<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Investment &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/category/investment/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 25 Aug 2010 05:06:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>วิวัฒนาการของโปรแกรมดูหุ้น</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1396</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1396#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Aug 2010 05:06:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Internetworking]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Web Service]]></category>
		<category><![CDATA[.NET]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมดูหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[Desktop Application]]></category>
		<category><![CDATA[Java Applet]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Phone]]></category>
		<category><![CDATA[Visual C++]]></category>
		<category><![CDATA[web application]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.tai-parinya.com/?p=1396</guid>

					<description><![CDATA[ช่วงนี้ผมจับจ้องหุ้นเป็นพ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ผมจับจ้องหุ้นเป็นพิเศษ หลังจากที่ไม่ได้สนใจมันมานานพอควร เหตุผลคงเป็นเพราะดัชนีมันจะแตะ 900+ อยู่มะรอมมะร่อ ซึ่งผมเห็นว่ามันมีสัญญาณบางอย่างบ่งบอกออกมาว่า น่าจะมีการปรับฐานเกิดขึ้น และก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นการปรับฐานลงมากกว่า เพราะการที่หุ้นขึ้นก็เนื่องจากมีการเข้ามาเก็งกำไรของเงินนอก เงินนอกไหลเข้ามาจนกระทั่งทำให้ค่าเงินบาทแข็ง ทำให้หุ้นทะยานขึ้น เพราะเงินนอกที่เอามากว้านซื้อเงินบาท ถูกถมเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นบ้านเรา</p>
<p>การจะดูหุ้นเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่จะต้องไปยืนดูที่หน้ากระดานที่บริษัทหลักทรัพย์จัดเตรียมเอาไว้ เดี๋ยวนี้เราดูผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้แล้ว แถมถึงขั้นดูผ่านโทรศัพท์มือถือได้ด้วย แต่พวกเรารู้กันบ้างหรือเปล่าว่า กว่าจะมาถึงตอนนี้ได้ โปรแกรมดูหุ้นได้ผ่านวิวัฒนาการอะไรมาบ้าง?</p>
<p>ผมไม่ลงวันที่ชัดเจนนะ เอาจากประสบการณ์ของตัวเองมาเล่าก็แล้วกัน!!</p>
<p><span id="more-1396"></span></p>
<p><strong>MS-DOS จ๋า จุ๊บ ๆ</strong></p>
<p>ผมได้เห็นโปรแกรมดูหุ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2540 ตอนนั้น CEO เรียกให้คนศูนย์คอมพิวเตอร์ไปตรวจสอบคอมพิวเตอร์ เพราะพี่แกดูหุ้นไม่ได้ ซึ่งความซวยมาตกที่ผม ผมก็เลยต้องเป็นคนไปดูให้ เลยได้เห็นว่าโปรแกรมดูหุ้นในตอนนั้น ใช้สั่งซื้อสั่งขายหุ้นไม่ได้ เรียกว่าเอาไว้ดูหุ้นเฉย ๆ จริง ๆ โดยมันเป็นโปรแกรมที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ MS-DOS แสดงผลหน้าจอแบบ Text Mode, เชื่อมต่อกับบริษัทให้บริการข้อมูลหุ้นด้วย MODEM 14.4K ผ่านเบอร์โทรศัพท์เฉพาะที่บริษัทฯจัดเตรียมเอาไว้ให้ลูกค้า ซึ่งผมคิดว่าเขาคงจะใช้ระบบโปรโตคอลแบบปิด ไม่ใช่โปรโตคอลที่แพร่หลายในทุกวันนี้</p>
<p>สรุปตอนนั้นผมไม่มีปัญญาแก้ไขให้เขาได้ เพราะบริษัทที่ให้บริการข้อมูลหุ้นนั่นแหล่ะ ที่ไม่ยอมส่งข้อมูลมาให้เพราะระบบขัดข้อง</p>
<p><strong>Desktop Application ครองโลก</strong></p>
<p>ปี พ.ศ. 2546 ผมก็เริ่มเปิดพอร์ตหุ้นเป็นของตัวเอง ตอนนั้นเริ่มก้าวหน้าแล้ว เพราะผมสามารถดูหุ้นและสั่งซื้อสั่งขายหุ้นได้ผ่านโปรแกรมดูหุ้น ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดหาเอาไว้ให้กับลูกค้า โดยให้ลูกค้าดาวน์โหลดโปรแกรมไปเองผ่านหน้าเว็บ</p>
<p>โปรแกรมดูหุ้นสมัยนั้น ส่วนใหญ่เขียนขึ้นด้วย Microsoft Visual C++ ดังนั้น ลูกค้าจึงต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows เพื่อใช้งานโปรแกรมดังกล่าว โดยโปรแกรมจะเชื่อมโยงข้อมูลกับบริษัทหลักทรัพย์ผ่านโปรโตคอลแบบปิดของตัวเอง และโปรโตคอลที่ว่าก็ขี่อยู่บนโปรโตคอล TCP/IP อีกทีนึง ลูกค้าก็เลยไม่ต้องหมุน MODEM ไปที่บริษัทหลักทรัพย์ แต่หมุน MODEM ไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแทน</p>
<p><strong>Applet มาแล้วจ้า</strong></p>
<p>ผมคิดว่าลูกค้าคนอื่นก็น่าจะคิดเหมือนผม ว่าถ้าเราไปดูหุ้นที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของ เราก็ต้องไปลงโปรแกรมดูหุ้นใหม่ เสียเวลาทำมาหากิน แถมบางทีเครื่องนั้น ๆ อาจจะล็อกสิทธิ์เอาไว้ ไม่ให้เราติดตั้งโปรแกรมอีกต่างหาก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจบริษัทหลักทรัพย์เหล่านั้น ทำให้มีการพัฒนาโปรแกรมดูหุ้นแบบใหม่ โดยใช้กลไก Java Applet ร่วมกับ Active X เพื่อให้สามารถดูหุ้นผ่าน Web Browser ได้ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลามาดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมดูหุ้นอีกต่อไป</p>
<p><strong>Rich Internet Application คือคำตอบ?</strong></p>
<p>ปัญหาใหญ่ของ Java คือมันช้า และดูท่าทางจะไม่เหมาะกับการโต้ตอบแบบสองทาง เพราะเห็นได้ชัดว่าถ้าผมดูหุ้นผ่านโปรแกรมดูหุ้นแบบ Java Applet ที่บ้านมันจะไม่มีปัญหา สามารถสื่อสารข้อมูลแบบสองทางได้ แต่ถ้ามาดูที่ทำงานซึ่งต้องกำหนด Proxy แล้วล่ะก็ โปรแกรมดูหุ้นจะแบ๊ะ ๆ ไม่สามารถสื่อสารสองทางได้ทันที</p>
<p>และทางบริษัทหลักทรัพย์ก็คงจะรู้ในข้อด้อยข้อนี้ พี่แกก็เลยทำโปรแกรมรุ่นใหม่ออกมา เพื่อให้ยังคงความเป็น Web Application อยู่ แต่เพิ่มขีดความสามารถในการตอบโต้แบบสองทางเข้าไป โดยการเลือกใช้ Web Application Framework ที่สนับสนุนความเป็น Rich Internet Application ขึ้นมา เพื่อยกระดับโปรแกรมดูหุ้นให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น</p>
<p>เสียดายที่ความเป็น Rich Internet Application บางครั้งมันก็ขึ้นกับ Platform ดังนั้น ทุกวันนี้ผมก็เลยต้องดูหุ้นผ่านโปรแกรมดูหุ้น ที่ทำงานเฉพาะบน Internet Explorer เท่านั้น (มันทำจาก ASP .NET) ยังไม่สามารถใช้งานผ่าน Web Browser อื่นอย่าง Mozilla Firefox หรือ Google Chrome</p>
<p><strong>Smart Phone ของเรา</strong></p>
<p>ผมยังไม่มี Smart Phone เป็นของตัวเอง ยังอาศัยจิ้มเล่นจากของผู้ร่วมงานและเพื่อน ๆ อยู่ ก็เลยยังไม่เคยซื้อขายหุ้นผ่าน Smart Phone จริง ๆ ซักที เลยยังไม่สามารถโม้ได้ว่า มันน่าจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอะไรบ้าง</p>
<p><strong>สรุป</strong></p>
<p>และทั้งหมดนี้ก็คือวิวัฒนาการของโปรแกรมดูหุ้นอ่ะนะ ไม่รู้ว่าต่อไปอนาคตข้างหน้ามันจะเทพยิ่งกว่านี้หรือเปล่า ไม่แน่ว่าต่อไปมันอาจจะเชื่อมเข้ากับเทคโนโลยี Brain Computer Interface ก็ได้นะ ใครจะรู้?</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1396/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ้น CYBER</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1387</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1387#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Aug 2010 04:11:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[CYBER]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.tai-parinya.com/?p=1387</guid>

					<description><![CDATA[ผมกำลังนั่งวิเคราะห์หุ้นข]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมกำลังนั่งวิเคราะห์หุ้นของ บริษัท CyberPlanet Interactive จำกัด (มหาชน) อยู่</p>
<p>เมืองไทยเรามีกิจการน้อยรายนัก ที่ทำมาหากินกับการผลิตสินค้าไอทีออกขาย โดยไม่ได้พึ่งพิงอิงแอบกับการประกวดราคาจากภาครัฐ หรือกินสัมปทานจากรัฐบาล</p>
<p>สำหรับผมแล้ว CYBER ถือว่าเป็นกิจการที่ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ไม่คิดจะเข้ามากอบโกยอะไรจากตลาดหุ้นมากนัก ส่วนเจ้าพ่อหุ้นจะสนใจเข้ามาแทะโลมหุ้นตัวนี้หรือเปล่านั้น ก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง</p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2010/08/cyber.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2010/08/cyber.jpg" alt="" title="cyber" width="639" height="223" class="aligncenter size-full wp-image-1388" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2010/08/cyber.jpg 639w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2010/08/cyber-300x104.jpg 300w" sizes="(max-width: 639px) 100vw, 639px" /></a></p>
<p>ถ้าผมมีเงิน 106,800,000.00 บาท ผมก็อยากจะครองสัดส่วนของรายย่อยจำนวน 60,000,000 หุ้น (คิดเป็น 21.43% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด) เหมือนกัน</p>
<p>แต่เสียดาย ไม่ได้รวยขนาดนั้นว่ะ!!!</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1387/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ้นไฮเทคใน NASDAQ-100</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1372</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1372#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Aug 2010 09:37:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮเทค]]></category>
		<category><![CDATA[NASDAQ]]></category>
		<category><![CDATA[NASDAQ-100]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.tai-parinya.com/?p=1372</guid>

					<description><![CDATA[ก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่า NA]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่า NASDAQ เป็นตลาดหุ้นไฮเทคของสหรัฐอเมริกา และ NASDAQ-100 ก็เป็น 100 บริษัทยักษ์ใหญ่ (ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่ทำธุรกิจการเงิน) ที่ถูกเลือกมาทำเป็นดัชนีเพื่อชี้วัดความเจ๋งเป้งของ NASDAQ</p>
<p>ผมเป็นคนรู้น้อย รู้ไม่ค่อยกว้างขวาง และก็รู้ไม่ค่อยจะทันคนอื่นซักเท่าไหร่ ดังนั้น ผมก็เลยเพิ่งจะคิดว่า ผมควรจะเอาบริษัทใน NASDAQ-100 มาดูหน่อยดีกว่า ว่าผมรู้จักบริษัทอะไรในนั้นบ้าง???</p>
<p><span id="more-1372"></span></p>
<p><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2010/08/NASDAQ-100-Index_1280826858.gif"><img decoding="async" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2010/08/NASDAQ-100-Index_1280826858.gif" alt="" title="NASDAQ-100-Index_1280826858" width="500" height="2147" class="aligncenter size-full wp-image-1379" /></a></p>
<p>ผมขีดเส้นสีแดงไว้ตรงบริษัทที่ผมรู้จัก (โดยดูปราด ๆ จากครั้งแรกที่เห็น ไม่ได้ไปค้นข้อมูลเพิ่มเติม) ทำให้ผมเพิ่งจะรู้ว่าผมรู้จักแค่ 25 บริษัทจาก 100 บริษัทใน NASDAQ-100 เท่านั้น!!!</p>
<p>งั้นก็คิดเป็น 25% หรือ 1 ใน 4 สินะ ที่ผมรู้จัก อือม ผมรู้น้อยจริง ๆ แฮะ T-T</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1372/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เกมหุ้น</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1207</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1207#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Jan 2010 15:20:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Programming]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/a/1207/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99/</guid>

					<description><![CDATA[ทุกวันนี้ มีเว็บไซต์ดัง ๆ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกวันนี้ มีเว็บไซต์ดัง ๆ ในเมืองไทยหลาย ๆ แห่ง รวมทั้งเว็บไซต์ของบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ที่ให้โอกาสนักลงทุนมือใหม่ (ที่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ ในความผันผวนของตลาดหุ้นเมืองไทย) ได้เข้าไปลองลงทุนในหุ้น ผ่านเกมหุ้นหรือพอร์ตหุ้นแบบปลอม ๆ!!!</p>
<p>บ่อยครั้งที่เพื่อนหรือผู้ร่วมงานมาชวนผมคุยเรื่องการลงทุน และสุดท้ายก็หนีไม่พ้นที่จะบอกว่า พวกเขาเคยผ่านการลองเกมหุ้นมาแล้ว และพบว่า &#8230; งง &#8230; มากมาย &#8230; มหาศาล &#8230; ล้านแปด!!!!</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1206" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2010/01/how_stock.jpg" alt="เกมหุ้น" /></div>
<p>ข้างบนคือเรื่องจริง ๆ ที่เกิดขึ้น คือคำถามจริง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นคำถามที่เป็นขั้นเป็นตอน และหากตอบโจทย์ได้ทุกข้อ ก็หมายความว่าคน ๆ นั้นจะได้เป็นนักลงทุนในหุ้นที่แท้จริง!!!</p>
<p>จะเห็นว่าเกมหุ้นที่มีให้เล่นอยู่อย่างกลาดเกลื่อนนั้น มันไม่สามารถตอบโจทย์ตั้งแต่ข้อที่ 1 ของเราได้ เพราะเปิดมาแล้วมันละลานตา มันเลือกไม่ถูก ไม่รู้จะเลือกอะไรดี??</p>
<p>มันเป็นแค่เครื่องมือ เพื่อให้เราได้ลองเข้าไปผสมโรงกับบรรยากาศ ของความวุ่นวายและสับสนของตลาดหุ้นไทยเท่านั้น ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องพลิกความคิดในการสร้างเกมหุ้นใหม่ เพื่อช่วยให้เกิดการสร้างทักษะและประสบการณ์ในตลาดหุ้นไทยแบบก้าวกระโดด &#8230;</p>
<p><span id="more-1207"></span></p>
<p>สิ่งแรกที่เราต้องทำความเข้าใจและยอมรับกันก็คือ หุ้นในตลาดหุ้นไทยของเรา มีอยู่สองประเภทใหญ่ ๆ คือ หุ้นที่มีเจ้ามือหลายคน และ หุ้นที่มีเจ้ามือเพียงคนเดียว!!!</p>
<p>และสิ่งที่ต้องเข้าใจถัดมาก็คือ เมื่อรู้แล้วว่าหุ้นแทบทุกตัวมีเจ้ามือคุมอยู่ ดังนั้น เราจึงสามารถข้ามทักษะในข้อที่ 1 (ข้างบน) ไปได้เลย แล้วไปฝึกฝนทักษะในข้อที่ 2 และข้อที่ 3 (ข้างบน) แทน!!!</p>
<p>ดังนั้น เกมหุ้นที่ควรจะสร้างขึ้น ควรจะมีคุณสมบัติล้อตามตลาดหุ้นไทยดังนี้</p>
<ol>
<li>ผู้เล่นจะได้เป็นนักลงทุนรายย่อยคนหนึ่งในเกม โดยมีเงินลงทุนที่จำกัดจำเขี่ย</li>
<li>ควรมีหุ้นเพียงตัวเดียวให้ลงทุน</li>
<li>โดยสามารถเลือกโหมดของหุ้นได้สองแบบ คือ แบบที่มีเจ้ามือหลายคนคุม และั แบบที่มีเจ้ามือคนเดียวคุม</li>
<li>มีการสร้างนักลงทุนรายย่อยขึ้นมา 100 คน เพื่อมาช่วยแย่งซื้อแย่งขายหุ้นกับเราและเจ้ามือ เพื่อทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหว</li>
<li>เจ้ามือในเกมจะมีอุปนิสัยแบบสุ่ม ทั้งแบบโลภน้อย, โลภมาก, เลว และ เลวมาก คละกันไป</li>
<li>ให้เวลาเกม 10 นาที เท่ากับเวลาจริง 1 วัน</li>
<li>ในตอนเริ่มเกม นักลงทุนรายย่อยแต่ล่ะคน จะมีอุปนิสัยแบบสุ่ม, มีเงินลงทุนแบบสุ่ม และมีจำนวนหุ้นในมือแบบสุ่ม</li>
<li>เจ้ามือที่คุมหุ้นในเกม ต้องรู้จักปั่นหุ้น, ทุบหุ้น, โยนหุ้น หรือยืมหุ้นมาเทขาย เพื่อสร้างราคาให้เป็นไปตามที่เจ้ามือต้องการ</li>
<li>เจ้ามือที่คุมหุ้นในเกม ต้องรู้จักเพิ่มทุน, ลดทุน, แตกพาร์, รวมพาร์, ออกวอร์แรนท์ และใช้สิทธิ์วอร์แรนท์ เพื่อซื้อหุ้นเพิ่มทุน</li>
<li>นักลงทุนรายย่อยคนไหนเจ๊ง ต้องถูกคัดออก</li>
<li>ผู้เล่นจะชนะเกมนี้ได้ เมื่อสามารถรวบรวมหุ้นได้เป็นจำนวน 1 ใน 5 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด</li>
</ol>
<p>จะเห็นว่า ถ้าเราสามารถสร้างเกมหุ้นให้มีคุณลักษณะตามข้อ ๆ ข้างบนได้แล้วล่ะก็ รับรองว่า คนที่เล่นเกมหุ้นนี้จะเข้าใจตลาดหุ้นไทยได้อย่างถ่องแท้เชียวแหล่ะ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>ว่าแต่ เกมหุ้นแบบนี้นี่ มันต้องใช้ความรู้ในแขนงวิชาปัญญาประดิษฐ์ระดับไหนอ่ะเนี่ย ถึงจะสร้างมันออกมาได้อ่ะ T-T</p>
<p>[tags]เกม, หุ้น, เกมหุ้น[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1207/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>11</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เก็งกำไรเวลาของคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1153</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1153#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2009 03:20:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1153</guid>

					<description><![CDATA[อ่านข่าวนี้แล้วแทบสำลัก G]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อ่านข่าวนี้แล้วแทบสำลัก <a href="http://www.sciencedaily.com/releases/2009/08/090824204828.htm">Grid Computing, The New Commodity</a></p>
<p>สำหรับคนที่ไม่อยากอ่านแต่อยากรู้ก็จะโม้ว่า ฝรั่งเขาคิดจะเก็งกำไร &#8220;เวลา&#8221; ในการใช้งานของคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ (ซึ่งพวกเขาถือครองอยู่) เพื่อให้องค์กรหรือคนทั่วไปได้นำ &#8220;เวลา&#8221; ที่ว่า ไปประมวลผลตามความต้องการได้</p>
<p>ลำพังแค่ให้ประมูล &#8220;เวลา&#8221; ก็ถือว่าโอเว่อร์แล้ว แต่นี่พี่แกคิดจะทำให้เหมือนกับการเก็งกำไรหุ้นในตลาดหุ้น, การเก็งกำไรเงินในตลาดเงิน, การเก็งกำไรอนุพันธ์ในตลาดอนุพันธ์ และ การเก็งกำไรข้าวกับยางแผ่นรมควันในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า แบบนั้นเลย!!!</p>
<p>ที่ผ่านมาเราใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการเก็งกำไร แต่ผมเองก็ไม่เคยคิดเลยว่า แม้แต่ศักยภาพของคอมพิวเตอร์ ก็กลับถูกทำให้กลายเป็นสินค้าเพื่อการเก็งกำไรไปซะงั้น!!!</p>
<p>ถ้าเครื่องเร่งกาลเวลาอันได้แก่ ความผันผวนทางการเงิน กับ โลกาภิวัฒน์สารสนเทศ กอดคอวิ่งไปด้วยความเร็วที่เท่ากันแบบนี้ อนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย คงกำลังจะเดินทางมาถึงเราในไม่ช้านี้แน่ ๆ!</p>
<p>[tags]เก็งกำไร, เวลา, คอมพิวเตอร์, ขนาดยักษ์, Grid Computing[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1153/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ้นกลุ่มไอที</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1128</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1128#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2009 03:43:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1128</guid>

					<description><![CDATA[ช่วงนี้เศรษฐกิจกำลังฟื้น ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้เศรษฐกิจกำลังฟื้น สัญญาณหลาย ๆ อย่างมันก็เลยถูกส่งออกมา และที่เห็นเด่นชัดที่สุดก็คงจะเป็น การทะยานขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</p>
<p>พฤติกรรมของตลาดหุ้นไทยเดาไม่ยาก จำไว้หลักง่าย ๆ ก็คือ &#8230; เวลา SET ขึ้น หุ้นจะค่อย ๆ ขึ้นตามหลัง SET (อย่างระมัดระวัง) &#8230; แต่เวลา SET ลง หุ้นจะตะบี้ตะบันแข่งกันลงแซงหน้า SET แบบไม่เห็นฝุ่นกันเลยทีเดียว!!!</p>
<p>บางคนอาจจะเข้าใจว่าถ้าเราอยู่ในวงการไอที เราก็ควรซื้อหุ้นไอทีซึ่งอยู่ในตลาดหุ้นสิถึงจะถูก เพราะเราน่ะเข้าใจธุรกิจไอทีเป็นที่ซู้ด (จริงดิ?) แต่เรื่องจริงก็คือ เราเข้าใจมันจริง ๆ หรือเปล่า?</p>
<p>งั้นเพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ก็ขอโม้ให้อ่านกันดีกว่า ว่าความเข้าใจที่ถูกต้องนั้นควรจะเป็นยังไง!</p>
<p><span id="more-1128"></span></p>
<p><strong>1.  อิงกับนวัตกรรม</strong></p>
<p>ธุรกิจไอทีเป็นธุรกิจที่ต้องก้าวให้ทันตามนวัตกรรมต่าง ๆ จึงจำเป็นที่จะต้องจ่ายให้กับการได้มาซึ่งนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงต้องจ่ายเพื่อให้คนในองค์กรมีความรู้ในนวัตกรรมใหม่ ๆ อีกด้วย เรียกว่าจ่ายได้จ่ายดี มีตังค์เท่าไหร่ก็ต้องตั้งงบประมาณเพื่อจ่ายกันไป ซึ่งนั่นก็หมายความว่า องค์กรจะเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แล้วพาลทำให้กำไรสุทธิน้อยลง และก็ทำให้จ่ายปันผลได้น้อยลงตามไปด้วย นี่ยังไม่นับรวมถึงการที่ต้องค่อย ๆ สูญเสียเงินสำรองที่เก็บเอาไว้ เพื่อนำไปใช้ชดเชยในกรณีที่ค่าใช้จ่ายเกินเส้นสีแดงที่ขีดเอาไว้อีกต่างหาก!!!</p>
<p><strong>2.  อิงกับการรับเหมา</strong></p>
<p>ถ้าเรามีเวลาว่าง ๆ แล้วเอางบการเงินของบริษัทไอที ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นมาค่อย ๆ ไล่ดู เราก็จะพบว่าบริษัทเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้ว ล้วนมีรายได้หลักมาจากการรับเหมาทำงานทั้งนั้น (ส่วนจะรับเหมาทำงานให้รัฐ หรือรับเหมาทำงานให้เอกชน นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง) และถึงจะมีหลายบริษัทที่พยายามจะหารายได้ทางอื่น มันก็ยังเป็นสัดส่วนของรายได้ที่น้อยอยู่ดีเมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมด!</p>
<p>บางบริษัทถึงขนาดกำหนดนโยบายเน้นรับเหมางานรัฐ เพราะถึงแม้จะจ่ายช้า แต่ยังไงก็จ่ายชัวร์ไม่มีเบี้ยว ไม่ต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาลให้เสียเวลา หรือถ้าต้องขึ้นศาลจริง ๆ โอกาสชนะก็มีสูง แต่ถ้าวันดีคืนดีภาครัฐเกิดถังแตกขึ้นมา ก็ต้องอด ๆ อยาก ๆ กินแกลบกันไปตาม ๆ กัน</p>
<p><strong>3.  ค่าการตลาดต่ำ</strong></p>
<p>เป็นเพราะธุรกิจของบริษัทไอทีในตลาดหุ้น มักจะเน้นที่การรับเหมา (โดยเฉพาะรับเหมากับภาครัฐ) ทำให้ไม่สามารถจะกำหนดราคาให้สูงโอเวอร์ได้ (ไม่งั้นภาครัฐก็ไม่เลือก) เมื่อกำหนดราคาให้สูงไม่ได้ บวกกับการมีค่าใช้จ่ายในนวัตกรรม รวมถึงค่าแรงของบุคลากรสายไอทีระดับเทพ ที่แพงโคตร ๆ ขึ้นทุกวี่ทุกวัน มันก็เลยทำให้กำไรสุทธิไม่สวยเอาซะเลย</p>
<p>&#8212;</p>
<p>ดังนั้น ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมคิดว่า หากผมสนใจที่จะลงทุนในหุ้นของบริษัทไอทีรายใดในตลาดฯ บริษัทดังกล่าวควรจะมีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งนั่นก็คือ การมีแผนธุรกิจที่จะเสกความว่างเปล่าให้กลายเป็นรายได้ ๆ นั่นเอง</p>
<p>[tags]หุ้น, กลุ่ม, ไอที, ลงทุน[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1128/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>5</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขาย Digital Content</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1118</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1118#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2009 13:41:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1118</guid>

					<description><![CDATA[ผมเคยได้ warrant จากหุ้นห]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเคยได้ warrant จากหุ้นหลาย ๆ ตัวที่เคยถือ บางตัวก็แจก warrant ไม่มาก แต่บางตัวก็แจกซะเยอะเชียว!!!</p>
<p>สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องหุ้น ก็ขออธิบายง่าย ๆ ว่า warrant คือใบจองหุ้นซึ่งบริษัทออกให้แก่ผู้ถือหุ้น เพื่อเป็นแรงจูงใจในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งถัด ๆ ไป เพราะถ้าเรามีใบจองหุ้น เราก็มีโอกาสซื้อหุ้นของบริษัทในราคาต่ำ ๆ ได้ในอนาคต</p>
<p>การที่บริษัทสามารถออก warrant และจดทะเบียน warrant ให้ซื้อขายในตลาดหุ้นได้ จึงไม่ต่างไปจากการเสกกระดาษให้มีมูลค่าขึ้นมา!!!</p>
<p>ประเด็นที่จะบอกก็คือ ของบางอย่างสามารถเสกให้มีค่าขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าแต่แรกมันจะไม่มีค่าเลยก็ตาม!!!</p>
<p>เหมือนกับ Digital Content เช่น ไอเท็มในเกมออนไลน์ ที่สามารถซื้อขายได้ราวกับว่ามันมีตัวตนอยู่จริงในโลกใบนี้!!</p>
<p>แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครหน้าไหนก็สามารถจะขาย Digital Content ได้ มันต้องมีเงื่อนไขอยู่นิดนึง &#8230; ตรงที่ &#8230; Digital Content ดังกล่าวจะต้องมีระบบคอมพิวเตอร์ที่เข้มแข็งรองรับอยู่อีกชั้นหนึ่ง</p>
<p>ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เราสามารถทำระบบให้เข้มแข็งได้ เมื่อนั้น Digital Content ที่ถูกนำออกขายก็จะมีมูลค่า มีราคาค่างวดขึ้นมา เปรียบได้ดั่งการเสกกระดาษให้กลายเป็นทองเลยทีเดียว</p>
<p>สรุปแล้ว ขายทองให้ได้ราคาเท่ากับทอง ยังไม่เท่า ขายกระดาษให้ได้ราคาเท่ากับทองนั่นเอง</p>
<p>[tags]ขาย, digital content, digital content[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1118/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>4</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดซื้อขายข้อมูลออนไลน์แห่งประเทศไทย</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1063</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1063#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Feb 2009 09:58:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1063</guid>

					<description><![CDATA[ตลาดถือเป็นสถานที่สำคัญมา]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลาดถือเป็นสถานที่สำคัญมากสำหรับมนุษย์ เพราะเป็นสถานที่ชุมนุมเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ และที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ ภายหลังจากการเกิดตลาด ระบบเงินตราซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในยุคปัจจุบันจึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินค้าและบริการในตลาด!</p>
<p>ดังนั้น ตลาดจึงเป็นแหล่งดึงดูดให้ผู้คนและเม็ดเงินหลั่งไหลมารวมกัน และเป็นสถานที่ ๆ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไปในคราวเดียวกัน!!!</p>
<p>ถ้าเราจะแบ่งแยกประเภทของตลาด เราคงจะแบ่งได้เป็นหลาย ๆ แบบมาก แต่ที่ผมกำลังจะโม้ในหัวข้อนี้ก็คือ การแบ่งแยกตลาดอิงจากทุนนิยมไร้พรมแดน &#8230; นั่นคือ เราจะแบ่งตลาดได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ตลาดซื้อขายธรรมดา กับ ตลาดเก็งกำไร</p>
<p>ตลาดซื้อขายธรรมดา คือ ตลาดที่ผู้คนเข้ามาซื้อขายสินค้าหรือบริการ เพราะต้องการอุปโภค/บริโภคสินค้าหรือบริการนั้นจริง ๆ ในขณะที่ผู้คนซึ่งเข้ามาซื้อขายที่ตลาดเก็งกำไรนั้น กลับไม่ได้ต้องการอุปโภค/บริโภคสินค้าที่ตนเองซื้อ หากแต่ต้องการได้รับมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากสินค้าหรือบริการที่ซื้อมาเมื่อขายมันไปในอนาคต!!</p>
<p>เมืองไทยเรามีตลาดเก็งกำไรหลายตลาด ไม่ว่าจะเป็น &#8230;</p>
<ol>
<li><a href="http://www.set.or.th">ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</a> ซึ่งอำนวยความสะดวกในการซื้อขายหุ้นและใบจองหุ้นของบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนมากกว่า 200 ล้านบาทขึ้นไป</li>
<li><a href="http://www.mai.or.th">ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ</a> ซึ่งให้เราซื้อขายหุ้นและใบจองหุ้นของบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนน้อยกว่า 200 ล้านบาทลงมา</li>
<li><a href="http://www.bex.or.th">ตลาดตราสารหนี้</a> เพื่อเป็นแหล่งให้เราซื้อขายหุ้นกู้หรือพันธบัตร เราจะได้เก็บกินดอกเบี้ยไว้ใช้ยามแก่เฒ่า</li>
<li><a href="http://www.afet.or.th">ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย</a> เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อขาย ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2, ข้าวขาว 5%, ยางแผ่นรมควันชั้น 3 และมันสำปะหลังเส้น เพราะต้องการป้องกันความผันผวนของภาวะตลาด</li>
<li><a href="http://www.tfex.co.th">ตลาดอนุพันธ์</a> ซึ่งอำนวยความสะดวกในการซื้อขายมูลค่าในอนาคตอันแสนจะไร้ตัวตน โดยอ้างอิงกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่มีในระบบตลาด ไม่ว่าจะเป็น SET50 Index Futures, SET50 Index Options, Stock Future และ Gold Futures เป็นต้น</li>
</ol>
<p>ถ้าเราได้รับฟังรับชมข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ เราจะพบว่าสื่อเหล่านั้นล้วนอ้างอิงภาวะทางเศรษฐกิจ จากมูลค่าของตลาดเก็งกำไรเหล่านี้ทั้งสิ้น!!!</p>
<p>งั้นมาลองสมมติกันดูหน่อยดีกว่า ว่าถ้าผมเป็นหนึ่งใน &#8220;คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน&#8221; ประจำสภาผู้แทนราษฎร และมีหน้าที่ต้องยกร่างกฎหมายก่อตั้ง &#8220;ตลาดซื้อขายข้อมูลออนไลน์แห่งประเทศไทย&#8221; เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ ผมควรจะบรรจุข้อบังคับอะไรลงไปบ้าง &#8230;</p>
<p><span id="more-1063"></span></p>
<blockquote>
<p>ร่างกฎหมาย ตลาดซื้อขายข้อมูลออนไลน์แห่งประเทศไทย พ.ศ. XXXX</p>
<ol>
<li>ให้ <a href="http://www.sec.or.th">กลต.</a> มีอำนาจหน้าที่จัดตั้ง, ควบคุมและกำหนดนโยบายของตลาดฯ</li>
<li>ให้ตลาดฯที่ตั้งขึ้น มีคณะกรรมการตลาดฯซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจาก กลต. จำนวนห้าคน, ตัวแทนจากผู้ทรงคุณวุฒิทางการเงินจำนวนสองคน และตัวแทนจากผู้ทรงคุณวุฒิทางไอทีจำนวนสองคน
<li>ให้ตลาดฯที่ตั้งขึ้น มีอำนาจหน้าที่กำหนดว่าข้อมูลชนิดใดบ้าง ที่จะนำมาซื้อขายได้</li>
<li>ข้อมูลให้หมายถึง สัญลักษณ์, ตัวอักษร, ข้อความ, รูปภาพ, แผนภูมิ, เสียง, ภาพเคลื่อนไหว หรือข้อมูลในรูปแบบอื่น ๆ ที่คณะกรรมการตลาดฯกำหนด
<li>ข้อมูลที่จะซื้อขายได้ต้องเป็น ข้อมูลส่วนบุคคล, ข้อมูลของนิติบุคคล, ข้อมูลของทางราชการ หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่คณะกรรมการตลาดฯกำหนด</li>
<li>ให้มีการจัดตั้งศูนย์จัดเก็บข้อมูล เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารข้อมูลออนไลน์ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของตลาดฯ</li>
<li>ให้ตลาดมีหน้าที่ชักชวนจูงใจให้นิติบุคคลซึ่งทำธุรกิจออนไลน์ เข้ามาเป็นตัวแทนในการซื้อขายข้อมูลออนไลน์</li>
<li>นิติบุคคลที่จะเป็นตัวแทนในการซื้อขายข้อมูลออนไลน์ ต้องเป็นนิติบุคคลซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต, ผู้ให้บริการเว็บไซต์, ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ หรือผู้ให้บริการข้อมูลออนไลน์อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการตลาดฯกำหนด
<li>นิติบุคคลที่จะเป็นตัวแทนในการซื้อขายข้อมูลออนไลน์ ต้องขออนุญาต, จดทะเบียน และรับใบอนุญาต จากคณะกรรมการตลาดฯ เป็นราย ๆ ไป</li>
<li>การส่งมอบข้อมูล, ตัดชำระยอดเงิน, หักล้างหนี้ยอดเงิน ระหว่างตัวแทนในการซื้อขายข้อมูล ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการตลาดฯกำหนด</li>
<li>กรณีพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้น ให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้พิจารณาระงับข้อพิพาท</li>
</ol>
</blockquote>
<p>ซึ่งหากว่าผม (สมมติ) ว่าสามารถผลักดันกฎหมายนี้ได้สำเร็จ ข้อมูลออนไลน์อย่างแรกที่ผมอยากจะให้เข้าไปซื้อขายเพื่อเก็งกำไรในตลาดฯดังกล่าวได้ก็คือ &#8230; <strong>ไอเท็มต่าง ๆ ในเกมออนไลน์</strong> นั่นเอง ^-^</p>
<p>เมื่อถึงตอนนั้น &#8230; เราคงได้เห็นการซื้อขายเก็งกำไรไอเท็มต่าง ๆ ในเกมออนไลน์ อย่างดุเดือดเลือดพล่านเป็นแน่แท้เลย อิ อิ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]ตลาด,ซื้อขาย,ข้อมูล,ออนไลน์,แห่งประเทศไทย[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1063/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>7</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเก็งกำไรเว็บไซต์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/913</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/913#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Jul 2008 04:47:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/913</guid>

					<description><![CDATA[ดูเหมือนระบบเงินตราเสริมจ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ดูเหมือนระบบเงินตราเสริมจะยังพัฒนาได้ไม่ดีนัก ผมคิดว่าคงต้องอีกหลายสิบปีกว่าจะพัฒนาได้ ดังนั้นคนส่วนใหญ่ก็เลยยังคงขวนขวายหาเงินตราประจำชาติมาใช้สอยอยู่เหมือนเดิม</p>
<p>หลายวันก่อนอดีตผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทผลิตชาเขียว ซึ่งปัจจุบันรับจ้างเป็นผู้บริหารเพียงอย่างเดียว ได้มาบรรยายให้องค์กรที่ผมทำงานฟัง ในหัวข้อเกี่ยวกับการเอาตัวรอดในวิกฤตเศรษฐกิจ ผมฟังแล้วชอบอยู่ประโยคนึง &#8230;</p>
<blockquote><p>&#8230;ผมซื้อที่ดินแถวเพลินจิตมาราคาพันล้าน แล้วก็เอาโฉนดโยนเก็บใส่ลิ้นชักไว้เลย 2 ปี พอผ่านไป 2 ปี ผมก็เอาไปขายได้มาสี่พันล้าน กำไรตั้งสามพันล้านแน่ะ&#8230;</p></blockquote>
<p>ชอบจังเลยประโยคนี้ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>สิ่งที่เขาเล่าให้พวกเราฟัง มันฟังดูคล้ายกับการลงทุนก็จริง แต่จริง ๆ แล้วมันก็มีส่วนของการเก็งกำไรอยู่เหมือนกัน!</p>
<p>การเก็งกำไรก็คือการที่เราคาดการณ์มูลค่าในอนาคตของสินทรัพย์ โดยคาดการณ์ว่ามันจะมีมูลค่ามากกว่าเดิมเป็นแน่แท้ และในขณะปัจจุบันนั้น มูลค่าของมันยังคงต่ำกว่าหรือเท่ากับมูลค่าที่มันเป็นจริงอยู่</p>
<p>ในโลกนี้มีสินทรัพย์ให้เก็งกำไรได้หลายอย่าง แม้กระทั่งองค์จตุคามรามเทพเราก็ยังเอามาเก็งกำไรกันได้ นับประสาอะไรหากเราคิดจะเอาเว็บไซต์มาเก็งกำไรบ้าง?</p>
<p><span id="more-913"></span></p>
<p>หากว่าเราจะเอาเว็บไซต์มาเป็นสินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไร เราก็ต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อนว่าเว็บไซต์มันมีมูลค่าตรงไหน และมีมูลค่าเป็นเท่าไหร่?</p>
<p>อือม สำหรับผมนะ ผมว่าเว็บไซต์มันมีมูลค่าเพราะมันประกอบด้วยสิ่งสำคัญเพียงแค่ 2 อย่างเท่านั้น นั่นก็คือ <strong>เจ้าของ</strong> และ <strong>เอกลักษณ์</strong></p>
<p><strong>มองในแง่มูลค่าของเว็บไซต์เกิดจากเจ้าของ</strong></p>
<p>เว็บไซต์บางเว็บมูลค่าไม่ได้ลดลงเลย เมื่อมีการเปลี่ยนเจ้าของ เช่น เว็บไซต์ e-commerce อย่าง WeLoveShopping.com ซึ่งเปลี่ยนจากเจ้าของเดิม มาเป็นเจ้าของใหม่อย่างกลุ่ม True</p>
<p>ในขณะที่บางเว็บไซต์มูลค่าจะลดลงทันที เมื่อมีการเปลี่ยนเจ้าของ ยกตัวอย่างเช่น บล็อกของ Fringer, หรือบล็อกของ iannnnn !!!</p>
<p><strong>มองในแง่มูลค่าของเว็บไซต์เกิดจากเอกลักษณ์</strong></p>
<p>ผมยังไม่เคยเห็นมีเว็บไซต์ไหนพลิกเอกลักษณ์ของตนเองแบบ 180 องศานะ เคยเห็นแต่เพิ่มพูนเอกลักษณ์ของเว็บไซต์ตนเองให้แหลมคมยิ่งขึ้น กว้างขวางยิ่งขึ้น หรือตอกย้ำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Duocore.tv นอกจากจะเป็นเว็บไซต์เสนอคลิปรายการไอทีแล้ว ก็ยังเพิ่มพูนโดยการทำเว็บไซต์ให้เป็น social networking อีกต่อหนึ่ง โดยไม่ได้ละทิ้งเอกลักษณ์เดิมไป</p>
<p>ดังนั้นผมคิดว่าพวกเราคงจะไม่แปลกใจอะไร หากอยู่ ๆ เว็บไซต์อย่าง Palungjit.com จะมูลค่าลดลงอย่างฮวบฮาบ เพราะเปลี่ยนเอกลักษณ์ของตัวเองไปเป็นเว็บไซต์แบบ Tarad.com แทน</p>
<p>หรือหากโดเมนของเว็บไซต์ Sanook.com โดนขโมยไป จนทำให้ต้องย้ายเนื้อหาไปไว้ที่โดเมนอื่นเช่น Janook.com แทน ก็รับรองได้ว่ามูลค่าของเว็บไซต์ ต้องลดลงอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน</p>
<p><strong>ตอบโจทย์</strong></p>
<p>การจะเก็งกำไรเว็บไซต์จึงมีจุดสำคัญอยู่ที่ &#8230; มูลค่าของมันต้องไม่ลดลงหากเปลี่ยนเจ้าของ และที่สำคัญมูลค่าของเว็บไซต์ห้ามยึดโยงอยู่กับเจ้าของเป็นอันขาด เพราะกิจกรรมในการเก็งกำไรมันต้องเปลี่ยนเจ้าของถึงจะสัมฤทธิ์ผลได้</p>
<p>ดังนั้นเราต้องผลักมูลค่าของเว็บไซต์ให้ไปอยู่ที่เอกลักษณ์ ให้เอกลักษณ์ของเว็บไซต์เป็นตัวยึดโยงเพื่อสร้างมูลค่าให้กับเว็บไซต์ดังกล่าวแทน ยิ่งมีคนรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเว็บไซต์ดังกล่าวน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี!!!</p>
<p><strong>สรุปการนำเสนอ</strong></p>
<p>การเก็งกำไรมันจะไร้ค่ามาก ๆ หากไม่มีพื้นที่ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมชุมนุมกันได้ ดังนั้นผมก็เลยคิดว่ามันคงจะไม่เป็นการเพ้อเจ้อเกินไปนัก หากจะมีการสร้างแหล่งเก็งกำไรเว็บไซต์แบบออนไลน์ขึ้นในเมืองไทยเรา โดยแยกออกมาจากเว็บไซต์ e-commerce ทั่ว ๆ ไป ซึ่งค้าขายสินค้าตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบพวกนั้น</p>
<p>&#8230;คิดแล้ว &#8230; คงจะคึกคักน่าดู อิ อิ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]เก็งกำไร,เว็บไซต์,อินเตอร์เน็ต,e-commerce,สมมติฐาน[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/913/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>7</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริษัทเกมส์เอเชียซอฟท์จะเข้าตลาดหุ้นล่ะ</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/855</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/855#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 May 2008 13:09:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/855</guid>

					<description><![CDATA[หลังจากจด ๆ จ้อง ๆ อยู่เป]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากจด ๆ จ้อง ๆ อยู่เป็นนาน ผ่านมาเกือบจะครึ่งปีในที่สุดบริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก็จะเข้าตลาดหุ้นจนได้ โดยจะเข้าซื้อขายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ที่จะถึงนี้</p>
<p>ผมเองก็รอหุ้นตัวนี้มานานแล้วเหมือนกัน แบบว่าอยากจะได้ อยากจะมีส่วนร่วมด้วย แต่เมื่อประกาศราคาจองมาแล้วก็แทบจะหงายหลัง เพราะพี่เขาเล่นให้จองที่ราคา 12 บาทต่อหุ้น!!!</p>
<p>สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก สำหรับการลงทุนในบริษัทเกมส์ออนไลน์ด้วยราคาระดับนี้ เพราะผมเองก็วิเคราะห์หุ้นเป็นเหมือนกัน แล้วก็พบว่ามันแพงไป ถึงแม้จะบวกค่าพรีเมี่ยมตั้งมากมายให้กับบริษัทนี้แล้วก็เถอะ!!!</p>
<p>แต่ยังไงก็ยังอยากได้อยู่ ก็คิดว่าจะรอให้ราคามันค่อย ๆ ลงมาตามความเป็นจริงก็แล้วกัน &#8230;</p>
<p>สำหรับเมืองไทยแล้ว การลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ยังเป็นอะไรที่ใหม่มากเลยครับ คราวนี้ก็จะได้เห็นตัวอย่างกันซะที ว่าบริษัทเหล่านี้เมื่อเข้าตลาดหุ้นไทยแล้วจะเป็นยังไง??</p>
<p>[tags]บริษัท,เกมส์,เอเชียซอฟท์,ตลาดหุ้น,ลงทุน,คอมพิวเตอร์,ซอฟต์แวร์[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/855/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>7</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
