<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Virtual Reality &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/category/virtual-reality/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>Computation theories and information processing theories.</description>
	<lastBuildDate>Sat, 27 Nov 2021 15:41:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>
	<item>
		<title>จีนจะครองโลก โดยการพึ่งพาตัวเองสูงสุด</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2960</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2960#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Nov 2021 15:41:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Computation]]></category>
		<category><![CDATA[Computer Vision]]></category>
		<category><![CDATA[Data Mining]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Robotic]]></category>
		<category><![CDATA[Security]]></category>
		<category><![CDATA[Simulation]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=2960</guid>

					<description><![CDATA[ผมเพิ่งได้มีโอกาสอ่าน แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (2021-2025) ฉบับที่ 14 ของจีน (ฉบับแปลจีนเป็นอังกฤษ) ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ถือว่าอ่านช้าไปหน่อย เพราะประกาศมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสื่อมวลชนไทยก็สาธยายรายละเอียดสำคัญไปหมดแล้ว แต่พอได้อ่านเอง ถึงได้รู้ว่าสื่อมวลชนไม่ได้แจกแจงทุกรายละเอียดปลีกย่อย ผมจึงเห็นว่าในเนื้อหามีคำสำคัญหลายคำที่ถูกกล่าวอ้างถึง ล้วนเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ซึ่งได้แก่ คลาวคอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า ไอโอที บล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์ วีอาร์ เออาร์]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผมเพิ่งได้มีโอกาสอ่าน <a href="https://www.adb.org/publications/14th-five-year-plan-high-quality-development-prc">แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (2021-2025) ฉบับที่ 14 ของจีน (ฉบับแปลจีนเป็นอังกฤษ)</a> ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ถือว่าอ่านช้าไปหน่อย เพราะประกาศมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสื่อมวลชนไทยก็สาธยายรายละเอียดสำคัญไปหมดแล้ว</p>



<p>แต่พอได้อ่านเอง ถึงได้รู้ว่าสื่อมวลชนไม่ได้แจกแจงทุกรายละเอียดปลีกย่อย ผมจึงเห็นว่าในเนื้อหามีคำสำคัญหลายคำที่ถูกกล่าวอ้างถึง ล้วนเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ซึ่งได้แก่ คลาวคอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า ไอโอที บล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์ วีอาร์ เออาร์ ควอนตัมคอมพิวติ้ง เซมิคอนดักเตอร์ วิทยาการระบบประสาท และบางคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์โดยตรงแต่เป็นเรื่องไฮเทค เช่น การบินและอวกาศ และ เทคโนโลยีพันธุศาสตร์</p>



<p>ในแผนเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า จีนจะพึ่งพาตัวเองในระดับพื้นฐาน ในหัวข้อตามคำสำคัญที่กล่าวมาข้างต้น โดยลดการพึ่งพาจากต่างชาติให้มากที่สุด และจะทำให้ได้ต่อเนื่องไปถึง 10 ปี เพื่อจะกลายเป็นผู้นำระดับโลกในระยะยาว!!!</p>



<p>ซึ่งถ้าอ้างตามเนื้อหาของแผน แสดงว่าจีนจะทุ่มเทเพื่อคิดค้นทฤษฎีพื้นฐานเอง และลงมือสร้างเครื่องมือพื้นฐานเอง เพื่อจะนำทฤษฎีและเครื่องมือพื้นฐาน ไปใช้ประยุกต์ต่อยอดในการพัฒนาต่าง ๆ อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องสนใจการกลั่นแกล้ง ฉุดรั้ง คว่ำบาตร ของชาติอื่น ๆ อีกต่อไป</p>



<p>และถ้าผมประเมินไม่ผิด ในระยะยาวยิ่งกว่านั้น ผมคิดว่าจีนคิดจะพึ่งพาตัวเองให้ได้ในทุก ๆ ด้าน จนแม้กระทั่งถ้าชาติอื่นล่มสลายไปหมดทุกชาติ จีนก็ยังอยู่ได้และเจริญก้าวหน้าต่อไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่เดือดร้อน!!!</p>



<p>น่าจะคิดไปถึงขนาดนั้นเลย!!!</p>



<p>การพึ่งพาพลังของชาติได้ในทุก ๆ ด้าน ก็คือ การกลายเป็นประเทศอภิมหาอำนาจ!!!</p>



<span id="more-2960"></span>



<p>แต่ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นชาติไหนในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่ทำได้ถึงขนาดนั้น แม้แต่สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นชาติอภิมหาอำนาจในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ก็ยังทำไม่ได้ ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเพื่อทำให้คนในชาติอยู่ดีกินดีอยู่</p>



<p>สหรัฐอเมริกาไม่ได้พึ่งพาชาติอื่นเพราะไม่มีปัญญาคิดเองทำเอง แต่ที่พึ่งพาชาติอื่นเพราะขี้เกียจคิดเองทำเองในเรื่องโลว์เทค สู้เอาเวลาไปทำเรื่องไฮเทคเพื่อให้มีมูลค่าจะดีกว่า</p>



<p>ซึ่งความคิดต่างจากจีน เพราะจีนคิดจะพึ่งพาชาติตัวเองในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลว์เทคหรือเรื่องไฮเทค!!!</p>



<p>และแผนของจีนก็คือการพึ่งพาตัวเองด้านไฮเทคให้ได้ และมันจะกลายเป็นพลังต่อยอดเพื่อสนับสนุนการพึ่งพาตัวเองด้านโลว์เทคอีกต่อหนึ่ง!!!</p>



<p>ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าจีนพยายามอย่างสูงสุดที่จะพึ่งพาตัวเอง มันมีหลายข่าวที่ถ่ายทอดออกมา ซึ่งถ้าเราเสพข่าวอย่างผิวเผินเราก็อาจตั้งคำถามว่าจีนคิดจะไม่ให้คนอื่นหากินเลยเหรอ? ไม่คิดจะซื้ออะไรจากชาติอื่นเลยเหรอ? ซึ่งตัวอย่างข่าวก็มีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องไฮเทค เช่น จีนมีระบบค้นเว็บของตัวเอง มีตลาดกลางซื้อขายสินค้าออนไลน์ของตัวเอง มีระบบการชำระเงินของตัวเอง มีเครือข่ายสังคมของตัวเอง มีระบบการแบ่งปันคลิปวีดีโอของตัวเอง เป็นต้น</p>



<p>หรือเรื่องโลว์เทค เช่น สถานที่ท่องเที่ยวในชาติอื่นที่ดี ๆ จีนก็จะจำลองไว้ที่ชาติตัวเอง อาหารอร่อย ๆ จีนก็พยายามหัดทำเอง พืชผักผลไม้อร่อย ๆ ที่ได้รับความนิยม จีนก็พยายามจะปลูกเอง เป็นต้น</p>



<p>ตลาดจีนใหญ่มาก ชาติต่าง ๆ ล้วนอยากขายของเข้าไปที่จีน แต่จีนกลับคิดเองทำเอง พึ่งพาตัวเองแม้กระทั่งสินค้าโลว์เทค ไม่ซื้ออะไรที่เป็นโลว์เทคจากชาติอื่น ส่งผลให้ชาติอื่นหากำไรจากจีนไม่ได้ และ ใช้เป็นอำนาจต่อรองกับจีนก็ไม่ได้</p>



<p>สหรัฐพึ่งพาตัวเองในด้านไฮเทค แต่พึ่งพาชาติอื่นในด้านโลว์เทค ชาติอื่นเลยชอบเพราะทำมาค้าขายด้วยได้ คือ ซื้อของไฮเทคจากสหรัฐ และ ขายของโลว์เทคให้สหรัฐ</p>



<p>ส่วนจีนพึ่งพาตัวเองทั้งด้านไฮเทคและโลว์เทค ดังนั้น กลายเป็นว่าชาติต่าง ๆ ต้องซื้อของไฮเทคและโลว์เทคจากจีน และ ชาติต่าง ๆ แทบจะขายของโลว์เทคของตัวเองให้จีนไม่ได้เลย ยกเว้นทรัพยากรธรรมชาติสำคัญที่จีนไม่มี เช่น น้ำมันปิโตรเลียมและแก๊สธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่ทุกชาติจะมีทรัพยากรธรรมชาติแบบนี้ และอีกไม่นานถ้าจีนเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด รวมทั้งจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับทั้งประเทศด้วยดวงอาทิตย์เทียมได้ ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติแบบนี้ก็จะหมดลงไป</p>



<p>ตอนนี้ภาพมันชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าการครองโลกของจีนและสหรัฐมันต่างกัน</p>



<p>สหรัฐครองโลกโดยการก้าวก่ายชาติอื่นไปทั่ว แต่จีนครองโลกโดยการพึ่งพาตัวเองสูงสุด</p>



<p>เราได้เห็นมาแล้วว่าการครองโลกของสหรัฐมันน่ารำคาญสุด ๆ เพราะสหรัฐชอบสูบทรัพยากรจากชาติต่าง ๆ และถ้าชาติไหนไม่เชื่อฟังสหรัฐ สหรัฐก็คว่ำบาตรไม่ซื้อของ และบังคับให้ชาติอื่นไม่ซื้อของ</p>



<p>แต่การครองโลกของจีนก็คงจะน่ารำคาญอีกแบบนึง เพราะจีนไม่สนใจว่าชาติไหนจะเชื่อฟังหรือไม่เชื่อฟังจีน ยังไงจีนก็ไม่ซื้อของชาตินั้นอยู่ดี เพราะจีนพึ่งพาตัวเองได้ และเผลอ ๆ จีนยังขายสิ่งที่ชาติต่าง ๆ ทำได้ในราคาที่ต่ำมาก ๆ แถมคุณภาพดีกว่าอีกต่างหาก ซึ่งมันจะทำให้ชาติอื่นอดตาย เพราะแข่งกับจีนไม่ได้</p>



<p>ผมคิดว่าตอนนี้ จีนคงจะไม่มีเวลามาหาเสียงกับชาติอื่น จีนต้องพัฒนาชาติตัวเองให้พึ่งพาตัวเองให้ได้ มันเป็นเรื่องความมั่นคง เป็นเรื่องคอขาดบาดตายของชาติ เพราะถ้าพึ่งพาเรื่องไฮเทคระดับพื้นฐานไม่ได้ ก็ต้องเป็นเบี้ยล่างสหรัฐและยุโรปเหมือนอดีตที่ผ่านมา</p>



<p>แต่ผมก็เชื่อนะ ว่าภายใน 5 ปีนี้ หลังจากที่จีนพึ่งพาตัวเองในเรื่องไฮเทคระดับพื้นฐานได้แล้ว ในแผน 5 ปีฉบับหน้า จีนน่าจะบรรจุเรื่องการหาเสียงกับชาติอื่น และเริ่มคิดว่าจะอยู่ร่วมกับชาติอื่นในโลกอย่างสันติและมั่งคั่งร่วมกันได้อย่างไร รวมทั้งวางแผนแบ่งผลประโยชน์ยังไงให้ชาติอื่นไม่รู้สึกว่าจีนสนใจแต่ชาติตัวเองไม่สนใจชาติอื่น</p>



<p>จริง ๆ มันมีแบบแผนที่ทำกันมาแล้วนะโดยสหรัฐอเมริกา ตอนที่สหรัฐอเมริกาเป็นอภิมหาอำนาจโลกเสรี ยังเป็นเจ้าสัวโลก (ตอนนี้จีนเป็นแทนแล้ว) โรงงานของโลก (ตอนนี้จีนก็เป็นแทนแล้ว) และ ศูนย์วิจัยของโลก (อันนี้สหรัฐกับจีนแบ่งกันเป็น) นั่นก็คือ การแจกตังค์</p>



<p>ก่อนที่สหรัฐจะถังแตกแบบในปัจจุบัน สหรัฐแจกตังค์ให้ทุกชาติ แจกแบบเจ้าสัวเลย ให้ทุนในหลาย ๆ แบบ ทั้งทุนด้านการทหาร ทุนด้านการศึกษา ปล่อยกู้ผ่านธนาคารโลก ให้เงินอุดหนุนโน่นนี่นั่น เยอะแยะเต็มไปหมด จนชาติต่าง ๆ ยังคงหลงรักสหรัฐแบบหัวปักหัวปำอย่างทุกวันนี้</p>



<p>ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นไปได้ที่จีนจะทำตามสหรัฐนั่นแหล่ะ เพียงแต่สหรัฐทำโดยไม่ได้ประกาศเป็นแผนระดับชาติ เป็นการทำผ่านกฎหมายเป็นครั้ง ๆ ให้รัฐสภารับรอง แต่ถ้าจีนเล่นประกาศเป็นแผนระดับชาติออกมา ว่าจะอุดหนุนช่วยเหลือเรื่องเงินทองกับชาติต่าง ๆ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว มันก็จะฮือฮาไปอีกแบบนึง</p>



<p>ซึ่งมันต่างจากการที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงประกาศแจกวัคซีนให้ชาติต่าง ๆ เพื่อหาเสียงกับชาติต่าง ๆ อันนั้นมันเป็นแค่ระดับผู้นำสั่งเป็นครั้ง ๆ ไม่ได้เป็นแผนระดับชาติที่ถูกกำหนดให้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>การครองโลก มันมีแค่ 4 วิธี คือ ใช้กำลังทหาร ใช้กำลังเศรษฐกิจ ใช้กำลังวิทยาการ และ ใช้กำลังวัฒนธรรม ผมเลยคิดว่าจีนคงจะเร่งพัฒนากำลังเศรษฐกิจและกำลังวิทยาการ จนมีกำลังทหารและกำลังวัฒนธรรมที่กล้าแกร่ง และจะครองโลกในอีกรูปแบบนึงอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เป็นได้!!!</p>



<p></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2960/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ระบบฮวงจุ้ยออนไลน์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1240</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1240#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Mar 2010 04:46:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<category><![CDATA[Web Service]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/a/1240/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ae%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c/</guid>

					<description><![CDATA[ในหนึ่งปี ประเทศไทยจะมีกระแสลมพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 9 เดือน ในขณะที่จะมีกระแสลมพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 3 เดือน ส่วนพระอาทิตย์ก็จะขึ้นทางทิศตะวันออกในตอนเช้า แล้วโคจรโค้งค่อนไปทางทิศใต้ ก่อนที่จะตกทางทิศตะวันตก เป็นแบบนี้ชั่วนาตาปี ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ถ้าลูกตาของเราสามารถมองเห็นเส้นแรงแม่เหล็กได้ เราก็จะพบว่ามีเส้นแรงแม่เหล็กแล่นผ่านสายตาของเราอยู่ตลอดเวลา โดยวิ่งจากทิศเหนือทะลุทะลวงผ่านทุกสรรพสิ่งไปยังทิศใต้ สร้างผลกระทบเล็ก ๆ แก่สสารที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็กทุกชนิด ไม่เว้นแม้กระทั่งธาตุเหล็กที่มีอยู่ในเม็ดเลือดแดงของมนุษย์อย่างพวกเรา ปรากฎการณ์ธรรมชาติเบื้องต้นเหล่านี้นี่เอง นำมาซึ่งวิชาอันแสนจะล้ำค่าที่เรียกว่า วิชาการดูฮวงจุ้ย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในหนึ่งปี ประเทศไทยจะมีกระแสลมพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 9 เดือน ในขณะที่จะมีกระแสลมพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 3 เดือน ส่วนพระอาทิตย์ก็จะขึ้นทางทิศตะวันออกในตอนเช้า แล้วโคจรโค้งค่อนไปทางทิศใต้ ก่อนที่จะตกทางทิศตะวันตก เป็นแบบนี้ชั่วนาตาปี ซ้ำ ๆ ซาก ๆ</p>
<p>ถ้าลูกตาของเราสามารถมองเห็นเส้นแรงแม่เหล็กได้ เราก็จะพบว่ามีเส้นแรงแม่เหล็กแล่นผ่านสายตาของเราอยู่ตลอดเวลา โดยวิ่งจากทิศเหนือทะลุทะลวงผ่านทุกสรรพสิ่งไปยังทิศใต้ สร้างผลกระทบเล็ก ๆ แก่สสารที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็กทุกชนิด ไม่เว้นแม้กระทั่งธาตุเหล็กที่มีอยู่ในเม็ดเลือดแดงของมนุษย์อย่างพวกเรา</p>
<p>ปรากฎการณ์ธรรมชาติเบื้องต้นเหล่านี้นี่เอง นำมาซึ่งวิชาอันแสนจะล้ำค่าที่เรียกว่า วิชาการดูฮวงจุ้ย หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า วิชาการดูภูมิโหราศาสตร์ อันเป็นวิชาที่ช่วยในการจัดวางทิศทางของสรรพสิ่งในสถานที่ เพื่อนำมาซึ่ง ลาภ ยศ สรรเสริญ และความสงบสุข แก่ผู้ที่อยู่อาศัยและประกอบกิจในสถานที่นั้น ๆ!</p>
<p>และทำให้เราไม่ต้องแปลกใจอีกต่อไปว่า ทำไมกันหนอ หมอดูฮวงจุ้ยจึงมักจะใช้เข็มทิศเพื่อวัดแรงแม่เหล็ก ในขณะที่ใช้ไม้ฉากซึ่งตั้งอยู่บนเข็มทิศ เพื่อวัดเงาที่ทอดผ่านจากแสงอาทิตย์</p>
<p>วิชาการดูฮวงจุ้ยเป็นวิชาลับ ถูกหวงแหนและถ่ายทอดเฉพาะคนกลุ่มน้อย นั่นจึงทำให้เกิดปัญหาเล็ก ๆ ขึ้นมา เพราะวิชาการดูฮวงจุ้ยอยู่ติดกับตัวหมอดู ดังนั้น ถ้าเราอยากจะให้หมอดูได้เห็นสถานที่ ๆ เราอยากให้จัดฮวงจุ้ย เราก็จะมีทางเลือกอยู่เพียง 2 ทาง นั่นคือ การนำสถานที่จริงไปให้หมอดูได้ดู หรือ เชิญหมอดูมาดูสถานที่จริงแทน!!!</p>
<p><span id="more-1240"></span></p>
<p>เราไม่สามารถนำสถานที่จริงไปให้หมอดู ๆ ได้ เพราะมันใหญ่โตมาก อีกทั้งเรายังไม่สามารถนำเอาองค์ประกอบอื่น ๆ ไปได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ทิศทางลม, แสงเงา, สนามแม่เหล็กไฟฟ้า, อุณหภูมิ หรือ สิ่งก่อสร้างแวดล้อม เป็นต้น</p>
<p>ในขณะที่การเชิญหมอดูมายังสถานที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน เพราะหมอดูฮวงจุ้ยที่เก่ง ๆ อ่ะ จะมีคิวที่แน่นเอี้ยดมาก ๆ กว่าจะถึงคิวเราก็คงต้องรอกันเหนียงยานเลยทีเดียว!!!</p>
<p>งั้นลองเอาเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ มาช่วยแก้ปัญหา 2 ข้อข้างบนดีกว่า ดูซิว่าจะพอทำได้หรือเปล่า?</p>
<p><strong>ปัญหาที่ 1 : เราไม่สามารถนำสถานที่จริงไปให้หมอดู ๆ ได้!!!</strong></p>
<p><strong>วิธีแก้ปัญหา</strong> : สร้างระบบเสมือนจริงแบบ 3 มิติขึ้นมา เพื่อให้หมอดูและลูกค้าสามารถเข้ามาพบปะกันได้ โดยลูกค้าจะสามารถใส่รายละเอียดของสถานที่จริงเข้าไปในระบบเสมือนจริงได้ ในขณะที่หมอดูก็สามารถเข้ามาดูสถานที่จริงในระบบเสมือนจริงได้เช่นกัน</p>
<p><strong>จุดบกพร่อง</strong> : ถ้าใส่รายละเอียดของสถานที่จริงลงในระบบเสมือนจริงไม่ครบ ก็ป่วยการที่หมอดูจะสามารถดูฮวงจุ้ยให้ได้</p>
<p>&#8212;</p>
<p><strong>ปัญหาที่ 2  : การเชิญหมอดูมายังสถานที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย!!!</strong></p>
<p><strong>วิธีแก้ปัญหา</strong> : ถ่ายทอดความรู้ของหมอดูเอาไว้ในฐานข้อมูลกลาง โดยกำหนดความสัมพันธ์ของข้อมูลการดูฮวงจุ้ยให้มีลักษณะเชื่อมโยงและเป็นรูปธรรม มีลักษณะเป็น Computation Schema จากนั้นสร้างระบบ Web Service ขึ้นมา เพื่อให้เรา (ลูกค้าหรือตัวแทนผู้ให้บริการ) สามารถส่งพารามิเตอร์ต่าง ๆ เข้าไป แล้วปล่อยให้ระบบวิเคราะห์พารามิเตอร์ทั้งหมด แล้วส่งผลลัพท์ของการวิเคราะห์กลับออกมาเป็นคำตอบให้กับเรา เพื่อให้เราไปจัดวางสถานที่ให้มันถูกต้องเหมาะสมต่อไป</p>
<p><strong>จุดบกพร่อง</strong> : ถึงหมอดูจะไม่หวงวิชา แต่การทำ Computation Schema จากภูมิปัญญาของหมอดู มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน</p>
<p>&#8212;</p>
<p>โดยสรุปแล้ว มันน่าจะมีทางออกซักทางหนึ่งแหล่ะ อิ อิ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]หมอดู, ฮวงจุ้ย, ออนไลน์[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1240/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อมรพิมานอวตารสถิต</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1190</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1190#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Dec 2009 11:21:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1190</guid>

					<description><![CDATA[ในสมัยพุทธกาลซึ่งมีบันทึกในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าได้เคยเอ่ยเปรียบเปรยถึงโลกอื่นอยู่หลายครั้ง และมีบางครั้งที่ภิกษุได้ทูลถามว่า มนุษย์ในโลกอื่นนั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากมนุษย์ในโลกนี้เช่นไร? พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบเอาไว้ว่า เมื่อเปรียบมนุษย์ในโลกอื่นกับโลกนี้นั้น อาจมีความเหมือนหรือแตกต่างกัน บางโลกก็มีกายเหมือน จิตเหมือน, บางโลกก็มีกายเหมือน แต่จิตไม่เหมือน, บางโลกก็มีจิตเหมือน แต่กายไม่เหมือน และ บางโลกก็มีจิตไม่เหมือน กายไม่เหมือน!!! อวตาร [อะวะตาน] ก. แบ่งภาคมาเกิดในโลก (ใช้แก่พระนารายณ์) เช่น พระนารายณ์อวตารเป็นปลา. (ส.). ปัจจุบัน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในสมัยพุทธกาลซึ่งมีบันทึกในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าได้เคยเอ่ยเปรียบเปรยถึงโลกอื่นอยู่หลายครั้ง และมีบางครั้งที่ภิกษุได้ทูลถามว่า มนุษย์ในโลกอื่นนั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากมนุษย์ในโลกนี้เช่นไร?</p>
<p>พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบเอาไว้ว่า เมื่อเปรียบมนุษย์ในโลกอื่นกับโลกนี้นั้น อาจมีความเหมือนหรือแตกต่างกัน บางโลกก็มีกายเหมือน จิตเหมือน, บางโลกก็มีกายเหมือน แต่จิตไม่เหมือน, บางโลกก็มีจิตเหมือน แต่กายไม่เหมือน และ บางโลกก็มีจิตไม่เหมือน กายไม่เหมือน!!!</p>
<blockquote>
<p>อวตาร	[อะวะตาน] ก. แบ่งภาคมาเกิดในโลก (ใช้แก่พระนารายณ์) เช่น พระนารายณ์อวตารเป็นปลา. (ส.).</p>
</blockquote>
<p>ปัจจุบัน มนุษย์เราเริ่มเสียเวลาและถวิลหาการอวตารมากขึ้น ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม!!!</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1191" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2009/12/five_sense_patial.jpg" alt="อวตารบางส่วน" /></div>
<p><span id="more-1190"></span></p>
<p>จากภาพข้างบนจะเห็นว่า ถึงแม้เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้จะทันสมัยแล้วก็ตาม แต่เราก็พบว่า เรายังคงอวตารด้วยประสาทสัมผัสที่จำกัดอยู่ เรายังมองเห็นและได้ยินเสียงในรูปแบบ 2 มิติ ยังคงรับรสรับกลิ่นรับกายสัมผัสผ่านการอวตารไม่ได้!!!</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1192" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2009/12/five_sense_full.jpg" alt="อวตารเต็มส่วน" /></div>
<p>แต่ถึงแม้กระนั้นก็ตาม บรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างก็เพียรพยายามที่จะทำให้มนุษย์ สามารถอวตารได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยการใช้ความรู้เรื่องระบบสมองและระบบคอมพิวเตอร์เข้าช่วย ในการเบี่ยงวิถีของประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ แล้วต่อเชื่อมประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ จากสมองเข้าสู่ร่างอวตารโดยตรง!!</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1193" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2009/12/avatar_matrix.jpg" alt="รูปแบบการอวตาร" /></div>
<p>โดยส่วนตัวแล้วมองว่า การอวตารเข้าสู่ร่างทรงหรือร่างอวตาร มีมากมายหลายรูปแบบมาก ผมก็เลยทำเป็นตาราง 2 มิติตามข้างบน เพื่ออธิบายให้พวกเราเข้าใจ โดยใช้วิธีเทียบเคียงและยกตัวอย่างจาก ละคร, ภาพยนตร์ และ วรรณกรรม มาเป็นตัวอ้างอิง</p>
<p>ประเด็นที่จะชี้ให้เห็นก็คือ การอวตารนั้นมีอยู่ 2 แบบ แบบหนึ่งคือการอวตารเข้าสู่โลกเสมือนจริง ในขณะที่อีกแบบหนึ่งคือการอวตารเข้าสู่โลกจริง!</p>
<p>สีแดงที่ผมป้ายเอาไว้ในตารางหมายถึง &#8230; การอวตารในแบบนั้น ๆ ต้องใช้<strong>คอมพิวเตอร์เป็นตัวช่วย</strong> ซึ่งจะเห็นว่าถ้าอวตารเข้าสู่โลกเสมือนจริง ยังไงก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วย 100% อยู่แล้ว แต่พักหลังเรากลับพบว่า เริ่มมีจินตนาการในการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการอวตารจากโลกจริงเข้าสู่ร่างอวตารในโลกจริงมากขึ้น</p>
<p>กลายเป็นว่า การอวตารจากโลกจริงสู่โลกจริง ไม่ใช่เรื่องของจิตวิญญาณและอิทธิปาฏิหาริย์อีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นวิทยาศาสตร์ไปซะนี่!!!</p>
<p>ผมไม่รู้ว่าจะเรียกแขนงวิชาทางคอมพิวเตอร์ ในการอวตารจากโลกจริงไปสู่ร่างอวตารของโลกจริงยังไงดี????</p>
<p>[tags]อวตาร, โลกจริง, โลกเสมือนจริง[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1190/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>5</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พิรุธของระบบเงินตราในเกมออนไลน์แบบ MMORPG</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1188</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1188#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Dec 2009 07:26:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1188</guid>

					<description><![CDATA[เกมออนไลน์แบบ MMORPG ก็เปรียบได้กับระบบเสมือนจริงระบบหนึ่ง ที่มีตัวละครให้ผู้เล่นได้สวมบทบาท, มีภารกิจให้ทำ, มีกิจกรรมให้ร่วมเล่น, มีสังคมระหว่างผู้สวมบทตัวละคร และ มีระบบเศรษฐกิจภายในเป็นเอกเทศ!!! ภาพข้างบนสร้างขึ้นเพื่ออธิบายถึงระบบเงินตราของเกมออนไลน์แบบ MMORPG ทั่วไป โดยมีข้อสังเกตดังนี้ ต้องเสียเงินตราจริง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินตราในเกม ในเกมมักจะมีเงินตราสองสกุล สกุลหลักใช้สำหรับแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่นในเกม ในขณะที่สกุลเสริมใช้สำหรับแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่นในเกมกับผู้ให้บริการเกม อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราจริง ๆ กับเงินตราเสริมในเกม แปรผันตามนโยบายของผู้ให้บริการเกม อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราเสริมในเกมกับเงินตราหลักในเกม แปรผันตามอุปสงค์และอุปทานของผู้เล่นในเกมฯนั้น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เกมออนไลน์แบบ MMORPG ก็เปรียบได้กับระบบเสมือนจริงระบบหนึ่ง ที่มีตัวละครให้ผู้เล่นได้สวมบทบาท, มีภารกิจให้ทำ, มีกิจกรรมให้ร่วมเล่น, มีสังคมระหว่างผู้สวมบทตัวละคร และ มีระบบเศรษฐกิจภายในเป็นเอกเทศ!!!</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1187" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2009/12/monetary.jpg" alt="ระบบเงินตราในเกมออนไลน์แบบ MMORPG" /></div>
<p>ภาพข้างบนสร้างขึ้นเพื่ออธิบายถึงระบบเงินตราของเกมออนไลน์แบบ MMORPG ทั่วไป โดยมีข้อสังเกตดังนี้</p>
<p><span id="more-1188"></span></p>
<ul>
<li>ต้องเสียเงินตราจริง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินตราในเกม</li>
<li>ในเกมมักจะมีเงินตราสองสกุล สกุลหลักใช้สำหรับแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่นในเกม ในขณะที่สกุลเสริมใช้สำหรับแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่นในเกมกับผู้ให้บริการเกม</li>
<li>อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราจริง ๆ กับเงินตราเสริมในเกม แปรผันตามนโยบายของผู้ให้บริการเกม</li>
<li>อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราเสริมในเกมกับเงินตราหลักในเกม แปรผันตามอุปสงค์และอุปทานของผู้เล่นในเกมฯนั้น ๆ</li>
<li>เรามีอิสระในการเทเงินเข้าระบบเศรษฐกิจของเกมอย่างเต็มที่ (ตราบที่เงินในกระเป๋าเรามี) แต่เราจะไม่มีสิทธิ์นำเงินตราในเกม มาแลกคืนเป็นเงินตราจริง ๆ ได้เลย</li>
<li>เงินตราสกุลเสริมในเกม มักจะเป็นเงินตราที่มีค่าแข็งมาก สามารถแลกกับไอเท็มหายากได้ ในขณะที่เงินตราสกุลหลักในเกม มักจะเป็นเงินตราที่มีค่าอ่อน เพราะสามารถหาได้ทั่วไปในเกม</li>
<li>ไอเท็มต่าง ๆ เป็นสิ่งดึงดูดใจหลัก ที่ทำให้ผู้เล่นในระบบทุกคนต้องการเงินตราหลักในเกม หรือเงินตราเสริมในเกม</li>
<li>เงินตราในระบบเกมฯจะไร้ความหมาย ถ้าผู้เล่นทุกคนสามารถหาไอเท็มต่าง ๆ ได้แบบฟรี ๆ</li>
<li>แปลว่าโดยพื้นฐานแล้วผู้เล่นต้องการไอเท็ม ไม่ได้ต้องการเงินตรา?</li>
<li>งั้นก็แสดงว่า ถ้าในเกมมีไอเท็มที่หายากและราคาสูง ก็จะยิ่งทำให้เงินตราทวีความสำคัญมากขึ้น?</li>
<li>นั่นก็หมายความว่าไอเท็มต่าง ๆ ในเกม คือ <strong>สิ่งหนุนหลัง</strong>ค่าเงินตราของเกมนั่นเอง!!!</li>
</ul>
<p>เมื่อตั้งข้อสังเกตมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ทำให้ได้ข้อสรุปหยาบ ๆ ในระดับนึงว่า เงินตราในเกมฯจะมีค่าขึ้นมาได้ ก็ด้วยสิ่งหนุนหลังดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li><strong>เงินตราจริง ๆ</strong> ที่ผู้เล่นใช้เพื่อซื้อเงินตราในเกมฯ ซึ่งสินทรัพย์ประเภทนี้ยังพอใช้เป็นตัวชี้วัดมูลค่าของเงินตราในเกมฯได้ เหมือนกับที่ประเทศไทยเราใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นทุนสำรองเงินตราในการหนุนหลังเงินสกุลบาทของไทยเรา</li>
<li><strong>ไอเท็มต่าง ๆ</strong> ในเกมฯ ซึ่งสินทรัพย์ประเภทนี้ไม่สามารถชี้ชัดมูลค่าของเงินตราในเกมได้เด่นชัดนัก เพราะมันเป็นสิ่งเสมือนจริง เป็นสิ่งนามธรรม อีกทั้งคุณค่าของมัน (ไอเท็ม) ยังยึดโยงอยู่กับสิ่งต่าง ๆ ในเกมฯไม่ว่าจะเป็นจำนวน, คุณภาพ, ความยากง่ายในการได้มา ฯลฯ จนกระทั่งเราดีดลูกคิดรางแก้วออกมาได้แล้ว เราก็ยังไม่แน่ใจว่าอำนาจในการหนุนหลังของไอเท็มต่าง ๆ เหล่านี้ มันควรจะมีมูลค่าเป๊ะ ๆ เป็นเท่าไหรดี?</li>
</ol>
<p>ตอนนี้กำลังมองอยู่ว่า จะมีใครเอารูปแบบของเกมออนไลน์แบบ MMORPG มาผนวกรวมกับ Virtual World หรือเปล่า?? เพราะที่เห็นชัด ๆ แน่ ๆ ก็คือเกมออนไลน์แบบ MMORPG มีไอเท็มอย่างจำกัด (ตามที่ระบบเกมจัดไว้ให้) ในขณะที่ Virtual World ให้อิสระในการสร้างไอเท็มได้อย่างอิสระเสรีเหนือสิ่งอื่นใด!!!</p>
<p>ซึ่งถ้ามีสิ่งที่คิดเอาไว้เกิดขึ้นจริง สิ่งหนุนหลังเงินตราใน Virtual World แบบ MMORPG คงจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนชวนให้งงน่าดู!!!</p>
<p>[tags]พิรุธ, ระบบ, เงินตรา, เกม, ออนไลน์, MMORPG, Virtual World[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1188/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การปล้นชิงในเศรษฐกิจเสมือนจริง</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1185</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1185#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Nov 2009 04:41:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1185</guid>

					<description><![CDATA[เพราะมนุษย์ต้องกินต้องใช้ แต่มนุษย์ไม่สามารถหาของกินของใช้ได้เองทั้งหมด มนุษย์จึงต้องคิดค้นวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งของกินของใช้ที่ตนต้องการ ช่วงแรกมนุษย์ที่แข็งแรงกว่าเลือกใช้วิธีปล้นชิงจากมนุษย์ผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า แต่เมื่อได้รับการต่อต้านอย่างหนัก อีกทั้งมนุษย์ที่อ่อนแอกว่าพยายามพัฒนาตัวเองให้แข็งแรงทัดเทียมกัน ทำให้การปล้นชิงต้องเลิกลาไป (แต่ยังไม่หมดไป) และมนุษย์ก็หันมาใช้วิธีค้าขายของกินของใช้กันแทน ด้วยสมมติฐานในย่อหน้าข้างบน ทำให้เราตระหนักได้เรื่องหนึ่งว่า มนุษย์จะไม่ค้าขายกับสัตว์หรือพืชอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะว่าเราคุยกับสัตว์หรือพืชไม่รู้เรื่อง (ทุกวันนี้มนุษย์ก็ยังคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง T-T) แต่เป็นเพราะว่ามนุษย์แข็งแรงกว่าสัตว์และพืช จนกระทั่งสามารถปล้นชิงจากสัตว์และพืชได้อย่างแน่นอน 100% ถึงแม้ว่าการค้าขายจะถูกพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นระบบเศรษฐกิจ มีการใช้เงินตราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน มีแบบแผนระเบียบปฏิบัติมากมายเพื่อมาบังคับใช้ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า กมลสันดานของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ (ที่ชอบปล้นชิง) ก็ยังคงมีอยู่ในตัวมนุษย์เราทุกคน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะมนุษย์ต้องกินต้องใช้ แต่มนุษย์ไม่สามารถหาของกินของใช้ได้เองทั้งหมด มนุษย์จึงต้องคิดค้นวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งของกินของใช้ที่ตนต้องการ</p>
<p>ช่วงแรกมนุษย์ที่แข็งแรงกว่าเลือกใช้วิธีปล้นชิงจากมนุษย์ผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า แต่เมื่อได้รับการต่อต้านอย่างหนัก อีกทั้งมนุษย์ที่อ่อนแอกว่าพยายามพัฒนาตัวเองให้แข็งแรงทัดเทียมกัน ทำให้การปล้นชิงต้องเลิกลาไป (แต่ยังไม่หมดไป) และมนุษย์ก็หันมาใช้วิธีค้าขายของกินของใช้กันแทน</p>
<p>ด้วยสมมติฐานในย่อหน้าข้างบน ทำให้เราตระหนักได้เรื่องหนึ่งว่า มนุษย์จะไม่ค้าขายกับสัตว์หรือพืชอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะว่าเราคุยกับสัตว์หรือพืชไม่รู้เรื่อง (ทุกวันนี้มนุษย์ก็ยังคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง T-T) แต่เป็นเพราะว่ามนุษย์แข็งแรงกว่าสัตว์และพืช จนกระทั่งสามารถปล้นชิงจากสัตว์และพืชได้อย่างแน่นอน 100%</p>
<p>ถึงแม้ว่าการค้าขายจะถูกพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นระบบเศรษฐกิจ มีการใช้เงินตราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน มีแบบแผนระเบียบปฏิบัติมากมายเพื่อมาบังคับใช้ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า กมลสันดานของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ (ที่ชอบปล้นชิง) ก็ยังคงมีอยู่ในตัวมนุษย์เราทุกคน เพียงแต่ถูก หิริ โอตตัปปะ ควบคุมเอาไว้อยู่!!!</p>
<p><span id="more-1185"></span></p>
<p>ดังนั้นเราจึงมักจะพบการปล้นชิงรูปแบบต่าง ๆ ในเศรษฐกิจจริงอยู่เนือง ๆ  ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้ากำลังเลือกซื้อทองอยู่ดี ๆ พอคนขายเบลอหน่อยเดียว ลูกค้ากลายเป็นโจร ฉกทองหนีไปดื้อ ๆ ซะงั้น หรือ ลูกค้าจ่ายเงินให้คนขายดีวีดีตามแผงลอย กำลังจะได้รับของอยู่แล้วแท้ ๆ เชียว เจ้าหน้าที่รัฐก็โผล่พรวดพลาดเข้ามา ทำเอาวงแตกกระเจิงคนขายหนีหายไปพร้อมกับเงินของลูกค้า เป็นต้น</p>
<p>เพราะปัญหาติงต๊อง (แต่จริงจัง) เรื่องการปล้นชิงในเศรษฐกิจจริงนี่เอง จึงทำให้เกิด Prototype ต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจเสมือนจริงเพื่อแก้ปัญหาในย่อหน้าข้างบน ไม่ว่าจะเป็นการ Encryption, Authorization, Authentication, Asynchronous transfer เป็นต้น</p>
<p>แต่โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่า Prototype ในย่อหน้าข้างบน ไม่มีทางแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์หรอก ถ้าหากว่าเราใช้มันอย่างไม่ถูกจุด!!!</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1186" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2009/11/matrix.jpg" alt="การปล้นชิงในเศรษฐกิจเสมือนจริง" /></div>
<p>จากตารางข้างบนทำให้เราสรุป (มั่ว ๆ) ได้ระดับนึงว่า ถ้าเราเอาการ Encryption, Authorization, Authentication หรือ Asynchronous transfer มาใช้กับการแลกเปลี่ยนสินค้า/บริการเสมือนจริง ด้วยเงินตราเสมือนจริงอย่างเข้มงวดรัดกุม โอกาสที่จะมีการปล้นชิงในระบบเสมือนจริงก็น่าจะแทบจะไม่มีเลย!</p>
<p>เว้นเสียแต่ว่า ไอ้คนทำระบบมันเปิดโอกาสให้มีการปล้นชิงนั่นแหล่ะ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงจะต้องตัวใครตัวมันแล้วล่ะครับ!!!</p>
<p>[tags]การปล้น, การชิง, สินค้า, บริการ, เงินตรา, เสมือนจริง, เศรษฐกิจ[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1185/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>5</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ระบบเสมือนจริงแบบหลายมิติ</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1174</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1174#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Oct 2009 06:23:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1174</guid>

					<description><![CDATA[ในทางฟิสิกส์อนุภาคชั้นสูงได้อธิบายไว้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีมิติได้ถึง 11 มิติ โดยมิติที่นอกเหนือจากความเข้าใจของเรานั้น ถูกซ้อนทับขดตัวกันอยู่ภายใน จนกระทั่งเราไม่สามารถจะหยั่งถึงได้ นอกจากนี้ยังบอกด้วยว่า ผู้ที่อยู่ในมิติที่สูงกว่า ย่อมจะสามารถสังเกตการณ์ผู้ที่อยู่ในมิติที่ต่ำกว่าได้ &#8230; อือม อันนี้ก็ฟังหูไว้หู มิติ หมายถึง สิ่งที่บอกคุณสมบัติของวัตถุ ได้แก่ ความกว้าง ความยาว และ ความสูง ส่วนในทางคณิตศาสตร์ มิติ หมายถึงจำนวนตัวเลขที่ต้องการเพื่อระบุตำแหน่งและคุณสมบัติของวัตถุใด ๆ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในทางฟิสิกส์อนุภาคชั้นสูงได้อธิบายไว้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีมิติได้ถึง 11 มิติ โดยมิติที่นอกเหนือจากความเข้าใจของเรานั้น ถูกซ้อนทับขดตัวกันอยู่ภายใน จนกระทั่งเราไม่สามารถจะหยั่งถึงได้</p>
<p>นอกจากนี้ยังบอกด้วยว่า ผู้ที่อยู่ในมิติที่สูงกว่า ย่อมจะสามารถสังเกตการณ์ผู้ที่อยู่ในมิติที่ต่ำกว่าได้ &#8230; อือม อันนี้ก็ฟังหูไว้หู</p>
<blockquote>
<p><strong>มิติ</strong> หมายถึง สิ่งที่บอกคุณสมบัติของวัตถุ ได้แก่ ความกว้าง ความยาว และ ความสูง ส่วนในทางคณิตศาสตร์ มิติ หมายถึงจำนวนตัวเลขที่ต้องการเพื่อระบุตำแหน่งและคุณสมบัติของวัตถุใด ๆ ในปริภูมิ ในศาสตร์ต่าง ๆ อาจนิยามความหมายของคำว่า มิติ แทนจำนวนพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><em>อ้างอิงจาก <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4">Wikipedia</a><br />
</em></p>
</blockquote>
<p>ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์คงกำลังขวนขวายกันน่าดู เพื่อจะพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า มิติที่เหลือซึ่งมนุษย์เราไม่รู้จักนั้น มันควรจะมีลักษณะประมาณไหน?</p>
<p><span id="more-1174"></span></p>
<p>แต่ถึงแม้ว่าทฤษฎีดังกล่าวจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์เป็นรูปธรรม ยังไงพวกเราก็ยังคงสามารถสัมผัสกับระบบที่มีหลายมิติได้อยู่ดี ซึ่งระบบที่ว่าก็หาได้ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าใดนัก &#8230; นั่นก็คือระบบเกมออนไลน์แบบ MMORPG!!!</p>
<p>ระบบเกมออนไลน์แบบ MMORPG ถูกออกแบบให้ทำงานได้บนหลาย Server และในขณะเดียวกัน ก็ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้หลาย Channel ซึ่งก็หมายความว่า ถึงแม้นาย กอ และนางสาว ขอ จะเคลื่อนย้ายตัวละครของตน มาไว้ในสถานที่และเวลาเดียวกัน ก็อาจจะไม่สามารถพบเจอกันได้ ด้วยเหตุเพราะเล่นกันอยู่คนล่ะ Server หรือคนล่ะ Channel</p>
<p>จริง ๆ แล้วจุดประสงค์หลักในการแบ่ง Server หรือ Channel ก็เพื่อกระจายความแออัดของผู้เล่นเป็นสำคัญ แต่ดูเหมือนว่าการกระทำดังกล่าวมันทำให้เกิดความเป็นระบบหลายมิติขึ้นมา!!!</p>
<p>ทีนี้ถ้าเกมออนไลน์ MMORPG หนึ่งเกม เปิดให้ผู้เล่นเข้าเล่นได้ใน 15 Channel งั้นก็แสดงว่า เราจะได้สัมผัสกับมิติทั้ง 5 อันประกอบด้วย ความกว้าง, ความยาว, ความสูง, เวลา และ Channel อย่างงั้นสิ????</p>
<p>อือม อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ต่อให้ตัวละครของนาย กอ สามารถเพิ่มระดับจนถึงระดับ 99 ได้ ผมเองก็ไม่เชื่อว่าตัวละครดังกล่าว จะสามารถฟันดาบเพื่อผ่ามิติ ให้ตัวละครของตัวเองทะลุไปยัง Channel อื่นได้หรอกนะ!!</p>
<p>ทีนี้หันมาย้อนนึกว่า นอกจากเกมออนไลน์ MMORPG แล้ว เราคิดว่า Web Application ทั่ว ๆ ไป น่าจะมีอันไหนบ้างที่ควรจะทำเป็นระบบหลายมิติ?</p>
<p>อือม ประเด็นคือจะทำทำไม?</p>
<p>ถ้าจะทำเพื่อกระจายความแออัดก็คงไม่น่าจะจำเป็น เพราะมันเป็นอะไรที่ Logical มาก ๆ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหลายมิติให้ผู้ใช้เห็นก็ได้ ไปทำในระดับของ Infra-Structure ก็ได้ &#8230; แต่ถ้าหากคิดว่าจะให้มิติที่เพิ่มขึ้นมา เป็นตัวเก็บประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันล่ะ อือม ก็ไม่เลวแฮะ ยกตัวอย่างเช่น &#8230; </p>
<p>เอ ไม่ต้องยกตัวอย่างก็ได้ มันมีแล้วนี่หว่า เช่น Google US, Google UK หรือ Amazon US, Amazon UK หรือ Microsoft US, Microsoft UK เป็นต้น</p>
<p>หุ ๆ แต่เรายังไม่เคยเห็น Youtube US, Youtube UK เลยนี่หว่า &#8230; คงต้องรอต่อไป <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]ระบบ, เสมือนจริง, หลายมิติ[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1174/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>5</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Virtual World ใน Cloud Computing</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1103</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1103#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Apr 2009 14:14:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1103</guid>

					<description><![CDATA[Cloud Computing ช่วยแก้ปัญหาล้านแปดในเรื่อง Hardware Sizing และ Performance Tuning ที่เคยมีปัญหามาอย่างยาวนาน ทำให้สมองที่เคยต้องใช้แก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ว่างลง แล้วเอาไปใช้คิดเรื่องอื่นที่มีสาระกว่าแทน และทำให้การสร้าง Virtual World มีต้นทุนที่ถูกลงยิ่งขึ้น!!! Virtual World เป็นสถานที่ทดลองที่ดี มันทำให้เราได้ทดลองระบบ Human-based Computation, ระบบเงินตราเสริม, ระบบทฤษฎีเกม, ระบบนิติรัฐ และระบบเศรษฐกิจ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Cloud Computing ช่วยแก้ปัญหาล้านแปดในเรื่อง Hardware Sizing และ Performance Tuning ที่เคยมีปัญหามาอย่างยาวนาน ทำให้สมองที่เคยต้องใช้แก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ว่างลง แล้วเอาไปใช้คิดเรื่องอื่นที่มีสาระกว่าแทน</p>
<p>และทำให้การสร้าง Virtual World มีต้นทุนที่ถูกลงยิ่งขึ้น!!!</p>
<p>Virtual World เป็นสถานที่ทดลองที่ดี มันทำให้เราได้ทดลองระบบ Human-based Computation, ระบบเงินตราเสริม, ระบบทฤษฎีเกม, ระบบนิติรัฐ และระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเราไม่สามารถกระทำมันในโลกจริง หรือใน Virtual World อื่น ๆ ได้!!!</p>
<p>อ่ะนะ &#8230; ก็ว่ากันไป๊ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]Virtual, World, Cloud, Computing[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1103/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การทดลองชวนแหวะที่เรียกว่า Brain in a Vat</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1019</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1019#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 16:14:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Simulation]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1019</guid>

					<description><![CDATA[พวกเราต่างก็รู้ว่ามีความพยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะให้มนุษย์กับคอมพิวเตอร์ประสานกันได้อย่างลึกซึ้งมากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เรามักจะพบแขนงวิชาเทพ ๆ ทางคอมพิวเตอร์มากมายที่คิดค้นกันขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น &#8230; Brain Computer Interface, Virtual Reality, Virtual Life, Digital Life เป็นต้น เพื่อนของผมเคยเล่าละครฝรั่งเรื่องนึงให้ฟัง เนื้อเรื่องชวนแหวะมาก โดยเนื้อเรื่องกล่าวถึงการทดลองลับสุดยอดที่กระทำโดยมหาอำนาจชาติหนึ่ง เป็นการทดลองเพื่อต่อเชื่อมสมองของบุคคลอัจฉริยะเข้ากับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ &#8230; แต่ว่า &#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พวกเราต่างก็รู้ว่ามีความพยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะให้มนุษย์กับคอมพิวเตอร์ประสานกันได้อย่างลึกซึ้งมากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เรามักจะพบแขนงวิชาเทพ ๆ ทางคอมพิวเตอร์มากมายที่คิดค้นกันขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น &#8230; Brain Computer Interface, Virtual Reality, Virtual Life, Digital Life เป็นต้น</p>
<p>เพื่อนของผมเคยเล่าละครฝรั่งเรื่องนึงให้ฟัง เนื้อเรื่องชวนแหวะมาก โดยเนื้อเรื่องกล่าวถึงการทดลองลับสุดยอดที่กระทำโดยมหาอำนาจชาติหนึ่ง เป็นการทดลองเพื่อต่อเชื่อมสมองของบุคคลอัจฉริยะเข้ากับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ &#8230; แต่ว่า &#8230; ต่อแค่สมองกับคอมพิวเตอร์นะ &#8230; ร่างกายไม่เกี่ยว!!!</p>
<p>อือม ผมว่ามันเป็นเรื่องไร้มนุษยธรรมมากเลยนะ หากมีการพรากสมองออกจากร่างกายของคนเป็น ๆ ไม่ว่าเขาจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม (ซึ่งผมว่าคงไม่มีใครยอมหรอก)</p>
<p>ลองนึกภาพสมองของมนุษย์ที่ยังเป็น ๆ ถูกนำมาแช่เอาไว้ในภาชนะซึ่งบรรจุสารละลายต่าง ๆ เพื่อทำให้สมองยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เรื่อย ๆ แล้วก็มีสายระโยงระยางจากสมองเชื่อมไปยังซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อีกทอดหนึ่ง &#8230; คิดแล้วจะแหวะ</p>
<p><strong>Brain in a Vat</strong> คือชื่อของการทดลองหรือทฤษฎีนี้ครับ แปลกันง่าย ๆ ก็คือ &#8220;สมองในภาชนะ&#8221; นั่นเอง</p>
<p>ตามทฤษฎีแล้ว <strong>Brain in a Vat</strong> สามารถแยกออกได้เป็น 2 จุดประสงค์ใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ</p>
<p><span id="more-1019"></span></p>
<p>1.  <strong>เพื่อสร้างโลกเสมือนจริงให้มนุษย์อย่างสมบูรณ์</strong> โดยเป็นการสร้างโลกเสมือนจริงด้วยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อใช้กระตุ้นเร้าประสาทสัมผัสทั้ง 5 เข้าสู่สมองโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น, การได้ยิน, การรับรส, การได้กลิ่น หรือ กายสัมผัส</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1017" alt="Brain in a Vat แบบที่ 1" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2008/12/brain_in_a_vat_1.jpg" /></a></div>
<p>ด้วยระบบเสมือนจริงเช่นนี้ มนุษย์ผู้นั้นจะไม่มีทางหลุดพ้นจากโลกเสมือนจริงนี้ได้ตลอดไป และไม่มีทางรับรู้โลกที่แท้จริงได้ตลอดกาล</p>
<p>2.  <strong>เพื่อสร้างระบบชีวคอมพิวเตอร์อันไร้ขอบเขต</strong> โดยอาศัยสมองอันแสนอัจฉริยะของมนุษย์ เพื่อควบคุมคอมพิวเตอร์สมรรถนะสุดยอด ให้ประมวลผลได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะสติปัญญาของมนุษย์กับของคอมพิวเตอร์จะถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เหนือกว่าปัญญาประดิษฐ์ใด ๆ ทั้งปวง</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1018" alt="Brain in a Vat แบบที่ 2" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2008/12/brain_in_a_vat_2.jpg" /></a></div>
<p>สติปัญญาไม่ได้ขึ้นกับการคิดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความทรงจำด้วย ซึ่งหมายความว่าสมองดังกล่าวย่อมต้องจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง และรับรู้ว่าตัวเองนั้นมีสภาพที่แปรเปลี่ยนไป ซึ่งหากยอมรับสภาพได้ก็ดีไป แต่หากรับสภาพไม่ได้ก็เหมือนกับตายทั้งเป็น!!!</p>
<p>โดยสรุปแล้ว ผมคิดว่า Brain in a Vat น่ะมีแน่ เพียงแต่ยังไม่เปิดเผยออกมาให้สาธารณชนรับรู้เท่านั้นเอง!</p>
<p>[tags]Brain, In, A, Vat, การทดลอง, ชวนแหวะ[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1019/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>7</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอาระบบ 3 มิติมาใช้กับ Intranet บ้างจะดีมั้ยน้อ?</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1016</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1016#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Nov 2008 03:26:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Internetworking]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1016</guid>

					<description><![CDATA[ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะเป็นการดีมั้ย ถ้าหากผมจะเอา OpenSimulator ซึ่งเป็นตัว Second Life Clone มาทำเป็น Intranet ภายในองค์กร? Intranet คือ ระบบเครือข่ายภายใน หรือ ระบบเครือข่ายส่วนตัว ที่ใช้การสื่อสารด้วย Internet Protocol ความคิดนี้เกิดขึ้นมาจากการบริหารจัดการต้นทุนล้วน ๆ ครับ เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่มากในสังคมทุนนิยมไทยเราทุกวันนี้ ดังนั้นการจะทำอะไรซักอย่างนึงก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ไม่เว้นแต่การสร้างพื้นที่ทำงานและจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกมาไว้ในที่ทำงาน มันคงจะเป็นเรื่องแย่ใช่มั้ยล่ะครับ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะเป็นการดีมั้ย ถ้าหากผมจะเอา <a href="http://opensimulator.org/wiki/Main_Page">OpenSimulator</a> ซึ่งเป็นตัว Second Life Clone มาทำเป็น Intranet ภายในองค์กร?</p>
<blockquote><p>Intranet คือ ระบบเครือข่ายภายใน หรือ ระบบเครือข่ายส่วนตัว ที่ใช้การสื่อสารด้วย Internet Protocol</p></blockquote>
<p>ความคิดนี้เกิดขึ้นมาจากการบริหารจัดการต้นทุนล้วน ๆ ครับ เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่มากในสังคมทุนนิยมไทยเราทุกวันนี้ ดังนั้นการจะทำอะไรซักอย่างนึงก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ไม่เว้นแต่การสร้างพื้นที่ทำงานและจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกมาไว้ในที่ทำงาน</p>
<p>มันคงจะเป็นเรื่องแย่ใช่มั้ยล่ะครับ ถ้าหากว่าเราจัดตั้งองค์กรขึ้นมาซักองค์กรนึง แล้วปรากฎว่าเรามีพื้นที่ใช้สอยน้อยมาก ยกตัวอย่างเช่น เราไม่มีห้องประชุม, ไม่มีบริเวณสำหรับวางแฟ้มเอกสาร เป็นต้น</p>
<p>ถ้าอย่างงั้นก็ยกเอาสถานที่พวกนี้ไปไว้ในโลกเสมือนจริง 3 มิติเลยเป็นไง?</p>
<p>นึกภาพแล้วคงตลกพิลึก ถ้าหากว่าเปิดประตูเข้ามาในองค์กรดังกล่าว แล้วจะพบว่าภายในนั้นเป็นห้องทำงานเล็ก ๆ บรรจุคนได้ไม่กี่สิบคน ห้องทั้งห้องแทบจะว่างเปล่า เพราะมีเฟอร์นิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้น ในขณะที่แต่ล่ะคนก็นั่งใช้ Notebook อยู่บนเสื่อ เพื่อเชื่อมต่อผ่าน Wireless Router ไปยัง OpenSimulator ซึ่งทำงานอยู่บน Server สองตัวที่วางอยู่ตรงมุมห้อง!!!</p>
<p>เป็นองค์กรที่ประหยัดจริง ๆ ลงทุนแค่ ห้องว่าง ๆ, เสื่อ 10 กว่าผืน, Server 2 ตัว, Notebook 10 กว่าตัว, เครื่องปรับอากาศ 1 ตัว และ ตู้กรองน้ำ 1 ตู้</p>
<p>ป.ล. 1.  ให้นั่งเสื่อนี่มันดูเชยไปหน่อยเน้อะ?</p>
<p>ป.ล. 2.  ใช้ Notebook แล้วจะรับ SecondLife Client ไหวหรือเปล่าอ่ะเนี่ย?</p>
<p>[tags]Intranet, Internet Protocol, SecondLife, OpenSimulator[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1016/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>7</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เตรียมการเพื่อติดตั้งโลกเสมือนจริง</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/944</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/944#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Aug 2008 13:13:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Open Source]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/944</guid>

					<description><![CDATA[พัฒนาการของวงการไอทีไทยล้วนเดินตามสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าสหรัฐอเมริกาจะทำอะไรเราก็ล้วนไป clone ของเขามาทั้งนั้น มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเราคิดไม่ทันเขา พัฒนาไม่ทันเขา! สำหรับโลกเสมือนจริงก็เหมือนกัน ผมเชื่อว่าอีกไม่นานเราก็ต้อง clone เขามาเมื่อเราพร้อม! ที่ว่าพร้อมก็คือเราพร้อมจะลงทุนกับฮาร์ดแวร์ เพราะการจะทำให้ระบบโลกเสมือนจริงซึ่งเป็นระบบสามมิติ สามารถรองรับการเข้าใช้งานจากผู้ใช้หลาย ๆ คนได้นั้น จะมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็ไม่ได้ &#8230; อย่างน้อยก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ระดับใหญ่ 5 เครื่องขึ้นไปช่วย ๆ กัน แล้วก็ต้องต่อเชื่อมกันแบบ grid]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พัฒนาการของวงการไอทีไทยล้วนเดินตามสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าสหรัฐอเมริกาจะทำอะไรเราก็ล้วนไป clone ของเขามาทั้งนั้น มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเราคิดไม่ทันเขา พัฒนาไม่ทันเขา!</p>
<p>สำหรับโลกเสมือนจริงก็เหมือนกัน ผมเชื่อว่าอีกไม่นานเราก็ต้อง clone เขามาเมื่อเราพร้อม!</p>
<p>ที่ว่าพร้อมก็คือเราพร้อมจะลงทุนกับฮาร์ดแวร์ เพราะการจะทำให้ระบบโลกเสมือนจริงซึ่งเป็นระบบสามมิติ สามารถรองรับการเข้าใช้งานจากผู้ใช้หลาย ๆ คนได้นั้น จะมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็ไม่ได้ &#8230; อย่างน้อยก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ระดับใหญ่ 5 เครื่องขึ้นไปช่วย ๆ กัน แล้วก็ต้องต่อเชื่อมกันแบบ grid อีกต่างหาก!!!</p>
<p>ตอนนี้ถึงใคร ๆ จะรู้ว่า <a href="http://www.opensimulator.org">OpenSimulator</a> ยังเป็นรุ่น Alpha อยู่ก็ตาม แต่เมืองนอกเขาก็เริ่มติดตั้ง public grid เพื่อสร้างโลกเสมือนจริงโดยใช้ OpenSimulator เป็นซอฟต์แวร์หลักในการทำงานแล้ว &#8230; ไม่เว้นแม้แต่ที่เมืองจีนเขาก็มี public grid ที่ว่า!!</p>
<p>สำหรับผมคงไม่มีปัญญาจะตั้ง public grid เพราะปัญญาไม่ถึงแล้วก็ตังค์ไม่ถึงด้วย สิ่งที่จะทำได้ในฐานะคนพันธุ์ซอฟต์แวร์ ก็คงเป็นเพียงการสร้าง plugins เพื่อเชื่อมกับมันเท่านั้น</p>
<p>ก็หวังว่าจะมีคนไทยที่ใจป้ำ เงินถึง ฝีมือถึง ยอมลงทุนตั้ง public grid ที่ว่าเพื่อสร้างโลกเสมือนจริงนะ เพราะถ้ามีวันนั้นผมก็จะเข้าไปเล่นด้วยคน <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>&#8230;ก็ของเมืองนอกมันช้าซะเหลือเกินนี่นา อิ อิ</p>
<p>[tags]โลกเสมือนจริง,OpenSimulator,Clone,Public Grid[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/944/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
