะอย่างสามารถลดต้นทุนและสร้างส่วนต่างกำไรได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องผลิตออกมาครั้งล่ะมาก ๆ แต่ประการใด</p>
<p>โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าสังคมเกษตรกรรม สังคมอุตสาหกรรมมวลชน และ สังคมอุตสาหกรรมเฉพาะอย่าง มีการเกื้อกูลต่อยอดกัน และหลายครั้งผมพบว่าธุรกิจต่าง ๆ มักจะสะสมทุนและกระโจนไปมาระหว่างสังคมทั้งสาม</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2010/08/three_wave.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2010/08/three_wave.jpg" alt="" title="อุตสาหกรรมเฉพาะอย่าง" width="548" height="434" class="aligncenter size-full wp-image-1383" /></a></p>
<p>ผมเห็นบริษัทซีพีกระโจนจากธุรกิจเกษตรของสังคมเกษตรกรรม เข้าสู่ธุรกิจอาหารแปรรูปของสังคมอุตสาหกรรมมวลชน และจากนั้นก็กระโจนเข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคมซึ่งเป็นธุรกิจของสังคมอุตสาหกรรมเฉพาะอย่าง</p>
<p>ผมเห็นบริษัทซอฟต์แวร์ชั้นนำของโลก และบริษัทฮาร์ดแวร์ชั้นนำของโลก ซึ่งทำธุรกิจในสังคมอุตสาหกรรมเฉพาะอย่างเหมือนกัน เข้าไปจ๊ะเอ๋กันในตลาดสมาร์ทโฟน (ซึ่งเป็นสินค้าเฉพาะอย่าง) อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน</p>
<p>แต่ผมยังไม่เคยเห็นบริษัทซึ่งทำธุรกิจของอุตสาหกรรมเฉพาะอย่าง กระโจนกลับไปยังธุรกิจของสังคมเกษตรกรรมเลยนะ!!!</p>
<p>อือมคิดว่า นอกจากธุรกิจพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแล้ว ผมว่า ไม่น่าจะมีธุรกิจอะไรที่กระโจนกลับไปสังคมเกษตรกรรมได้เลยแฮะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1382/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>4</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การคิด Man Day สำหรับงานพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1280</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1280#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 26 Jun 2010 10:07:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรม]]></category>
		<category><![CDATA[Man Day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.tai-parinya.com/?p=1280</guid>

					<description><![CDATA[ถ้าเรารับทำโครงการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เราก็ควรคิดเป็น Man Day อ่ะดิ ถูกแมะ? งั้นถ้าคิดตามหลักสากลทั่ว ๆ ไปที่เขาคิดกัน เราก็ควรจะคิดซัก &#8230; 12,500 บาท ต่อ 1 Man Day อ่ะดิ!!! ซึ่งถ้าคิดแบบนี้ก็แสดงว่า ในเวลา 30 วัน (หนึ่งเดือน) ผู้จ้างวานก็ต้องจ่าย 12,500]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าเรารับทำโครงการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เราก็ควรคิดเป็น Man Day อ่ะดิ ถูกแมะ?</p>
<p>งั้นถ้าคิดตามหลักสากลทั่ว ๆ ไปที่เขาคิดกัน เราก็ควรจะคิดซัก &#8230; 12,500 บาท ต่อ 1 Man Day อ่ะดิ!!!</p>
<p>ซึ่งถ้าคิดแบบนี้ก็แสดงว่า ในเวลา 30 วัน (หนึ่งเดือน) ผู้จ้างวานก็ต้องจ่าย 12,500 x 30 = 375,000 บาท และผู้รับงานก็จะได้เงินจำนวนเดียวกัน!!</p>
<p>อือม ว่าแต่ทำไมต้องคิดแพงขนาดนี้อ่ะ ในเมื่อปรกติก็จ่ายค่าแรงให้คนดูแลโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แค่เพียงวันล่ะ 500 บาทเอง!!</p>
<p>คำตอบก็คงเป็นว่า ที่ต้องจ่าย Man Day ให้แพง ๆ ก็เพื่อเร่งให้ทำเสร็จเร็ว ๆ สินะ??</p>
<p>ทีนี้ ถ้าหากว่าผู้รับจ้างทำงาน ไม่แสดงความเป็นมืออาชีพ ไม่สามารถผลิตชิ้นงานที่มีคุณภาพ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วได้ งั้นก็ไม่ควรรับค่้าแรงต่อ Man Day แพง ๆ อ่ะดิ??</p>
<p>แย่หน่อย ที่การตกลงกันในเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ มักจะเปลี่ยนแปลงส่งเดชไม่ได้ เพราะมันมีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง &#8230; ถ้าอย่างนั้นวิธีเดียวที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ ก็คงจะต้องมี &#8220;เบี้ยปรับ&#8221; เกิดขึ้น!!!</p>
<p>ดังนั้นต่อไป หากเราต้องจ้างงานเพื่อพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ด้วยราคาอันแสนแพง) เราก็ควรจะมีการเขียน &#8220;บทปรับ&#8221; เอาไว้ในสัญญาตั้งแต่แรกนั่นเอง &#8230; เพื่อจะได้ไม่ต้องเจอปัญหาความล่าช้าอันแสนจะติงต๊องอีกต่อไป</p>
<p>ที่สำคัญ นับวัน Man Day สำหรับจ้างวานเพื่อพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มันชักจะแพงขึ้นไปทุกทีแล้วอ่ะดิ!!</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1280/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>5</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
