<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Workaround &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/category/workaround/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 31 Aug 2010 10:20:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>วิธี boot ระบบ windows xp ด้วย floppy disk</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1406</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1406#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 10:20:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Workaround]]></category>
		<category><![CDATA[วิธี]]></category>
		<category><![CDATA[boot]]></category>
		<category><![CDATA[floppy disk]]></category>
		<category><![CDATA[windows xp]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.tai-parinya.com/?p=1406</guid>

					<description><![CDATA[บางคนอาจจะรู้แล้วว่าไวรัส]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บางคนอาจจะรู้แล้วว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ก็คือไฟล์คอมพิวเตอร์ ซึ่งแอบซ่อนอยู่ในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ของเรา โดยมันจะพรางตัวด้วยการกำหนดคุณสมบัติของไฟล์ (ตัวมัน) ให้เป็น Hidden, System หรือ Read-Only (ปรกติมันจะกำหนดครบเลย เวร)</p>
<p>และบางคนก็อาจจะรู้ว่า วิธีการลบไฟล์เหล่านั้นออกจากเครื่องให้เหี้ยนเตียนก็คือ การเข้า Safe Mode ของ Microsoft Windows XP แล้วก็ใช้คำสั่ง ATTRIB เพื่อเปลี่ยนคุณสมบัติของไฟล์ หรือใช้คำสั่ง DEL ตามด้วยพารามิเตอร์เฉพาะ เพื่อจะลบไฟล์ (ไวรัส) ดังกล่าวออกไปจากเครื่อง</p>
<p>แต่ถ้าไอ้เจ้าไฟล์ (ไวรัส) ที่ว่า มันหน้าด้านมาก มันเกาะแน่นไม่ปล่อย ไม่สามารถลบมันหรือเปลี่ยนคุณสมบัติมันได้ เพราะมันเล่นเกาะในระดับ Kernel เลย เราจะทำไงดี</p>
<p>ก็เข้าใจอ่ะนะครับว่าเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ๆ เขามีช่อง USB และช่อง CD แถมยังกำหนดผ่าน BIOS ให้ boot ด้วย USB หรือ CD ได้อีกต่างหาก</p>
<p>แต่มันก็มีบางคนอ่ะนะ ที่อาจจะต้องเจอกับเครื่องคอมพิวเตอร์โบราณ ที่ยังคงมี BIOS เก่าที่ไม่สามารถ boot ด้วย USB หรือ CD ได้ นอกจาก boot ด้วยช่อง floppy disk เท่านั้น</p>
<p>แถมเครื่องดังกล่าวยังติดไวรัสหัวดื้ออีกต่างหาก!!!</p>
<p>มีวิธีแก้ครับ นั่นก็คือ เราจะต้อง boot เครื่องด้วย floppy disk แทน โดยการลงมือทำดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ไปดาวน์โหลด <a href="http://www.microsoft.com/downloads/details.aspx?FamilyId=535D248D-5E10-49B5-B80C-0A0205368124&#038;displaylang=en">Windows XP Professional with Service Pack 2 Utility: Setup Disks for Floppy Boot Install</a></li>
<li>สั่งโปรแกรมในข้อที่ 2 ให้ทำงาน โปรแกรมก็จะร้องหา floppy disk เราก็ใส่เข้าไปในช่อง floppy disk ซะ (ต้องใช้ 6 แผ่นนะ)</li>
<li>พอเสร็จแล้ว เราก็ boot เครื่องโดยใช้ floppy disk ทั้ง 6 แผ่น โดยค่อย ๆ ใส่ไปทีล่ะแผ่นตามลำดับที่มันบอก</li>
<li>พอถึงหน้าสุดท้าย มันจะถามเราว่าจะทำไงต่อ ให้เรากดปุ่ม &#8220;R&#8221; เพื่อเข้า Recovery Console</li>
<li>จากนั้นมันจะเปิดหน้าต่างแบบ Text Base ขึ้นมา แล้วถามเราว่าเราจะใช้ Profile ของระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows XP ที่ Partition ไหน เราก็บอกมันไปว่ามันเป็นตัวไหนก็ได้แล้วแต่เรา (ปรกติจะมีแค่ตัวเดียวนั่นแหล่ะ เราก็กดเบอร์หนึ่งไป)</li>
<li>จากนั้นให้เราใส่รหัสผ่านของ Administrator เพื่อกรุยทางเข้าสู่ระบบฯอันแสนสะอาด</li>
<li>พอมาถึงตรงนี้ ระบบจะให้เราเข้าสู่ Shell Prompt (ในแบบของมัน) พร้อมทั้งสามารถเห็นไฟล์ในฮาร์ดดิสก์ (ซึ่งมี Partition เป็น NTFS) ได้แล้ว</li>
<li>ให้เราโซโล่คำสั่ง DOS ตามสะดวกเลย ไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง Attrib หรือ Del แต่มีข้อแม้ว่าต้องมีไวยากรณ์ตามที่มัน (Shell ของมัน) กำหนด เพราะคำสั่งของมัน ถึงจะคล้ายกับคำสั่ง DOS ก็จริง แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน</li>
<p>เพียงขั้นตอนเท่านี้ ไอ้เจ้าไฟล์ไวรัสอันแสนจะหน้าด้าน ก็จะถูกเราลบออกจากฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ของเราได้อย่างถาวรแล้ว</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1406/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>2</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีเก็บของในเกม FarmVille บน Facebook แบบอัตโนมัติ</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1391</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1391#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Aug 2010 06:52:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Workaround]]></category>
		<category><![CDATA[add-ons]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[farmville]]></category>
		<category><![CDATA[firefox]]></category>
		<category><![CDATA[greasemonkey]]></category>
		<category><![CDATA[mozilla]]></category>
		<category><![CDATA[wall]]></category>
		<category><![CDATA[web browser]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.tai-parinya.com/?p=1391</guid>

					<description><![CDATA[ถ้าเราเล่นเกม FarmVille บ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าเราเล่นเกม FarmVille บน Facebook เราจะพบว่า ทั้งเราและเพื่อน ๆ ของเราต่างก็สามารถจะแชร์ของให้กันผ่านหน้า Wall ได้ ซึ่งถ้าเราขี้เกียจจะต้องไปกดรับเอง เราก็สามารถให้คอมพิวเตอร์ช่วยทำให้ก็ได้ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้</p>
<ol>
<li>ติดตั้ง Web Browser ที่ชื่อว่า <a href="http://www.mozilla.com/en-US/firefox/all.html">Mozilla Firefox</a></li>
<li>ใช้ Mozilla Firefox เป็น Web Browser เพื่อโหลดและติดตั้ง Add-ons ที่ชื่อว่า <a href="https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/748/">Greasemonkey</a></li>
<li>ใช้ Mozilla Firefox เพื่อติดตั้ง <a href="http://userscripts.org./scripts/show/62135">FarmVille Wall Manager</a></li>
<li>เข้า Facebook ด้วย Mozilla Firefox แล้วดูที่ Sidebar ด้านซ้าย จะเห็นเมนู Option ให้กดเข้าไป แล้วเลือกว่าเราจะหยิบของชิ้นไหนที่ปรากฎใน Wall ของเราบ้าง</li>
<li>เปิดหน้า Wall ของ Facebook ของเราเอาไว้ด้วย Mozilla Firefox แล้วไปทำโน่นทำนี่ตามอัธยาศัย</li>
</ol>
<p>ด้วยขั้นตอนเพียงเท่านี้ คุณก็ไม่จำเป็นจะต้องมาหยิบของที่หน้า Wall เองอีกต่อไป อัตโนมัติและทุ่นแรงจริง ๆ เลย</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1391/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>15</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่ได้อยากใช้ lynx เล้ย</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1136</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1136#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jul 2009 04:30:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Workaround]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1136</guid>

					<description><![CDATA[กรณีที่คุณพบว่าเครื่องคอม]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรณีที่คุณพบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คุณต้องใช้ ไม่มีโปรแกรม Web Browser แม้แต่ตัวเดียว ไม่มีช่อง USB ไม่มีช่อง CD มีแต่ช่อง Floppy Disk แต่ยังสามารถเข้าอินเทอร์เน็ตได้ และคุณอยากเข้าอินเทอร์เน็ตใจจะขาดเหลือเกิน ให้คุณดำเนินการเช่นนี้</p>
<ol>
<li>ใช้โปรแกรม telnet เข้าไปยัง server ที่คุณมีสิทธิ์เข้า</li>
<li>เรียกโปรแกรม lynx เพื่อเข้าเว็บแบบ text mode</li>
<li>บอก lynx ด้วยว่าจะเข้าเว็บไหน แต่ถ้าให้ดี เข้าเว็บ Google เหอะ เพราะหน้าจอพื้น ๆ เหมาะมากสำหรับ text mode</li>
<li>หาช่องที่ใส่คำค้นให้เจอ แล้วพิมพ์คำว่า &#8220;Firefox&#8221;</li>
<li>ต้องจำให้ได้ว่าหน้าเว็บ Google ตอนที่เป็น GUI สวย ๆ มันเป็นยังไง เพราะตอนมันเป็น text mode มันแทบจะไม่เหมือนกันเลย พับผ่าสิ</li>
<li>ทนใช้ลูกศรเลื่อนขึ้นเลื่อนลงหน่อย เพราะเมาส์มันใช้ไม่ได้แน่ ๆ</li>
<li>พยายามหาเว็บ Firefox ให้เจอ ยิ่งเป็น URL ที่เข้าไปดาวน์โหลด Firefox ตรง ๆ ได้ยิ่งดี</li>
<li>อย่านิ่งเฉยหาก lynx ถามคำถามคุณเป็นระยะ เพราะมันจะถามคุณเป็นวรรคเป็นเวรเลยล่ะ เช่น มี cookies เข้ามา จะรับหรือเปล่า? จะย้ายไปอีกหน้านึง จะให้ย้ายหรือเปล่า? มันผิดไวยากรณ์นะ จะปล่อยผ่านหรือเปล่า? เป็นต้น</li>
<li>เมื่อเจอรายชื่อไฟล์ที่ต้องการดาวน์โหลด หรือปุ่มกดเพื่อดาวน์โหลด ให้เคาะปุ่ม Enter เข้าไปเลย ไม่ต้องเกรงใจ</li>
<li>ถ้าอินเทอร์เน็ตของคุณไม่มีปัญหา ไฟล์จะถูกดาวน์โหลดมาวางไว้ที่ server ของคุณ</li>
<li>ให้ตรวจด้วยคำสั่ง ls ว่ามีไฟล์จริง ๆ อ๊ะเปล่า?</li>
<li>ออกจาก telnet ได้แล้วพอแค่นี้ แล้วให้เข้าไปที่ server ของคุณด้วยโปรแกรม ftp แทน</li>
<li>บอก ftp ว่าคุณจะดาวน์โหลดไฟล์มาไว้ที่เครื่อง Client แบบ Binary ด้วยคำสั่ง binary</li>
<li>บอก ftp ว่าคุณอยากจะรู้ว่าไฟล์ดาวน์โหลดไปถึงไหนแล้ว ด้วยคำสั่ง hash (มันจะขึ้นเครื่องหมาย # เป็นตับเลย ดูแล้วไม่สวย แต่ก็ดีกว่าไม่เห็นอะไรเลย)</li>
<li>พอกำหนด 2-3 อย่างข้างบนเสร็จแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาดาวน์โหลดไฟล์มาไว้ที่เครื่อง Client ของเรา โดยการใช้คำสั่ง get แล้วตามด้วยชื่อไฟล์ที่จะดาวน์โหลด</li>
<li>แล้วเราก็จะเห็นเครื่องหมาย # ขึ้นมาเป็นตับ ช้าเร็วตามความเร็วของอินเทอร์เน็ต</li>
<li>ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ไฟล์จะถูกดาวน์โหลดมาเกยตื้นอยู่ที่ c:\document and setting\[ชื่อ user]</li>
<li>เสร็จแล้วก็ออกจากโปรแกรม ftp แล้วมาติดตั้ง Firefox</li>
<li>เพียงขั้นตอนง่าย ๆ เท่านี้ ก็มี Web Browser เอาไว้ให้ใช้แล้ว เย้</li>
</ol>
<p>สรุปแล้ว ไม่ได้อยากใช้ lynx เล้ย พับผ่าสิ</p>
<p>[tags]lynx, get, firefox, google, telnet, ftp[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1136/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>10</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัญญาณ ADSL ไม่ติด หรือ ติด ๆ ดับ ๆ</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1013</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1013#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2008 04:05:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Workaround]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1013</guid>

					<description><![CDATA[เดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตได้ก]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตของผมไปแล้ว ดังนั้นการที่สัญญาณ ADSL ของ Wireless ADSL Router ที่บ้านของผมไม่ติด หรือ ติด ๆ ดับ ๆ นั้น ย่อมก่อปัญหาให้กับผมในการใช้บริการอินเทอร์เน็ตอย่างไม่ต้องสงสัย</p>
<p>ปรกติผมจะใจเย็นมาก อีกทั้งก็ทราบดีว่าผู้ให้บริการ ADSL ที่ผมใช้บริการอยู่นั้น ถูกลูกค้าก่นด่าอย่างมากมายในเรื่องการให้บริการ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกว่า ถึงผมจะร่วมก่นด่าด้วยอีกคน ก็คงจะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ดังนั้นผมก็รอต่อไปน่าจะดีกว่า</p>
<p>ผมคิดว่าทางผู้ให้บริการคงซ่อมระบบอยู่ ก็เลยปล่อยไปซะสองวัน แต่พอผ่านมาสองวันแล้ว ก็พบว่าสัญญาณ ADSL ยังไม่ติด หรือ ติด ๆ ดับ ๆ อยู่เช่นเคย ก็เลยคิดว่าจะติดต่อไปหา Call Center ดูบ้างดีกว่า เพราะไม่เคยติดต่อไปเลยนับตั้งแต่เป็นลูกค้ามา</p>
<p>แต่ก่อนที่จะติดต่อไป ผมก็จำเป็นจะต้องทำการบ้านซะก่อน เพราะต้องการปิดทาง Call Center ไม่ให้มีโอกาสได้โบ้ยให้ผมแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1012" alt="โครงข่ายอินเทอร์เน็ตของ Mr. PeeTai" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2008/11/internet_infrastructure.jpg" /></div>
<p>ข้างบนนี้คือรูปแบบการต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตที่บ้านของผมครับ ที่บ้านของผมมีเบอร์โทรศัพท์เพียงเบอร์เดียว ดังนั้นจึงมีการพ่วงสายโทรศัพท์ไปยังชั้นสองด้วย เพื่อความสะดวกในการใช้งาน</p>
<p><span id="more-1013"></span></p>
<p>ผมค่อนข้างลังเลสงสัย ผมสงสัยว่าเครื่อง FAX ที่น้องสาวซื้อมาเมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อพ่วงกับสายโทรศัพท์ที่ชั้นสองนั้น น่าจะเป็นตัวทำให้เกิดปัญหา ผมก็เลยลองดึงสายโทรศัพท์ออกจากตัวมัน เพื่อไม่ให้มันแย่งสัญญาณโทรศัพท์จากชั้นล่างได้</p>
<p>ซึ่งก็ปรากฎว่าพอทำแบบนี้แล้ว สัญญาณ ADSL ซึ่งไม่ติด หรือ ติด ๆ ดับ ๆ ก็พลันติดสว่างจ้าขึ้นมา และทำให้ผมสามารถต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก</p>
<p>จากการทดลองนี้ทำให้ผมได้ข้อสรุปดังนี้</p>
<ol>
<li>ถึงเราจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ของบางอย่างที่เคยทำได้ มันก็อาจจะทำไม่ได้ขึ้นมา</li>
<li>เครื่อง FAX รบกวนสัญญาณ ADSL มากกว่าโทรศัพท์</li>
<li>ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเพราะสัญญาณ ADSL แรง แต่เดี๋ยวนี้สัญญาณ ADSL คงอ่อนกำลังลง</li>
<li>การพ่วงสายโทรศัพท์ ให้อรรถประโยชน์ในทางอนาล็อก แต่ไม่ให้อรรถประโยชน์ในทางดิจิทัล</li>
<li>สายโทรศัพท์ที่ใช้กับ ADSL ควรแยกต่างหากจากสายโทรศัพท์ที่ใช้พูดคุย</li>
</ol>
<p>สุดท้ายผมก็เลยไม่จำเป็นจะต้องโทรไปหา Call Center &#8230; ถือว่าโชคดีไป</p>
<blockquote><p>
หน้าตาของคน ๆ นั้นไม่ได้สกปรกหรอก</p>
<p>แว่นตาของเราต่างหากที่สกปรก</p>
<p>เช็ดแว่นซะก่อนดีมั้ย ก่อนที่จะว่าใครว่าสกปรก
</p></blockquote>
<p>[tags]สัญญาณ, ADSL, ไม่ติด, ติด ๆ ดับ ๆ[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1013/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>13</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การ Import, ไฟล์ UTF-8, phpMyAdmin และ MySQL</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/996</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/996#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Nov 2008 14:42:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Database]]></category>
		<category><![CDATA[Workaround]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/996</guid>

					<description><![CDATA[จดไว้กันลืม เพราะผมไม่ค่อ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จดไว้กันลืม เพราะผมไม่ค่อยได้ลงมาทำทางเทคนิคบ่อยนัก พอดีว่าต้องเอาข้อมูลมายัดใส่ฐานข้อมูล MySQL แต่บังเอิญว่าไม่ได้ทำนานแล้ว เลยทำผิด ๆ ถูก ๆ หลง ๆ ลืม ๆ ต้องลองหลายรอบกว่าจะได้ เลยคิดว่าเอามาสาธยายเป็นขั้นเป็นตอนไว้ดีกว่า เผื่อคนอื่นจะได้รับอานิสงค์ไปด้วย</p>
<p><strong>ขั้นตอนการ Import ไฟล์ UTF-8 เข้าฐานข้อมูล MySQL ด้วย phpMyAdmin</strong></p>
<ol>
<li>เปิด Notepad++ แล้วเลือกเข้ารหัสเป็น &#8220;UTF-8 without BOM&#8221;</li>
<li>สำเนาข้อมูลจาก Microsoft Excel มาใส่ไว้ใน Notepad++ แล้วบันทึก</li>
<li>สร้างโครงสร้างตารางแบบ UTF-8 เตรียมไว้ในฐานข้อมูลด้วย phpMyAdmin</li>
<li>ทำการ Import ไฟล์ UTF-8 without BOM ที่บันทึกเอาไว้เข้าฐานข้อมูล MySQL</li>
<li>โดยบอกมันว่าไฟล์ที่จะนำเข้า เป็นไฟล์ที่เข้ารหัสแบบ <strong>Latin1 หรือ Cp1252 (ยุโรปตะวันตก)</strong></li>
<li>พอ Import เข้าไปแล้วก็เป็นอันเรียบร้อย ได้เรคคอร์ดในตารางที่เข้ารหัสแบบ UTF-8 เป๊ะ ๆ</li>
</ol>
<p>เชื่อว่าเป็นการเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน แต่จะทำยังไงได้ล่ะ คนเรามันไม่รู้กันไปหมดทุกอย่างนี่นา อิ อิ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]import, utf-8, phpMyAdmin, MySQL, ฐานข้อมูล[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/996/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>4</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โสดาบันแห่ง shared hosting</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/974</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/974#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Sep 2008 09:57:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Workaround]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/974</guid>

					<description><![CDATA[ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินถุง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินถุงเงินถังมากพอที่จะจ่ายเพื่อ dedicated server, virtual private server หรือ colocation ดังนั้นเมื่อจะทำเป็นงานอดิเรก ก็ไม่ต้องจ่ายเงินลงทุนขนาดนั้น เอาแค่ shared hosting ก็พอแล้ว!!!</p>
<p>แต่ shared hosting ก็มีข้อเสียของมัน เพราะถึงมันจะราคาถูก แถมปล่อยพื้นที่และแบนด์วิดท์ให้ตามสบาย อยากใช้เท่าไหร่ใช้ไป &#8230; แต่มันกลับไม่ปล่อย CPU ให้เราอ่ะดิ</p>
<p>กลายเป็นว่าเวลาทำงานของ CPU บนเครื่องที่เป็น shared hosting มีค่ามาก มากจนกระทั่งถ้าเราใช้เกินขนาด และเกินเวลาที่กำหนดไว้ล่ะก็ &#8230; โดนเล่นทันที</p>
<p>งั้นมาลองใช้ &#8220;อริยสัจ 4&#8221; ซึ่งเป็นหนทางของศาสนาพุทธมาบริหารจัดการเรื่องนี้กันดีกว่า &#8230;</p>
<p><span id="more-974"></span></p>
<p>1.  <strong>ทุกข์</strong> &#8211; สิ่งที่ทำให้เกิดความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ไม่ได้รับความสะดวก</p>
<ul>
<li>เว็บไซต์โดน highload บ่อย ๆ ทำให้ขัดจังหวะการให้บริการแก่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ เพราะเว็บไซต์ทั้งหมดบนพื้นที่ที่เราเช่าไว้ จะถูกระงับใช้เป็นเวลา 5 &#8211; 10 นาที ซึ่งมันสร้างความเซ็งเป็นอย่างมาก!!</li>
</ul>
<p>2.  <strong>สมุทัย</strong> &#8211; เหตุแห่งการเกิดทุกข์ เหตุแห่งสิ่งทั้งปวงที่ทำให้เกิดความไม่สบาย</p>
<ul>
<li>ผู้ให้บริการ shared hosting กำหนดกฎไว้ว่าให้ใช้ CPU ได้ไม่เกิน 20% เท่านั้น และห้ามใช้ติดต่อกันโดย process เดียวเกิน 40 วินาทีในกรอบเวลา 60 วินาทีเด็ดขาด</li>
<li>opensource บางตัวซึ่งได้รับการออกแบบและผลิตขึ้นมาโดยสนใจแต่การสำแดงความสามารถเด่น ๆ เป็นหลัก แต่กลับไม่ได้สนใจว่าการสำแดงใด ๆ ก็ตาม ย่อมเป็นการเปลืองเวลาในการทำงานของ CPU ทั้งสิ้น</li>
<li>ปรกติโค้ดจะไม่กินเวลาของ CPU แต่ส่วนที่กินเวลา CPU คือการค้นข้อมูลจากฐานข้อมูล</li>
</ul>
<p>3.  <strong>นิโรธ</strong> &#8211; หนทางในการดับทุกข์ หนทางที่จะทำให้ความทุกข์นั้นหมดไป โดยการแก้ที่ตัวเราเอง ไม่ใช่ไปเปลี่ยนใคร ๆ</p>
<ul>
<li>อย่าไปใช้ CPU ของเขาให้เกิน 20% และอย่าใช้ติดต่อกันโดย process เดียวเกิน 40 วินาที</li>
</ul>
<p>4.  <strong>มรรค</strong> &#8211; วิธีปฏิบัติอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้ได้มาซึ่งหนทางในการดับทุกข์ เป็นการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ไม่มีวิธีไหนดีกว่าวิธีนี้อีกแล้ว</p>
<ul>
<li>ตัดการค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลที่ฟุ่มเฟือยทิ้งไป เช่น การค้นข้อมูลที่อ่านข้อมูลมาทั้งหมด แต่เอามาใช้แค่ไม่กี่เรคคอร์ด &#8230; ตัดทิ้งไปซะ</li>
<li>ตัด plugin, addon, addin, extension, module เว่อร์ ๆ ที่มีการค้นข้อมูลแบบซับซ้อนซึ่งไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มอะไรมากมายนักออกไป</li>
<li>ข้อมูลไหนเก่าแล้ว เก็บใส่ cache ไปเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาของ CPU เพื่อมาค้นจากฐานข้อมูลอีก</li>
<li>อย่าให้มีเงื่อนไขมากนักในการค้นข้อมูลจากฐานข้อมูล เพราะยิ่งเงื่อนไขมาก CPU ก็จะคิดมากแล้วก็คิดนาน</li>
<li>ไม่เปลี่ยนไปใช้ opensource รุ่นที่ใหม่กว่า ถ้ามันถูกสร้างขึ้นมาโดยใส่กลไกที่ทำให้ CPU ต้องคิดมาก</li>
</ul>
<p>เมื่อได้บรรลุในกระแสธรรมข้างต้นแล้ว ผู้นั้นก็จะได้เป็นโสดาบันแห่ง shared hosting อย่างแน่นอน!!</p>
<p>สาธุ!!!</p>
<p>[tags]โสดาบัน, shared hosting, dedicated server, virtual private server, colocation, CPU, อริยสัจ 4, อริยสัจสี่[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/974/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>8</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาดักจับ packet บนเครื่องคอมพิวเตอร์กันดีกว่า</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/960</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/960#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Sep 2008 04:00:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Open Source]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>
		<category><![CDATA[Workaround]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/960</guid>

					<description><![CDATA[มานิยามศัพท์กันก่อนครับ ก]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มานิยามศัพท์กันก่อนครับ ก่อนที่ผมจะโม้ให้อ่านกันต่อ &#8230;</p>
<p>ตัวแรกก็คือ &#8230;</p>
<blockquote><p>packet แปลว่า ห่อของเล็ก ๆ</p></blockquote>
<p>ส่วนตัวที่สองก็ &#8230;</p>
<blockquote><p>sniffer แปลว่า คนที่สูดจมูก</p></blockquote>
<p>ถ้าเอาสองคำนี้มารวมกันก็จะเป็น &#8230;</p>
<blockquote><p>packet sniffer = คนที่สูดจมูกเพื่อดมห่อของเล็ก ๆ</p></blockquote>
<p>หุ ๆ แปลได้จังไรมาก ๆ เลยครับแบบนี้!!!</p>
<p>พอดีคอมพิวเตอร์ HP ของผมมันติด Trojan ครับ โชคดีที่มันติดที่ Windows ภาคภาษาจีน ดังนั้นผมก็เลยยังพอใช้ Windows ภาคปรกติเพื่อค้นหาวิธีในการจัดการกับมันได้ในระดับหนึ่ง!!!</p>
<p><span id="more-960"></span></p>
<p>จากการตรวจสอบก็พบว่ามันแน่มาก เนื่องจากมันใช้วิธีควบคุม svchost.exe ให้ทำงานให้มันตามปรารถนา ผมเลยยังทำอะไรกับมันไม่ได้มากนัก แล้วก็ยังหาไม่เจอด้วยว่ามันซ่อนตัวอยู่ที่ไหน</p>
<p>แต่จากการตรวจสอบในรายละเอียดก็พบว่า มันมีการส่งสัญญาณผ่าน HTTP ไปยังเว็บไซต์ที่รัสเซีย ซึ่งเพิ่งจะจดทะเบียนโดเมนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมานี้เอง &#8230; ได้ยินว่าคนรัสเซียเองก็ฝีมือร้ายกาจมากเรื่องคอมพิวเตอร์เหมือนกัน!!!</p>
<p>ตอนนี้ผมเลยต้องทำ workaround ด้วยการฆ่า process ดังกล่าวออกจากหน่วยความจำก่อน เพื่อป้องปรามไม่ให้มันส่งสารสนเทศจากเครื่องของผมไปยังเว็บไซต์ที่ว่า</p>
<p>ซึ่งขอบอกว่า Task Manager ที่ไมโครซอฟท์ให้มานั้นห่วยมากครับ ไม่สามารถค้นพบ process ซึ่งซ่อนอยู่ในหน่วยความจำได้เลย และก็ดูเหมือนว่าทางไมโครซอฟท์ก็จะรู้ตัวว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ของตนห่วยซะด้วย เขาก็เลยไปซื้อบริษัท Sysinternal เพื่อให้ได้มาซึ่งซอฟต์แวร์ <a href="http://technet.microsoft.com/en-us/sysinternals/bb896653.aspx">Process Explorer</a> ซึ่งเจ๋งกว่า Task Manager เป็นไหน ๆ</p>
<p>ผมก็เลยใช้ Process Explorer นั่นแหล่ะเป็นตัวฆ่า svchost.exe ซึ่งมีพฤติกรรมแปลก ๆ ดังกล่าวออกจากหน่วยความจำซะเลย</p>
<p>แต่ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้า Trojans ตัวนี้มันกำลังพยายามจะขโมยสารสนเทศอะไรจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผมกันแน่ ผมก็เลยต้องหาซอฟต์แวร์เพื่อมาดักจับ packet ซึ่งวิ่งเข้าวิ่งออกผ่าน Ethernet Card บนเครื่องของผม</p>
<p>ดังนั้นถ้าจะแปลศัพท์ให้ถูกต้อง ก็น่าจะเป็น &#8230;</p>
<blockquote><p>packet sniffer = การตรวจจับ packet บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์</p></blockquote>
<p>อือม แปลแบบนี้แล้วเข้าท่าขึ้นเยอะเลย!!!</p>
<p>ผมไม่เขียนเองหรอกนะครับ ไอ้เจ้าซอฟต์แวร์ packet sniffer ที่ว่าเนี่ย เพราะผมไม่มีปัญญา ผมก็เลยจัดหา <a href="http://www.wireshark.org/">Wireshark</a> มาใช้งานแทน</p>
<p>คราวนี้ก็จะได้รู้ซะทีว่าไอ้ Trojan ตัวนี้ มันมาล้วงสารสนเทศอะไรจากเครื่องของผมไปบ้าง อิ อิ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]packet,sniffer,packet sniffer,trojan,wireshark,process explorer, คอมพิวเตอร์[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/960/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>11</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับง่าย ๆ ในการค้นหาไวรัสคอมพิวเตอร์ในเครื่องที่ลงวินโดว์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/893</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/893#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Jul 2008 16:10:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Workaround]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/893</guid>

					<description><![CDATA[ผมค่อนข้างเห็นใจคนที่ใช้ร]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมค่อนข้างเห็นใจคนที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์มากครับ เพราะมันมีไวรัสคอมพิวเตอร์ชุกชุมเหลือเกิน และยิ่งเห็นใจมากขึ้น เมื่อเด็กรุ่นใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้สัมผัสกับ MS-DOS มาก่อน ไม่รู้ว่าจะแก้ไขคอมพิวเตอร์ของตนที่ติดไวรัสได้ยังไงดี</p>
<p>ปรกติแล้วไวรัสคอมพิวเตอร์ก็คือไฟล์คอมพิวเตอร์ธรรมดาเนี่ยแหล่ะครับ เพียงแต่ว่ามันจะถูกวางไว้ในสถานที่ที่ถูกกระตุ้นได้ และเมื่อมันถูกกระตุ้นแล้ว มันก็จะออกลูกออกหลานสร้างความวิบัติต่อไป</p>
<p>ดังนั้น เคล็ดลับง่าย ๆ ในการจัดการกับมันก็คือ &#8220;อย่าให้มันถูกกระตุ้นได้&#8221; งั้นเรามาดูขั้นตอนกันดีกว่าว่าต้องทำยังไงบ้าง</p>
<p><strong>1.  เปิดระบบ Safe Mode</strong></p>
<p>ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows สามารถเข้าเป็น <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Safe_mode">Safe mode</a> ได้ครับ โดยการกดปุ่ม <strong>F8</strong> ก่อนที่โลโก้ของ Windows จะปรากฎขึ้นมา (พยายามกดให้แม่น ๆ นะ เพราะไม่งั้นมันจะเข้าไม่ได้) จากนั้นจะมีเมนูขึ้นมาให้เราเลือกครับ เราก็เลือกว่าเราจะเข้า Safe mode</p>
<p>ผมขี้เกียจเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน ดังนั้นจึงขอบอกแค่ว่า Safe mode คือสภาวะของ Windows ที่ไม่ได้โหลดส่วนเพิ่มเติมอะไรขึ้นมาเลย ยกเว้นกลไกอันแสนจะธรรมดาของตัว Windows เอง ซึ่งถ้าบอกอย่างนี้ก็หมายความว่า แม้แต่ตัวไฟล์ไวรัสที่อาจจะซ่อนตัวอยู่ในกลไกการ Startup ก็จะไม่ถูกกระตุ้นด้วยเช่นกัน มันจึงทำให้เราสามารถค้นหาและทำลายไฟล์ไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<p><span id="more-893"></span></p>
<p><strong>2.  ค้นหาใน Registry</strong></p>
<p>ระบบวินโดว์ไม่ว่าจะกี่รุ่นต่อกี่รุ่น ก็อนุญาตให้เราเข้าถึง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Windows_Registry">Registry</a> ได้ด้วยคำสั่ง Regedit.exe โดยสามารถเรียกได้ที่เมนู Start -> Run</p>
<p>เมื่อเรียกขึ้นมาได้แล้ว ก็เข้าไปค้นหาในส่วนของการ Startup ของวินโดว์ครับ เพราะไวรัสคอมพิวเตอร์ชื่นชอบมากที่จะไปฝังตัวอยู่ีที่นั่น เนื่องจากมันเป็นบริเวณที่จะถูกกระตุ้นเป็นอันดับแรก ๆ เลย</p>
<p>โดยเราสามารถที่จะเข้าไปหาได้ตาม key ดังต่อไปนี้</p>
<p>[HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run]<br />
[HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\RunOnce]<br />
[HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\RunServices]<br />
[HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\RunServicesOnce]</p>
<p>[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run]<br />
[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\RunOnce]<br />
[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\RunServices]<br />
[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\RunServicesOnce]</p>
<p>ในคีย์ Registry เหล่านี้ล้วนฝังโปรแกรมที่ถูกกระตุ้นตอน Startup ระบบทั้งนั้นครับ ดังนั้นถ้าเราพบว่ามันมีโปรแกรมแปลก ๆ ที่เราไม่รู้จักถูกบรรจุอยู่ในนั้น ก็ขอให้เดาไว้ก่อนเลยว่า(สงสัย)มันเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์แหง ๆ</p>
<p><strong>3.   ค้นหาใน Path ของระบบ</strong></p>
<p>ไวรัสคอมพิวเตอร์นิยมชมชอบที่จะฝังตัวอยู่ในพื้นที่ของระบบครับ ซึ่งที่ ๆ มันชอบมาก ๆ ก็คือโฟลเดอร์ C:\WINDOWS และ C:\WINDOWS\System32 &#8230;</p>
<p>แต่ถึงเราจะรู้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมันจะอยู่ที่นั่น เราก็หามันเจอไม่ได้ง่าย ๆ หรอกครับ เพราะมันจะซ่อนตัวอยู่ด้วยคุณสมบัติของไฟล์บางอย่าง ถึงเราจะสั่งให้เปิดให้แสดงไฟล์แบบอล่างฉ่าง มันก็ไม่ยอมโผล่ออกมาหรอก!!!</p>
<p>ดังนั้นเราก็ต้องใช้ความรู้ในการเรียกคำสั่งแบบ MS-DOS เข้ามาช่วยครับ โดยการเรียกคำสั่ง cmd.exe ซึ่งสามารถเรียกได้ที่เมนู Start -> Run</p>
<p>จากนั้นเราก็ใช้คำสั่ง cd เพื่อเข้าไปยังโฟลเดอร์ของระบบ โดยการพิมพ์ &#8230;</p>
<blockquote><p><strong>C:\></strong>cd c:\windows หรือ <strong>C:\></strong>cd c:\windows\system32</p></blockquote>
<p>เมื่อเข้าไปในโฟลเดอร์ใดโฟลเดอร์นึงแล้ว เราก็ใช้คำสั่ง dir เพื่อค้นหาไฟล์ไวรัสที่ซ่อนตัวอยู่ครับ โดยการพิมพ์ &#8230;</p>
<blockquote><p><strong>C:\WINDOWS></strong>dir /ah หรือ <strong>C:\WINDOWS\system32></strong>dir /ah</p></blockquote>
<p>รับรองได้ว่าเราจะพบไฟล์แปลก ๆ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้เอง ให้สงสัยไว้ก่อนครับว่ามันเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์แล้วจึงลบมันซะ &#8230; แต่ช้าก่อนครับ เพราะไฟล์พวกนี้มันดื้อ มันไม่ยอมให้ลบง่าย ๆ หรอก เนื่องจากมันพรางตัวมั่วนิ่มว่าเป็นไฟล์ระบบ ดังนั้นเราจึงลบมันไม่ได้ง่าย ๆ</p>
<p>ดังนั้นเราก็ต้องใช้คำสั่ง attrib เพื่อตรวจคุณสมบัติของไฟล์ก่อนว่าไฟล์ดังกล่าวเป็นไฟล์อะไร ยกตัวอย่างเช่น เราสงสัยว่าไฟล์ baidu.exe นั้น มันน่าจะเป็นไฟล์ไวรัสแน่ ๆ เราก็พิมพ์คำสั่งดังนี้</p>
<blockquote><p><strong>C:\WINDOWS\system32></strong>attrib baidu.exe</p></blockquote>
<p>ถ้ามันแสดงผลออกมาว่ามันเป็นไฟล์แบบ R (Read Only) หรือ S (System) หรือ H (Hidden)  ก็ให้เราใช้คำสั่ง attrib เพื่อถอดคุณสมบัติมันออกครับ ยกตัวอย่างเช่นถ้ามันเป็น System และ Hidden เราก็พิมพ์คำสั่ง attrib ดังนี้</p>
<blockquote><p><strong>C:\WINDOWS\system32></strong>attrib -s -h baidu.exe</p></blockquote>
<p>เมื่อเราเคาะปุ่ม Enter เป้ง คุณสมบัติของมันก็จะเปลี่ยนไปกลายเป็นไฟล์ธรรมดาที่สามารถโดนลบได้ เราก็ใช้คำสั่ง del ลบมันทิ้งซะแบบนี้ครับ</p>
<blockquote><p><strong>C:\WINDOWS\system32></strong>del baidu.exe</p></blockquote>
<p>แค่นี้มันก็หายสาปสูญไปจากระบบแล้ว!!!</p>
<p>&#8230;</p>
<p>โดยสรุปแล้วไวรัสคอมพิวเตอร์ก็เหมือนผีนั่นแหล่ะครับ มันมีปัญญาจะเข้าสิงเรา, บังตาเรา และอำเราได้ ดังนั้นเลิกคิดซะเถอะครับว่าหมอผีอย่าง Symantec Antivirus, McAfee, Nod32 หรือ Hijackthis จะมีปัญญามาช่วยปราบผีให้เราได้</p>
<p>ดังนั้นจงถือคติตนเป็นที่พึ่งแห่งตนครับ โดยการที่เราต้องรู้จักบทสวดมนต์เพื่อเอาไว้สวดไล่ผีด้วยตัวเองนั่นเอง <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /><br />
[tags]ไวรัส,คอมพิวเตอร์,เคล็ดลับ,ค้นหา,วินโดว์[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/893/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>10</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตามล่าหา Drivers สุดขอบฟ้า!!!</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/890</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/890#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Jul 2008 03:22:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[Workaround]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/890</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมไ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาเครื่องนึงครับ เป็นยี่ห้อ HP รุ่น Pavilion g3375l Home PC นับว่าเป็นการซื้อคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะในรอบหลายปีที่ผ่านมาของผมเลย เพราะปรกติผมจะใช้แต่ Notebook ซะมากกว่า</p>
<p>ผมจำได้ว่ามีหลายคนบ่น ๆ ว่า ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์มาแล้ว ไม่ขอใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP ได้แมะ ขอใช้ระบบปฏิบัติการอย่างอื่นได้ป่ะ ซึ่งถ้าพวกเราอยากทำแบบนั้นก็ย่อมได้ แต่ความท้าทายที่ตามมาก็คือ เราต้องไปหา drivers เอาเอง</p>
<p>ผมเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ประสบปัญหาอะไรมาก่อน เพราะผมคิดว่าผมจะใช้ระบบปฏิบัติการอันเป็นที่นิยมของคนทั่วไป แต่ผมก็พบความท้าทายจนได้ เนื่องจากถึงแม้จะติดตั้งระบบปฏิบัติการยอดฮิตแล้วก็ตาม แต่ผมก็พบว่ามันไม่รู้จัก Network Adapter และ Display Adapter ของเครื่องรุ่นดังกล่าว</p>
<p>มันเรียกร้องอย่างโหยหวน &#8230; มันต้องการ drivers ที่ถูกต้อง &#8230; แล้วผมจะหาให้มันได้ไง???</p>
<p>ผมเริ่มต้นคลำทางโดยการเข้าไปยังเว็บไซต์ของ HP แล้วผมก็มาถูก &#8230; อย่างน้อยก็ครึ่งทาง เพราะที่เว็บไซต์ของ HP จะให้เราระบุรุ่นของเครื่องที่เราซื้อไป จากนั้นเขาก็จะแสดงผลออกมาให้เราดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นดังกล่าวนั้น  มันมีคุณสมบัติยังไงบ้าง &#8230; อือม &#8230; ผมหมายถึงมันประกอบไปด้วยชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์อะไรบ้าง</p>
<p>เว็บไซต์ของ HP นั้นเจ๋งมาก เพราะนอกจากจะบอกรายละเอียดแล้ว ยังมีพิมพ์เขียวของ Motherboard และภาพถ่ายย่อส่วน Motherboard ของจริงให้ดูอีกด้วย &#8230; มันทำให้ผมแทบไม่ต้องเปิด case เพื่อมาตรวจสอบอะไรเลย!!!</p>
<p>อีกทั้งข้อมูลก็แม่นมากเลย เพราะมันอธิบายคุณสมบัติได้ถูกหมดเลย แถมยังบอกในหลาย ๆ อุปกรณ์ที่ผมไม่ทราบด้วยว่ามีอยู่ในคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ &#8230; อือม &#8230; มันทำให้ผมทราบเพิ่มอีกนิดหน่อยว่าคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ขายแต่ที่เมืองไทยเท่านั้น &#8230; ไม่ยักรู้แฮะว่ามีแบบนี้ด้วย</p>
<p>แต่มีอยู่ข้อความนึงที่ผมอ่านแล้วสะดุ้งโหยงนิด ๆ นั่นก็คือ</p>
<p><span id="more-890"></span></p>
<blockquote><p>HP provides basic support for software that comes with the computer. For in-depth feature assistance, refer to the help section in the software or on the software vendor&#8217;s Web site.</p></blockquote>
<p>แปลเป็นไทยง่าย ๆ ว่า HP จะให้ driver เท่าที่ให้ได้ ที่เหลือให้เราไปตามหาจากผู้ผลิตชิ้นส่วนดังกล่าวเองก็แล้วกัน แป่ว!!! มิน่าเล่า ตอนที่ผมซื้อเครื่อง ผมถึงไม่ได้แผ่น driver มาด้วย ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง มันเป็นนโยบายของเขา &#8230; กรรม!</p>
<p>&#8230;หลังจากค้นไปพักนึง ในที่สุดผมก็พบว่า Network Adapter ของเครื่อง HP รุ่นนี้คือ PCI Realtek RTL8201N ครับ ผมก็เลยไปยังเว็บไซต์ของ Realtek แล้วก็ค้น ๆ ๆ แล้วผมก็อึ้งกับคำตอบของเขา &#8230; เพราะเขาตอบแปลได้ใจความว่า &#8230;</p>
<blockquote><p>Realtek เป็นเพียงผู้ผลิต Network Adapter เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มี driver ให้ ถ้าท่านอยากจะได้ driver โปรดไปหาจากผู้ผลิต Network Controller ที่ควบคุม Network Adapter นี้เองก็แล้วกัน</p></blockquote>
<p>เออ มีแบบนี้ด้วยผมเพิ่งจะรู้ งั้นผมก็ต้องค้นต่อไป &#8230;</p>
<p>&#8230;และแล้วด้วยเดชะบุญของคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์ทั้งหลายในสากลโลกนี้ ในที่สุดก็ได้ดลบันดาลให้ผมเหลือบไปมอง label ข้างเครื่อง แล้วเอะใจกับคำว่า &#8220;NVIDIA GeForce 6150SE&#8221; ซึ่งติดอยู่ที่ข้างเครื่องคอมพิวเตอร์ มันทำให้ผมคิดว่าผมควรจะไปค้น driver ที่เว็บไซต์ของ NVIDIA น่าจะดี</p>
<p>ผมได้พบหนทางสว่างแล้ว ทางสว่างอยู่เพียงแค่ไม่กี่เมตรข้างหน้านี่เอง เพราะในที่สุดผมก็ได้รู้ว่าผมจะหา Motherboard Driver และ Graphical Driver ได้จากเว็บไซต์ของ NVIDIA แห่งนี้นี่เอง &#8230; ผมมาถูกทางแล้ว &#8230; แต่ทว่าผมจะทำยังไงดีล่ะ เพราะเว็บไซต์ให้ผมระบุว่าผมอยากได้ driver ตัวไหน โอ้ว มันมีให้เลือกหลายรุ่นเหลือเกิน จะทำยังไงดี???</p>
<p>เป็นเรื่องโชคดี ต้องบอกว่าโชคดีมาก ๆ เพราะ NVIDIA ไม่ทอดทิ้งผู้ไม่รู้ ดังนั้น NVIDIA จึงมีกลไกช่วยตรวจสอบเครื่องให้กับเรา ว่าเครื่องของเรานั้นควรจะติดตั้ง Motherboard Driver และ Graphical Driver รุ่นใดของ NVIDIA จึงจะเหมาะสมที่สุด</p>
<p>โดยเราจำเป็นต้องเสียสละสิทธิส่วนตัว เปิดสิทธิ์อนุญาตให้เว็บไซต์ของ NVIDIA ติดตั้ง ActiveX Control ลงในเครื่องของเรา เพื่อให้มันเข้ามาตรวจสอบคุณสมบัติของ Motherboard และ Graphical Adapter จากนั้นมันจะส่งข้อมูลเฉพาะที่ต้องใช้กลับไปยังเว็บไซต์ แล้วเว็บไซต์ก็จะเลือกเอา driver ที่เหมาะสมและใหม่ที่สุดเพื่อให้เราดาวน์โหลดไปใช้งานต่อไป</p>
<p>ผลสรุปของเรื่องก็คือ เครื่อง HP Pavilion g3375l Home PC ซึ่งผมเพิ่งซื้อมา ก็ได้ถูกติดตั้ง Motherboard Driver และ Graphical Driver ที่ถูกต้องซะที &#8230; เฮ้อ เหนื่อยชิบเป๋งเลย</p>
<p>จากเรื่องนี้ทำให้ผมเห็นว่าโดยหลักการของ Software as a Service แล้ว ไม่ควรจะเป็นแค่การให้บริการผ่านหน้าเว็บไซต์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถรวมถึงการประสาน ActiveX Control เข้ากับการให้บริการผ่านหน้าเว็บไซต์ เหมือนกับที่ NVIDIA ให้ผมลง ActiveX Control เพื่อตรวจสอบเครื่องแบบนั้นแหล่ะ</p>
<p>แต่ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็คงไม่มีใครอยากให้เว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ มาติดตั้ง ActiveX Control เพื่อเข้ามายุ่มย่ามอะไรในเครื่องของเราหรอกเน้อะ ว่ามั้ย?</p>
<p>[tags]คอมพิวเตอร์,HP, Pavilion, g3375l, NVIDIA, Realtek, ActiveX[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/890/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>18</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เวียนหัวกับการแปลงค่า UTF-8</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/32</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/32#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Sep 2006 06:05:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Database]]></category>
		<category><![CDATA[Workaround]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/?p=32</guid>

					<description><![CDATA[หลายวันมานี้ผมกำลังสร้างซ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายวันมานี้ผมกำลังสร้างซอฟต์แวร์ตัวใหม่อยู่ครับ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องใช้ฐานข้อมูล <strong><a href="http://www.mysql.com">MySQL</a></strong> ในการเก็บค่าคงที่ต่าง ๆ รวมถึงตารางเทียบค่า เพื่อไว้เทียบค่าหลาย ๆ อย่างด้วย</p>
<p>ทีนี้ไอ้เจ้าซอฟต์แวร์ที่จะทำแล้วเอามาวางไว้บน<a href="https://www.parinya.net">พี่ไท้.คอม</a>ตัวนี้เนี่ย ผมต้องการให้แสดงผลเป็นภาษาไทย แล้วก็อยากให้เข้ารหัสเป็น <strong>UTF-8</strong> ด้วย  ก็เลยวุ่นวายน่าดูครับ  โดยเฉพาะตอน <strong>Import / Export</strong> ข้อมูลเข้า ๆ ออก ๆ ฐานข้อมูล</p>
<p>ผมเสียเวลาทดลองมาหลายวันครับ คิดว่าพอจะรู้วิธีแล้วว่าต้องทำไงบ้าง มันแย่หน่อยนะครับที่ข้อมูลที่เราเตรียมเอาไว้มันเป็น <strong>ASCII</strong> ซึ่งระบบมองว่ามันเป็นการเข้ารหัส <strong>TIS-620</strong> แต่พอเรา <strong>Import</strong> เข้าไปแล้ว มันดันไม่แปลงให้เป็น <strong>UTF-8</strong> ซะนี่  ต้องมา <strong>Export</strong> ใหม่อีกครั้งนึงถึงจะได้เป็น <strong>UTF-8</strong> ออกมา</p>
<p>โดยวิธีการที่ผมทำ ผมทำแบบนี้ครับ</p>
<ol>
<li>สร้างข้อมูลเอาไว้ใน <strong>Microsoft Excel</strong> ครับ ไฟล์นึงมีหลายเรคคอร์ด เรคคอร์ดนึงมีหลายฟิลด์</li>
<li><strong>Export</strong> จาก <strong>Excel</strong> มาเป็น <strong>Text File</strong> ครับ</li>
<li>ใช้ <strong>phpMyAdmin &#8211; 2.8.2.4</strong> เป็นตัว <strong>Import</strong> เข้าฐานข้อมูล โดยเลือกว่าจะ <strong>Import</strong> รหัสแบบ <strong>TIS-620</strong></li>
<li>จากนั้นใช้ <strong>phpMyAdmin &#8211; 2.8.2.4</strong> ทำการ <strong>Export </strong>สคริปต์ <strong>SQL</strong> ออกจากฐานข้อมูลมาไว้เป็น <strong>Text File</strong> เราก็จะได้ทั้งคำสั่งสร้างตาราง และคำสั่งบรรจุข้อมูล ซึ่งถ้าข้อมูลเป็นภาษาไทยก็จะถูกเข้ารหัสไว้เรียบร้อยแล้ว</li>
<li>แล้วก็ <strong>Drop</strong> ทุกตารางในฐานข้อมูลทิ้ง เพราะเดี๋ยวจะทำทุกอย่างใหม่</li>
<li>จากนั้นใช้ <strong>phpMyAdmin 2.5.7-pl1</strong> ทำการ <strong>Import</strong> สคริปต์ <strong>SQL</strong> จากข้อ 4. ใส่เข้าไปครับ ทีนี้ก็เรียบร้อยครับ เราจะได้ตารางข้อมูลที่บรรจุข้อมูลภาษาไทยซึ่งเข้ารหัสแบบ <strong>UTF-8</strong> ครับ</li>
</ol>
<p>พอทำครบทุกขั้นตอนแล้ว ไม่ว่าเราจะเปิดข้อมูลในตารางดูด้วย <strong>phpMyAdmin 2.5.7-pl1</strong> หรือ <strong>phpMyAdmin &#8211; 2.8.2.4</strong> หรือแม้กระทั่งเขียนโปรแกรมด้วย <strong>PHP</strong> ให้อ่านข้อมูลจากตารางข้อมูลมาแสดงผล ภาษาไทยของเราก็จะสอดคล้องกับรหัส <strong>UTF-8</strong> ครับ</p>
<p>จุดที่แตกต่างของ <strong><a href="http://www.phpmyadmin.net">phpMyAdmin</a></strong> ทั้งสองรุ่นก็คือ</p>
<ol>
<li><strong>รุ่น 2.5.7-pl1</strong> จะสนับสนุนรหัสตาม <strong>Locale Setting</strong> ของเครื่องเราครับ  พอดีเครื่องผมกำหนดไว้ว่าเป็นภาษาไทย มันก็เลยเข้ารหัสทุกหน้าจอของมันให้เป็น <strong>TIS-620</strong> หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า Thai (Windows) ครับ</li>
<li><strong>รุ่น 2.8.2.4</strong> จะสนับสนุนรหัส <strong>UTF-8</strong> เท่านั้นครับ มันจะไม่สนใจเลยว่าเครื่องของเรากำหนดเป็นภาษาท้องถิ่นอะไรไว้  มันจะเข้ารหัสเป็น <strong>UTF-8</strong> เพียงอย่างเดียว</li>
</ol>
<p>ผมก็เลยอาศัยจุดแตกต่างของทั้งสองรุ่น มาแปลงไปแปลงมาข้อมูลภาษาไทยของผมซะเลย</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/32/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
