<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Simulation &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/category/simulation/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>Computation theories and information processing theories.</description>
	<lastBuildDate>Sat, 27 Nov 2021 15:41:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>
	<item>
		<title>จีนจะครองโลก โดยการพึ่งพาตัวเองสูงสุด</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2960</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2960#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Nov 2021 15:41:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Computation]]></category>
		<category><![CDATA[Computer Vision]]></category>
		<category><![CDATA[Data Mining]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Robotic]]></category>
		<category><![CDATA[Security]]></category>
		<category><![CDATA[Simulation]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=2960</guid>

					<description><![CDATA[ผมเพิ่งได้มีโอกาสอ่าน แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (2021-2025) ฉบับที่ 14 ของจีน (ฉบับแปลจีนเป็นอังกฤษ) ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ถือว่าอ่านช้าไปหน่อย เพราะประกาศมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสื่อมวลชนไทยก็สาธยายรายละเอียดสำคัญไปหมดแล้ว แต่พอได้อ่านเอง ถึงได้รู้ว่าสื่อมวลชนไม่ได้แจกแจงทุกรายละเอียดปลีกย่อย ผมจึงเห็นว่าในเนื้อหามีคำสำคัญหลายคำที่ถูกกล่าวอ้างถึง ล้วนเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ซึ่งได้แก่ คลาวคอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า ไอโอที บล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์ วีอาร์ เออาร์]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผมเพิ่งได้มีโอกาสอ่าน <a href="https://www.adb.org/publications/14th-five-year-plan-high-quality-development-prc">แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (2021-2025) ฉบับที่ 14 ของจีน (ฉบับแปลจีนเป็นอังกฤษ)</a> ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ถือว่าอ่านช้าไปหน่อย เพราะประกาศมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสื่อมวลชนไทยก็สาธยายรายละเอียดสำคัญไปหมดแล้ว</p>



<p>แต่พอได้อ่านเอง ถึงได้รู้ว่าสื่อมวลชนไม่ได้แจกแจงทุกรายละเอียดปลีกย่อย ผมจึงเห็นว่าในเนื้อหามีคำสำคัญหลายคำที่ถูกกล่าวอ้างถึง ล้วนเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ซึ่งได้แก่ คลาวคอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า ไอโอที บล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์ วีอาร์ เออาร์ ควอนตัมคอมพิวติ้ง เซมิคอนดักเตอร์ วิทยาการระบบประสาท และบางคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์โดยตรงแต่เป็นเรื่องไฮเทค เช่น การบินและอวกาศ และ เทคโนโลยีพันธุศาสตร์</p>



<p>ในแผนเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า จีนจะพึ่งพาตัวเองในระดับพื้นฐาน ในหัวข้อตามคำสำคัญที่กล่าวมาข้างต้น โดยลดการพึ่งพาจากต่างชาติให้มากที่สุด และจะทำให้ได้ต่อเนื่องไปถึง 10 ปี เพื่อจะกลายเป็นผู้นำระดับโลกในระยะยาว!!!</p>



<p>ซึ่งถ้าอ้างตามเนื้อหาของแผน แสดงว่าจีนจะทุ่มเทเพื่อคิดค้นทฤษฎีพื้นฐานเอง และลงมือสร้างเครื่องมือพื้นฐานเอง เพื่อจะนำทฤษฎีและเครื่องมือพื้นฐาน ไปใช้ประยุกต์ต่อยอดในการพัฒนาต่าง ๆ อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องสนใจการกลั่นแกล้ง ฉุดรั้ง คว่ำบาตร ของชาติอื่น ๆ อีกต่อไป</p>



<p>และถ้าผมประเมินไม่ผิด ในระยะยาวยิ่งกว่านั้น ผมคิดว่าจีนคิดจะพึ่งพาตัวเองให้ได้ในทุก ๆ ด้าน จนแม้กระทั่งถ้าชาติอื่นล่มสลายไปหมดทุกชาติ จีนก็ยังอยู่ได้และเจริญก้าวหน้าต่อไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่เดือดร้อน!!!</p>



<p>น่าจะคิดไปถึงขนาดนั้นเลย!!!</p>



<p>การพึ่งพาพลังของชาติได้ในทุก ๆ ด้าน ก็คือ การกลายเป็นประเทศอภิมหาอำนาจ!!!</p>



<span id="more-2960"></span>



<p>แต่ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นชาติไหนในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่ทำได้ถึงขนาดนั้น แม้แต่สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นชาติอภิมหาอำนาจในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ก็ยังทำไม่ได้ ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเพื่อทำให้คนในชาติอยู่ดีกินดีอยู่</p>



<p>สหรัฐอเมริกาไม่ได้พึ่งพาชาติอื่นเพราะไม่มีปัญญาคิดเองทำเอง แต่ที่พึ่งพาชาติอื่นเพราะขี้เกียจคิดเองทำเองในเรื่องโลว์เทค สู้เอาเวลาไปทำเรื่องไฮเทคเพื่อให้มีมูลค่าจะดีกว่า</p>



<p>ซึ่งความคิดต่างจากจีน เพราะจีนคิดจะพึ่งพาชาติตัวเองในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลว์เทคหรือเรื่องไฮเทค!!!</p>



<p>และแผนของจีนก็คือการพึ่งพาตัวเองด้านไฮเทคให้ได้ และมันจะกลายเป็นพลังต่อยอดเพื่อสนับสนุนการพึ่งพาตัวเองด้านโลว์เทคอีกต่อหนึ่ง!!!</p>



<p>ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าจีนพยายามอย่างสูงสุดที่จะพึ่งพาตัวเอง มันมีหลายข่าวที่ถ่ายทอดออกมา ซึ่งถ้าเราเสพข่าวอย่างผิวเผินเราก็อาจตั้งคำถามว่าจีนคิดจะไม่ให้คนอื่นหากินเลยเหรอ? ไม่คิดจะซื้ออะไรจากชาติอื่นเลยเหรอ? ซึ่งตัวอย่างข่าวก็มีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องไฮเทค เช่น จีนมีระบบค้นเว็บของตัวเอง มีตลาดกลางซื้อขายสินค้าออนไลน์ของตัวเอง มีระบบการชำระเงินของตัวเอง มีเครือข่ายสังคมของตัวเอง มีระบบการแบ่งปันคลิปวีดีโอของตัวเอง เป็นต้น</p>



<p>หรือเรื่องโลว์เทค เช่น สถานที่ท่องเที่ยวในชาติอื่นที่ดี ๆ จีนก็จะจำลองไว้ที่ชาติตัวเอง อาหารอร่อย ๆ จีนก็พยายามหัดทำเอง พืชผักผลไม้อร่อย ๆ ที่ได้รับความนิยม จีนก็พยายามจะปลูกเอง เป็นต้น</p>



<p>ตลาดจีนใหญ่มาก ชาติต่าง ๆ ล้วนอยากขายของเข้าไปที่จีน แต่จีนกลับคิดเองทำเอง พึ่งพาตัวเองแม้กระทั่งสินค้าโลว์เทค ไม่ซื้ออะไรที่เป็นโลว์เทคจากชาติอื่น ส่งผลให้ชาติอื่นหากำไรจากจีนไม่ได้ และ ใช้เป็นอำนาจต่อรองกับจีนก็ไม่ได้</p>



<p>สหรัฐพึ่งพาตัวเองในด้านไฮเทค แต่พึ่งพาชาติอื่นในด้านโลว์เทค ชาติอื่นเลยชอบเพราะทำมาค้าขายด้วยได้ คือ ซื้อของไฮเทคจากสหรัฐ และ ขายของโลว์เทคให้สหรัฐ</p>



<p>ส่วนจีนพึ่งพาตัวเองทั้งด้านไฮเทคและโลว์เทค ดังนั้น กลายเป็นว่าชาติต่าง ๆ ต้องซื้อของไฮเทคและโลว์เทคจากจีน และ ชาติต่าง ๆ แทบจะขายของโลว์เทคของตัวเองให้จีนไม่ได้เลย ยกเว้นทรัพยากรธรรมชาติสำคัญที่จีนไม่มี เช่น น้ำมันปิโตรเลียมและแก๊สธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่ทุกชาติจะมีทรัพยากรธรรมชาติแบบนี้ และอีกไม่นานถ้าจีนเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด รวมทั้งจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับทั้งประเทศด้วยดวงอาทิตย์เทียมได้ ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติแบบนี้ก็จะหมดลงไป</p>



<p>ตอนนี้ภาพมันชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าการครองโลกของจีนและสหรัฐมันต่างกัน</p>



<p>สหรัฐครองโลกโดยการก้าวก่ายชาติอื่นไปทั่ว แต่จีนครองโลกโดยการพึ่งพาตัวเองสูงสุด</p>



<p>เราได้เห็นมาแล้วว่าการครองโลกของสหรัฐมันน่ารำคาญสุด ๆ เพราะสหรัฐชอบสูบทรัพยากรจากชาติต่าง ๆ และถ้าชาติไหนไม่เชื่อฟังสหรัฐ สหรัฐก็คว่ำบาตรไม่ซื้อของ และบังคับให้ชาติอื่นไม่ซื้อของ</p>



<p>แต่การครองโลกของจีนก็คงจะน่ารำคาญอีกแบบนึง เพราะจีนไม่สนใจว่าชาติไหนจะเชื่อฟังหรือไม่เชื่อฟังจีน ยังไงจีนก็ไม่ซื้อของชาตินั้นอยู่ดี เพราะจีนพึ่งพาตัวเองได้ และเผลอ ๆ จีนยังขายสิ่งที่ชาติต่าง ๆ ทำได้ในราคาที่ต่ำมาก ๆ แถมคุณภาพดีกว่าอีกต่างหาก ซึ่งมันจะทำให้ชาติอื่นอดตาย เพราะแข่งกับจีนไม่ได้</p>



<p>ผมคิดว่าตอนนี้ จีนคงจะไม่มีเวลามาหาเสียงกับชาติอื่น จีนต้องพัฒนาชาติตัวเองให้พึ่งพาตัวเองให้ได้ มันเป็นเรื่องความมั่นคง เป็นเรื่องคอขาดบาดตายของชาติ เพราะถ้าพึ่งพาเรื่องไฮเทคระดับพื้นฐานไม่ได้ ก็ต้องเป็นเบี้ยล่างสหรัฐและยุโรปเหมือนอดีตที่ผ่านมา</p>



<p>แต่ผมก็เชื่อนะ ว่าภายใน 5 ปีนี้ หลังจากที่จีนพึ่งพาตัวเองในเรื่องไฮเทคระดับพื้นฐานได้แล้ว ในแผน 5 ปีฉบับหน้า จีนน่าจะบรรจุเรื่องการหาเสียงกับชาติอื่น และเริ่มคิดว่าจะอยู่ร่วมกับชาติอื่นในโลกอย่างสันติและมั่งคั่งร่วมกันได้อย่างไร รวมทั้งวางแผนแบ่งผลประโยชน์ยังไงให้ชาติอื่นไม่รู้สึกว่าจีนสนใจแต่ชาติตัวเองไม่สนใจชาติอื่น</p>



<p>จริง ๆ มันมีแบบแผนที่ทำกันมาแล้วนะโดยสหรัฐอเมริกา ตอนที่สหรัฐอเมริกาเป็นอภิมหาอำนาจโลกเสรี ยังเป็นเจ้าสัวโลก (ตอนนี้จีนเป็นแทนแล้ว) โรงงานของโลก (ตอนนี้จีนก็เป็นแทนแล้ว) และ ศูนย์วิจัยของโลก (อันนี้สหรัฐกับจีนแบ่งกันเป็น) นั่นก็คือ การแจกตังค์</p>



<p>ก่อนที่สหรัฐจะถังแตกแบบในปัจจุบัน สหรัฐแจกตังค์ให้ทุกชาติ แจกแบบเจ้าสัวเลย ให้ทุนในหลาย ๆ แบบ ทั้งทุนด้านการทหาร ทุนด้านการศึกษา ปล่อยกู้ผ่านธนาคารโลก ให้เงินอุดหนุนโน่นนี่นั่น เยอะแยะเต็มไปหมด จนชาติต่าง ๆ ยังคงหลงรักสหรัฐแบบหัวปักหัวปำอย่างทุกวันนี้</p>



<p>ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นไปได้ที่จีนจะทำตามสหรัฐนั่นแหล่ะ เพียงแต่สหรัฐทำโดยไม่ได้ประกาศเป็นแผนระดับชาติ เป็นการทำผ่านกฎหมายเป็นครั้ง ๆ ให้รัฐสภารับรอง แต่ถ้าจีนเล่นประกาศเป็นแผนระดับชาติออกมา ว่าจะอุดหนุนช่วยเหลือเรื่องเงินทองกับชาติต่าง ๆ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว มันก็จะฮือฮาไปอีกแบบนึง</p>



<p>ซึ่งมันต่างจากการที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงประกาศแจกวัคซีนให้ชาติต่าง ๆ เพื่อหาเสียงกับชาติต่าง ๆ อันนั้นมันเป็นแค่ระดับผู้นำสั่งเป็นครั้ง ๆ ไม่ได้เป็นแผนระดับชาติที่ถูกกำหนดให้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>การครองโลก มันมีแค่ 4 วิธี คือ ใช้กำลังทหาร ใช้กำลังเศรษฐกิจ ใช้กำลังวิทยาการ และ ใช้กำลังวัฒนธรรม ผมเลยคิดว่าจีนคงจะเร่งพัฒนากำลังเศรษฐกิจและกำลังวิทยาการ จนมีกำลังทหารและกำลังวัฒนธรรมที่กล้าแกร่ง และจะครองโลกในอีกรูปแบบนึงอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เป็นได้!!!</p>



<p></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2960/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การทดลองชวนแหวะที่เรียกว่า Brain in a Vat</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1019</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1019#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 16:14:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Simulation]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1019</guid>

					<description><![CDATA[พวกเราต่างก็รู้ว่ามีความพยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะให้มนุษย์กับคอมพิวเตอร์ประสานกันได้อย่างลึกซึ้งมากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เรามักจะพบแขนงวิชาเทพ ๆ ทางคอมพิวเตอร์มากมายที่คิดค้นกันขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น &#8230; Brain Computer Interface, Virtual Reality, Virtual Life, Digital Life เป็นต้น เพื่อนของผมเคยเล่าละครฝรั่งเรื่องนึงให้ฟัง เนื้อเรื่องชวนแหวะมาก โดยเนื้อเรื่องกล่าวถึงการทดลองลับสุดยอดที่กระทำโดยมหาอำนาจชาติหนึ่ง เป็นการทดลองเพื่อต่อเชื่อมสมองของบุคคลอัจฉริยะเข้ากับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ &#8230; แต่ว่า &#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พวกเราต่างก็รู้ว่ามีความพยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะให้มนุษย์กับคอมพิวเตอร์ประสานกันได้อย่างลึกซึ้งมากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เรามักจะพบแขนงวิชาเทพ ๆ ทางคอมพิวเตอร์มากมายที่คิดค้นกันขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น &#8230; Brain Computer Interface, Virtual Reality, Virtual Life, Digital Life เป็นต้น</p>
<p>เพื่อนของผมเคยเล่าละครฝรั่งเรื่องนึงให้ฟัง เนื้อเรื่องชวนแหวะมาก โดยเนื้อเรื่องกล่าวถึงการทดลองลับสุดยอดที่กระทำโดยมหาอำนาจชาติหนึ่ง เป็นการทดลองเพื่อต่อเชื่อมสมองของบุคคลอัจฉริยะเข้ากับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ &#8230; แต่ว่า &#8230; ต่อแค่สมองกับคอมพิวเตอร์นะ &#8230; ร่างกายไม่เกี่ยว!!!</p>
<p>อือม ผมว่ามันเป็นเรื่องไร้มนุษยธรรมมากเลยนะ หากมีการพรากสมองออกจากร่างกายของคนเป็น ๆ ไม่ว่าเขาจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม (ซึ่งผมว่าคงไม่มีใครยอมหรอก)</p>
<p>ลองนึกภาพสมองของมนุษย์ที่ยังเป็น ๆ ถูกนำมาแช่เอาไว้ในภาชนะซึ่งบรรจุสารละลายต่าง ๆ เพื่อทำให้สมองยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เรื่อย ๆ แล้วก็มีสายระโยงระยางจากสมองเชื่อมไปยังซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อีกทอดหนึ่ง &#8230; คิดแล้วจะแหวะ</p>
<p><strong>Brain in a Vat</strong> คือชื่อของการทดลองหรือทฤษฎีนี้ครับ แปลกันง่าย ๆ ก็คือ &#8220;สมองในภาชนะ&#8221; นั่นเอง</p>
<p>ตามทฤษฎีแล้ว <strong>Brain in a Vat</strong> สามารถแยกออกได้เป็น 2 จุดประสงค์ใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ</p>
<p><span id="more-1019"></span></p>
<p>1.  <strong>เพื่อสร้างโลกเสมือนจริงให้มนุษย์อย่างสมบูรณ์</strong> โดยเป็นการสร้างโลกเสมือนจริงด้วยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อใช้กระตุ้นเร้าประสาทสัมผัสทั้ง 5 เข้าสู่สมองโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น, การได้ยิน, การรับรส, การได้กลิ่น หรือ กายสัมผัส</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1017" alt="Brain in a Vat แบบที่ 1" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2008/12/brain_in_a_vat_1.jpg" /></a></div>
<p>ด้วยระบบเสมือนจริงเช่นนี้ มนุษย์ผู้นั้นจะไม่มีทางหลุดพ้นจากโลกเสมือนจริงนี้ได้ตลอดไป และไม่มีทางรับรู้โลกที่แท้จริงได้ตลอดกาล</p>
<p>2.  <strong>เพื่อสร้างระบบชีวคอมพิวเตอร์อันไร้ขอบเขต</strong> โดยอาศัยสมองอันแสนอัจฉริยะของมนุษย์ เพื่อควบคุมคอมพิวเตอร์สมรรถนะสุดยอด ให้ประมวลผลได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะสติปัญญาของมนุษย์กับของคอมพิวเตอร์จะถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เหนือกว่าปัญญาประดิษฐ์ใด ๆ ทั้งปวง</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1018" alt="Brain in a Vat แบบที่ 2" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2008/12/brain_in_a_vat_2.jpg" /></a></div>
<p>สติปัญญาไม่ได้ขึ้นกับการคิดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความทรงจำด้วย ซึ่งหมายความว่าสมองดังกล่าวย่อมต้องจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง และรับรู้ว่าตัวเองนั้นมีสภาพที่แปรเปลี่ยนไป ซึ่งหากยอมรับสภาพได้ก็ดีไป แต่หากรับสภาพไม่ได้ก็เหมือนกับตายทั้งเป็น!!!</p>
<p>โดยสรุปแล้ว ผมคิดว่า Brain in a Vat น่ะมีแน่ เพียงแต่ยังไม่เปิดเผยออกมาให้สาธารณชนรับรู้เท่านั้นเอง!</p>
<p>[tags]Brain, In, A, Vat, การทดลอง, ชวนแหวะ[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1019/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>7</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Brain Computer Interface</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/132</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/132#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Oct 2006 14:46:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Simulation]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/?p=132</guid>

					<description><![CDATA[พวกเราคงยังจำความสนุก ความงง ความเง็ง และความตื่นตาตื่นใจจากหนังเรื่อง The Matrix ทั้งสามภาคได้ ผมเองก็รู้สึกสนุกไปกับหนังเรื่องนี้เหมือนกัน โดยเฉพาะการที่เจ้าพวกจักรกลมันมีความอัจฉริยะถึงขนาดสร้างระบบเสมือนจริง แล้วต่อเชื่อมสมองและระบบประสาททั้งร่างกายของมนุษย์เข้าสู่ระบบเสมือนจริงดังกล่าวได้ โหย ไมมันเก่งงี้วะเนี่ย? (ตอนนั้นนึกแบบนี้อ่ะ) ร่างกายมนุษย์มันซับซ้อนมาก ๆ ครับ รวมถึงสมองของมนุษย์เราด้วยที่ก็ซับซ้อนไม่แพ้กัน ทุกวันนี้เป็นที่รู้กันว่ามนุษย์เรารู้จักดวงจันทร์มากกว่ารู้จักสมองของมนุษย์ซะอีก แย่เน้อะคนเรา ชอบสนใจสิ่งไกลตัว แทนที่จะสนใจสิ่งใกล้ตัว สำหรับผมแล้ว ฉากในภาคแรกที่ &#8220;นีโอ&#8221; รู้สึกตัวขึ้นมาในโลกแห่งความจริงแล้วพบว่าตนเองนั้น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พวกเราคงยังจำความสนุก ความงง ความเง็ง และความตื่นตาตื่นใจจากหนังเรื่อง The Matrix ทั้งสามภาคได้  ผมเองก็รู้สึกสนุกไปกับหนังเรื่องนี้เหมือนกัน โดยเฉพาะการที่เจ้าพวกจักรกลมันมีความอัจฉริยะถึงขนาดสร้างระบบเสมือนจริง แล้วต่อเชื่อมสมองและระบบประสาททั้งร่างกายของมนุษย์เข้าสู่ระบบเสมือนจริงดังกล่าวได้</p>
<div style="text-align: center"><img decoding="async" id="image131" alt="The Matrix" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2006/10/matrix_overview.jpg" /></div>
<p>โหย ไมมันเก่งงี้วะเนี่ย? (ตอนนั้นนึกแบบนี้อ่ะ)</p>
<p>ร่างกายมนุษย์มันซับซ้อนมาก ๆ ครับ รวมถึงสมองของมนุษย์เราด้วยที่ก็ซับซ้อนไม่แพ้กัน ทุกวันนี้เป็นที่รู้กันว่ามนุษย์เรารู้จักดวงจันทร์มากกว่ารู้จักสมองของมนุษย์ซะอีก แย่เน้อะคนเรา ชอบสนใจสิ่งไกลตัว แทนที่จะสนใจสิ่งใกล้ตัว</p>
<p>สำหรับผมแล้ว ฉากในภาคแรกที่ &#8220;นีโอ&#8221; รู้สึกตัวขึ้นมาในโลกแห่งความจริงแล้วพบว่าตนเองนั้น นอนอยู่ในแคปซูลซึ่งมีน้ำปริ่ม ๆ แถมถูกอุดปากด้วยท่อส่งอาหาร, บนหัวถูกเสียบด้วยแท่งควบคุม และตามกระดูกสันหลัง แขน ขา ถูกเสียบด้วยท่อโลหะประหลาด ซึ่งมารู้ภายหลังว่าทั้งหมดที่ &#8220;เสียบ&#8221; และ &#8220;แทง&#8221; เข้าสู่ร่างกายทั่วร่างของ &#8220;นีโอ&#8221; นั้นคือ Input Output Device เพื่อเชื่อมโยงให้ &#8220;นีโอ&#8221; online เข้าสู่โลกเสมือนจริง</p>
<p>สยองมาก ๆ ฉากนั้น โหย ไมมันทำถึงขนาดนี้วะเนี่ย!!!</p>
<p>แต่เรื่องจริงนี่สิครับสยองกว่า เพราะคนสร้างหนังคงไม่สามารถสร้างหนังแบบนี้ออกมาได้ หากไม่มีเค้าโครงจากเรื่องจริง เหมือนกับภาษิตไทยที่ว่า &#8220;ไม่มีไฟ ก็คงไม่มีควัน&#8221; เพราะปัจจุบันกำลังมีการเดินหน้าเพื่อวิจัยพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า <a href="http://www.bci-info.org/">Brain Computer Interface</a> อยู่อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><a href="http://www.bci-info.org/">Brain Computer Interface</a> เป็นศาสตร์ที่รวมกันระหว่างความรู้ในเรื่อง computer, electronics, ไฟฟ้าเคมี, ระบบประสาท, ระบบสมอง, สรีระวิทยา เข้าไว้ด้วยกัน  จุดมุ่งหมายของศาสตร์นี้ก็เพื่อทำยังไงก็ได้ ให้มนุษย์กับ Electronics Device เชื่อมประสานกันและสื่อสารกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารทางเดียว หรือการสื่อสารสองทาง ซึ่งหากทำสำเร็จจะทำให้เกิดนวัตกรรมดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Cyborg">Cyborg</a> &#8211; ด้วยการวิจัยทาง Brain Computer Interface จะทำให้มนุษย์เราสามารถเชื่อมระบบประสาทของเราเข้ากับอวัยวะเทียม ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ประกอบจากวัสดุเบา, คงทน และมีวงจร electronic ที่ล้ำยุคคอยสื่อสารระหว่างชิ้นส่วนอวัยวะ กับระบบประสาทของเรา แบบนี้แทบไม่ต่างจากหนังเรื่อง Robocop เลย</li>
<li><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Virtual_reality">Virtual Reality</a> &#8211;  ด้วยการศึกษาอย่างถ่องแท้ถึงกลไกทางสมอง และกลไกทางระบบประสาท การที่เราจะ download ตัวเองเข้าสู่โลกเสมือนจริงแบบหนังเรื่อง Matrix ก็ย่อมเป็นไปได้</li>
<li><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Cognitive_Science">Cognitive Science</a> &#8211; หากทำสำเร็จ มนุษย์เราจะสามารถฝัง CPU + RAM + DMA เอาไว้ในสมองของมนุษย์ได้ แล้วถึงตอนนั้นสมองของมนุษย์ก็จะคิดได้ไวพอ ๆ กับ computer เลยทีเดียว บรื๋อ คิดแล้วสยอง ทุกวันนี้ก็คิดมากอยู่แล้ว ถ้ามีแบบนี้อีกไม่คิดจนนอนไม่หลับเลยเหรอเนี่ย?</li>
</ol>
<p>ทีนี้เรามาดูกันครับ ว่าเขาทำอีท่าไหน ถึงสามารถไปสื่อสารและควบคุมสมองและระบบประสาทของสิ่งมีชีวิตเยี่ยงมนุษย์อย่างเราได้ เขาทำงี้ครับ เขาทำการศึกษาในแขนงวิชาย่อยอีกแขนงนึงที่ชื่อว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Electroencephalography">Electroencephalography</a> ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า &#8220;สรีระทางระบบประสาทซึ่งอาศัยการตรวจวัดทางไฟฟ้าจากคลื่นสมอง&#8221; การวิจัยนี้ต้องใช้ทั้งแพทย์และวิศวกรไฟฟ้าร่วมมือกันครับ ไม่งั้นไม่ก้าวหน้าแน่</p>
<p>อย่างที่เรา ๆ ท่าน ๆ ทราบกันอ่ะครับ ว่าสมองของเราจะมีการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาอันเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีในสมองเรา หรือเรียกว่าคลื่นไฟฟ้าเคมี ทีนี้เขาก็เลยคิดว่าถ้าสามารถเลียนแบบคลื่นที่ว่านี้ได้ ก็สามารถจะสื่อสารกับสมองและระบบประสาทได้ โดยการเอาเครื่องมือตรวจวัดไปแปะไว้บนหนังหัว แล้วก็อ่านค่าคลื่นไฟฟ้ามาให้จงได้ ซึ่งผลของคลื่นไฟฟ้าที่ได้มาถูกเรียกกันว่า electroencephalogram หรือ EEG<strong> </strong></p>
<p>ผมอ่านแล้วยังนึกขำเลย เพราะมันไม่แตกต่างจากเราอยากจะคุยกับ &#8220;หมา&#8221; เราก็เลยต้องวิเคราะห์ &#8220;เสียงเห่า&#8221; ของ &#8220;หมา&#8221; เพื่อเราจะคุยกับมันได้ คิดได้ไงวะเนี่ย? <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>เอาล่ะ การวิจัยก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักวิจัย, แพทย์, นักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรในแขนงที่เกี่ยวข้องต่อไป ทีนี้วกกลับมาที่นักพัฒนา Software อย่างพวกเราบ้างครับ ว่าเราจะไปเกี่ยวไปข้องอะไรบ้าง</p>
<p>ครับ เราคงไม่สามารถที่จะหาเครื่องมือแพง ๆ เพื่อมาจับสัญญาณสมองที่ว่าได้หรอก ดังนั้นจึงมีการตั้งโครงการขึ้นมาเพื่อสร้าง Simulation Software เพื่อเลียนแบบคลื่นสมองของมนุษย์ แล้วให้นักพัฒนา Software ได้มีโอกาสเขียน program เพื่อวิเคราะห์, สื่อสาร, สั่งการ และโต้ตอบกับคลื่นสมองดังกล่าว</p>
<p>ของบริษัทเอกชนไม่มีให้ download เลยครับ มีแต่เอาตัวอย่างภาพของ program มาอวดให้ดูว่าทำได้อย่างโน้นอย่างนี้ แต่ไม่มีให้ลองเลย ดังนั้น เราลองจาก open source ดีกว่า โดยเป็นของ <a href="http://openeeg.sourceforge.net/doc/index.html">OpenEEG Project</a> ครับ ซึ่งเขาพัฒนากันที่ <a href="http://www.sourceforge.net/">http://www.sourceforge.net</a></p>
<p><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> การทำ simulation จะทำไม่ได้ครับ ถ้าไม่ได้เก็บข้อมูลที่เหมือนจริงมา</p>
<p>[tags]Brain Computer Interface, เมตริกซ์, Simulation Software, สมอง, ระบบประสาท, Open Source[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/132/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>4</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
