<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Feature &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/category/feature/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Fri, 01 Mar 2019 08:05:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>การติดตั้ง Tensorflow บน Microsoft Windows</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2514</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2514#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jun 2017 10:03:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[artificial neural network]]></category>
		<category><![CDATA[Deep Learning]]></category>
		<category><![CDATA[Python]]></category>
		<category><![CDATA[Tensorflow]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2514</guid>

					<description><![CDATA[ผมอยากลองใช้ Tensorflow ต]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมอยากลองใช้ Tensorflow ตามกระแสครับ คือจริง ๆ มันก็มีเครื่องมือหลายตัวที่ทำงานด้าน AI ได้ ไม่ว่าจะเป็น Matlab, Octave, Weka หรือ RapidMiner (รวมทั้ง Library หรือ Framework ด้าน AI ที่ใช้กับภาษา C/C++) แต่ว่าเครื่องมือเหล่านั้นเป็นสหสาขา AI เลยทำได้แบบกลาง ๆ คลุม ๆ ไม่เน้นเฉพาะด้าน ซึ่งแตกต่างจาก Tensorflow ที่เด่นด้าน Artificial Neural Network โดยเฉพาะ</p>
<p>ผมต้องการติดตั้งเพื่อใช้งาน Tensorflow บน Microsoft Windows ครับ และหลังจากใช้ความพยายามหลาย ๆ ๆ ๆ ๆ ครั้ง ผิดโน่นนี่นั่นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ได้ทำให้ผมสามารถวาดสิ่งที่เรียกว่า&nbsp;Prerequisite หรือก็คือสิ่งที่จะต้องมีมาก่อน ก่อนที่เราจะติดตั้ง Tensorflow บน Microsoft Windows ได้ โดยมีแผนภาพตามภาพข้างล่างนี้ครับ</p>
<figure id="attachment_2515" aria-describedby="caption-attachment-2515" style="width: 838px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/06/tensorflow.png"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-2515" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/06/tensorflow.png" alt="Prerequisite ในการติดตั้ง Tensorflow บน Microsoft Windows" width="838" height="730" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/06/tensorflow.png 838w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/06/tensorflow-300x261.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/06/tensorflow-768x669.png 768w" sizes="(max-width: 838px) 100vw, 838px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2515" class="wp-caption-text">Prerequisite ในการติดตั้ง Tensorflow บน Microsoft Windows</figcaption></figure>
<p>ณ ปัจจุบันนี้ ผมยังติดตั้ง Tensorflow บน Microsoft Windows ไม่สำเร็จครับ เพราะเครื่องของผมมันไม่ได้ติดตั้ง Microsoft Windows 64 บิต</p>
<p>ก็เขียนแปะไว้ก่อนครับ เผื่อมีตังค์ซื้อเครื่องที่มี CPU 64 บิตและลง Microsoft Windows 64 บิต ผมก็จะได้เอาบันทึกช่วยจำชิ้นนี้ มาทวนการติดตั้ง Tensorflow อีกครั้ง</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2514/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาษาคอมพิวเตอร์กับแพลตฟอร์ม</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2504</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2504#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Jun 2017 15:54:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Programming]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาคอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2504</guid>

					<description><![CDATA[บทความอันนี้ ผมไม่ได้ให้ค]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บทความอันนี้ ผมไม่ได้ให้ความรู้อะไรนะ เป็นแค่การทบทวนตัวเอง ตัวเองก็คือตัวผมนี่แหล่ะ ก็เล่าเรื่อยเปื่อยไป และการทบทวนตัวเองของผม เป็นเรื่องของภาษาคอมพิวเตอร์ที่ผมเคยเรียนรู้</p>
<p>มีหลายภาษาคอมพิวเตอร์ที่ผมยังชำนาญอยู่ แต่ก็มีอีกหลายภาษาคอมพิวเตอร์ที่ผมเคยจับ เคยทำ พอผ่านไปแล้ว ก็ไม่ได้กลับไปทบทวน ซึ่งผมก็เชื่อว่า ถ้าต้องย้อนกลับไปทำ ก็น่าจะยังทำได้อยู่บ้าง (เหรอ จริงเหรอ?)</p>
<p>แย่หน่อย ที่เดี๋ยวนี้ผมจำได้แต่หลักการ โครงสร้าง นิพจน์ และคำสงวนของภาษาคอมพิวเตอร์เท่านั้น ส่วนคำสั่งยิบย่อยนี่จำไม่ได้เลย ต้องเปิดคู่มือ ถ้าไม่มีคู่มือ ผมก็เขียนภาษาคอมพิวเตอร์นั้น ๆ อย่างสมบูรณ์ไม่ได้เหมือนกัน</p>
<p>มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะเรามีเรื่องอื่นต้องจำอีกเยอะ!!!</p>
<p>ใน IEEE Spectrum ได้แบ่งประเภทของแพลตฟอร์มไว้ 4 ประเภท คือ Enterprise, Web, Mobile และ Embedded System ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านั้น ก็ล้วนทำงานอยู่บนเครื่องจักรประมวลผล ที่มีพฤติกรรมแบบคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ดังนั้น มันก็ต้องมีช่องทางให้สั่งงานมันได้ผ่านภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าทางใดก็ทางนึง</p>
<p>ผมพยายามทบทวนว่าผมทำอะไรได้บ้าง มันสำคัญนะ คนเราต้องคิดเป็น ทำเป็น ถึงจะมีคุณค่า ดังนั้น ถ้าเป็นการสั่งคอมพิวเตอร์ด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ผมก็ต้องลองทบทวนว่าผมสั่งคอมพิวเตอร์บนแพลตฟอร์มแบบไหนได้บ้าง</p>
<figure id="attachment_2505" aria-describedby="caption-attachment-2505" style="width: 774px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/06/2560-06-03-21_24_08-PowerPoint-Slide-Show-Presentation1.png"><img decoding="async" class="size-full wp-image-2505" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/06/2560-06-03-21_24_08-PowerPoint-Slide-Show-Presentation1.png" alt="ภาษาคอมพิวเตอร์กับแพลตฟอร์ม" width="774" height="373" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/06/2560-06-03-21_24_08-PowerPoint-Slide-Show-Presentation1.png 774w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/06/2560-06-03-21_24_08-PowerPoint-Slide-Show-Presentation1-300x145.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2017/06/2560-06-03-21_24_08-PowerPoint-Slide-Show-Presentation1-768x370.png 768w" sizes="(max-width: 774px) 100vw, 774px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2505" class="wp-caption-text">ภาษาคอมพิวเตอร์กับแพลตฟอร์ม</figcaption></figure>
<p>ภาพข้างบนคือภาษาคอมพิวเตอร์และเครื่องไม้เครื่องมือที่ผมทำเป็น จะเห็นว่าผมไร้ทักษะในแพลตฟอร์ม Mobile และ Embedded&nbsp;อย่างเห็นได้ชัด!!!</p>
<p>คือคิดไม่เป็น ทำไม่เป็นเลยแหล่ะ ไม่ได้ไปเรียนรู้อะไรเลย และแพลตฟอร์มเหล่านั้นเป็นอนาคตซะด้วย!!!</p>
<p>มันเลยเหมือนผมเป็นคนเก่าแก่ในแพลตฟอร์มเก่า แต่เป็นเด็กใหม่ในแพลตฟอร์มใหม่ อะไรประมาณนั้น</p>
<p>ในขณะเดียวกัน บนแพลตฟอร์ม Enterprise หรือ Web เอง ทุกวันนี้ก็มีสิ่งใหม่ ๆ&nbsp;ปรากฎขึ้นมาให้ใช้งานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาษา Python&nbsp;เอย Ruby เอย หรือเครื่องมือ เช่น&nbsp;Ruby on Rails, AngularJS, Node.js, Express.js แต่ผมก็ไม่ได้ไปต่อในเรื่องเหล่านี้เหมือนกัน</p>
<p>ทีนี้ย้อนกลับมาดูหลักคิดกันนิดนึง จะเห็นว่าผมใช้ตารางสองมิติเพื่อช่วยในการทบทวนตัวเอง โดยผมใช้การแจกแจกสิ่งที่ทำเป็นในด้านคอลัมน์ ในขณะที่ผมใช้การแจกแจงแพลตฟอร์มในด้านแถว จากนั้นก็บรรจุสิ่งที่ทำเป็นลงไปในนั้น ให้มันสอดคล้องกับด้านแถวและด้านคอลัมน์ แล้วมันก็ออกมาเป็นภาพข้างบน</p>
<p>ด้วยวิธีการนี้ทำให้ผมมองเห็นได้ง่าย ว่าผมอ่อนด้อยและไร้ทักษะในด้านไหนบ้าง และถ้ามันจำเป็น ผมหมายถึงจำเป็นจริง ๆ นะ ผมก็จะไปพัฒนาในด้านนั้น</p>
<p>อย่างเช่นตอนนี้ การพัฒนา Mobile Application เป็นเรื่องสำคัญ เพราะใคร ๆ ก็ใช้โทรศัพท์ฉลาดกันหมดแล้ว สัดส่วนการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน๊ตบุ๊คมันก็น้อยลงเรื่อย ๆ ถ้าผมต้องการ Mobile Application ของตัวเองซักตัวนึง ผมก็อาจไป<strong>จ้างให้ใครเขียนให้ก็ได้</strong></p>
<p><strong>อ้าวไม่ใช่ล่ะ!!!</strong></p>
<p>โดยสรุปแล้ว สำหรับผมนะ ตัวผมนั่นแหล่ะ ผมเห็นว่าการเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ให้หลากหลายแพลตฟอร์ม มันก็สำคัญจริง ๆ เพียงแต่ว่าเราจะเลือกเรียนเพื่อเขียนเอง หรือจะเลือกเรียน เพื่อกำกับดูแลคนที่เขียนภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านั้นอีกที อันนี้ก็แล้วแต่</p>
<p>เวลาแต่ล่ะคนมีจำกัด ก็ต้องเก็ง ๆ กันไปครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2504/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระบวนการแปลภาษาทางคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2302</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2302#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Mar 2016 08:20:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Compiler]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Programming]]></category>
		<category><![CDATA[กระบวนการ]]></category>
		<category><![CDATA[คอมไพเลอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2302</guid>

					<description><![CDATA[หลายวันก่อนอ่านในกระทู้พั]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายวันก่อนอ่านในกระทู้พันทิป เหมือนมีคนมาตั้งกระทู้ถามว่า กระบวนการแปลภาษาทางคอมพิวเตอร์มันเป็นยังไง แบบว่าไม่เข้าใจ อะไรประมาณนั้น ซึ่งผมมองว่าเป็นคำถามที่ดี เพราะแสดงว่าเขากำลังสนใจวัตถุประสงค์ของการแปลภาษาทางคอมพิวเตอร์ มากกว่าสนใจในภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูง ซึ่งมีออกมาใหม่ ๆ กันมากมายหลายภาษาซะเหลือเกิน</p>
<p>ผมคิดว่าคนที่ตั้งกระทู้ถาม น่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ ผมเองเห็นใจคนรุ่นใหม่มาก เพราะพวกเขาอยู่ในยุคสมัยที่ช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีต้นน้ำกับเทคโนโลยีปลายน้ำมันห่างออกไปทุกที พวกเขากำลังถูกผลักให้กลายเป็นผู้ใช้งาน มากกว่าเป็นผู้คิดค้นวิจัยพัฒนา พวกเขาถูกสิ่งกีดกันที่เรียกว่าเวลาในการเรียนรู้มาขวางทางเขาเอาไว้ พวกเขาต้องมีเวลามากพอในการเรียนรู้ย้อนกลับจากเทคโนโลยีปลายน้ำไปหาเทคโนโลยีต้นน้ำ เพื่อทำความเข้าใจที่มาที่ไป เพื่อจะได้สร้างเทคโนโลยีปลายน้ำใหม่ ๆ หรือตั้งต้นสร้างเทคโนโลยีต้นน้ำใหม่ได้</p>
<p>เมืองไทยเรานับคนได้เลย ที่คิดจะคิดภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูง ผมเคยเห็นมีอยู่คนนึงนานแล้ว ชื่อ อาจหาญ สัตยารักษ์ เคยคิดค้นภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีไวยากรณ์เป็นภาษาไทย จุดประสงค์เพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์รับข้อมูลเข้าเป็นภาษาไทย และแสดงผลเป็นภาษาไทยได้ แต่เรื่องมันก็นานมาแล้ว ภาษาคอมพิวเตอร์นี้ก็ถูกลืมเลือนหายไป</p>
<p>จริง ๆ แล้วภาษาคอมพิวเตอร์เป็นสินค้าแฟชั่นนะครับ มันมักจะมีดีของมันตามยุคตามสมัย บ้างก็ดีเพราะไวยากรณ์ของมันทำให้คนเขียนโปรแกรมชีวิตดี๊ดี บ้างก็ดีเพราะพอแปลเป็นภาษาเครื่องแล้วมันมีขนาดเล็กกระทัดรัดทำงานเร็วจี๊ด</p>
<p>โดยองค์ประกอบหลัก ๆ ของการเกิดขึ้นและตั้งอยู่ของภาษาทางคอมพิวเตอร์ก็มีอยู่ 2 ประการคือ หนึ่งไวยากรณ์ของภาษา และ สองโปรแกรมที่จะแปลไวยากรณ์ของภาษาให้เป็นภาษาเครื่อง</p>
<p>เห็นมั้ยครับ? จริง ๆ ไม่มีอะไรเลย แค่คิดค้นภาษาและตัวแปลมันเท่านั้นเอง และส่วนใหญ่คนหรือกลุ่มคนที่คิดค้นภาษาทางคอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ ก็มักจะต้องรับผิดชอบในการสร้างโปรแกรมเพื่อแปลภาษาที่คิดค้นให้เป็นภาษาเครื่องด้วย อันนี้เป็นข้อเท็จจริง ใครคิดคนนั้นทำ</p>
<p>งั้นเรามาสมมติว่าเราเป็นผู้ที่สามารถคิดค้นหน่วยประมวลผลแบบดิจิทัลขนาดเล็กที่ใช้พลังงานน้อย มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและชุดคำสั่งขนาดเล็กแต่ความจุสูง และสามารถป้อนชุดคำสั่งได้ 3,000 ชุดคำสั่งใน 1 วินาที โดยหน่วยประมวลผลถูกติดตั้งอยู่ในหุ่นยนต์สูง 50 เซ็นติเมตร มีกำลัง 1 แรงม้า นะครับ</p>
<p>และสมมติว่าหน่วยประมวลผลที่คิดค้นขึ้น มันรู้จักชุดคำสั่งภาษาเครื่องหลายร้อยคำสั่งเลยนะครับ ดังนั้น เริ่มแรกถ้าเราจะสั่งให้มันทำงาน สมมติว่าจะสั่งให้หุ่นยนต์กระพริบตา เราก็ต้องสั่งมันด้วยภาษาเครื่องถูกมั้ยครับ ตามรูปข้างล่างนี้</p>
<figure id="attachment_2306" aria-describedby="caption-attachment-2306" style="width: 721px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler1.png" rel="attachment wp-att-2306"><img decoding="async" class="size-full wp-image-2306" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler1.png" alt="สั่งเครื่องจักรด้วยภาษาเครื่อง" width="721" height="309" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler1.png 721w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler1-300x129.png 300w" sizes="(max-width: 721px) 100vw, 721px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2306" class="wp-caption-text">สั่งเครื่องจักรด้วยภาษาเครื่อง</figcaption></figure>
<p>ดิบมากครับ ถ้าเราสั่งให้หุ่นยนต์กระพริบตา เราก็คงต้องใช้ภาษาเครื่องหลาย ๆ บรรทัด ค่อย ๆ สั่งคำนวณบวกลบคูณหาร สั่งย้ายค่าเข้าออกที่เก็บข้อมูล สั่งให้ทดสัญญาณดิจิทัล เพื่อเพิ่มลดกระแสไฟฟ้า เพิ่มลดความต้านทานไฟฟ้า เพิ่มลดแรงดันไฟฟ้า วนรอบรอจังหวะ บลา ๆ ๆ กว่าจะสั่งให้หุ่นยนต์กระพริบตาสำเร็จหนึ่งที</p>
<p>มันด้อยประสิทธิภาพมากเลยใช่มั้ยครับ คนที่จะสั่งเครื่องจักรก็ต้องเหนื่อยน่าดู กว่าจะเขียนคำสั่งจำนวนหลาย ๆ บรรทัด โดยจะต้องจดจำคำสั่งภาษาเครื่อง หรือดีหน่อยก็ชำเลืองมองคู่มือภาษาเครื่องไปพลาง เขียนคำสั่งไปพลาง เพื่อสั่งให้เครื่องจักรทำงานให้ ซึ่งได้ผลนิดเดียว!</p>
<p>ทีนี้เพื่อความง่ายขึ้น เราก็น่าจะเพิ่มประสิทธิภาพ โดยการคิดค้นภาษาระดับล่างขึ้นมา เพื่อทดแทนภาษาเครื่องดีกว่า ซึ่งองค์ประกอบมันก็ต้องมี 2 อย่างแบบที่บอกไว้ คือ ต้องมีไวยากรณ์ และต้องมีตัวแปลภาษา ดังนั้น ก็ต้องคิดค้นไวยากรณ์ขึ้นมา จากนั้นก็ใช้ภาษาเครื่องที่มีนั่นแหล่ะครับ มาสร้างตัวแปลภาษา เพื่อแปลภาษาระดับล่าง ให้กลายเป็นภาษาเครื่อง แล้วก็เอาไปสั่งเครื่องจักรให้มันทำงานต่อไปได้</p>
<p>ดังนั้น ด้วยการเสียสละเวลาเพื่อคิดค้นพัฒนา ก็จะทำให้การสั่งเครื่องจักรในครั้งต่อ ๆ ไป ไม่ต้องใช้ภาษาเครื่อง แต่ใช้ภาษาระดับล่างแทน ดังรูปด้านล่าง</p>
<figure id="attachment_2307" aria-describedby="caption-attachment-2307" style="width: 848px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler2.png" rel="attachment wp-att-2307"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2307" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler2.png" alt="การแปลภาษาเครื่องให้เป็นภาษาระดับล่าง" width="848" height="557" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler2.png 848w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler2-300x197.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler2-768x504.png 768w" sizes="auto, (max-width: 848px) 100vw, 848px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2307" class="wp-caption-text">การแปลภาษาเครื่องให้เป็นภาษาระดับล่าง</figcaption></figure>
<p>แบบนี้คือชีวิตดีขึ้นมั้ย? ก็ยังไม่ได้ดีขึ้นอะไรมากมายครับ เพราะภาษาระดับล่าง ยังไงก็ทำงานแบบ 1 ต่อ 1 กับภาษาเครื่องอยู่แล้ว มันไม่ได้ช่วยทำให้เขียนน้อยลง แต่มันช่วยเรื่องไวยากรณ์ จากเดิมที่เคยต้องเขียนสั่งด้วยภาษาเครื่องที่เป็นเลขฐานสอง ก็เปลี่ยนมาเป็นภาษาระดับล่างซึ่งมีคำสั่งแบบข้อความสั้น ๆ หรือคำย่อแทน</p>
<p>คนเรามักจะคิดคล้าย ๆ กันครับ คือถ้าสั่งอะไรให้ใครทำ ก็หวังจะสั่งด้วยคำสั่งที่ง่าย ๆ และสั่งแค่คำสั่งไม่กี่คำสั่ง ที่เหลือก็ให้ไปคิดเองว่าจะต้องไปทำอะไรบ้าง ดังนั้น ถ้าเราคิดจะสั่งให้หุ่นยนต์กระพริบตา จะดีกว่ามั้ยถ้าไม่ต้องมาเขียนภาษาเครื่องหลาย ๆ บรรทัด หรือเขียนภาษาระดับล่าง ๆ หลาย ๆ บรรทัดเพื่อสั่งมัน?</p>
<p>งั้นเรามาคิดค้นภาษาระดับสูงกันดีกว่า ซึ่งจะมีความยากขึ้นทั้งการออกแบบไวยากรณ์และการสร้างตัวแปลภาษา แต่พอทำสำเร็จชีวิตเราจะดีขึ้นเพราะในการสั่งงานเครื่องจักรครั้งถัด ๆ ไป แทนที่เราจะต้องเขียนภาษาระดับล่างเพื่อสั่งเครื่องจักร ก็เปลี่ยนเป็นเขียนด้วยภาษาระดับสูงเพื่อสั่งเครื่องจักรแทน</p>
<p>และเนื่องจากเราเคยสร้างภาษาระดับล่างไว้แล้ว มันก็จะเป็นการลดขั้นตอนในการสร้างตัวแปลภาษา เพราะแทนที่เราจะต้องเขียนตัวแปลภาษาด้วยภาษาเครื่อง เพื่อแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง เราก็เปลี่ยนเป็นเขียนตัวแปลภาษาด้วยภาษาระดับล่าง เพื่อแปลภาษาระดับสูงเป็นภาษาเครื่องแทน เบาแรงขึ้นเยอะ ดังรูปด้านล่างนี้</p>
<figure id="attachment_2308" aria-describedby="caption-attachment-2308" style="width: 868px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler3.png" rel="attachment wp-att-2308"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2308" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler3.png" alt="การแปลภาษาระดับสูงเป็นภาษาเครื่อง" width="868" height="752" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler3.png 868w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler3-300x260.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/03/compiler3-768x665.png 768w" sizes="auto, (max-width: 868px) 100vw, 868px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2308" class="wp-caption-text">การแปลภาษาระดับสูงเป็นภาษาเครื่อง</figcaption></figure>
<p>พอมาถึงตรงนี้จะเริ่มงงล่ะ ไอ้นั่นแปลเป็นไอ้นี่ ไอ้นี่แปลเป็นไอ้นั่น อย่าไปงงครับ จริง ๆ แล้วหลักการมันไม่มีอะไรมาก มันคือการสร้างเครื่องมือ เพื่อเอาไปสร้างเครื่องมือ ต่อ ๆ ไปเรื่อย ๆ ครับ โดยเครื่องมือที่ถูกสร้างในแต่ล่ะขั้นตอน ก็อาจจะเอาไปสร้างอย่างอื่นที่ไม่ใช่เครื่องมือ อะไรประมาณนั้น</p>
<p>จะเห็นว่าด้วยกระบวนการแบบนี้ เราก็จะสามารถสร้างภาษาชั้นสูงให้มันสูงขึ้นไปได้เรื่อย ๆ สร้างให้มันมีไวยากรณ์เข้าใกล้ภาษามนุษย์ไปเรื่อย ๆ จนอาจจะเปลี่ยนจากภาษาไปเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ภาษาเพื่อสั่งงานเครื่องจักรก็ได้</p>
<p>จากที่อธิบายและสมมติให้ดู ก็สามารถย้ำได้อีกครั้งนะครับว่า จริง ๆ แล้วกระบวนการแปลภาษาทางคอมพิวเตอร์ มันเกี่ยวกับ ไวยากรณ์ของภาษา และ ตัวแปลภาษา เท่านั้นเอง ดังนั้น ถ้าจากตัวอย่างข้างบน เรากำหนดให้ไวยากรณ์ของภาษาระดับล่างคือภาษาแอสเซมบลี้ และภาษาระดับสูงคือภาษาซี งั้นเพื่อจะสั่งหุ่นยนต์ให้กระพริบตา เราก็ทำแค่ตัวแปลภาษาก็พอ ไม่ต้องมาเมื่อยตุ้มคิดค้นไวยากรณ์ของภาษาเอง เป็นการทุ่นแรงลงไปอีกต่อหนึ่ง เพราะงานแบบนี้มันเป็นการทำเพราะความจำเป็นไม่ใช่ทำเพราะแฟชั่น</p>
<p>แต่ถ้าเราจะสร้างภาษาระดับสูงด้วยเหตุผลทางแฟชั่น อันนี้ก็ต้องคิดค้นไวยากรณ์ขึ้นมาใหม่ และรับผิดชอบสร้างตัวแปลภาษาเองครับ ซึ่งแฟชั่นที่ว่าก็เช่น ถ้าช่วงนี้ใคร ๆ ก็อยากจะสั่งเครื่องจักรให้ทำงานด้าน Machine Learning หรือ Data Mining หรือ Data Science หรือ 3D Printing และภาษาชั้นสูงที่มีในปัจจุบัน มันไม่เอื้อต่องานด้านนี้ ก็สามารถสร้างกันขึ้นมาใหม่ได้ครับ ตามแฟชั่นกันไป</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2302/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยกตัวอย่าง ทฤษฎีบทของเบย์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2295</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2295#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2016 17:02:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Data Mining]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum Computer]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีบทของเบย์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2295</guid>

					<description><![CDATA[ทฤษฎีบทของเบย์เป็นทฤษฎีคว]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทฤษฎีบทของเบย์เป็นทฤษฎีความน่าจะเป็นเชิงอนุมานที่ถูกใช้กันอย่างกว้างขวางในงานคอมพิวเตอร์ชั้นสูงครับ ไม่ว่าจะเป็นการรู้จำแบบมีผู้สอนเชิงเส้นด้วย Naive Bayes หรือ การรู้จำเสียงพูดด้วย Hidden Markov Model หรือ การคำนวณสภาวะ Superposition ของคิวบิตในควอนตัมคอมพิวเตอร์ ก็ล้วนตั้งอยู่บนหลักการของทฤษฎีบทของเบย์ทั้งนั้น</p>
<p>โดยหน้าตาของสมการตามทฤษฎีบทของเบย์ก็เป็นแบบข้างล่างนี้</p>
<figure id="attachment_2296" aria-describedby="caption-attachment-2296" style="width: 369px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem.png" rel="attachment wp-att-2296"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2296" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem.png" alt="ทฤษฎีบทของเบย์" width="369" height="129" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem.png 369w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem-300x105.png 300w" sizes="auto, (max-width: 369px) 100vw, 369px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2296" class="wp-caption-text">ทฤษฎีบทของเบย์</figcaption></figure>
<p>จริง ๆ แล้วทฤษฎีบทของเบย์ก็สืบต่อมาจากทฤษฎีความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไขอีกทีนึงน่ะครับ เป็นโมเดลที่อธิบายว่าความน่าจะเป็นในลำดับถัดไปจะขึ้นกับความน่าจะเป็นของลำดับก่อนหน้า อะไรประมาณนั้น</p>
<p>ซึ่งถ้าจะคำนวณความน่าจะเป็นของลำดับถัดไปโดยขึ้นกับความน่าจะเป็นของลำดับก่อนหน้า ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ตามสมการข้างล่างนี้ครับ</p>
<figure id="attachment_2297" aria-describedby="caption-attachment-2297" style="width: 304px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ordinary.png" rel="attachment wp-att-2297"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2297" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ordinary.png" alt="การคำนวณความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข" width="304" height="131" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ordinary.png 304w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ordinary-300x129.png 300w" sizes="auto, (max-width: 304px) 100vw, 304px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2297" class="wp-caption-text">การคำนวณความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข</figcaption></figure>
<p>แล้วในเมื่อมันมีสมการง่าย ๆ อยู่ก่อนแล้ว ทำไมเรายังต้องคำนวณโดยใช้ทฤษฎีบทของเบย์อีก???</p>
<p>คำตอบคือ บางครั้งการคำนวณความน่าจะเป็นของลำดับถัดไป โดยขึ้นกับความน่าจะเป็นของลำดับก่อนหน้า มันทำแบบตรงไปตรงมาไม่ได้ครับ มันต้องทำแบบอ้อม ๆ ดังนั้น ทฤษฎีบทของเบย์เลยเป็นสิ่งที่แก้ปัญหาในเรื่องนี้ไปโดยปริยาย</p>
<p>ก่อนอื่น ยกตัวอย่างข้อมูลให้ดูแล้วกันครับ ตามตารางด้านล่างนี้ เป็นข้อมูลคุณสมบัติของบุคคลที่มีเพียง 5 คนเท่านั้น โดยคุณสมบัติของคนเหล่านั้นก็คือ หน้าตา รูปร่าง เส้นเสียง การแสดง และ อาชีพ ครับ</p>
<figure id="attachment_2298" aria-describedby="caption-attachment-2298" style="width: 664px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ex.png" rel="attachment wp-att-2298"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2298" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ex.png" alt="ตัวอย่างข้อมูลเพื่อคำนวณตามทฤษฎีบทของเบย์" width="664" height="318" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ex.png 664w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ex-300x144.png 300w" sizes="auto, (max-width: 664px) 100vw, 664px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2298" class="wp-caption-text">ตัวอย่างข้อมูลเพื่อคำนวณตามทฤษฎีบทของเบย์</figcaption></figure>
<p>ทีนี้จะตั้งโจทย์ครับ โจทย์คือให้หาว่าความน่าจะเป็นที่บุคคลในข้อมูลตัวอย่างจะเป็นนักแสดงและเป็นคนรูปร่างผอม ซึ่งถ้าหาโดยใช้สมการตามความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข ก็จะได้ตามสมการด้านล่างนี้</p>
<figure id="attachment_2299" aria-describedby="caption-attachment-2299" style="width: 536px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ordinary_ex.png" rel="attachment wp-att-2299"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2299" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ordinary_ex.png" alt="ตัวอย่างสมการแบบความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข" width="536" height="506" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ordinary_ex.png 536w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_ordinary_ex-300x283.png 300w" sizes="auto, (max-width: 536px) 100vw, 536px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2299" class="wp-caption-text">ตัวอย่างสมการแบบความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข</figcaption></figure>
<p>คำตอบคือ 1 ส่วน 2 ซึ่งแบบข้างบนนี้ตรงไปตรงมา แต่ถ้าหาโดยใช้ทฤษฎีบทของเบย์บ้างล่ะจะเป็นยังไง? ซึ่งก็เป็นไปตามด้านล่างนี้</p>
<figure id="attachment_2300" aria-describedby="caption-attachment-2300" style="width: 775px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_full_ex.png" rel="attachment wp-att-2300"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2300" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_full_ex.png" alt="ตัวอย่างสมการตามทฤษฎีบทของเบย์" width="775" height="739" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_full_ex.png 775w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_full_ex-300x286.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/02/bayes_theorem_full_ex-768x732.png 768w" sizes="auto, (max-width: 775px) 100vw, 775px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2300" class="wp-caption-text">ตัวอย่างสมการตามทฤษฎีบทของเบย์</figcaption></figure>
<p>จะเห็นว่าคำตอบที่คำนวณได้ตามทฤษฎีบทของเบย์ มันก็เหมือน ๆ กับคำตอบที่คำนวณได้ตามทฤษฎีความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไขนั่นแหล่ะครับ แล้วในเมื่อคำตอบมันเหมือนกัน แล้วเราจะไปใช้ทฤษฎีบทของเบย์ทำไมอีก???</p>
<p>คำตอบก็เพราะว่า ในสถานการณ์จริง เราอาจไม่สามารถหาความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไขอย่างตรงไปตรงมาได้ครับ บางครั้งมันยอกย้อน มันต้องอ้างอิงกลับไปกลับมาถึงจะหาคำตอบได้ ดังนั้น ด้วยคุณสมบัติของทฤษฎีบทของเบย์ ก็เลยทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือที่นิยม สำหรับงาน Machine Learning, Data Mining หรือ Quantum Computing ไปโดยปริยายนั่นเอง</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2295/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>2</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คอมพิวเตอร์กับงานบัญชี</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2286</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2286#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2016 05:14:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ERP]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=2286</guid>

					<description><![CDATA[เวลาเรียนคอมพิวเตอร์เราก็]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เวลาเรียนคอมพิวเตอร์เราก็ต้องเรียนอะไรที่ยาก ๆ ถูกมั้ยครับ แต่ชีวิตจริงออกไปทำงาน ไอ้ที่ยาก ๆ ที่เรียนไปมักไม่ค่อยได้ใช้ เพราะงานส่วนใหญ่ในชีวิตจริงเป็นงานเชิงธุรกิจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับจ้างทำงาน การค้าขาย ดังนั้น เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เลยกลายเป็นเรื่องหลัก</p>
<p>การดูแลเงินทองข้าวของและการดูแลลูกค้าก็เลยเป็นปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจไป ดังนั้น ระบบคอมพิวเตอร์จึงมักถูกติดตั้งและพัฒนาเพื่อการดูแลเงินทองและดูแลลูกค้าตามที่กล่าวมา</p>
<p>ระบบคอมพิวเตอร์ที่เอาไว้ดูแลเงินทองข้าวของ ในภาพใหญ่สุดจะเรียกว่า Enterprise Resource Planning ส่วนภาพที่เล็กลงมาก็แบ่งได้เป็น ระบบขาย ระบบจัดซื้อ ระบบพัสดุ ระบบต้นทุน ระบบการเงิน ระบบทรัพยากรบุคคล ระบบบัญชี เป็นต้น</p>
<p>เมื่อมันเกี่ยวข้องกับระบบบัญชี บางทีคนทางคอมพิวเตอร์ก็อาจจะต้องรู้บัญชีไปโดยปริยาย ดังนั้น ผมจึงขอนำเสนอรูปแบบการลงบัญชีที่ง่ายที่สุด เพื่อให้เข้าใจตามภาพข้างล่างนี้ครับ</p>
<figure id="attachment_2287" aria-describedby="caption-attachment-2287" style="width: 874px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10305334_10154462157142586_8441161151894358379_n.jpg" rel="attachment wp-att-2287"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2287" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10305334_10154462157142586_8441161151894358379_n.jpg" alt="เริ่มลงทุน" width="874" height="578" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10305334_10154462157142586_8441161151894358379_n.jpg 874w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10305334_10154462157142586_8441161151894358379_n-300x198.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10305334_10154462157142586_8441161151894358379_n-768x508.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 874px) 100vw, 874px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2287" class="wp-caption-text">เริ่มลงทุน</figcaption></figure>
<figure id="attachment_2288" aria-describedby="caption-attachment-2288" style="width: 873px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/1424323_10154462157337586_5828526874239659153_n.jpg" rel="attachment wp-att-2288"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2288" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/1424323_10154462157337586_5828526874239659153_n.jpg" alt="ซื้อสินค้าเก็บเข้าร้าน" width="873" height="585" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/1424323_10154462157337586_5828526874239659153_n.jpg 873w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/1424323_10154462157337586_5828526874239659153_n-300x201.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/1424323_10154462157337586_5828526874239659153_n-768x515.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 873px) 100vw, 873px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2288" class="wp-caption-text">ซื้อสินค้าเก็บเข้าร้าน</figcaption></figure>
<figure id="attachment_2289" aria-describedby="caption-attachment-2289" style="width: 870px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10376842_10154462157487586_388432993527402660_n.jpg" rel="attachment wp-att-2289"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2289" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10376842_10154462157487586_388432993527402660_n.jpg" alt="ขายสินค้ากำไร 100%" width="870" height="575" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10376842_10154462157487586_388432993527402660_n.jpg 870w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10376842_10154462157487586_388432993527402660_n-300x198.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10376842_10154462157487586_388432993527402660_n-768x508.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 870px) 100vw, 870px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2289" class="wp-caption-text">ขายสินค้ากำไร 100%</figcaption></figure>
<figure id="attachment_2290" aria-describedby="caption-attachment-2290" style="width: 957px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10176095_10154462157802586_2226529072929354804_n.jpg" rel="attachment wp-att-2290"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2290" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10176095_10154462157802586_2226529072929354804_n.jpg" alt="ตัดของออกจากร้านเพราะขายไปแล้ว" width="957" height="573" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10176095_10154462157802586_2226529072929354804_n.jpg 957w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10176095_10154462157802586_2226529072929354804_n-300x180.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/10176095_10154462157802586_2226529072929354804_n-768x460.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 957px) 100vw, 957px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2290" class="wp-caption-text">ตัดของออกจากร้านเพราะขายไปแล้ว</figcaption></figure>
<figure id="attachment_2291" aria-describedby="caption-attachment-2291" style="width: 868px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/535225_10154462157982586_8261904596546811601_n.jpg" rel="attachment wp-att-2291"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2291" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/535225_10154462157982586_8261904596546811601_n.jpg" alt="สมมติว่าปิดกิจการ จึงปิดบัญชีรายรับรายจ่าย" width="868" height="703" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/535225_10154462157982586_8261904596546811601_n.jpg 868w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/535225_10154462157982586_8261904596546811601_n-300x243.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/535225_10154462157982586_8261904596546811601_n-768x622.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 868px) 100vw, 868px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2291" class="wp-caption-text">สมมติว่าปิดกิจการ จึงปิดบัญชีรายรับรายจ่าย</figcaption></figure>
<figure id="attachment_2292" aria-describedby="caption-attachment-2292" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/12341575_10154462158367586_3593940418791135247_n.jpg" rel="attachment wp-att-2292"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-2292" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/12341575_10154462158367586_3593940418791135247_n.jpg" alt="สมมติว่าปิดกิจการ จึงสรุปกำไรสะสม" width="864" height="629" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/12341575_10154462158367586_3593940418791135247_n.jpg 864w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/12341575_10154462158367586_3593940418791135247_n-300x218.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2016/01/12341575_10154462158367586_3593940418791135247_n-768x559.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 864px) 100vw, 864px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2292" class="wp-caption-text">สมมติว่าปิดกิจการ จึงสรุปกำไรสะสม</figcaption></figure>
<p>จากตัวอย่างข้างบน คือการลงบัญชีเพื่อค้าขายในแบบที่ง่ายที่สุดแล้วครับ โดยผมได้แสดงให้เห็นการเคลื่อนไหวของทั้ง บัญชีรายวันทั่วไป งบกำไรขาดทุน และ งบดุล</p>
<p>คนทางคอมพิวเตอร์บางทีพอมาเจอกับบัญชี ก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าใจได้ง่าย ๆ ครับ ก็ลองหัด ๆ ดูแล้วกันครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2286/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลกคู่ขนาน</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1982</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1982#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Jun 2015 06:53:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีกราฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อาบรักทะลุมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกคู่ขนาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1982</guid>

					<description><![CDATA[คิดว่าจะเขียนเรื่องนี้มาน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คิดว่าจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้วแต่ไม่มีเวลา คือมันเป็นเรื่องของปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ ที่เจอในภาพยนต์เรื่อง &#8220;อาบรักทะลุมิติ&#8221; เห็นว่ามันน่าสนใจดี โดยเนื้อเรื่องในภาพยนต์จะประมาณว่า พระเอกซึ่งเป็นบัณฑิตกำลังจะไปสอบที่เมืองหลวง โดยเดินทางไปพร้อมผู้ติดตาม แล้วได้พบกับโจรระหว่างทาง จากนั้นก็วิ่งไล่กวดกันเข้าไปในวัดแห่งหนึ่ง ในวัดนั้นก็มีภาพวาดซึ่งเป็นประตูทะลุไปสู่โลกคู่ขนานได้ ซึ่งทำให้ทั้งพระเอก ผู้ติดตาม และโจร ต่างพากันพลัดหลงเข้าไปในโลกคู่ขนานดังกล่าว ซึ่งเป็นโลกที่มีแต่ผู้หญิงสวยเช้งเต็มไปหมด หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องราวผจญภัยกันมากมาย และสุดท้ายพระเอกตัดสินใจกลับโลกจริงเพียงลำพัง โดยทิ้งให้ผู้ติดตามและโจรอยู่ในโลกคู่ขนาน แต่เมื่อกลับมายังโลกจริงแล้ว กลับกลายเป็นว่าผู้ติดตามและโจรก็ยังคงอยู่ในโลกจริงเช่นเดิม โดยมีเพียงพระเอกเท่านั้นที่จดจำเรื่องราวการผจญภัยในโลกคู่ขนานได้ ในขณะที่ผู้ติดตามและโจรไม่รู้เรื่องราวการผจญภัยในโลกคู่ขนานด้วยเลย</p>
<figure id="attachment_1983" aria-describedby="caption-attachment-1983" style="width: 410px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/Mural_poster.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1983" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/Mural_poster.jpg" alt="อาบรักทะลุมิติ" width="410" height="586" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/Mural_poster.jpg 410w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/Mural_poster-210x300.jpg 210w" sizes="auto, (max-width: 410px) 100vw, 410px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1983" class="wp-caption-text">อาบรักทะลุมิติ</figcaption></figure>
<p>ทีนี้ผมเลยคิดว่าปรากฎการณ์แบบนี้มันน่าสนใจ น่าจะอธิบายได้ด้วยทฤษฎีกราฟในทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาการคอมพิวเตอร์ โดยย่อ ๆ ก็คือทฤษฎีกราฟเป็นทฤษฎีที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุ โดยการเชื่อมโยงกันระหว่างวัตถุ (vertex) ด้วยเส้นเชื่อม (edge) ซึ่ง edge เป็นได้ทั้งแบบมีทิศทางและไม่มีทิศทาง และเป็นได้ทั้งมีค่าน้ำหนักหรือไม่มีค่าน้ำหนัก</p>
<p><span id="more-1982"></span></p>
<p>โดยสมมติฐานส่วนตัวของผมคิดว่า เราสามารถใช้ทฤษฎีกราฟเพื่ออธิบายปรากฎการณ์ในภาพยนต์เรื่อง &#8220;อาบรักทะลุมิติ&#8221; ได้ โดยการเขียนเป็นกราฟแบบภาพข้างล่างนี้</p>
<figure id="attachment_1988" aria-describedby="caption-attachment-1988" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/dim3.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1988" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/dim3.png" alt="การเคลื่อนไหวในโลกจริงและโลกคู่ขนาน" width="650" height="530" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/dim3.png 650w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/dim3-300x245.png 300w" sizes="auto, (max-width: 650px) 100vw, 650px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1988" class="wp-caption-text">การเคลื่อนไหวในโลกจริงและโลกคู่ขนาน</figcaption></figure>
<p>ผมมีความเชืื่อส่วนตัวว่าในเรื่อง &#8220;อาบรักทะลุมิติ&#8221; กายหยาบของพระเอก ผู้ติดตาม และโจร ไม่ได้ไปที่โลกคู่ขนาน หากแต่มีเพียง &#8220;จิตรับรู้&#8221; เท่านั้นที่กระโดดไปยังโลกคู่ขนาน ทีนี้พอพระเอกซึ่งอยู่ใน vertex T5 ของโลกคู่ขนานตัดสินใจว่าจะกลับโลกจริง จึงเกิด edge แบบมีทิศทางเชื่อมจาก vertex T5 ของโลกคู่ขนานไปยัง vertex T1 ของโลกจริง ซึ่งทำให้กายหยาบของพระเอกในโลกจริงเกิดการรับรู้เรื่องราวจากโลกคู่ขนาน และดำเนินชีวิตนับจาก vertex T1 ในโลกจริงต่อไป</p>
<p>ส่วนจิตรับรู้ของผู้ติดตามและโจร ไม่ได้กลับจาก vertex T5 ของโลกคู่ขนานไปยัง vertex T1 ของโลกจริง จึงทำให้กายหยาบของผู้ติดตามและโจร ณ vertex T1 ในโลกจริงไม่ได้รับรู้เรื่องราวจากโลกคู่ขนานเลย และยังคงดำเนินชีวิตนับจาก vertex T1 ในโลกจริงต่อไป ในขณะที่จิตรับรู้ซึ่งแบ่งไปอยู่ในโลกคู่ขนาน ก็ยังคงดำเนินชีวิตนับจาก vertex T5 ในโลกคู่ขนานต่อไปเช่นกัน</p>
<figure id="attachment_1986" aria-describedby="caption-attachment-1986" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/dim2.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1986" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/dim2.png" alt="โมเดลโลกคู่ขนาน" width="650" height="252" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/dim2.png 650w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2015/06/dim2-300x116.png 300w" sizes="auto, (max-width: 650px) 100vw, 650px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1986" class="wp-caption-text">โมเดลโลกคู่ขนาน</figcaption></figure>
<p>ทีนี้ผมเลยคิดว่าน่าจะสามารสร้างโมเดลเพื่ออธิบายโลกคู่ขนานได้ โดยผมตั้งสมมติฐานว่าจริง ๆ แล้วมนุษย์ทุกคนล้วนมีโอกาสแบ่งจิตรับรู้ของตัวเอง แล้วปล่อยจิตรับรู้ที่แบ่งออกมาไปยังโลกคู่ขนานได้ เพียงแต่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่จิตรับรู้ที่แบ่งออกไปจะกลับจากโลกคู่ขนานมายังโลกจริง เพื่อจะทำให้กายหยาบในโลกจริงเกิดการรับรู้เรื่องราวในโลกคู่ขนาน ซึ่งจริง ๆ แล้วปรากฎการณ์แบบนี้เกิดได้เยอะแยะ มีคนเล่าเยอะ เช่น บอกว่ารู้สึกเหมือนเดจาวู หรือ รู้สึกว่ายืนเดินอยู่ดี ๆ ก็วูบไปยังอีกที่หนึ่ง จากนั้นก็วูบกลับมาที่เดิม เป็นต้น</p>
<p>จากภาพโมเดลโลกคู่ขนาน ผมตั้งข้อสังเกตจากสมมติฐานที่ผมตั้งขึ้นเองได้ 4 อย่างคือ</p>
<ol>
<li>เป็นไปได้ที่มนุษย์เราจะแบ่งจิตและปล่อยจิตไปยังโลกคู่ขนานได้แทบจะตลอดเวลา ซึ่งแทนได้ด้วย edge แบบมีทิศทางและมีค่าน้ำหนัก Wa0 ขนาด 100%</li>
<li>เป็นไปได้ที่จิตที่ปล่อยออกไปยังโลกคู่ขนาน จะกลับมาบางส่วนในโลกจริง เพื่อทำให้กายหยาบในโลกจริงรับรู้เรื่องราวในโลกคู่ขนานได้บางส่วน โดยที่จิตในโลกคู่ขนานจะยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งแทนได้ด้วย edge แบบมีทิศทางและมีค่าน้ำหนัก Wb0 ขนาดไม่เกิน 50%</li>
<li>เป็นไปได้ที่จิตที่ปล่อยออกไปยังโลกคู่ขนาน จะกลับมาเต็มจำนวนในโลกจริง เพื่อทำให้กายหยาบในโลกจริงรับรู้เรื่องราวในโลกคู่ขนาน และไม่มีจิตหลงเหลือในโลกคู่ขนานอีกต่อไป ซึ่งแทนได้ด้วย edge แบบมีทิศทางและมีค่าน้ำหนัก Wb0 ขนาด 100%</li>
<li>เป็นไปได้ที่จิตที่ปล่อยออกไปยังโลกคู่ขนาน จะไม่กลับมายังโลกจริงอีกเลย และยังคงดำเนินต่อไปในโลกคู่ขนาน โดยที่กายหยาบในโลกจริงไม่ได้รับรู้แต่ประการใด ซึ่งแทนได้ด้วย vertex T5 ถึง T10 ในโลกคู่ขนาน</li>
</ol>
<p>ผมคิดว่าเรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้ จะมาอธิบายอะไรที่มันเป็นวิทยาศาสตร์คงยาก แต่ถ้าจะให้ตั้งสมมติฐานก็คงจะได้ประมาณนี้แหล่ะครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1982/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การวิเคราะห์ภาพสมอง</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1969</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1969#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Dec 2014 07:36:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Assignment]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[fmri]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1969</guid>

					<description><![CDATA[การวิเคราะห์ภาพสมองเป็นหน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การวิเคราะห์ภาพสมองเป็นหนึ่งในงานวิจัยที่กำลังเป็นที่นิยมในชาติมหาอำนาจในขณะนี้ครับ เพราะสมองเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความเหนือกว่าสัตว์และพืชทั้งปวงในสากลโลกนี้ ดังนั้น หากมีความเข้าอกเข้าใจในสมองได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้าใจตรง ๆ ก็ได้ เข้าใจอ้อม ๆ ก็ได้ ก็จะทำให้เราสามารถที่จะอ่านจิตใจของเจ้าของสมองได้ และสามารถทำนายพฤติกรรมของเจ้าของสมองได้ (รู้สึกจะพิมพ์ &#8220;ได้&#8221; หลายตัวแฮะ)</p>
<p>ทุกวันนี้มีเทคโนโลยีในการถ่ายภาพสมองอยู่หลายแบบครับ ซึ่งทั้งหมดล้วนใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูงในการถ่ายภาพ โดยหลักการคือการปล่อยให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านปริมาตรสมอง แล้วตรวจสอบการดูดกลืนหรือสะท้อนกลับของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อแสดงออกมาเป็นภาพสามมิติ แล้วตรวจวิเคราะห์บริเวณที่มีการตอบสนองเป็นพิเศษ ซึ่งการตอบสนองอาจจะอยู่ในรูปของบริเวณที่มีความแตกต่างเชิงพื้นที่หรือเชิงเวลา คือแบบว่าตรงไหนมันดูเด่นกว่าใคร ๆ ก็ตรงนั้นแหล่ะเป็นลักษณะพิเศษ</p>
<p>งานวิจัยด้านนี้มีการพัฒนามาเป็นสิบปีแล้วในเมืองนอก แต่ถ้าเป็นเมืองไทยเรายังไม่มีใครทำกัน ผมก็เลยได้โครงการมาทำครับ ก็คือต้องวิเคราะห์ภาพสมองนั่นแหล่ะ โดยวิเคราะห์ในแง่ของการทำนายด้วย Machine Learning ทีนี้ผมก็ไม่อยากจะวิเคราะห์แบบทั่ว ๆ ไปไง คือส่วนใหญ่งานวิจัยจะนำเสนอแต่ของใหม่ เสนอแต่ความก้าวหน้า เสนอแต่ความสำเร็จ ทีนี้ผมอินดี้ ผมเลยเสนอในด้านที่ไม่มีคนทำ ซึ่งผมก็รู้แหล่ะว่าด้านนั้นมันไม่โอเค แต่ผมอยากจะนำเสนอไงว่าทำไมมันถึงไม่โอเค ทำไมถึงไม่มีคนทำมานำเสนอกัน ซึ่งเนื้อหาเปเปอร์ก็เป็นตามด้านล่างนี่แหล่ะ ลองอ่านดู</p>
<p><span id="more-1969"></span></p>
<figure id="attachment_1970" aria-describedby="caption-attachment-1970" style="width: 620px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_1.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-1970" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_1-724x1024.png" alt="การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 1" width="620" height="877" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_1-724x1024.png 724w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_1-212x300.png 212w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_1.png 1035w" sizes="auto, (max-width: 620px) 100vw, 620px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1970" class="wp-caption-text">การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 1</figcaption></figure>
<figure id="attachment_1971" aria-describedby="caption-attachment-1971" style="width: 620px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_2.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-1971" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_2-725x1024.png" alt="การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 2" width="620" height="876" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_2-725x1024.png 725w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_2-212x300.png 212w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_2.png 1036w" sizes="auto, (max-width: 620px) 100vw, 620px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1971" class="wp-caption-text">การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 2</figcaption></figure>
<figure id="attachment_1972" aria-describedby="caption-attachment-1972" style="width: 620px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_3.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-1972" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_3-725x1024.png" alt="การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 3" width="620" height="876" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_3-725x1024.png 725w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_3-212x300.png 212w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_3.png 1036w" sizes="auto, (max-width: 620px) 100vw, 620px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1972" class="wp-caption-text">การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 3</figcaption></figure>
<figure id="attachment_1973" aria-describedby="caption-attachment-1973" style="width: 620px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_4.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-1973" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_4-725x1024.png" alt="การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 4" width="620" height="876" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_4-725x1024.png 725w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_4-212x300.png 212w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_4.png 1036w" sizes="auto, (max-width: 620px) 100vw, 620px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1973" class="wp-caption-text">การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 4</figcaption></figure>
<figure id="attachment_1974" aria-describedby="caption-attachment-1974" style="width: 620px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_5.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-1974" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_5-724x1024.png" alt="การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 5" width="620" height="877" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_5-724x1024.png 724w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_5-212x300.png 212w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_5.png 1036w" sizes="auto, (max-width: 620px) 100vw, 620px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1974" class="wp-caption-text">การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 5</figcaption></figure>
<figure id="attachment_1975" aria-describedby="caption-attachment-1975" style="width: 620px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_6.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-1975" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_6-725x1024.png" alt="การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 6" width="620" height="876" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_6-725x1024.png 725w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_6-212x300.png 212w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/12/fmri_6.png 1036w" sizes="auto, (max-width: 620px) 100vw, 620px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1975" class="wp-caption-text">การวิเคราะห์ภาพสมอง หน้าที่ 6</figcaption></figure>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1969/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การรวมปัญญาประดิษฐ์และความมั่นคงของคอมพิวเตอร์เข้าไว้ด้วยกัน</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1948</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1948#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Oct 2014 11:39:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Assignment]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Literature Review]]></category>
		<category><![CDATA[Security]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Computer Security]]></category>
		<category><![CDATA[ConxSense]]></category>
		<category><![CDATA[Framework]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile Application]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1948</guid>

					<description><![CDATA[ผมได้รับการบ้านมาครับ คือ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมได้รับการบ้านมาครับ คือต้องนำงานวิจัยในหัวข้อเกี่ยวกับความมั่นคงของคอมพิวเตอร์มาสรุปความ ผมเลยเลือกทำอันนี้ครับ มันคือโครงร่างซอฟต์แวร์ ConXsense ซึ่งมันเป็นงานวิจัยที่ได้รางวัลชนะเลิศในงานประชุมวิชาการ ASIACCS&#8217;14 จัดขึ้นที่ญี่ปุ่นเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ลองอ่านดูแล้วกันครับว่างานวิจัยนี้เขาทำอะไร &#8230;</p>
<p>&#8212;</p>
<p><strong>ConXsense – Automated Context Classification for Context-Aware Access Control</strong></p>
<p>ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของประชาชน และถูกพัฒนาให้ทันสมัยโดยผู้ผลิตชั้นนำอยู่อย่างต่อเนื่อง โทรศัพท์มือถือที่ทันสมัยจะมีคุณสมบัติเอนกประสงค์หลายประการนอกเหนือจากการใช้เป็นอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารพูดคุย ซึ่งความทันสมัยเพิ่มเติมมีอยู่ทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยในด้านฮาร์ดแวร์ โทรศัพท์มือถือสามารถรับข้อมูลได้หลายช่องทาง เช่น รับคลื่นแม่เหล็กโลกได้ รับรู้ทิศทางได้ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยใช้สัญญาณเครือข่ายไร้สาย สัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือ สัญญาณบลูทูธ สามารถถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปวีดีโอได้ ส่วนในด้านซอฟต์แวร์ โทรศัพท์มือถือมีระบบปฏิบัติการที่ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่อง ทำหน้าที่ประสานระหว่างฮาร์ดแวร์กับโปรแกรมเข้าไว้ด้วยกัน มีพื้นที่ความจุสูงซึ่งสามารถจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้งภาพ เสียง และคลิปวีดีโอ และมีโปรแกรมต่าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการออนไลน์เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคม</p>
<p><span id="more-1948"></span></p>
<p>การที่โทรศัพท์มือถือมีคุณสมบัติในการออนไลน์เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้งยังมีช่องทางรับข้อมูลหลายช่องทาง นอกจากจะมีประโยชน์ในด้านการสื่อสารตอบโต้ที่หลากหลายมิติแล้ว ยังนำมาซึ่ง<strong>ปัญหาในด้านความปลอดภัย</strong>ของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวด้วย เนื่องจากโปรแกรมต่าง ๆ ที่ถูกติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์มือถือ อาจจะเป็นโปรแกรมที่ประสงค์ร้าย มีจุดประสงค์ขโมยข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือ หรือตรวจจับสภาพแวดล้อมผ่านช่องทางรับข้อมูลต่าง ๆ ของโทรศัพท์มือถือ และอาศัยคุณสมบัติในการออนไลน์ออกสู่โลกอินเทอร์เน็ตของโทรศัพท์มือถือ ในการส่งข้อมูลไปยังผู้ประสงค์ร้าย หรือในบางครั้ง โปรแกรมสำหรับใช้งานเครือข่ายสังคม อาจทำเกินหน้าที่ นำข้อมูลที่มีความลับภายในโทรศัพท์มือถือเปิดเผยออกสู่เครือข่ายสังคม ทำให้เจ้าของโทรศัพท์มือถือเกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง และ เสียความเป็นส่วนตัวได้</p>
<p>การสร้างระบบกำหนดสิทธิ์โดยผู้ผลิตระบบปฏิบัติการและผู้ผลิตโปรแกรม ถือเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ ได้กำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งานข้อมูลและสิทธิ์การเข้าถึงอุปกรณ์นำเข้าข้อมูลให้กับโปรแกรมต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง แต่เนื่องจากการกำหนดสิทธิ์โดยผู้ใช้งานได้สร้างปัญหาใหม่ นั่นคือ<strong>ปัญหาภาระ</strong>ของผู้ใช้งาน เนื่องจากความหลากหลายของโปรแกรม ความหลากหลายของอุปกรณ์นำเข้าข้อมูล และ ระดับความสำคัญของข้อมูลในแต่ล่ะเวลาและสถานที่ ซึ่งมีความละเอียดซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้งานต้องกำหนดสิทธิ์ในทุกรายละเอียด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์ ซึ่งด้วยภาระเช่นนี้ จึงทำให้ผู้ใช้งานละเลยการกำหนดสิทธิ์ และทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาในด้านความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวอย่างเบ็ดเสร็จได้</p>
<p>ดังนั้น จึงมีงานวิจัย [1] ที่นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาภาระของผู้ใช้งาน โดยการผนวกรวมเอาวิธีในด้านความปลอดภัยเข้ากับวิธีทางด้านปัญญาประดิษฐ์ นำมาสร้างเป็นโครงร่างซอฟต์แวร์พื้นฐานเพื่อการพัฒนาต่อยอด ในชื่อเรียกว่า ConXsense โดยมีจุดประสงค์เพื่อทดแทนภาระงานในการกำหนดสิทธิ์ของผู้ใช้งาน ด้วยการให้ ConXsense เป็นตัวกำหนดสิทธิ์แทน โดยใช้วิธีการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ แบบอัตโนมัติ แล้วนำผลการวิเคราะห์ที่ได้มาปรับปรุงสิทธิ์การเข้าใช้งานให้กับโปรแกรมในโทรศัพท์มือถือ ให้มีความเหมาะสมตามเวลาและสถานที่ต่อไป</p>
<p>โครงร่างซอฟต์แวร์ ConXsense ถูกสร้างขึ้นโดยผนวกรวมเข้ากับ FlaskDroid [2] ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมความปลอดภัยที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อระบบปฏิบัติการ Android โดยโครงร่างซอฟต์แวร์ ConXsense เน้นแก้ปัญหาที่มีความสำคัญ 2 ประการ คือ หนึ่ง<strong>ปัญหาการใช้งานโทรศัพท์มือถือในทางที่ผิด</strong> และ สอง<strong>ปัญหาความลับและความเป็นส่วนตัว</strong></p>
<p>ในงานวิจัยได้อธิบายถึงปัญหาการใช้งานโทรศัพท์มือถือในทางที่ผิดไว้ว่า สามารถเกิดได้จากการที่เจ้าของโทรศัพท์มือถือวางโทรศัพท์มือถือไว้ห่างตัว จนทำให้ถูกผู้อื่นหยิบฉวยไปใช้งานในทางที่ผิดได้ ซึ่งผู้อื่นที่กล่าวถึงแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ โจร คนใกล้ชิดที่ซื่อสัตย์แต่อยากรู้อยากเห็น หรือ เด็กเล็ก โดยวิธีแก้ปัญหาที่ถูกนำเสนอในงานวิจัยคือการให้ ConXsense ตรวจสอบสภาพแวดล้อมผ่านช่องนำเข้าข้อมูลของโทรศัพท์มือถือ จากนั้นก็ให้ ConXsense วิเคราะห์บริบทเพื่อตัดสินใจ<strong>ปิดล็อก</strong>หน้าจอโทรศัพท์มือถือไม่ให้ผู้อื่นใช้งานโทรศัพท์มือถือในทางที่ผิดได้</p>
<p>สำหรับปัญหาความลับและความเป็นส่วนตัว ในงานวิจัยได้อธิบายถึงสาเหตุของปัญหาซึ่งเกิดจากโปรแกรมประสงค์ร้ายที่<strong>ถูกติดตั้งโดยผู้ใช้งาน</strong>เอง โดยโปรแกรมเหล่านั้นมีคุณสมบัติแอบแฝง ที่สามารถตรวจจับและเก็บเกี่ยวข้อมูลจากช่องทางนำเข้าข้อมูลต่าง ๆ ของโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น การดักจับภาพผ่านกล้อง การดักจับเสียงผ่านไมโครโฟน การดักจับตำแหน่งผ่าน GPS การดักจับความเคลื่อนไหวผ่าน Accelerometer และ การดักจับทิศทางผ่านตัววัดแม่เหล็กโลกแล้วนำข้อมูลเหล่านั้นส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังผู้ประสงค์ร้าย เพื่อให้ผู้ประสงค์ร้ายนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้โดยวิธีแก้ปัญหาที่ถูกนำเสนอในงานวิจัยคือการให้ ConXsense ตรวจสอบสภาพแวดล้อมผ่านช่องนำเข้าข้อมูลของโทรศัพท์มือถือ จากนั้นก็ให้ ConXsense วิเคราะห์บริบทเพื่อตัดสินใจ<strong>ปิดกั้น</strong>การส่งข้อมูลที่โทรศัพท์มือถือได้รับผ่านตัว Sensor ไม่ให้ออกไปสู่ภายนอก โดยในขั้นตอนการปิดกั้นจะต้องกระทำผ่าน FrankDroid [2] อีกต่อหนึ่ง</p>
<p>ในงานวิจัย [1] ได้แบ่งบริบทซึ่งมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของข้อมูลออกเป็น 3 บริบทได้แก่ บ้าน ที่ทำงาน และที่สาธารณะ และออกแบบให้ ConXsense มีสถาปัตยกรรมดังภาพที่ 1 โดยขั้นตอนการทำงานสามารถสรุปย่อได้ว่ากลไกการตัดสินใจจะเกิดจากการเก็บสะสมความรู้ที่ได้จากสภาพแวดล้อมรอบ ๆ โทรศัพท์มือถือ (ซึ่งก็คือ Context Feature) ผนวกกับการแสดงแบบสอบถามที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นระยะ เพื่อให้เจ้าของโทรศัพท์มือถือตอบแบบสอบถามตามระดับความเสี่ยงในบริบทนั้น ๆ (ซึ่งก็คือ Label) จากนั้นนำข้อมูลที่ได้ไปทำการ Classifier เพื่อเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจปิดล็อกหน้าจอหรือปิดกั้นการส่งข้อมูลต่อไป</p>
<p>โดยความรู้ที่ได้จากสภาพแวดล้อมรอบ ๆ โทรศัพท์มือถือ ก็คือ Context Feature ที่เก็บได้จาก 3 แหล่งได้แก่ตำแหน่งที่ตั้งผ่านแหล่งกำเนิดสัญญาณ WiFi ตำแหน่งที่ตั้งผ่าน GPS และ ตำแหน่งอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณ Bluetooth ของคนที่รู้จักกันซึ่งอยู่รอบตัว โดย ContextFeature ประกอบด้วย เวลานานที่สุดที่อยู่ในตำแหน่ง WiFi/GPS  ความถี่ในการเข้าไปในบริเวณตำแหน่ง WiFi/GPS เมื่อใช้เวลานานที่สุดที่อยู่ในตำแหน่ง WiFi/GPS และ เวลากับจำนวนครั้งเฉลี่ยเมื่อตรวจพบสัญญาณ Bluetooth ของอุปกรณ์ของคนรู้จัก</p>
<figure id="attachment_1949" aria-describedby="caption-attachment-1949" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig1.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1949" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig1.png" alt="ภาพที่ 1 แสดงสถาปัตยกรรมของ ConXsense" width="650" height="496" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig1.png 650w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig1-300x228.png 300w" sizes="auto, (max-width: 650px) 100vw, 650px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1949" class="wp-caption-text">ภาพที่ 1 แสดงสถาปัตยกรรมของ ConXsense</figcaption></figure>
<p>สำหรับแบบสอบถามจะเป็นดังภาพที่ 2 โดยให้ผู้ทดสอบตอบตามความเป็นจริงในบริบท โดยมีคำตอบ 2 หมวดหมู่ให้ผู้ทดสอบเลือก ได้แก่ หมวดหมู่แรก คือ บ้าน ที่ทำงาน และ ที่สาธารณะ จัดหมู่กับหมวดหมู่ที่สอง คือ ปลอดภัย และ ไม่ปลอดภัย</p>
<figure id="attachment_1950" aria-describedby="caption-attachment-1950" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig2.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1950" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig2.png" alt="ภาพที่ 2 แสดง GUI ของแบบสอบถาม" width="650" height="537" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig2.png 650w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig2-300x247.png 300w" sizes="auto, (max-width: 650px) 100vw, 650px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1950" class="wp-caption-text">ภาพที่ 2 แสดง GUI ของแบบสอบถาม</figcaption></figure>
<p>สำหรับการ Classifier ในงานวิจัย [1] ได้เลือกใช้ 3 วิธี ได้แก่ k-NN Random Forest และ Naïve Bayes เพื่อสร้างเป็นผลลัพธ์สำหรับเก็บลงใน Enforcement Model เพื่อไปต่อเชื่อมสั่งการผ่าน System API อีกทอดหนึ่ง</p>
<p>ผู้วิจัยได้ทดลองการทำงานของ ConXsense โดยติดตั้งลงในโทรศัพท์มือถือรุ่น Samsung Galaxy Nexus และ Samsun Galaxy Nexus S แล้วคัดเลือกผู้ทดสอบจำนวน 15 คน แบ่งผู้ทดสอบเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่มีความรู้ทางเทคนิค และ กลุ่มที่ไม่มีความรู้ทางเทคนิค ให้กลุ่มที่มีความรู้ทางเทคนิคพกโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา 68 วัน และให้กลุ่มที่ไม่มีความรู้ทางเทคนิคพกโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา 56 วัน ซึ่งผู้ทดสอบจะต้องรายงานสภาพแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะตามความเป็นจริง ด้วยการเปิดหน้าจอแบบสอบถามในภาพที่ 2 เพื่อตอบคำถาม หรือถ้าผู้ทดสอบลืม ทุก ๆ 2 ชั่วโมงก็จะมีการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานเปิดหน้าจอแบบสอบถาม โดยการเตือนจะมีทั้งการเปิดเสียงเรียก การสั่น และการแสดงแสงวาบที่หน้าจอ ในขณะเดียวกัน โปรแกรมฝังตัวซึ่งทำหน้าที่เก็บ Context Feature ในโทรศัพท์มือถือของผู้ทดสอบ ก็จะทำงานอัตโนมัติทุก ๆ 60 วินาทีเพื่อเก็บข้อมูล และเนื่องจากการประเมินผลการ Classifier แบบออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องไม่สะดวกนัก เพราะผู้วิจัยต้องการประเมินด้วย Classifier หลายแบบ ดังนั้น ผู้วิจัยจึงจำเป็นต้องนำ Context Feature และ Label ที่ได้ออกมาประเมินแบบออฟไลน์ในโปรแกรม Weka ส่วนการทดสอบการปิดหน้าจอและการปิดกั้น Sensor ยังคงทดสอบแบบออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือโดยตรงเหมือนเดิม</p>
<p>ผู้วิจัยได้ทำการประเมินผลการปิดล็อกหน้าจอ โดยเลือกเอาเฉพาะสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงต่ำมาเป็นเกณฑ์ตรวจสอบ ซึ่งได้ผลตามภาพที่ 3 โดยเทียบจาก Naïve Bayes พบว่าระบบมี True Positive Rate ประมาณ 70% และมี False Positive Rate ประมาณ 10% ซึ่งสรุปได้ว่าระบบทายถูก 70% ว่าสภาพแวดล้อมมีความเสี่ยงต่ำ จึงไม่ได้สั่งปิดหน้าจออัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดภาระให้กับผู้ใช้งาน 70% ไม่ต้องมาเสียเวลาปิดหน้าจอเอง และในขณะเดียวกันหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง ก็จะมีโอกาสเพียงไม่เกิน 10% ที่โจรหรือผู้ไม่มีสิทธิ์ จะนำโทรศัพท์มือถือของผู้ทดสอบซึ่งไม่ได้ถูกปิดหน้าจอไปใช้ในทางที่ผิด</p>
<figure id="attachment_1951" aria-describedby="caption-attachment-1951" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig3.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1951" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig3.png" alt="รูปที่ 3 ROC Curves สำหรับสภาพแวดล้อมความเสี่ยงต่ำ ในการใช้โทรศัพท์มือถือในทางที่ผิด" width="650" height="414" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig3.png 650w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig3-300x191.png 300w" sizes="auto, (max-width: 650px) 100vw, 650px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1951" class="wp-caption-text">รูปที่ 3 ROC Curves สำหรับสภาพแวดล้อมความเสี่ยงต่ำ ในการใช้โทรศัพท์มือถือในทางที่ผิด</figcaption></figure>
<p>สำหรับการประเมินผลการปิดกั้นข้อมูล Sensor ผู้วิจัยได้เลือกเอาเฉพาะสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงต่ำมาเป็นเกณฑ์ตรวจสอบ ซึ่งได้ผลตามภาพที่ 4 พบว่าในกรณีนี้ตัว Classifier คือ kNN และ Random Forest ให้ผลดีทัดเทียมกัน คือ True Positive Rate 70% และ False Positive Rate 2-3.5% ซึ่งสรุปได้ว่าระบบทายถูก 70% ว่าสภาพแวดล้อมมีความเสี่ยงต่ำ จึงไม่ได้สั่งปิดกั้นตัว Sensor ซึ่งช่วยลดภาระให้กับผู้ใช้งาน 70% ไม่ต้องมาเสียเวลา Configure การปิด Sensor เอง (ส่วนอีก 30% ผู้ใช้งานยังต้องไป Configure เองอยู่) และในขณะเดียวกันหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง ก็จะมีโอกาสเพียงไม่เกิน 3.5% ที่โปรแกรมประสงค์ร้ายจะเข้าถึงตัว Sensor แล้วนำข้อมูลส่งออกไปยังเครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายนอก</p>
<figure id="attachment_1952" aria-describedby="caption-attachment-1952" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig4.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1952" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig4.png" alt="รูปที่ 4 ROC Curves สำหรับสภาพแวดล้อมความเสี่ยงต่ำ ในการถูกละเมิดข้อมูลซึ่งตรวจจับโดยตัว Sensor" width="650" height="398" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig4.png 650w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/10/fig4-300x183.png 300w" sizes="auto, (max-width: 650px) 100vw, 650px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1952" class="wp-caption-text">รูปที่ 4 ROC Curves สำหรับสภาพแวดล้อมความเสี่ยงต่ำ ในการถูกละเมิดข้อมูลซึ่งตรวจจับโดยตัว Sensor</figcaption></figure>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<ol>
<li>M. Miettinen et al. “ConXsense &#8211; Automated Context Classification for Context-Aware Access Control.” Proceeding ASIA CCS &#8217;14. (June 2014) : 293-304.</li>
<li>S. Bugiel, S. Heuser, and A.-R Sadeghi. “Flexible and fine-grained mandatory access control on Android for diverse security and privacy policies.” USENIX Security’13.</li>
</ol>
<p>&#8212;</p>
<p>สรุปก็ประมาณนี้อ่ะครับ สำหรับใครที่อ่าน ROC Curve ไม่เป็นก็ไม่เป็นไรนะครับ ก็อ่านเอาจากที่บรรยายแล้วกัน ผลมันก็มีอธิบายไว้ในนั้นแล้วครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1948/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มิติงานวิจัยทางวิทยาการคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1895</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1895#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Mar 2014 09:41:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[คิดค้น]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1895</guid>

					<description><![CDATA[ถ้าคุณอยากได้เงิน ผมขอแนะ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าคุณอยากได้เงิน ผมขอแนะนำให้คุณไปค้าขาย ถ้าคุณอยากได้ชื่อเสียง ผมขอแนะนำให้คุณไปเป็นศิลปินหรือนักการเมือง แต่ถ้าคุณอยากคิดค้นแล้วมีชื่อเสียงในสังคมของงานวิจัย ผมขอแนะนำให้คุณทำวิจัยแล้วตีพิมพ์ในงานประชุมวิชาการหรือวารสารวิชาการ</p>
<p>งานวิจัยทางวิทยาการคอมพิวเตอร์มีมากมายหลายแบบ ตั้งแต่แบบที่จับต้องไม่ได้ไปจนถึงแบบที่จับต้องได้ แบบที่เน้นทฤษฎีไปจนถึงเน้นปฏิบัติ แบบที่ใช้วิธีการคำนวณเป๊ะ ๆ ไปจนถึงแบบที่ใช้วิธีการคำนวณสุ่ม ๆ และอื่น ๆ</p>
<p>แต่โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่างานวิจัยทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ มันแบ่งได้เป็น 2 มิติดังภาพข้างล่างนี้</p>
<figure id="attachment_1896" aria-describedby="caption-attachment-1896" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/03/2557-03-04-13_49_07.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1896" alt="มิติของงานวิจัยทางวิทยาการคอมพิวเตอร์" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/03/2557-03-04-13_49_07.png" width="650" height="460" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/03/2557-03-04-13_49_07.png 650w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/03/2557-03-04-13_49_07-300x212.png 300w" sizes="auto, (max-width: 650px) 100vw, 650px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1896" class="wp-caption-text">มิติของงานวิจัยทางวิทยาการคอมพิวเตอร์</figcaption></figure>
<p>นิยามงานวิจัย High Level ของผมคืองานวิจัยที่ใช้เทคนิค อัลกอริทึม หรือ วิธีการทางคอมพิวเตอร์ เพื่อแก้ปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเรา ในขณะที่งานวิจัย Low Level คืองานวิจัยที่ใช้เทคนิค อัลกอริทึม หรือ วิธีการทางคอมพิวเตอร์ เพื่อแก้ปัญหาของเทคนิค อัลกอริทึม หรือ วิธีการทางคอมพิวเตอร์ อีกทีนึง (งงมั้ย? คงไม่นะ)</p>
<p>ส่วนนิยามงานวิจัย Hard ของผมคืองานเชิงรุก ที่เป็นการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ มาแก้ปัญหา ส่วนงานวิจัย Soft คืองานเชิงประยุกต์ ที่ใช้สิ่งที่มีคนคิดค้นขึ้นแล้ว มาแก้ปัญหา</p>
<p>เมืองไทยเรามีงานวิจัย Hard แบบ Low Level ไม่ค่อยมาก คงต้องพยายามกันต่อไปครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1895/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลักสูตรคอมพิวเตอร์ในเมืองไทย</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1890</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1890#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2014 15:59:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.parinya.net/?p=1890</guid>

					<description><![CDATA[เมืองไทยเรามีการเปิดสอนหล]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมืองไทยเรามีการเปิดสอนหลักสูตรคอมพิวเตอร์ในแทบทุกมหาวิทยาลัยครับ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาเอกกันเลยทีเดียวเชียว แถมยังเปิดกระจายในหลายคณะและหลายวุฒิการศึกษาอีกต่างหาก จนกระทั่งคนที่คิดจะเรียนไม่รู้ว่าจะต้องเลือกเรียนที่คณะไหนหรือวุฒิไหนดี ถึงจะตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง หรือสอดคล้องกับจริตของตัวเอง</p>
<p>ดังนั้น ผมก็เลยทำแผนภาพอธิบายให้เข้าใจครับ ว่าเมืองไทยเรามันมีวุฒิคอมพิวเตอร์กี่วุฒิกันแน่ แถมผมยังทำอนุกรมวิธานให้ดูเล็ก ๆ ด้วย ว่าหลักสูตรเหล่านั้นโดยพื้นเพแล้วเกิดจากมีหลักสูตรใดมาก่อน ดังภาพข้างล่างครับ</p>
<figure id="attachment_1891" aria-describedby="caption-attachment-1891" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/02/2557-02-12-22_31_52-Microsoft-PowerPoint-computer.png"><img decoding="async" class="size-full wp-image-1891" alt="หลักสูตรคอมพิวเตอร์ในเมืองไทย" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/02/2557-02-12-22_31_52-Microsoft-PowerPoint-computer.png" width="650" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/02/2557-02-12-22_31_52-Microsoft-PowerPoint-computer.png 990w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/02/2557-02-12-22_31_52-Microsoft-PowerPoint-computer-300x143.png 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2014/02/2557-02-12-22_31_52-Microsoft-PowerPoint-computer-900x430.png 900w" sizes="(max-width: 990px) 100vw, 990px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1891" class="wp-caption-text">หลักสูตรคอมพิวเตอร์ในเมืองไทย</figcaption></figure>
<p>สีส้มคือหลักสูตรคอมพิวเตอร์นะครับ จะเห็นว่าเปิดกระจายกันหลายวุฒิเลย และแต่ล่ะหลักสูตรก็สืบสายกันมาเป็นรุ่น ๆ ด้วย เอาเป็นว่าชอบใจอันไหนก็เรียนกันไปก็แล้วกันครับ เพราะโดยเนื้อหาของหลักสูตรแล้ว มันก็จะมีวิชาบังคับเหมือน ๆ กัน และวิชาเลือกคล้าย ๆ กันครับ จะต่างกันก็แต่หลักสูตรไหนจะไปเน้นอะไรมากกว่ากันเท่านั้นเอง</p>
<p>ป.ล. ถ้าเป็นวิทย์คอมนี่เน้นคำนวณทางคณิตศาสตร์นะครับ ส่วนวิศวะคอมนี่เน้นคำนวณทางไฟฟ้าครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1890/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
