<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Image Processing &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/category/image-processing/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Thu, 27 Dec 2018 05:49:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>Computer Vision แตกต่างจาก Image Processing ยังไง?</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2684</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2684#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Dec 2018 03:33:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Computer Vision]]></category>
		<category><![CDATA[Image Processing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2684</guid>

					<description><![CDATA[ผมอธิบายตามประสบการณ์และค]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมอธิบายตามประสบการณ์และความเข้าใจของตนเองนะครับ</p>
<p>Computer Vision มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เครื่องจักรเข้าใจทัศนียภาพภายในรูปภาพนิ่งหรือรูปภาพเคลื่อนไหว สามารถแยกแยะวัตถุภายในรูปภาพได้ สามารถเข้าใจทิศทางการเคลื่อนไหวของวัตถุภายในรูปภาพได้</p>
<p>Image Processing มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เครื่องจักรแปลงสภาพภายในรูปภาพนิ่ง สามารถแปลงสีภายในภาพ ทำให้ภาพชัดหรือเบลอ ลดหรือเพิ่มสัญญาณรบกวน กร่อนหรือเติมภาพได้</p>
<p>ดังนั้น ถ้าสรุปสั้น ๆ ก็คือ Computer Vision เน้นเข้าใจทัศนียภาพ ส่วน Image Processing เน้นแปลงสภาพภาพ นั่นเองครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2684/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัญหาการสกัดคุณลักษณะเด่นจากรูปภาพอัญมณี</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2664</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2664#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Jul 2018 07:36:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Image Processing]]></category>
		<category><![CDATA[Pattern Recognition]]></category>
		<category><![CDATA[การสกัด]]></category>
		<category><![CDATA[คุณลักษณะเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุในรูปภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2664</guid>

					<description><![CDATA[ช่วงนี้ผมกำลังศึกษาทฤษฎีก]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ผมกำลังศึกษาทฤษฎีการสกัดคุณลักษณะเด่นของวัตถุในรูปภาพอยู่ครับ เพราะผมมีจุดประสงค์ในการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เพื่อการจำแนกอัญมณีจากรูปภาพ</p>
<p>พออ่านเปเปอร์ด้านนี้ไปหลาย ๆ ฉบับ ก็สามารถสรุปได้ในระดับหนึ่งว่า สิ่งที่ควรเป็นคุณลักษณะเด่นของวัตถุในรูปภาพก็คือ &#8220;ขอบ&#8221; และ &#8220;มุม&#8221; ของวัตถุในรูปภาพ!!!</p>
<p>คือตรงไหนที่ดูเป็น &#8220;มุม&#8221; หรือเป็น &#8220;ขอบ&#8221; ก็ตรงนั้นแหล่ะครับที่เป็นคุณลักษณะเด่น หลาย ๆ เปเปอร์เค้าว่างั้น ดังนั้น หลาย ๆ เปเปอร์ก็เลยมุ่งเน้นนำเสนอทฤษฎีในการหา &#8220;มุม&#8221; และ &#8220;ขอบ&#8221; ของวัตถุในรูปภาพ ให้แม่น ๆ เก่ง ๆ และเร็ว ๆ</p>
<p>ซึ่งวิธีการหามุมและขอบก็จะคล้าย ๆ กันครับ คือ การแปลงภาพสีให้เป็นภาพเทา การย่อขยายภาพเป็นหลาย ๆ ขนาด การเบลอภาพเพื่อขจัดจุดสีรบกวน การนำภาพที่เบลอแล้วมาหักล้างกัน การแบ่งภาพออกเป็นส่วน ๆ เพื่อหาทิศทางของความเข้มแสง และการตรวจสอบน้ำหนักความเข้มแสงที่คำนวณได้ เพื่อตัดสินใจว่าวัตถุในรูปภาพ มีมุมหรือขอบตรงไหนบ้าง และกินบริเวณขอบเขตแค่ไหน</p>
<p>ด้วยวิธีการของทฤษฎีต่าง ๆ ที่อธิบายเนื้อหาคล้าย ๆ กันตามย่อหน้าข้างบน ทำให้เครื่องจักรสามารถที่จะสกัดคุณลักษณะเด่น (มุมและขอบ) ของวัตถุในรูปภาพได้ ไม่ว่าวัตถุในรูปภาพนั้นจะใหญ่เล็กแค่ไหน จะหมุนเปลี่ยนทิศไปยังไง จะบิดเปลี่ยนทางไปทางใด และจะมืดไปสว่างไปหรือเปล่า</p>
<p>แล้วในเมื่อทฤษฎีที่ถูกคิดค้นขึ้นมาหลาย ๆ เปเปอร์มันดีอย่างนี้ ทำไมผมถึงยังมีปัญหาในการสกัดคุณลักษณะเด่นจากรูปภาพอัญมณีอีกล่ะ ทำไมไม่เอาทฤษฎีมาสร้างซอฟต์แวร์เลย?</p>
<p>คำตอบก็คือ อัญมณีมันมีประกายครับ และประกายก็ถือได้ว่าเป็น &#8220;มุม&#8221; และ &#8220;ขอบ&#8221; แบบนึง ดังนั้น เมื่อประกายเปลี่ยนเพราะทิศทางของแสง คุณลักษณะเด่นก็จะเปลี่ยนแปลงไป ถึงแม้จะเป็นอัญมณีเม็ดเดียวกันก็ตาม!!!</p>
<p>ผมยังคงต้องหาเปเปอร์อ่านต่อไปครับ ลำพังไอคิวตัวเองยังไม่ถึงขั้นคิดค้นทฤษฎีเองได้ และบางครั้งถ้าโชคดีหาทฤษฎีที่ใช่พบ แถมมีคนพัฒนา Opensource พวก Library, Framework, SDK, API หรือ Platform ที่ตรงกับทฤษฎีที่ใช่ อันนี้ก็จะยิ่งเฮงขึ้นไปใหญครับ เพราะบอกตามตรงว่าหลายครั้งที่ต้องเขียนโปรแกรมให้สอดคล้องกับทฤษฎี มันไม่ได้ง่ายเลยที่จะปรับประสิทธิภาพของโปรแกรมได้</p>
<p>โพสต์นี้เลยเหมือนเป็นการบ่นปัญหาให้อ่านครับ ไม่ได้นำเสนอวิธีแก้ปัญหาอะไรเป็นรูปธรรม</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2664/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อัลกอริทึมสำหรับจำแนกพลอยสี</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2594</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2594#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jan 2018 06:46:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Image Processing]]></category>
		<category><![CDATA[Pattern Recognition]]></category>
		<category><![CDATA[การทำเหมืองข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[การประมวลผลภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[จำแนก]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลอย]]></category>
		<category><![CDATA[พลอยสี]]></category>
		<category><![CDATA[อัลกอริทึม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องจักรเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องประดับ]]></category>
		<category><![CDATA[data mining]]></category>
		<category><![CDATA[machine learning]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2594</guid>

					<description><![CDATA[ผมจบวิทย์คอมครับ จบทั้งปอ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมจบวิทย์คอมครับ จบทั้งปอตรีและปอโทเลย แต่ผมกลับเลือกเปิด<a href="http://www.gj.co.th">บริษัทค้าขายเครื่องประดับ</a> ไม่ได้เปิดบริษัทคอมพิวเตอร์หรือบริษัทไอทีอย่างที่ควรจะเป็น!!!</p>
<p>อะไรคือเหตุผล?</p>
<p>อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวเลย ผมไม่ชอบงานรับจ้างทำงาน ตลอดชีวิตก็รับจ้างทำงานเป็นพนักงานอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าออกมาเปิดบริษัท ผมก็หวังว่าผมจะหันมาเอาดีทางด้านค้าขายบ้าง</p>
<p>เราต้องทราบความจริงก่อนว่า ถ้าเราเก่งคอมพิวเตอร์ เก่งมาก ๆ การทำมาหากินที่ดีที่สุด คือรับจ้างทำงานด้านคอมพิวเตอร์ให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เขาทำไม่เป็น เพราะต้นทุนในการทำกิจการของเราจะต่ำมาก มันคือการใช้ความรู้ที่มีเพื่อทำงาน ไม่ต้องกักตุนสินค้า ไม่ต้องมีต้นทุนขาย ไม่ต้องมีงบโฆษณา</p>
<p>เมืองไทยเรามีกิจการทางคอมพิวเตอร์หรือไอทีไม่มากนัก ที่สามารถผลักดันตนเองจนไม่ต้องรับจ้างทำงาน แล้วสามารถคิดค้นพัฒนาสินค้าหรือบริการเพื่อขายให้กับลูกค้าได้</p>
<p>อีกอย่างหนึ่ง อันนี้จากประสบการณ์เลยก็คือ การพัฒนาทางไอทีหรือคอมพิวเตอร์เพื่อให้มันมีเทคโนโลยีที่สูงส่งขึ้นเรื่อย ๆ มันมีต้นทุนที่สูง สูงกว่าการเอาไอทีหรือคอมพิวเตอร์ไปพัฒนาด้านอื่น</p>
<p>นี่จึงเป็นที่มาของความคิดของผม ที่คิดว่า ผมน่าจะเอาความรู้ทางคอมพิวเตอร์ มาพัฒนาด้านเครื่องประดับบ้าง เพราะวงการด้านนี้ยังไม่ถูกพัฒนาให้ก้าวหน้าด้านคอมพิวเตอร์เท่าไหร่นัก</p>
<p>ที่ผ่านมา ได้มีการนำเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์มาใช้ในวงการเครื่องประดับอยู่บ้าง ได้แก่ การคิดค้นพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยออกแบบเครื่องประดับในรูปแบบ 3 มิติ การประยุกต์เครื่องพิมพ์สามมิติเพื่อการพิมพ์แบบขี้ผึ้งของเครื่องประดับ หรือการคิดค้นเครื่องจักรตัดแต่งชิ้นงานด้วยแสงเลเซอร์ซึ่งควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์</p>
<p>แต่งานทางด้านปัญญาประดิษฐ์กลับยังไม่ก้าวหน้ามากนักในวงการเครื่องประดับ ซึ่งส่วนตัวผมเห็นว่ายังมีปัญหาหลาย ๆ อย่างในวงการเครื่องประดับที่น่าจะแก้ไขได้ด้วยปัญญาประดิษฐ์</p>
<p>ทีนี้ก็ต้องมาเข้าใจอย่างหนึ่งว่า เครื่องประดับจริง ๆ แล้วประกอบด้วยวัสดุ 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ตัวเรือน กับ อัญมณี ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเรือนเป็นโลหะมีค่าที่มีเปอร์เซ็นต์โลหะถูกต้อง ในขณะเดียวกัน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอัญมณีที่ประดับอยู่เป็นชนิดใดและเป็นของแท้หรือเปล่า</p>
<p>ส่วนตัวผม ผมไม่สนใจปัญหาเรื่องตัวเรือน เพราะมันมีวิธีตรวจที่ไม่ยากมากนัก ผมจึงหันมาสนใจในปัญหาของอัญมณีที่ประดับแทน</p>
<p>คนส่วนใหญ่มักไม่รู้จักชนิดของอัญมณี อาจจะรู้คร่าว ๆ ว่าจำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ เพชร และ พลอย ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะรู้จักชนิดของพลอยไม่เยอะ คืออาจจะรู้จักแต่ตัวดัง ๆ เช่น ทับทิม ไพลิน บุษราคัม หรือ มรกต เป็นต้น (ความจริงแล้วพลอยมีถึง 16 ตระกูลใหญ่ และมีชื่อเรียกมากมาย) อีกทั้งยังไม่รู้ด้วยว่าเป็นของแท้หรือของปลอม</p>
<p>ว่ากันตามจริงแล้ว ผมเองก็เรียนวิชา &#8220;จำแนกพลอยสี&#8221; มาเหมือนกัน ดังนั้น ถ้าเป็นตัวผม หมายถึงตัวผมเองอ่ะนะ ผมจะสามารถตรวจสอบได้ โดยใช้ความชำนาญที่มี บวกกับเครื่องมือเฉพาะอีกสองสามอย่าง ก็สามารถบอกได้แล้วว่าพลอยชนิดนั้นเป็นชนิดใด และเป็นของแท้หรือของเทียม</p>
<p>แต่ความรู้แบบนี้ หมายถึงความรู้ในการจำแนกพลอยสี มันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล มันเป็นเรื่องของความชำนาญ ซึ่งถ้าไม่อยากให้มันเป็นเพียงเรื่องเฉพาะบุคคล เราก็ต้องเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย เราต้องมอบความรู้ให้คอมพิวเตอร์ เราต้องสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยจำแนก และเบื้องหลังของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มันก็ต้องมี &#8220;อัลกอริทึม&#8221; เป็นตัวผลักดัน</p>
<p>ปัจจุบัน ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ได้ก้าวหน้าไปมาก แขนงวิชาปัญญาประดิษฐ์ที่จะเอามาประยุกต์ใช้ในเรื่องนี้ได้ คือ แขนงวิชาเครื่องจักรเรียนรู้ (Machine Learning) แขนงวิชาการทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) และแขนงวิชาการประมวลผลภาพ (Image Processing)</p>
<p>วิธีการก็เข้าใจได้ไม่ยากนัก นั่นคือ การให้คอมพิวเตอร์ &#8220;สกัดคุณลักษณะเด่น&#8221; ของข้อมูลออกมา ข้อมูลในที่นี้ก็คงต้องเป็นรูปภาพ รูปภาพหนึ่งรูปสามารถแทนคำได้เป็นล้านคำ ดังนั้น ข้อมูลนำเข้าที่ดีที่สุดก็ต้องเป็นรูปภาพของพลอยที่ต้องการหาคำตอบ โดยคุณลักษณะเด่นที่สกัดได้จากรูปภาพพลอย ก็นำมาทำความสะอาด เกลี่ยข้อมูลให้เท่ากัน จากนั้นก็เอาไปจำแนก แล้วก็ให้คอมพิวเตอร์บอกคำตอบออกมา ว่าเป็นพลอยชนิดใด เอาแค่นี้ก่อนว่าเป็นพลอยชนิดใด ยังไม่ต้องบอกว่าเป็นพลอยแท้หรือพลอยเทียม เพราะตรงนั้น ณ นาทีนี้ คอมพิวเตอร์ยังทำไม่ได้</p>
<p>ดังนั้น จุดสำคัญของงานนี้คือการคิดค้นอัลกอริทึมในการ &#8220;สกัดคุณลักษณะเด่น&#8221; ส่วนจุดสำคัญรองลงมาคือการสะสมรูปถ่ายพลอยที่มีคุณภาพ เพื่อใช้ในขั้นตอนการ &#8220;สกัดคุณลักษณะ&#8221; เพื่อเรียนรู้ และจุดสำคัญสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่จะชี้วัดได้ในขั้นตอนเรียนรู้ ว่าคำตอบที่จำแนกได้ถูกต้องหรือเปล่า เพื่อจะได้ป้อนกลับให้ระบบได้เรียนรู้ ได้ปรับค่าการจำแนก และทำนายได้อย่างแม่นยำต่อไป</p>
<p>คุณ <a href="http://www.andrewng.org/">Andrew Ng</a> ซึ่งเก่งมากทางด้านปัญญาประดิษฐ์ เขาเคยบอกอยู่อย่างหนึ่งซึ่งผมก็เห็นตรงกัน นั่นก็คือ ตอนนี้เปเปอร์งานวิจัยทฤษฎีทางด้านปัญญาประดิษฐ์มีมากพอแล้ว ให้เพลา ๆ มือกันหน่อย แล้วหันไปสร้างของเจ๋ง ๆ ขึ้นมาด้วยทฤษฎีที่ตอนนี้มีอยู่เยอะแยะแทน</p>
<p>และตอนนี้ ผมก็กำลังทำตาม<a href="http://www.gj.co.th">แนวทาง</a>นี้อยู่เหมือนกัน!!!</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2594/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
