<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Encryption &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/category/encryption/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Sep 2022 02:56:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>จดหมายไขด้วย PKI</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2998</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2998#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Sep 2022 02:56:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<category><![CDATA[Security]]></category>
		<category><![CDATA[PKI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=2998</guid>

					<description><![CDATA[เขียนเล่น ๆ ในเฟสบุ็คแล้ว]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เขียนเล่น ๆ ในเฟสบุ็คแล้วมีคนแชร์ไปเยอะ เลยก็อปเอามาแปะไว้ในบล็อกด้วย จะได้เผยแพร่เพิ่มอีกช่องทางนึง</p>



<ol class="wp-block-list"><li>เราจะส่งจดหมายให้แฟน</li><li>เราเลยเอาจดหมายใส่กล่อง แล้วควักกุญแจส่วนตัวของเราจากในกระเป๋ากางเกง มาไขล็อกกล่อง</li><li>จากนั้นเราก็เอากล่องที่ล็อกกุญแจแล้ว มาใส่กล่องใบที่ใหญ่กว่า แล้วเดินไปธนาคารกุญแจ ขอเบิกกุญแจสาธารณะของแฟนเราที่ฝากไว้ที่นั่น พอได้มาแล้วเราก็เอามาไขล็อกกล่องใบที่ใหญ่กว่า</li><li>จดหมายของแฟนเรา อยู่ในกล่องสองชั้น ถูกล็อกกุญแจสองชั้นแล้ว ปลอดภัย</li><li>เราส่งกล่องพัสดุไปให้แฟนเราด้วยความเร็วแสง</li><li>แฟนเราได้รับกล่องพัสดุ เธอรีบควักกุญแจส่วนตัวในกระเป๋าถือ มาไขล็อกกล่องพัสดุ มันไขออกได้ กุญแจส่วนตัวของเธอมีอะไรบางอย่างที่ตรงกับกุญแจสาธารณะที่เธอฝากไว้ที่ธนาคารกุญแจ มันเลยไขล็อกได้</li><li>ในกล่องยังมีกล่องที่เล็กกว่า แต่มันถูกล็อกอยู่ เธอยังต้องไขเปิดมันอีก เธอรู้ว่าเราส่งพัสดุให้เธอ ดังนั้น เธอจึงเดินทางไปธนาคารกุญแจ เพื่อขอเบิกกุญแจสาธารณะของเรา</li><li>เธอใช้กุญแจสาธารณะของเราเพื่อเปิดกล่องที่เล็กกว่า เธอเปิดมันได้ เป็นอีกครั้ง ที่กุญแจส่วนตัวของเรามีอะไรบางอย่างที่ตรงกับกุญแจสาธารณะที่เราฝากไว้ที่ธนาคารกุญแจ</li><li>เธอได้อ่านเนื้อหาของจดหมายในกล่องพัสดุนั้น ไม่ว่าเนื้อหาจะเป็นยังไง ก็มีเพียงเราและเธอที่รู้</li><li>เรื่องอาจกลายเป็นอีกอย่างนึง ถ้าเธอได้รับพัสดุแล้วควักกุญแจในกระเป๋าถือมาไขล็อกแล้วไขไม่ออก นั่นแปลว่าพัสดุนั้นไม่ใช่ของเธอ เธอไม่ควรอ่านมัน</li><li>และเรื่องอาจกลายเป็นอีกอย่างนึง ถ้าเธอเปิดกล่องด้วยกุญแจส่วนตัวของเธอได้แล้ว แต่เปิดกล่องที่เล็กกว่าข้างในด้วยกุญแจสาธารณะของเราไม่ได้ ซึ่งนั่นแปลว่าใครไม่รู้ส่งพัสดุให้แฟนเราโดยแอบอ้างชื่อเรา ซึ่งเธอยิ่งไม่ควรอ่านมัน</li></ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2998/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การถอดรหัสก็คือการตั้งหน้าตั้งตาเข้ารหัสนั่นเอง</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1029</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1029#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2008 14:20:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1029</guid>

					<description><![CDATA[ผมจำได้ว่าเคยเล่าเรื่องกา]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมจำได้ว่าเคยเล่าเรื่องการเข้ารหัสถอดรหัสที่เป็นจริงเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว (อ้างอิงจาก : <a href="https://www.parinya.net/archives/358">อวสานรหัสผ่าน</a>) ซึ่งมันมีกลไกเป็นดังภาพข้างล่าง</p>
<div align="center">
<img decoding="async" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/02/encryption2.jpg" alt="การเข้ารหัสถอดรหัสแบบที่จริง ๆ เป็นอยู่" />
</div>
<p>ก็อย่างที่เห็นอ่ะครับ มันไม่ได้เป็นการถอดรหัส มันก็แค่เอาไอ้ที่เข้ารหัสมาเทียบกันก็เท่านั้นเอง!!!</p>
<p>บังเอิญว่าพักหลังผมเริ่มเห็นเว็บไซต์ที่ให้บริการถอดรหัสเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการถอดรหัส MD5 นี่เห็นมีเยอะเชียวแหล่ะ ก็เลยคิดว่าใครหลาย ๆ คนอาจจะตกใจว่า เฮ้ย! ทำยังไงดี แบบนี้ MD5 มันก็ใช้ไม่ได้ ไม่ปลอดภัยแล้วอ่ะดิ?</p>
<p>คงต้องบอกไว้ก่อนว่าไม่ต้องตกใจไป เว็บไซต์เหล่านั้นไม่ได้ถอดรหัสได้จริง ๆ หรอก เขาก็แค่ขยันเข้ารหัสก็เท่านั้นเอง!!</p>
<p>ภาพข้างล่างอธิบายกลไกที่แท้จริงของเว็บไซต์เหล่านั้น</p>
<div align="center">
<img decoding="async" id="image1028" alt="การถอดรหัสตามเว็บไซต์ต่าง ๆ " src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2008/12/generic_decryption.jpg" />
</div>
<p>จะเห็นว่าการที่เว็บไซต์เหล่านั้นมีปัญญาถอดรหัสได้ ก็เพราะว่าเขาตั้งหน้าตั้งตาเข้ารหัสคำหรือประโยคที่เป็นไปได้ แล้วรวบรวมเก็บเอาไว้ในรูปของฐานข้อมูล Cypher Text จากนั้นก็เอา Cypher Text ที่มีมาเปรียบเทียบกับ Cypher Text ที่ผู้ใช้ใส่เข้ามา แล้วตรวจดูว่ามันตรงกันมั้ย ซึ่งหาก Cypher Text มันตรงกัน ระบบก็จะนำเอา Plain Text ที่จับคู่กับ Cypher Text นั้น ๆ ออกมาแสดงผล</p>
<p>ดังนั้นการที่พวกเราเคยได้ยินกันว่า เดี๋ยวนี้คอมพิวเตอร์ระดับอภิมหายักษ์สามารถที่จะถอดรหัสยาก ๆ ได้ในเวลาไม่นาน เราก็คงจะต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่า มันไม่ได้ถอดรหัสได้จริง ๆ หรอก มันก็แค่ขยันเข้ารหัสมากกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นเป็นพัน ๆ เท่า &#8230; ก็เท่านั้นเอง!!!</p>
<p>[tags]เข้ารหัส, ถอดรหัส, Plain Text, Cypher Text, ฐานข้อมูล[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1029/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>13</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มือถือเขาไว้เขวี้ยงหัวหมา!!!</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/980</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/980#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Oct 2008 04:44:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/980</guid>

					<description><![CDATA[เห็นในการ์ตูนนักสืบญี่ปุ่]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" align="left" id="image979" alt=หน้าปัดโทรศัพท์มือถือ src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2008/10/phone_pad.jpg" /></p>
<p>เห็นในการ์ตูนนักสืบญี่ปุ่นชอบเล่นกันจังเลยครับมุกนี้ ไอ้ประเภทที่ผู้ตายมีพรสวรรค์ซะเหลือเกิน เพราะถึงแม้จะถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสใกล้ตายแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีแรงกายแรงสมองเหลือพอที่จะทิ้งข้อความปริศนาเอาไว้ เพื่อเอาไว้เปิดเผยตัวคนร้ายว่าเป็นใคร!</p>
<p>ผมเลยคิดว่าผมเอามาเล่นบ้างดีกว่า ท่าทางจะน่าสนุกดี อิ อิ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>เรื่องมันก็มีอยู่ว่ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้นครับ และผู้ตายก็ได้มีการทิ้ง dying message เอาไว้ ดังนั้นยอดนักสืบผู้โด่งดังก็จำเป็นที่จะต้องไขคดีนี้ให้จงได้ ซึ่ง dying message ที่ทิ้งเอาไว้ก็คือ &#8230;</p>
<blockquote><p>23022733850405455330697353</p></blockquote>
<p>หลังจากที่สืบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุประกอบการสืบคดีอยู่นาน ในที่สุดยอดนักสืบก็ปะติดปะต่อได้ว่า แท้ที่จริงแล้วตัวเลขดังกล่าว คือปุ่มบนโทรศัพท์มือถือนั่นเอง &#8230; งั้น &#8230; แบบนี้ก็ต้องมาถอดรหัสตัวอักษรจากปุ่มโทรศัพท์มือถือกันซะแล้ว!!!</p>
<p><span id="more-980"></span></p>
<p>เนื่องจากว่าผู้ตายเป็นฝรั่ง และไม่ได้มีเมียเช่าเป็นคนไทย ดังนั้นโอกาสที่ผู้ตายจะสะกดภาษาไทยจากปุ่มมือถือได้เลยไม่มี ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องมาประเมินจากปุ่มบนมือถือที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษแทน</p>
<p>จากการไล่เรียงก็พบว่าตัวเลขที่ปรากฎอยู่นั้น สอยทุกปุ่มที่เป็นภาษาอังกฤษบนมือถือหมดเลย งั้นต้องมาตรวจความน่าจะเป็นก่อน ว่ามีความน่าจะเป็นเท่าไหร่ที่จะนำตัวอักษรแต่ล่ะตัวจากปุ่ม มาเรียงออกมาเป็นประโยคของ dying message ได้?</p>
<p>ปุ่ม &#8220;2&#8221; ถึง ปุ่ม &#8220;6&#8221; และปุ่ม &#8220;8&#8221; มีปุ่มล่ะ 3 ตัวอักษร ส่วนปุ่ม &#8220;7&#8221; และปุ่ม &#8220;9&#8221; เป็นปุ่มที่มี 4 ตัวอักษร สุดท้ายปุ่ม &#8220;0&#8221; ถือว่ามีตัวอักษรเดียว</p>
<p>งั้นความน่าจะเป็นที่จะเลือกตัวอักษรจากปุ่ม ของตัวเลข dying message ทั้ง 26 หลักก็คือ&#8230;</p>
<p><?php
  $button = array(
    "0" => array(&#8221; &#8220;),<br />
    &#8220;2&#8221; => array(&#8220;a&#8221;, &#8220;b&#8221;, &#8220;c&#8221;),<br />
    &#8220;3&#8221; => array(&#8220;d&#8221;, &#8220;e&#8221;, &#8220;f&#8221;),<br />
    &#8220;4&#8221; => array(&#8220;g&#8221;, &#8220;h&#8221;, &#8220;i&#8221;),<br />
    &#8220;5&#8221; => array(&#8220;j&#8221;, &#8220;k&#8221;, &#8220;l&#8221;),<br />
    &#8220;6&#8221; => array(&#8220;m&#8221;, &#8220;n&#8221;, &#8220;o&#8221;),<br />
    &#8220;7&#8221; => array(&#8220;p&#8221;, &#8220;q&#8221;, &#8220;r&#8221;, &#8220;s&#8221;),<br />
    &#8220;8&#8221; => array(&#8220;t&#8221;, &#8220;u&#8221;, &#8220;v&#8221;),<br />
    &#8220;9&#8221; => array(&#8220;w&#8221;, &#8220;x&#8221;, &#8220;y&#8221;, &#8220;z&#8221;)<br />
  );<br />
  $s_input = &#8220;23022733850405455330697353&#8221;;<br />
  $s_prob = &#8220;&#8221;;<br />
  $i_prob = 1;<br />
  preg_match_all(&#8220;/[0-9]/&#8221;, $s_input, $s_output, PREG_SET_ORDER);<br />
  foreach($s_output as $value)<br />
  {<br />
    $s_prob .= count($button[$value[0]]) . &#8221; x &#8220;;<br />
    $i_prob *= count($button[$value[0]]);<br />
  }<br />
  $s_prob = substr($s_prob, 0, strlen($s_prob) &#8211; 2);<br />
  echo &#8220;</p>
<p>&#8230; &#8221; . $s_prob . &#8221; = &#8221; . number_format($i_prob) . &#8221; กรณี &#8230;</p>
<p>\n&#8221;;<br />
?></p>
<p>ช่างเป็นความน่าจะเป็นที่มากมายอะไรเช่นนี้ แต่ก็อย่างว่าแหล่ะ ต่อให้ความน่าจะเป็นจะเยอะขนาดนี้ ยอดนักสืบก็ไม่หวั่น เพราะยอดนักสืบมีคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยถอดรหัสให้ได้</p>
<p>โดยขั้นแรก ยอดนักสืบก็ต้องให้คอมพิวเตอร์แสดงผลคำทั้งหมดที่เป็นไปได้ซะก่อน อือม แต่เนื่องจากยอดนักสืบเห็นว่าต้องแสดงผลคำตั้งมากมาย ดังนั้นก็เลยคิดว่าให้มันอยู่ในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นแหล่ะดีแล้ว ไม่ต้องแสดงผลออกมาหรอก เปลืองลูกตา</p>
<p>จากนั้นก็ให้คอมพิวเตอร์ เอาคำจากพจนานุกรมภาษาอังกฤษมาเทียบดู ว่าคำที่ถอดออกมานั้น มีคำใดบ้างที่เป็นไปได้ในภาษาอังกฤษ และหลังจากผ่านไปราว 1 นาที คอมพิวเตอร์ก็เรียงประโยคออกมา ด้วยคำที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด นั่นก็คือ &#8230;</p>
<blockquote><p>be careful i killed myself</p></blockquote>
<p>ในที่สุดคดีก็ถูกไขกระจ่าง ผู้ตายฆ่าตัวตายเอง แต่กลัวฝ่ายสืบสวนจะไม่มีอะไรทำ ก็เลยทิ้งข้อความเอาไว้เพื่อให้เป็นปริศนาไว้คิดแก้เซ็ง เป็นอันปิดคดี</p>
<p>แต่ที่สรุปได้แน่ ๆ ก็คือ โทรศัพท์มือถือไม่ควรเอามาเป็น dying message แต่ควรเอาไว้เขวี้ยงใส่หัวคนร้าย น่าจะดีกว่าเยอะเลย <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]โทรศัพท์,มือถือ,เอาไว้,เขวี้ยง,ใส่,หัวหมา[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/980/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>8</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การอำพรางระบบคอมพิวเตอร์แบบไม่ได้ตั้งใจ</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/969</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/969#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Sep 2008 08:08:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/969</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อราวปี พ.ศ. 2533 ผมได]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อราวปี พ.ศ. 2533 ผมได้มีโอกาสไปทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมที่ร้านค้าปลีกแห่งหนึ่งย่านบางลำภู โดยร้านดังกล่าวขายเสื้อผ้านักเรียนเป็นหลัก แถมเน้นขายให้พวกคนรวยซะด้วย เห็นได้จากลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมีลูก ๆ เรียนโรงเรียนเอกชนฝรั่งทั้งนั้น (กางเกงแดง กระโปรงแดงเชียว)</p>
<p>ตอนนั้นผมได้รับหน้าที่ให้คุมโต๊ะรับปักเสื้อ ก็ไอ้ที่ปักเป็นตัวอักษรย่อของโรงเรียนที่อกซ้ายบ้าง กระเป๋าขวาบ้างนั่นแหล่ะครับ</p>
<p>ปรกติแล้วการปักเสื้อต้องเริ่มจากการปั๊มตัวอักษรย่อด้วยหมึกสีน้ำเงินหรือสีแดงไว้บนเสื้อ จากนั้นก็เอาสะดึงกลม ๆ (ไม่ใช่สะดือกลม ๆ) มาขึงผ้าให้ตึงเปรี๊ยะ ๆ แล้วก็เอาเข็มมาร้อยไหมสีน้ำเงินหรือสีแดง จากนั้นก็ลงมือปักตามรอยหมึกที่ปั๊มเอาไว้</p>
<p>โม้มาแบบนี้อย่าคิดว่าผมปักเอง ผมไม่ได้ปักเองหรอกครับ ผมแค่มีหน้าที่รับงานมา จากนั้นตีราคาเพื่อให้ลูกค้าจ่ายตังค์เท่านั้นเอง ส่วนหน้าที่ปักเสื้อนั้นเป็นของคุณป้าคนหนึ่งซึ่งนั่งทำงานอยู่ที่ชั้น 5 โน่นแน่ะ แกปักเร็วและสวยมากเชียวแหล่ะ จ้างมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลย</p>
<p>ช่วงนั้นมีลูกค้ามาใช้บริการการปักเสื้อมาก ถือเป็นบริการที่ครบวงจรใช้ได้เลยครับ เพราะเมื่อลูกค้าซื้อเสื้อนักเรียนของทางร้านแล้ว ก็ย่อมอยากได้รับความสะดวกในการปักเสื้อไปโดยปริยาย จึงไม่น่าแปลกใจที่ตอนนั้นผมจะมีงานรับปักให้ทำเยอะมาก เรียกว่าคิดค่าปักเสื้อกันมือหงิกเลยทีเดียว</p>
<p>แล้วทีนี้ป้าเขาจะทำไงล่ะ เพราะเกิดปัญหาคอขวดซะแล้ว เนื่องจากมีเสื้อรอเข้าคิวให้ปักหลายสิบตัวต่อวัน แต่มีป้าคนเดียวปักมันจะไหวได้ไง</p>
<p>และผมก็ได้รู้ว่าร้านดังกล่าวมีอาวุธลับซ่อนอยู่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ &#8230;</p>
<p><span id="more-969"></span></p>
<p>ผมไม่แน่ใจว่าสมัยนั้นมีคอมพิวเตอร์หรือยัง &#8230; อือม อาจจะมีแต่คงราคาแพงมาก แล้วผมก็พบว่าร้านดังกล่าวมีคอมพิวเตอร์ซะด้วย!!!</p>
<p>มันเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการปักเสื้อโดยเฉพาะ เป็นการพบกับคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในชีวิตผมเลยก็ว่าได้ แต่ก็ถือว่าเป็นการพบกันที่ไม่น่าพิสมัยซักเท่าไรนัก เนื่องจากมันไม่ได้มีรูปร่างเหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ในปัจจุบันนี้ &#8230;</p>
<p>ดูแล้วมันเหมือนกับตู้อะไรซักตู้นึง ซึ่งต่อเข้ากับแท่นปักผ้านับ 10 อัน นัยว่าสั่งโป้งเดียวแล้วปักได้พร้อม ๆ กัน 10 ตัวเลย</p>
<p>เจ้าเครื่องที่ว่ามีหน้าจอกว้างประมาณเกมกด และมีปุ่มให้กดไม่กี่ปุ่มนัก ผมตื่นตาตื่นใจกับมันมาก เพราะพี่ที่เป็นคนคุมเครื่องเขากดปุ่มให้ดูไม่กี่ที เครื่องก็สามารถปักผ้าออกมาได้ ให้เป็นตัวอักษรตามที่ต้องการ ที่สำคัญสามารถปักออกมาเป็นตัวอักษรภาษาไทยได้ด้วย &#8230; คอมพิวเตอร์ที่เป็นภาษาอังกฤษล้วน ๆ กลับสามารถรู้จักภาษาไทยได้ เจ๋งไปเลย &#8230; (ผมคิด)</p>
<p>สมัยนั้นผมอ่านภาษาอังกฤษออกแล้ว แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าจะควบคุมมันยังไงดี เพราะรู้สึกว่าเมนูที่แสดงออกมานั้น มันไม่ได้สอดคล้องกับกิจกรรมที่มันทำเลย แถมมันก็ไม่มีคู่มือให้อ่านด้วย อีกทั้งพี่ที่เป็นคนคุมเครื่องก็ดูจะหวงแหนวิชามาก เห็นได้จากการที่พี่เขาไม่ยอมสอนใครเลย ว่าจะคุมเครื่องดังกล่าวได้ด้วยการกดปุ่มใด (บอกแต่อย่ายุ่ง เดี๋ยวเครื่องเจ๊ง)</p>
<p>มาภายหลังผมได้เรียนคอมพิวเตอร์มามาก ผมย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องนี้ก็เลยเข้าใจ ว่าเหตุใดผมถึงได้ไม่เข้าใจเมนูของเครื่องดังกล่าวเลย โดยสามารถอธิบายความจริงในวันนั้นได้ดังนี้</p>
<p>1.  โปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมคุมเครื่องปักผ้า คงทำแต่ back-end เพียงอย่างเดียว คือ โหลดตัวอักษรภาษาไทยเข้าไปให้ครบ แล้วผูกตัวอักษรให้สามารถใช้ได้</p>
<p>2.  เนื่องจาก front-end เป็นภาษาอังกฤษ และเขาก็คงจะไม่รู้วิธีการที่จะปรับแต่งเมนูเหล่านั้น ให้มันมีโครงสร้างอย่างที่ต้องการ เขาก็เลยต้องใช้เมนูที่มีผูกเข้ากับกิจกรรมที่ต้องการแทน ซึ่งมันทำให้การควบคุมต้องใช้วิธีการจดจำเมนู ยกตัวอย่างเช่น</p>
<blockquote><p>เมนู M41 -> เมนู J55 -> กด Z หมายความว่า &#8220;เลือกสีน้ำเงิน&#8221;</p>
<p>เมนู CC -> เมนู PP -> เมนู 5X -> เมนู P77 กด 0 หมายความว่า &#8220;ปักตัวใหญ่สุด&#8221;</p>
<p>เมนู MOD5 -> เมนู JR4 -> เมนู CPX -> กด l&#8221;d&#8221; หมายความว่า &#8220;ให้พิมพ์ตัวย่อ ส.ก. (สวนกุหลาบ)&#8221;</p>
<p>เมนู BEEP -> เมนู REQ -> เมนู RES4 -> เมนู IOQ หมายความ &#8220;เริ่มทำได้&#8221;</p></blockquote>
<p>จะเห็นว่าเมนูมันมั่วมาก ถ้าไม่มีคู่มืออธิบายก็ไม่มีทางรู้เลย เพราะเมนูมันไม่ได้สื่ออะไรเลย ซึ่งแบบนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการอำพรางระบบคอมพิวเตอร์แบบไม่ได้ตั้งใจได้เหมือนกัน</p>
<p>ผมหวังว่าคงจะไม่มีใครนำวิธีการนี้ไปใช้เพื่ออำพรางระบบคอมพิวเตอร์ของตัวเองนะ เพราะไม่งั้นคนอำพรางนั่นแหล่ะ อาจจะงงเองก็ได้ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]อำพราง,คอมพิวเตอร์,ไม่ได้ตั้งใจ,ปักผ้า,เครื่องปักผ้า[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/969/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>10</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รหัสผ่านเพื่อการจดจำ</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/809</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/809#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Feb 2008 08:46:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/809</guid>

					<description><![CDATA[ปรกติแล้วรหัสผ่านมีไว้เพื]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปรกติแล้วรหัสผ่านมีไว้เพื่อแสดงตนเข้าใช้งานถูกมั้ยครับ? แล้วโดยหลักการของรหัสผ่านนั้นผมก็เคยอธิบายไว้แล้วในหัวข้อ &#8220;<strong><a href="https://www.parinya.net/archives/358">อวสานรหัสผ่าน</a></strong>&#8221; แต่ในบางกรณีรหัสผ่านก็ไม่ได้ใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว มันยังสามารถประยุกต์ใช้ในงานด้านอื่นได้อีกด้วย ซึ่งบางคนน่าจะเคยผ่านประสบการณ์เหล่านี้มาแล้ว นั่นก็คือการใช้รหัสผ่านเพื่อบันทึกสถานะล่าสุดของเกมที่เราเล่นอยู่!!!</p>
<p>ในสมัยก่อนเครื่องเล่นวีดีโอเกมจะไม่มีระบบความทรงจำสำหรับสำรองข้อมูล ดังนั้นเราจึงไม่สามารถจะบันทึกสถานะล่าสุดของเกมที่เราเล่นได้ จึงได้มีความคิดว่าน่าจะเป็นการดี หากจะใช้รหัสผ่านซึ่งประกอบไปด้วยตัวอักษรผสมตัวเลขหลายสิบหลัก เป็นตัวเก็บบันทึกสถานะล่าสุดของการเล่นเกมแทน</p>
<p>รหัสผ่านในลักษณะนี้จะแตกต่างจากรหัสผ่านสำหรับรักษาความปลอดภัย เพราะแก่นของรหัสผ่านสำหรับรักษาความปลอดภัยนั้น จะต้องทำยังไงก็ได้เพื่อไม่ให้ถอดรหัสได้ ดังนั้นหากต้องการตรวจสอบความถูกต้อง ก็จะต้องนำรหัสที่ถูกเข้ารหัสแล้วมาเปรียบเทียบกัน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแทน (ดูจาก : <a href="https://www.parinya.net/archives/358">อวสานรหัสผ่าน</a>)</p>
<p>แต่รหัสผ่านเพื่อการจดจำแบบนี้ต้องการให้ถอดรหัสได้ เพราะรหัสที่ถอดได้จะเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ของสถานะล่าสุดของข้อมูลที่ต้องการจะเรียกขึ้นมา!!!</p>
<p>ไม่ค่อยมีใครพูดถึงหรือกล่าวถึงอัลกอริทึมในการแปลงรหัสผ่านแบบนี้มากนัก เพราะมันคงจะล้าสมัยแล้ว แต่ไม่เป็นไรผมลองคิดอัลกอริทึมเล่น ๆ ให้พวกเราดูกันดีกว่า จะได้เห็นว่าโม้แล้วสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วย</p>
<p><img decoding="async" align="left" id="image810" alt="นักมวยไทย" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2008/02/muaythai.jpg" />ผมจะ<strong>สมมติ</strong>ว่าผมสร้างเกมบนเว็บแล้วกันนะ โดยเป็นเกมมวยไทยประเภท RPG เนื้อหาของเกมก็เหมือนกับเกม RPG ทั่ว ๆ ไป คือการให้ผู้เล่นเก็บประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ เพื่อเพิ่มพลังทักษะให้กับตัวเอง</p>
<p>เนื่องจากผมขี้เกียจที่จะต้องเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของผู้เล่นเอาไว้ที่ server อีกทั้งผมก็ขี้เกียจจะทำระบบสมาชิกด้วย ดังนั้นจึงน่าจะดีกว่าถ้าระบบสามารถที่จะสังเคราะห์รหัสผ่านออกมา เพื่อให้ผู้เล่นจดไปเก็บไว้กับตัวเอง และเมื่อถึงเวลาอยากจะเล่นต่อ ก็ให้นำรหัสผ่านดังกล่าวมากรอกใส่ แล้วระบบก็จะแปลงรหัสผ่านให้กลายเป็นข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เล่นได้เล่นต่อจากที่ตัวเองเล่นค้างเอาไว้ต่อไป</p>
<p>เป็นการผลักภาระความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลไปให้กับผู้เล่น ไม่ต้องเปลืองทรัพยากรบนเครื่อง server ของเราแต่ประการใด (มุขเก่า ๆ เอามาเล่าใหม่)<br />
<span id="more-809"></span></p>
<p>ทีนี้เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่า ว่าสิ่งที่จะต้องใช้เพื่อสังเคราะห์เป็นรหัสผ่านคืออะไรบ้าง ซึ่งถ้าดูจากตัวอย่างข้างต้นก็จะได้รายละเอียดคือ</p>
<ul>
<li>Mr. PeeTai ศิษย์ฝั่งธนฯ (ชื่อ)</li>
<li>6 (พลังหมัด)</li>
<li>7 (พลังเท้า)</li>
<li>5 (พลังเข่า)</li>
<li>9 (พลังศอก)</li>
<li>100 (ความอึด)</li>
<li>20 (จำนวนครั้งที่ชนะ)</li>
<li>5 (จำนวนครั้งที่เสมอ)</li>
<li>10 (จำนวนครั้งที่แพ้)</li>
</ul>
<p>เอ้อ &#8230; นึกอัลกอริทึมไม่ออกอ่ะ ว่าจะเอาข้อมูลพวกนี้มายัดรวมกันกลายเป็นรหัสผ่านยาว ๆ ซัก 20 ตัวได้ไง (เพราะมีภาษาไทยปนอยู่ด้วยอ๊ะดิ๊) งั้นเอาไว้คิดออกแล้วค่อยเขียนต่อแล้วกัน ฮา ^-^</p>
<p>[tags]คอมพิวเตอร์,ซอฟต์แวร์,รหัสผ่าน,การจดจำ,ฮาร์ดแวร์[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/809/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>9</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การประยุกต์ชวเลขในทางคอมพิวเตอร์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/803</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/803#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Feb 2008 02:13:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/803</guid>

					<description><![CDATA[ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อ &]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อ &#8220;ชวเลข&#8221; ผมเข้าใจว่ามันเป็นวิชานึงในแขนงคณิตศาสตร์ครับ เพราะเห็นว่ามันมีคำว่าเลขบรรจุอยู่ในชื่อวิชา แต่ภายหลังจากที่ต้องลงทะเบียนเรียนวิชานี้ ผมถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่คณิตศาสตร์ว่ะ (3 หน่วยกิตแน่ะวิชานี้)</p>
<p>ชวเลขเป็นวิชาหายากซึ่งไม่ค่อยเหมาะกับยุคสมัยนี้ซักเท่าไหร่ มันถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรของสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนทางพาณิชยกรรม และเป็นวิชาเลือกในคณะนิเทศศาสตร์หรือวารสารศาสตร์</p>
<p>ที่บอกว่ามันไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ก็เพราะว่า ชวเลขเป็นวิชาที่ออกแบบมาสำหรับจดเร็ว ๆ ครับ เพราะสมัยก่อนไม่มีเครื่องบันทึกเสียงแบบ mp3 ดังนั้นวิชานี้จึงเป็นวิชาเขียนสัญลักษณ์ ต้องอาศัยทักษะในการปฏิบัติพอสมควร เหมือนกับการฝึกหัดพิมพ์ดีดบนแป้นพิมพ์ยังไงอย่างนั้นเลย</p>
<p>ออกตัวไว้ก่อนเลยว่าผมเคยเรียนมาก็จริง แต่ก็คืนวิชาให้อาจารย์ไปแล้วเหมือนกัน เพราะไม่เคยเอามาใช้จริงเลย แต่ก็พอจะอธิบายได้จากความทรงจำว่ามันมีกฎง่าย ๆ อยู่ 3 ข้อครับ</p>
<ol>
<li>พยัญชนะไทยจะถูกแทนที่ด้วยการขีดแบบง่าย ๆ จะขีดนอน, ขีดตั้ง, ขีดเฉียง หรือขีดโค้งอะไรก็สุดแล้วแต่</li>
<li>สระจะถูกแทนที่ด้วยตำแหน่งของการขีด เช่นขีดเหนือบรรทัดก็สระชุดนึง, ขีดคร่อมบรรทัดก็สระอีกแบบนึง และขีดใต้บรรทัดก็อีกสระนึง</li>
<li>วรรณยุกต์ไม่มีครับ ออกแนวภาษาอังกฤษเลย คือพอเขียนแล้วก็ไม่ต้องสนเรื่องวรรณยุกต์ แต่ตอนอ่านต้องใช้ทักษะเดาเอาเอง ว่าไอ้ขีดแบบเนี้ยแล้วอยู่ตำแหน่งตรงเนี้ย เทียบแล้วมันน่าจะเป็นคำว่าอะไรมีวรรณยุกต์ยังไง แบบนั้น!!!</li>
</ol>
<p>ผมไม่เขียนตัวอย่างให้ดูนะ &#8230; เพราะผมลืมไปแล้ว อิ อิ ^-^</p>
<p>ประเด็นที่จะโม้ก็คือมันเป็นวิชาที่เสื่อมไปมาก มีน้อยคนที่จะได้เรียนมัน และถึงแม้จะได้เรียนมันแล้วก็ใช่ว่าจะได้ใช้มันซะเมื่อไหร่ ของหายากแบบนี้ก็เลยน่าจะเอามาทำเป็นหัวข้อทางคอมพิวเตอร์ได้ไม่ว่าจะเป็น &#8230; การแปลงชวเลขให้กลายเป็นข้อความ, การแปลงข้อความให้กลายเป็นชวเลข และการบีบอัดข้อความโดยชวเลข</p>
<p>โดยเฉพาะการบีบอัดข้อความโดยชวเลขนั้นน่าสนใจมาก เพราะอย่างที่พวกเรารู้ ๆ กันอยู่ ว่าโดยปรกติแล้วการบีบอัดข้อมูลนั้น เมื่อบีบอัดแล้วมันแทบไม่เหลือสภาพเดิมเลย ใช้การอะไรก็ไม่ได้ ต้องเอามาคลายก่อนถึงจะใช้งานได้</p>
<p>ผมเห็นเทคโนโลยีเพื่อการบีบอัดรูปภาพ เพื่อการบีบอัดวีดีโอก็เยอะนะ พวกนั้นบีบอัดแล้วก็ยังคงสภาพให้ใช้งานได้ แถมใช้เนื้อที่ในการจัดเก็บก็ไม่มากด้วย แต่การบีบอัดข้อความแล้วยังคงสภาพให้ใช้งานได้ (อ่านออก) นี่แทบไม่มีคนทำเลยแฮะ</p>
<p>แต่โดยสรุปแล้ว ชวเลขนี่มันเขียนยาก แล้วก็อ่านโคตรยากจริง ๆ นะ สิบอกให้ ^-^</p>
<p>[tags]คอมพิวเตอร์,ซอฟต์แวร์,สมมติฐาน,ชวเลข[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/803/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>6</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>StarGate ฝ่ามิติทะลุจักรวาล</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/797</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/797#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Feb 2008 16:02:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Data Mining]]></category>
		<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<category><![CDATA[Internetworking]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/797</guid>

					<description><![CDATA[เพื่อนผมบอกกับผมว่าที่ฟอร]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" width="200" align="left" src="http://www.new-dream.de/image/wallpaper/film/stargate/stargate-sg1-06.jpg" />เพื่อนผมบอกกับผมว่าที่ฟอร์จูนรัชดามีภาพยนต์เก่า, ละครเก่าและซีรี่ย์เก่า ๆ วางขายอยู่มากมายครับ และที่สำคัญถูกบรรจุเอาไว้ในรูปของ DVD ซะด้วย ซึ่งผมฟังแล้วก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก เพราะผมอยากจะได้ของเก่า ๆ พวกนี้มาสะสมเอาไว้ เนื่องจากว่าที่ผ่านมาไม่เคยได้ดูหรือดูแล้วไม่ปะติดปะต่อเลย ก็เลยคิดว่าซื้อมาค่อย ๆ ดูดีกว่าจะได้เก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน</p>
<p>มีซีรี่ย์ฝรั่งเก่า ๆ หลายเรื่องครับที่ผมอยากได้ ซึ่งมีอยู่เรื่องนึงที่ตอนนี้ก็ยังอยากได้อยู่นั่นก็คือ <strong>StarGate SG1</strong> ซึ่งเป็นซีรี่ย์ฝรั่งที่ถูกนำมาฉายที่ช่องสามเมื่อสิบกว่าปีก่อน ผมชอบเรื่องนี้มากแต่บังเอิญว่าไม่ค่อยได้ดูปะติดปะต่อเท่าไหร่ ด้วยเหตุเพราะอำนาจในการกำหนดช่องดูทีวีไม่ได้อยู่ในมือผม (ผมเป็นลูกคนโตก็จริง แต่ผมมีอำนาจน้อยที่สุดครับ เศร้า T-T)</p>
<p>ถ้าใครไม่เคยได้ดูมาก่อน ขอเล่าย่อ ๆ ว่าเนื้อเรื่องของซีรี่ย์นี้ถูกผูกพันยึดโยงอยู่กับสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า <strong>StarGate</strong> ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นประตูมิติ ที่จะเปิดเพื่อให้สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตสามารถเคลื่อนผ่านระหว่างดาวเคราะห์ได้ในพริบตา โดย <strong>StarGate</strong> นั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์จากฝีมือของสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญาที่สุดในดาราจักรทางช้างเผือกของเรา</p>
<p>ตามท้องเรื่องบอกเอาไว้ว่า <strong>StarGate</strong> มีมากมายกระจายอยู่ในดาวเคราะห์ทั่วทั้งดาราจักรทางช้างเผือกและดาราจักรอื่น ๆ และในโลกของเราก็มีอยู่หนึ่งเครื่อง ซึ่งบังเอิ๊ญบังเอิญที่มันตกอยู่ในมือของกองทัพสหรัฐอเมริกา และรัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็ได้รับรู้จากข้อมูลลับสุดยอดว่า โลกของเรากำลังจะถูกบุกรุกโดยสิ่งมีชีวิตต่างดาวอันทรงภูมิปัญญา (แต่ดุร้าย) จึงจำเป็นต้องใช้ <strong>StarGate</strong> เพื่อเดินทางไปยังดวงดาวต่าง ๆ เพื่อค้นหาวิธีในการป้องกันอันตรายดังกล่าว</p>
<p>จินตนาการในเรื่อง <strong>StarGate SG1</strong> เหนือล้ำมาก และที่สำคัญมีเรื่องที่พัวพันกับคอมพิวเตอร์เยอะซะด้วย อือม แบบว่าเยอะมากจนจาระไนไม่หมด ผมก็เลยจะเลือกประเด็นบางอย่างที่คนทั่วไปที่เคยได้ดูอาจจะมองข้าม มาโม้ให้พวกเราอ่านกันดีกว่า</p>
<p><span id="more-797"></span></p>
<p><strong>ประเด็นแรก การหมุน StarGate เพื่อเปิดประตูมิติ</strong>ิ</p>
<p><img decoding="async" width="200" align="right" src="http://www.scifi.com/stargate/about/images/tech/it_dhd.jpg" /></p>
<p>การเปิด <strong>StarGate</strong> ก็เหมือนกับการเปิดประตูทั่ว ๆ ไป นั่นก็คือถ้ามี &#8220;ประตู&#8221; ก็ต้องมี &#8220;กลอนประตู&#8221; โดยกลอนประตูที่ว่าก็เป็นแบบภาพด้านขวา เป็นกลอนประตูแบบพิศดาร เพราะถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์แปลก ๆ เต็มไปหมด</p>
<p>เทคโนโลยีของ <strong>StarGate</strong> เหนือล้ำมาก ดังนั้นวิธีในการเปิดมันจึงไม่ใช่ธรรมดา เพราะต้องมีความทรงจำเกี่ยวกับพิกัดที่แม่นยำมาก เนื่องจากต้องแทนด้วยสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่ออ้างอิงถึงตำแหน่งของดาวเคราะห์ปลายทางที่ต้องการจะไป ดังนั้นด้วยสมองน้อย ๆ ของมนุษย์เรา คงจะไม่สามารถเก็บความทรงจำอันมหาศาลเกี่ยวกับการเข้ารหัสตำแหน่งดาวเคราะห์และการคำนวณพิกัดของดาวเคราะห์ได้แน่ ๆ ซึ่งมันก็เลยกลายเป็นธุระของคอมพิวเตอร์ ที่จะต้องเป็นผู้จดจำและคำนวณให้แทน</p>
<p>ประเด็นที่ผมจะโม้ก็คือ ผมรู้สึกว่าการหมุนเพื่อให้ <strong>StarGate</strong> เปิดไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้นั้น มันเป็นอัลกอริทึมที่เหมือนกับการอ้างอิงหน่วยความจำในคอมพิวเตอร์เลยอ่ะ เพียงแต่หน่วยความจำในปัจจุบันนี้ ถูกอ้างอิงในแบบ page segmentation เท่านั้นเอง ซึ่งถือว่ายังอ้างอิงแค่ 3 มิติ ยังเบาะ ๆ ไม่โหดเท่าการหมุนเพื่อเปิด <strong>StarGate</strong></p>
<p><strong>ประเด็นสอง ความรู้อันเป็นนิรันดร์</strong></p>
<p>ในเรื่องเน้นเรื่องเทคโนโลยีและการแสวงหาความรู้เป็นอย่างมากครับ และก็มีอยู่ตอนนึงที่ผมค่อนข้างสนใจเป็นพิเศษ เพราะมันคล้ายกับใน <a href="https://www.parinya.net/archives/337">Battlefield Earth</a> มากเลย นั่นก็คือ &#8220;การถ่ายเทความรู้เข้าสมองแบบโดยตรงฉับพลัน&#8221;</p>
<p><img decoding="async" width="200" align="left" src="http://scifipedia.scifi.com/images/4/4c/Ancientrepository.jpg" />เทคโนโลยีการถ่ายเทความรู้ใน <a href="https://www.parinya.net/archives/337">Battlefield Earth</a> นั้น ต้องอาศัยเวลาในการถ่ายเทเป็นวัน ๆ แต่ของ <strong>StarGate</strong> เจ๋งโคตร ๆ กว่า เพราะสามารถถ่ายเทความรู้อันมหาศาลโป้งเดียวได้ในเสี้ยววินาที แถมยังช่วยจัดเรียงเซลสมองให้ด้วย เพื่อให้เซลสมองไม่เสียหายจากการที่ต้องรับความรู้อันมหาศาลแบบนั้น</p>
<p>ในเรื่องบอกว่าเผ่าพันธุ์ที่ทรงภูมิปัญญาที่สุดในดาราจักรทางช้างเผือก ไม่ต้องการให้ความรู้ของตนสูญหายไป ต้องการให้ความรู้สามารถแบ่งปันได้ จึงสร้างสิ่งประดิษฐ์ไฮเทคขึ้นมา เพื่อเอาไว้เก็บความรู้อันเป็นนิรันดร์ของตนไว้ อีกทั้งยังสามารถ่ายทอดได้อย่างฉับพลันทันทีด้วย</p>
<p>ซึ่งประเด็นที่ผมจะโม้ก็คือ ผมจำได้คร่าว ๆ ว่าเผ่าพันธุ์ที่ทรงภูมิปัญญาดังกล่าวนั้น ทุกคนเกิดขึ้นมาโดยตรัสรู้ได้โดยตนเองเฉกเช่นพระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธ โอ้แม่จ้าว ทุกคนตรัสรู้ได้เองตั้งแต่เกิดแล้วความรู้ที่มีมันจะมากมายแค่ไหนล่ะเนี่ย???</p>
<p><strong>ประเด็นสุดท้าย การแย่งชิงความรู้</strong>ู้</p>
<p>ปัจจุบันเราแก่งแย่งกันเพื่อให้ได้เงินตราใช่มั้ยครับ เราแก่งแย่งกันก็เพราะเราเชื่อถือในเงินตราว่ามันจะช่วยให้เราอยู่อย่างสุขสบายได้ ที่ทุกวันนี้มีเรื่องกันอยู่ทุกวี่ทุกวันก็เพราะเรื่องเงิน</p>
<p>แต่ในเรื่อง <strong>StarGate</strong> ทุกเผ่าพันธุ์แก่งแย่งความรู้กันครับ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เผ่าพันธุ์ของตนมีความรู้มากที่สุด บางเผ่าพันธุ์ซึ่งความรู้น้อยกว่าก็พยายามที่จะฝืนศึกษาความรู้ของเผ่าพันธุ์ที่เหนือกว่า ถึงแม้ความรู้บางอย่างอาจจะไม่เหมาะกับตัวเองก็ตาม</p>
<p>ผมชอบตอนนึงมาก มันเป็นตอนที่เผ่าพันธุ์เอเลี่ยนเผ่าพันธุ์หนึ่ง ได้ค้นพบสิ่งประดิษฐ์ไฮเทคซึ่งเก็บความรู้อันเป็นนิรันดร์เอาไว้ แต่พยายามเท่าไหร่ก็ใช้สิ่งประดิษฐ์ไฮเทคดังกล่าวไม่ได้ซักที ก็เลยตัดสินใจถ่ายโอนความรู้จากสิ่งประดิษฐ์ไฮเทคดังกล่าว มาไว้ในคอมพิวเตอร์ของตนเอง โดยโอนมาได้เท่าที่คอมพิวเตอร์ของตนเองจะรับไหว</p>
<p>ผมสนใจมาก เพราะประเด็นก็คือ ผมเคยแต่ทำโครงการเพื่อย้ายข้อมูลหรือความรู้จากระบบซอฟต์แวร์เก่าไปยังระบบซอฟต์แวร์ที่ใหม่กว่า แต่ไม่เคยเลยนะ ที่จะย้ายข้อมูลหรือความรู้จากระบบที่ใหม่กว่าไปยังระบบที่เก่ากว่าเลย</p>
<p>มันคงจะเหมือนคนที่กระหายน้ำ อยากจะดื่มน้ำกระมัง ที่ยินดีจะใช้กะลามะพร้าวผ่าซีกของตนเอง รองน้ำที่ซึมจากท่อที่ต่อไปยังแทงค์น้ำไฮเทค ด้วยเหตุเพราะจนด้วยเกล้า ไม่รู้วิธีว่าจะทำยังไงเพื่อจะให้แทงค์น้ำดังกล่าวเปิดออกมา เพื่อให้ตัวเองได้ดื่มน้ำได้เหมือนที่ผู้ทรงภูมิปัญญาทั้งหลายเขาทำกัน</p>
<blockquote><p>ความรู้ คือ อำนาจ (จริงจริ๊ง)</p></blockquote>
<p>ป.ล. นอกจากอยากจะได้ StarGate SG1 มาไว้สะสมแล้ว ผมยังอยากจะได้ซีรีย์เรื่อง &#8220;แมคไกเวอร์&#8221; มาสะสมด้วย ก็หวังว่าวันไหนว่าง ๆ จะได้ไปซะที ไอ้เจ้าฟอร์จูนเนี่ย ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยไปเลย ฮา</p>
<p>[tags]stargate,ฝ่ามิติ,ทะลุ,จักรวาล,คอมพิวเตอร์,เทคโนโลยี,ละคร,ซีรี่ย์[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/797/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>10</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รหัสลับ(รัก)น้องเพื่อน</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/712</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/712#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Nov 2007 17:43:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/712</guid>

					<description><![CDATA[ผมจะสมมติว่าตัวเองเป็นผู้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมจะสมมติว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่น่าสงสารคนนึงครับ T-T ที่แอบหลงรักหญิงสาวอยู่คนหนึ่ง แต่บังเอิญว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นที่รักและหวงแหนโดยพี่สาวของเธอมาก เพราะเธอนั้นมีกันแค่สองคนพี่น้องเอง โถน่าสงสารจัง แต่มันเดือดร้อนผมนี่นา</p>
<p>เดือดร้อนยังไง??? ก็พี่สาวของเธอเป็นเพื่อนของผมอ่ะดิ!!! ฮา <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>เพื่อนของผมค่อนข้างจะควบคุมเธอมาก กีดกันผมอีกต่างหาก สงสัยเพราะผมเป็นคนที่จะมาแบ่งปันความรักของน้องสาวไปจากเธอกระมัง ทำให้เธอต้องกลายเป็นนางยักษ์ คอยตรวจสอบการติดต่อสื่อสารทุกช่องทางของน้องสาวเธอ แบบว่าถ้าส่งมาจากผมล่ะก็ เซ็นเซอร์เรียบ!!!</p>
<p>แล้วผมจะทำยังไงถึงจะนัดแนะหญิงสาวสุดที่รักของผมได้ดีน้อ โอ้วคิดถึงเธอเหลือเกิน!!!</p>
<p>โชคดีที่ผมได้สร้างซอฟต์แวร์เข้ารหัสถอดรหัสระดับเทพไว้ตัวนึง แล้วแอบก๊อปให้เธอเก็บเอาไว้ เพื่อเราจะได้ติดต่อสื่อสารกันได้ โดยผมตกลงกับเธอว่าผมจะส่งสาส์นหาเธอผ่านบล็อกของผม เพื่อว่าถ้าพี่สาวของเธออ่านบล็อกผมแล้ว พี่สาวเธอจะได้ไม่ติดใจสงสัยในเนื้อความของบล็อกแต่อย่างใด!!!</p>
<p>จนกระทั่งวันนึงผมจึงได้เขียนข้อความใส่เข้าไปในซอฟต์แวร์ตัวดังกล่าว เพื่อให้มันเข้ารหัสข้อมูลของผม จากนั้นผมจึงได้นำข้อความที่ผ่านการเข้ารหัสแล้ว มาบันทึกในบล็อกเพื่อจะส่งความต้องการบางอย่างหาเธอ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> โดยมีข้อความดังนี้</p>
<blockquote><p>อากาศกลางวันกลางคืนเดี๋ยวนี้แปรปรวนห้าหกรอบ ทุ่มสองทุ่มเล่นเอาเรางงเลย พอกลับไปถึงบ้านเตรียมจะออกไปเที่ยว เผลอแค่แป๊ปเดียวอะไรกันล่ะเนี่ยมืดซะล่ะ อย่าบอกนะว่านี่เพิ่งจะโพล้เพล้หกโมงเย็น พอเห็นว่าเป็นแบบนี้เลยคิดได้ว่าอย่ากลับบ้านดึกเลยอ่ะนะวันนี้ ส่งงานให้ผู้ร่วมงานทำแล้วเราก็เผ่นเลยดีกว่า พี่ที่ทำงานก็มักจะทำแบบเนี้ยบ่อยๆ นัดสาวปุ๊ปก็ทิ้งงานเผ่นหายไปดื้อๆเลย ทำตัวเหมือนหนูเห็นเนยแข็ง พอไม่เห็นเหยื่อก็ทำเหงาหงอยสร้อยเศร้า รู้ทั้งรู้ว่าคนอื่นเขาก็ทำงานเยอะเหมือนกัน แต่ทำไมล่ะเราก็จะเอาอย่างบ้าง คงไม่ว่ากันนะทีใครทีมัน พอคิดได้แบบนี้ก็เลยรู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าโลกนี้น่ารักสดใสขึ้นเยอะเลย เดี๋ยวพอใกล้จะห้าโมงเย็นเราก็เก็บของดีกว่านะ คิดว่าช่วงนี้ใครๆก็คงจะสาละวนอยู่กับงานของตัวเอง เด็กฝึกงานที่มาทำงานด้วยก็คงทยอยกลับตอนนั้น เราก็แว่บด้วยเลยใครจะโง่อยู่ล่ะ</p></blockquote>
<p>คนทั่วไปอ่านข้อความนี้แล้วก็คงคิดว่าเป็นไอ้บ้าซักคนนึง มาเขียนระบายความรู้สึกบ้าบอส่วนตัวอะไรเอาไว้ แม้แต่เพื่อนของผมซึ่งติดบล็อกของผมงอมแงม ถึงจะได้อ่านก็ไม่รู้ว่าที่จริงแล้ว ข้อความมันได้ถูกเข้ารหัสเอาไว้เรียบร้อยแล้ว!!!</p>
<p><span id="more-712"></span></p>
<p>เมื่อลับสายตาของพี่สาว สุดที่รักของผมก็งัดเอาซอฟต์แวร์ที่ผมให้ไว้มาถอดรหัสข้อความจากบล็อกผมโดยทันที!!!</p>
<p>ซอฟต์แวร์ทำการสแกนข้อความ จากนั้นจึงแยกแยกข้อความออกเป็นคำโดด แล้วจัดเรียงให้อยู่ในรูปของตารางสองมิติในหน่วยความจำ ดังภาพ</p>
<div style="text-align: center"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/11/plain_text.jpg" target="_blank"><img decoding="async" id="image711" alt="Plain Text" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/11/plain_text.jpg" width="450" /></a></div>
<div style="text-align: center">(คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย)</div>
<p>จากนั้นซอฟต์แวร์ก็เลือกเอาชุดสมการเพื่อถอดรหัสออกมา แต่บังเอิญผมฝังชุดสมการอนุกรมไว้เพียงแบบเดียว มันจึงงัดเอาสมการดังกล่าวออกมาใช้ โดยสมการดังกล่าวมีลักษณะดังภาพ</p>
<div style="text-align: center"><img decoding="async" id="image713" alt="สมการถอดรหัส" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/11/decrypt_equation.jpg" /></div>
<p>เนื่องจากซอฟต์แวร์ได้แยกแยะคำโดดออกมาแล้ว พบว่ามีคำโดดรวมกับช่องว่างทั้งหมดเพียง 260 คำโดด ดังนั้นซอฟต์แวร์จึงค้นหาผลลัพท์จากสมการ โดยให้ค่า y ซึ่งเป็นผลลัพท์มีค่าอยู่ระหว่าง 1 ถึง 260 หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าซอฟต์แวร์แทนค่า N ตั้งแต่ 1, 2, 3 ไปเรื่อย ๆ แล้วได้ผลลัพท์เกิน 260 เมื่อไหร่ล่ะก็ ให้มันหยุดไปเลยไป</p>
<p>ซึ่งผลลัพท์ที่ได้จากสมการ จะอยู่ในรูปของเลขอนุกรม โดยมีค่าดังต่อไปนี้</p>
<blockquote><p>6, 8, 11, 15, 20, 26, 33, 41, 50, 60, 71, 83, 96, 110, 125, 141, 158, 176, 195, 215, 236, 258</p></blockquote>
<p>แสดงว่าข้อความที่ผมเข้ารหัสไว้นั้น มันมีแค่ 22 คำโดดเท่านั้นเอง!!!</p>
<div style="text-align: center"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/11/semi_cypher_text.jpg" target="_blank"><img decoding="async" id="image714" alt="Semi Cypher Text" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/11/semi_cypher_text.jpg" width="450" /></a></div>
<div style="text-align: center">(คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย)</div>
<p>เมื่อได้รู้ตัวเลขที่เป็นผลลัพท์จากสมการอนุกรมแล้ว ซอฟต์แวร์ก็ทำการคัดเลือกคำโดดทั้ง 22 คำออกจากข้อความทั้ง 260 คำทันที โดยใช้ตำแหน่งอ้างอิงดังกล่าว เป็นตัวคัดเลือกเอาผลลัพท์ออกมา ซึ่งจะได้ผลลัพท์ดังภาพ</p>
<div style="text-align: center"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/11/cypher_text.jpg" target="_blank"><img decoding="async" id="image715" alt="Cypher Text" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/11/cypher_text.jpg" width="450" /></a></div>
<div style="text-align: center">(คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย)</div>
<p>ในที่สุด สุดที่รักของผมเธอก็ได้รู้ซะทีว่าสิ่งที่ผมต้องการจะบอกเธอก็คือ</p>
<blockquote><p>คืนนี้ห้าทุ่มเราไปเที่ยวกันนะ อย่าให้พี่สาวหนูรู้ล่ะ รักนะเด็กโง่</p></blockquote>
<p>ตอนนี้ที่เหลือก็แค่ภาวนาให้เธอยอมออกมาหาผมตามนัดด้วยเถิ้ด เจ้าประคุ้น!!!</p>
<p>ป.ล. 1  เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่สมมติขึ้น อย่าคิดว่าเป็นเรื่องจริงล่ะ<br />
ป.ล. 2  อัลกอริทึมสำหรับถอดรหัสน่ะไม่เท่าไหร่ แต่อัลกอริทึมสำหรับเข้ารหัสเนี่ย คนคิดได้นี่ต้องแข็งโป๊กเรื่อง Natural Language Processsing ในระดับเทพจุติเลยนะผมว่า<br />
ป.ล. 3  หัวข้อนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังฝรั่งเว่อร์ ๆ เรื่องนึง ซึ่งผมจำไม่ได้แล้วครับ แฮ่ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]รหัสลับ, เข้ารหัส, ถอดรหัส, การสร้างซอฟต์แวร์, คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/712/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>23</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รหัสแห่งพระเจ้า</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/687</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/687#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Oct 2007 12:54:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/687</guid>

					<description><![CDATA[หลายปีก่อนเพื่อนผมคนนึงแน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายปีก่อนเพื่อนผมคนนึงแนะนำให้ผมเล่นเกม <a href="http://www.godtower.com">GodTower</a> ครับ มันเป็นเกมผ่านด่าน และวิธีผ่านด่านของมันก็แสนจะง่ายดายเหลือเกินนั่นก็คือ การดูรูปภาพแล้วตอบให้ได้ว่าคำตอบนั้นคืออะไร โดยอาศัยรหัสแห่งพระเจ้าที่สอดแทรกอยู่ภายในภาพเหล่านั้น!!</p>
<p>ง่ายตรงไหน ผมไม่เห็นว่ามันจะง่ายเลย!!!</p>
<div style="text-align: center"><img decoding="async" id="image684" alt="God Tower ด่านที่ 24 หน้าแรก" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/10/godtower_level24_first.jpg" /></div>
<p>ดูเหมือนว่าการใช้รูปภาพเพื่อเป็นรหัสผ่านนั้น มันควรจะเป็นรูปภาพที่ดูแล้ว &#8220;จดจำ&#8221; และ &#8220;เข้าใจ&#8221; ได้โดยง่าย (อ้างอิง: <a href="https://www.parinya.net/archives/591">แสดงตนด้วย &#8220;แพนเค้ก&#8221;</a>)</p>
<p><span id="more-687"></span></p>
<div style="text-align: center"><img decoding="async" id="image685" alt="God Tower ด่านที่ 24 หน้าสอง" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/10/godtower_level24_second.jpg" /></div>
<p>หรือถ้าจะเอารูปภาพมาประยุกต์ใช้เพื่อตรวจสอบว่าผู้บันทึกข้อมูลนั้นเป็นมนุษย์หรือเปล่า ก็ควรจะเป็นรูปภาพที่เราสามารถ &#8220;วิเคราะห์&#8221; เบื้องต้นได้โดยง่าย (อ้างอิง: <a href="https://www.parinya.net/archives/639">CAPTCHA ด้วย &#8220;ขวัญ&#8221;</a>)</p>
<div style="text-align: center"><img decoding="async" id="image686" alt="God Tower ด่านที่ 24 หน้าสาม" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/10/godtower_level24_third.jpg" /></div>
<p>แต่กรณีนี้รู้สึกจะไม่เหมือนกัน เพราะเป็นการสร้างกระบวนการคัดกรองผู้ที่ &#8220;คู่ควร&#8221; โดยเฉพาะเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์เข้าสู่อาณาบริเวณที่กำหนดเอาไว้ได้ และดูเหมือนว่าผู้ที่ &#8220;คู่ควร&#8221; ดังกล่าวคงจะไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนความจำดีเพียงอย่างเดียวซะแล้ว หากแต่คน ๆ นั้นต้องเป็นผู้มีความรู้, ไหวพริบ, ปฏิภาณ, ประสบการณ์ และจินตนาการพอตัวเลยทีเดียว จึงจะสามารถถอดรหัสแห่งพระเจ้านี้ได้</p>
<p>ผมยังหาไม่เจอนะว่าจะมีทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่จะสามารถถ่ายทอดเอาความสามารถเหล่านี้ของมนุษย์ ให้ตกผลึกกลายเป็นอัลกอริทึมในทางคอมพิวเตอร์ได้อ่ะ</p>
<p>ป.ล. ผมกระจอกในการถอดรหัสพวกนี้มาก ดูเหมือนสมองผมไม่ได้พัฒนามาทางนี้เลย ดังนั้น โปรดทราบด้วยว่า ผมมาถึงด่านนี้ได้ก็เพราะมีคนบอกครับ อิ อิ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]คอมพิวเตอร์,ซอฟต์แวร์,พระเจ้า,เข้ารหัส,ถอดรหัส[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/687/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>5</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฝ่าด่าน 7 อรหันต์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/646</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/646#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Sep 2007 09:02:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Pattern Recognition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/646</guid>

					<description><![CDATA[ผมจะสมมติว่าตัวผมนั้นเป็น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมจะสมมติว่าตัวผมนั้นเป็นผู้นำหลักขององค์กรลึกลับองค์กรนึงครับ องค์กรดังกล่าวมีความยิ่งใหญ่ในระดับเดียวกับ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Umbrella_Corporation">Umbrella Corporation</a> เลยทีเดียว (โม้ ๆ)</p>
<p><img decoding="async" src="http://scienceblogs.com/chaoticutopia/upload/2006/08/sunflower.jpg" width="100" align="left" />เอาชื่อองค์กรว่าอะไรดี งั้นตั้งชื่อว่า <strong>Sunflower Corporation</strong> ก็แล้วกัน อิ อิ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>ภายหลังจากประเทศไทยออกกฎหมายที่ชื่อว่า &#8220;พระราชบัญญัติคุ้มครองเงินฝาก&#8221; ซึ่งจะทำให้เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ของประชาชนนั้น ไม่ได้ถูกประกันโดยรัฐบาลอีกต่อไป จึงทำให้องค์กรแห่งนี้จำเป็นต้องปรับตัวขนานใหญ่ จากเดิมที่เคยให้ความสำคัญกับการเก็บความลับของงานวิจัยระดับสุดยอดเพียงอย่างเดียว ก็จำเป็นที่จะต้องเก็บเงินสดขององค์กรเอาไว้เองด้วย แทนที่จะฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์เหมือนเมื่อก่อน (ไม่ไว้ใจรัฐบาล)</p>
<p>เนื่องจากงานวิจัยระดับสุดยอด และเงินสดจำนวนมหาศาลขององค์กรนั้น มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างสูงสุด ทางคณะกรรมการลับสุดยอดขององค์กร จึงมีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ที่จะทุ่มงบประมาณอันแสนจะมหาศาล (เท่าไหร่วะ?&#8230;ไม่รู้เด่ะ!!!) เพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยระดับสุดยอดขึ้นมา เพื่อเก็บความมั่งคั่งและวิทยาการอันก้าวหน้าล้ำยุคขององค์กรเอาไว้</p>
<p>โดยวางแผนและออกแบบพิมพ์เขียวเอาไว้ว่า &#8230;</p>
<p>ห้องนิรภัยที่ใช้เก็บงานวิจัยระดับสุดยอด กับห้องนิรภัยที่ใช้เก็บเงินสดนั้น จะแยกเก็บกันคนล่ะที่ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ที่จะเข้าห้องนิรภัยดังกล่าวได้ จำเป็นจะต้องถูกตรวจค้นโดยเจ้าหน้าที่ถึง 3 ชั้นประตู และเมื่อถึงประตูสุดท้าย ก็จำเป็นที่จะต้องแสดงตัวตน ว่าตัวเองนั้นมีสิทธิ์ที่จะเข้าประตูสุดท้ายได้ โดยมีขั้นตอน <strong>7 ขั้นตอน</strong> ทั้งแบบธรรมดาและแบบ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Biometrics">Biometric</a> ในการแสดงตนดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1.  แสดงตนด้วย Contactless Smart Card</strong></p>
<p><img decoding="async" id="image649" alt="สมาร์ทการ์ดไร้สาย" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/09/contactless_smartcard.jpg" align="right" />ก่อนอื่นผู้เข้าห้องต้องส่อง Contactless Smart Card เข้ากับเครื่องอ่านบัตรซะก่อน เพื่อเป็นการเริ่มต้นสำหรับการแสดงตนในขั้นต่อ ๆ ไป โดยใน Contactless Smart Card จะเก็บหมายเลขของบุคคลผู้นั้นเอาไว้ พร้อมทั้งเก็บรหัสผ่านขั้นต้นที่ถูกเข้ารหัสเอาไว้แล้ว โดยรหัสผ่านดังกล่าวจะถูกตรวจสอบโดยเครื่องอ่านบัตร เพื่อปลดล็อกสิทธิ์ในการแสดงตนในระดับถัด ๆ ไป</p>
<p><strong>System is activated!!! &#8230;.</strong></p>
<p><span id="more-646"></span></p>
<p><strong>2.  แสดงตนด้วยรหัสผ่าน</strong></p>
<p><img decoding="async" id="image650" alt="แป้นตัวเลข" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/09/keypad.jpg" align="right" />เมื่อระบบอนุญาตให้แสดงตนต่อไปได้ ผู้เข้าห้องจำเป็นต้องกดที่ปุ่มตัวเลข เพื่อบอกรหัสผ่านที่ตนเองมี โดยรหัสผ่านคือตัวเลขจำนวน 10 หลัก ไม่มากไม่น้อยกว่านี้ (จำไม่ได้ซวยแหงงานนี้)</p>
<p>ซึ่งความน่าจะเป็นที่ใครจะสามารถมั่วรหัสผ่านถูกได้ก็คือ 1 ใน 10 ยกกำลัง 10 กรณี หรือก็คือ 1 ใน หมื่นล้านนั่นเอง</p>
<p>แถมให้กรอกได้แค่ 3 ครั้งด้วยนะเอ้อ!!!</p>
<p><strong>3.  แสดงตนด้วยประโยคคำพูด</strong></p>
<p>จากนั้นระบบก็จะเปิดไมโครโฟน เพื่อให้ผู้เข้าห้องเปล่งเสียงคำพูดของตนออกมา โดยจะต้องเปล่งคำพูดตามรหัสผ่านที่ได้มา ยกตัวอย่างเช่น &#8220;ไอ้ควายเป็นไงอ่ะ?&#8221; (ไม่มีรหัสผ่านที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ หือ?)</p>
<div style="text-align: center"><img decoding="async" id="image647" alt="เสียงคำพูด" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/09/speech_amplitude.jpg" /></div>
<p>ระบบจะอาศัยเทคโนโลยี <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Speech_recognition">Speech Recogntion</a> เพื่อแปลงคำพูดให้กลายเป็นข้อความ จากนั้นจึงตรวจสอบว่าข้อความดังกล่าว ตรงกับรหัสผ่านหรือไม่</p>
<p><strong>4.  แสดงตนด้วยเสียงพูด</strong></p>
<p>ตอนที่แสดงตนด้วยประโยคคำพูดในขั้นตอนที่ 3 นั้น ระบบก็จะอาศัยเทคโนโลยี <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Voice_recognition">Voice Recognition</a> เพื่อทำการวิเคราะห์คลื่นความถี่ เพื่อแปลงให้เป็นสัมประสิทธิ์อันบ่งบอกตัวตน ว่าผู้พูดนั้นเป็นผู้ใดกันแน่???</p>
<div style="text-align: center"><img decoding="async" id="image648" alt="คลื่นเสียงพูด" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/09/speech_wave.jpg" /></div>
<p>และเพื่อให้แม่นยำยิ่งขึ้น ระบบก็จะแยกคลื่นความถี่ในแต่ล่ะคำพูด เพื่อให้แน่ใจว่าตลอดประโยคที่พูดนั้น ถูกพูดโดยคน ๆ เดียวกัน และเพศเดียวกัน!!!</p>
<p><strong>5.  แสดงตนด้วยลายนิ้วมือ</strong></p>
<p><img decoding="async" id="image651" alt="ลายนิ้วมือ" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/09/fringerprint.jpg" align="left" />ระบบจะปิดไมโครโฟน แล้วเปิดระบบอ่านลายนิ้วมือแทน ซึ่งผู้เข้าห้องจำเป็นต้องใช้นิ้วหัวแม่โป้งของตัวเอง จะข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ได้ แตะลงไปยังเครื่องอ่านลายนิ้วมือ!!!</p>
<p>เทคโนโลยี <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Fingerprint_authentication">Fringerprint Authentication</a> จะถูกนำมาใช้ &#8230; ลายนิ้วมือจะถูกอ่านพร้อมทั้งแยกแยะคุณสมบัติเด่นต่าง ๆ จากนั้นนำค่าสัมประสิทธิ์ที่ได้ ไปตรวจสอบจากฐานข้อมูลว่าแสดงตนถูกต้องหรือไม่</p>
<p>ถ้ามั่วจิ้มมาผิดนิ้ว แบบว่าเขาให้จิ้มนิ้วโป้ง ดันทะลึ่งจิ้มนิ้วอื่น งานนี้มีซวย เพราะนอกจากระบบจะเปิดไซเรนแหกปากแล้ว ยังจะปล่อยคลื่นความร้อนออกมา เพื่อเผาลายนิ้วมือที่นิ้วของผู้แสดงตนด้วย โหดซะไม่มี</p>
<p><strong>6.  แสดงตนด้วยลายม่านตา</strong></p>
<p><img decoding="async" id="image652" alt="ลายม่านตา" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/09/eye.jpg" align="right" />แต่ถ้าหากว่าผ่านด่านลายนิ้วมือมาได้โดยไม่โดนเผานิ้ว ระบบก็จะเรียกให้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อให้เครื่องอ่านลายม่านตาสามารถที่จะอ่านลายม่านตาของผู้เข้าห้องได้</p>
<p>ระบบจะใช้เทคโนโลยี <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Iris_recognition">Iris Recognition</a> เพื่อแยกแยะว่าลายม่านตาดังกล่าว เป็นของผู้แสดงตนจริง ๆ หรือไม่ ซึ่งต่อให้กำลังเป็นโรคตาแดงอยู่ก็ไม่มีผลอะไร เนื่องจากระบบตรวจแต่ลายม่านตาตรงตาดำ ไม่ได้ตรวจตรงตาขาวด้วยซะหน่อย ดังนั้นเส้นเลือดฝอยจะแตกยังไง ระบบก็ไม่สน อิ อิ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p><strong>7.  แสดงตนด้วยเลือด</strong></p>
<p><img decoding="async" id="image653" alt="เจาะเลือด" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2007/09/blood_test.jpg" align="left" />สุดท้ายระบบจะให้ผู้เข้าห้องเลือดตกยางออกครับ โดยการสั่งให้ผู้เข้าห้องเจาะเลือดของตนซักหยดนึง แล้วหยดลงบนแท่นรับเลือด</p>
<p>เทคโนโลยี <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Genetic_fingerprinting">Genetic Fingerprinting</a> จะถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ส่วนประกอบต่าง ๆ รวมทั้งแยกแยะรายละเอียดของสิ่งปนเปื้อน เพื่อให้ได้มาซึ่งลายพิมพ์ DNA ของคน ๆ นั้น</p>
<p>ลายพิมพ์ DNA ของผู้เข้าห้อง จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับลายพิมพ์ DNA ของบุคลากรทั้งหมดในองค์กร เพื่อให้ทราบว่าจริง ๆ แล้วผู้แสดงตนนั้นเป็นใครกันแน่</p>
<p>&#8230;.</p>
<p>จากการประเมินทุกขั้นตอนรวมกันพบว่า ผู้เข้าห้องจำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการแสดงตนอย่างเร็วที่สุดประมาณ 2 นาที อย่างช้าที่สุดก็ประมาณ 5 นาที</p>
<p>เมื่อผมได้ยินดังนั้น ในฐานะผู้นำสูงสุดขององค์กร (ซึ่งตระหนี่มาก) จึงเสนอความเห็นว่า ขอให้สร้างตัว <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Mockup">Mock-up</a> ของระบบรักษาความปลอดภัย 7 ขั้นตอนนี้ที่ห้องอื่นก่อนได้มั้ย เพื่อทดสอบว่าระบบดังกล่าวจะใช้ได้จริง, ไม่เสียงบประมาณมากเกินไป และไม่ยุ่งยากเกินความจำเป็นจนเกินไป</p>
<p>โดยขอให้ลองไปสร้างไว้ที่<strong>ห้องน้ำประจำตัวของคณะกรรมการสูงสุด</strong>ทุกท่าน เพื่อให้คณะกรรมการสูงสุดทุกท่านได้รู้ว่า มันเหมาะสมที่จะใช้เพียงไร <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมการสูงสุดทุกท่าน จะเข้าไปถ่ายหนักถ่ายเบาได้ทันเวลานะครับ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์, รักษาความปลอดภัย, สมมติฐาน, อรหันต์[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/646/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>10</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
