<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Electronic Money &#8211; PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/category/electronic-money/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>Computation theories and information processing theories.</description>
	<lastBuildDate>Sat, 27 Nov 2021 15:41:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>
	<item>
		<title>จีนจะครองโลก โดยการพึ่งพาตัวเองสูงสุด</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2960</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2960#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Nov 2021 15:41:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Computation]]></category>
		<category><![CDATA[Computer Vision]]></category>
		<category><![CDATA[Data Mining]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Robotic]]></category>
		<category><![CDATA[Security]]></category>
		<category><![CDATA[Simulation]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=2960</guid>

					<description><![CDATA[ผมเพิ่งได้มีโอกาสอ่าน แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (2021-2025) ฉบับที่ 14 ของจีน (ฉบับแปลจีนเป็นอังกฤษ) ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ถือว่าอ่านช้าไปหน่อย เพราะประกาศมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสื่อมวลชนไทยก็สาธยายรายละเอียดสำคัญไปหมดแล้ว แต่พอได้อ่านเอง ถึงได้รู้ว่าสื่อมวลชนไม่ได้แจกแจงทุกรายละเอียดปลีกย่อย ผมจึงเห็นว่าในเนื้อหามีคำสำคัญหลายคำที่ถูกกล่าวอ้างถึง ล้วนเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ซึ่งได้แก่ คลาวคอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า ไอโอที บล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์ วีอาร์ เออาร์]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผมเพิ่งได้มีโอกาสอ่าน <a href="https://www.adb.org/publications/14th-five-year-plan-high-quality-development-prc">แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (2021-2025) ฉบับที่ 14 ของจีน (ฉบับแปลจีนเป็นอังกฤษ)</a> ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ถือว่าอ่านช้าไปหน่อย เพราะประกาศมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสื่อมวลชนไทยก็สาธยายรายละเอียดสำคัญไปหมดแล้ว</p>



<p>แต่พอได้อ่านเอง ถึงได้รู้ว่าสื่อมวลชนไม่ได้แจกแจงทุกรายละเอียดปลีกย่อย ผมจึงเห็นว่าในเนื้อหามีคำสำคัญหลายคำที่ถูกกล่าวอ้างถึง ล้วนเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ซึ่งได้แก่ คลาวคอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า ไอโอที บล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์ วีอาร์ เออาร์ ควอนตัมคอมพิวติ้ง เซมิคอนดักเตอร์ วิทยาการระบบประสาท และบางคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์โดยตรงแต่เป็นเรื่องไฮเทค เช่น การบินและอวกาศ และ เทคโนโลยีพันธุศาสตร์</p>



<p>ในแผนเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า จีนจะพึ่งพาตัวเองในระดับพื้นฐาน ในหัวข้อตามคำสำคัญที่กล่าวมาข้างต้น โดยลดการพึ่งพาจากต่างชาติให้มากที่สุด และจะทำให้ได้ต่อเนื่องไปถึง 10 ปี เพื่อจะกลายเป็นผู้นำระดับโลกในระยะยาว!!!</p>



<p>ซึ่งถ้าอ้างตามเนื้อหาของแผน แสดงว่าจีนจะทุ่มเทเพื่อคิดค้นทฤษฎีพื้นฐานเอง และลงมือสร้างเครื่องมือพื้นฐานเอง เพื่อจะนำทฤษฎีและเครื่องมือพื้นฐาน ไปใช้ประยุกต์ต่อยอดในการพัฒนาต่าง ๆ อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องสนใจการกลั่นแกล้ง ฉุดรั้ง คว่ำบาตร ของชาติอื่น ๆ อีกต่อไป</p>



<p>และถ้าผมประเมินไม่ผิด ในระยะยาวยิ่งกว่านั้น ผมคิดว่าจีนคิดจะพึ่งพาตัวเองให้ได้ในทุก ๆ ด้าน จนแม้กระทั่งถ้าชาติอื่นล่มสลายไปหมดทุกชาติ จีนก็ยังอยู่ได้และเจริญก้าวหน้าต่อไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่เดือดร้อน!!!</p>



<p>น่าจะคิดไปถึงขนาดนั้นเลย!!!</p>



<p>การพึ่งพาพลังของชาติได้ในทุก ๆ ด้าน ก็คือ การกลายเป็นประเทศอภิมหาอำนาจ!!!</p>



<span id="more-2960"></span>



<p>แต่ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นชาติไหนในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่ทำได้ถึงขนาดนั้น แม้แต่สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นชาติอภิมหาอำนาจในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ก็ยังทำไม่ได้ ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเพื่อทำให้คนในชาติอยู่ดีกินดีอยู่</p>



<p>สหรัฐอเมริกาไม่ได้พึ่งพาชาติอื่นเพราะไม่มีปัญญาคิดเองทำเอง แต่ที่พึ่งพาชาติอื่นเพราะขี้เกียจคิดเองทำเองในเรื่องโลว์เทค สู้เอาเวลาไปทำเรื่องไฮเทคเพื่อให้มีมูลค่าจะดีกว่า</p>



<p>ซึ่งความคิดต่างจากจีน เพราะจีนคิดจะพึ่งพาชาติตัวเองในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลว์เทคหรือเรื่องไฮเทค!!!</p>



<p>และแผนของจีนก็คือการพึ่งพาตัวเองด้านไฮเทคให้ได้ และมันจะกลายเป็นพลังต่อยอดเพื่อสนับสนุนการพึ่งพาตัวเองด้านโลว์เทคอีกต่อหนึ่ง!!!</p>



<p>ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าจีนพยายามอย่างสูงสุดที่จะพึ่งพาตัวเอง มันมีหลายข่าวที่ถ่ายทอดออกมา ซึ่งถ้าเราเสพข่าวอย่างผิวเผินเราก็อาจตั้งคำถามว่าจีนคิดจะไม่ให้คนอื่นหากินเลยเหรอ? ไม่คิดจะซื้ออะไรจากชาติอื่นเลยเหรอ? ซึ่งตัวอย่างข่าวก็มีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องไฮเทค เช่น จีนมีระบบค้นเว็บของตัวเอง มีตลาดกลางซื้อขายสินค้าออนไลน์ของตัวเอง มีระบบการชำระเงินของตัวเอง มีเครือข่ายสังคมของตัวเอง มีระบบการแบ่งปันคลิปวีดีโอของตัวเอง เป็นต้น</p>



<p>หรือเรื่องโลว์เทค เช่น สถานที่ท่องเที่ยวในชาติอื่นที่ดี ๆ จีนก็จะจำลองไว้ที่ชาติตัวเอง อาหารอร่อย ๆ จีนก็พยายามหัดทำเอง พืชผักผลไม้อร่อย ๆ ที่ได้รับความนิยม จีนก็พยายามจะปลูกเอง เป็นต้น</p>



<p>ตลาดจีนใหญ่มาก ชาติต่าง ๆ ล้วนอยากขายของเข้าไปที่จีน แต่จีนกลับคิดเองทำเอง พึ่งพาตัวเองแม้กระทั่งสินค้าโลว์เทค ไม่ซื้ออะไรที่เป็นโลว์เทคจากชาติอื่น ส่งผลให้ชาติอื่นหากำไรจากจีนไม่ได้ และ ใช้เป็นอำนาจต่อรองกับจีนก็ไม่ได้</p>



<p>สหรัฐพึ่งพาตัวเองในด้านไฮเทค แต่พึ่งพาชาติอื่นในด้านโลว์เทค ชาติอื่นเลยชอบเพราะทำมาค้าขายด้วยได้ คือ ซื้อของไฮเทคจากสหรัฐ และ ขายของโลว์เทคให้สหรัฐ</p>



<p>ส่วนจีนพึ่งพาตัวเองทั้งด้านไฮเทคและโลว์เทค ดังนั้น กลายเป็นว่าชาติต่าง ๆ ต้องซื้อของไฮเทคและโลว์เทคจากจีน และ ชาติต่าง ๆ แทบจะขายของโลว์เทคของตัวเองให้จีนไม่ได้เลย ยกเว้นทรัพยากรธรรมชาติสำคัญที่จีนไม่มี เช่น น้ำมันปิโตรเลียมและแก๊สธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่ทุกชาติจะมีทรัพยากรธรรมชาติแบบนี้ และอีกไม่นานถ้าจีนเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด รวมทั้งจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับทั้งประเทศด้วยดวงอาทิตย์เทียมได้ ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติแบบนี้ก็จะหมดลงไป</p>



<p>ตอนนี้ภาพมันชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าการครองโลกของจีนและสหรัฐมันต่างกัน</p>



<p>สหรัฐครองโลกโดยการก้าวก่ายชาติอื่นไปทั่ว แต่จีนครองโลกโดยการพึ่งพาตัวเองสูงสุด</p>



<p>เราได้เห็นมาแล้วว่าการครองโลกของสหรัฐมันน่ารำคาญสุด ๆ เพราะสหรัฐชอบสูบทรัพยากรจากชาติต่าง ๆ และถ้าชาติไหนไม่เชื่อฟังสหรัฐ สหรัฐก็คว่ำบาตรไม่ซื้อของ และบังคับให้ชาติอื่นไม่ซื้อของ</p>



<p>แต่การครองโลกของจีนก็คงจะน่ารำคาญอีกแบบนึง เพราะจีนไม่สนใจว่าชาติไหนจะเชื่อฟังหรือไม่เชื่อฟังจีน ยังไงจีนก็ไม่ซื้อของชาตินั้นอยู่ดี เพราะจีนพึ่งพาตัวเองได้ และเผลอ ๆ จีนยังขายสิ่งที่ชาติต่าง ๆ ทำได้ในราคาที่ต่ำมาก ๆ แถมคุณภาพดีกว่าอีกต่างหาก ซึ่งมันจะทำให้ชาติอื่นอดตาย เพราะแข่งกับจีนไม่ได้</p>



<p>ผมคิดว่าตอนนี้ จีนคงจะไม่มีเวลามาหาเสียงกับชาติอื่น จีนต้องพัฒนาชาติตัวเองให้พึ่งพาตัวเองให้ได้ มันเป็นเรื่องความมั่นคง เป็นเรื่องคอขาดบาดตายของชาติ เพราะถ้าพึ่งพาเรื่องไฮเทคระดับพื้นฐานไม่ได้ ก็ต้องเป็นเบี้ยล่างสหรัฐและยุโรปเหมือนอดีตที่ผ่านมา</p>



<p>แต่ผมก็เชื่อนะ ว่าภายใน 5 ปีนี้ หลังจากที่จีนพึ่งพาตัวเองในเรื่องไฮเทคระดับพื้นฐานได้แล้ว ในแผน 5 ปีฉบับหน้า จีนน่าจะบรรจุเรื่องการหาเสียงกับชาติอื่น และเริ่มคิดว่าจะอยู่ร่วมกับชาติอื่นในโลกอย่างสันติและมั่งคั่งร่วมกันได้อย่างไร รวมทั้งวางแผนแบ่งผลประโยชน์ยังไงให้ชาติอื่นไม่รู้สึกว่าจีนสนใจแต่ชาติตัวเองไม่สนใจชาติอื่น</p>



<p>จริง ๆ มันมีแบบแผนที่ทำกันมาแล้วนะโดยสหรัฐอเมริกา ตอนที่สหรัฐอเมริกาเป็นอภิมหาอำนาจโลกเสรี ยังเป็นเจ้าสัวโลก (ตอนนี้จีนเป็นแทนแล้ว) โรงงานของโลก (ตอนนี้จีนก็เป็นแทนแล้ว) และ ศูนย์วิจัยของโลก (อันนี้สหรัฐกับจีนแบ่งกันเป็น) นั่นก็คือ การแจกตังค์</p>



<p>ก่อนที่สหรัฐจะถังแตกแบบในปัจจุบัน สหรัฐแจกตังค์ให้ทุกชาติ แจกแบบเจ้าสัวเลย ให้ทุนในหลาย ๆ แบบ ทั้งทุนด้านการทหาร ทุนด้านการศึกษา ปล่อยกู้ผ่านธนาคารโลก ให้เงินอุดหนุนโน่นนี่นั่น เยอะแยะเต็มไปหมด จนชาติต่าง ๆ ยังคงหลงรักสหรัฐแบบหัวปักหัวปำอย่างทุกวันนี้</p>



<p>ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นไปได้ที่จีนจะทำตามสหรัฐนั่นแหล่ะ เพียงแต่สหรัฐทำโดยไม่ได้ประกาศเป็นแผนระดับชาติ เป็นการทำผ่านกฎหมายเป็นครั้ง ๆ ให้รัฐสภารับรอง แต่ถ้าจีนเล่นประกาศเป็นแผนระดับชาติออกมา ว่าจะอุดหนุนช่วยเหลือเรื่องเงินทองกับชาติต่าง ๆ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว มันก็จะฮือฮาไปอีกแบบนึง</p>



<p>ซึ่งมันต่างจากการที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงประกาศแจกวัคซีนให้ชาติต่าง ๆ เพื่อหาเสียงกับชาติต่าง ๆ อันนั้นมันเป็นแค่ระดับผู้นำสั่งเป็นครั้ง ๆ ไม่ได้เป็นแผนระดับชาติที่ถูกกำหนดให้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>การครองโลก มันมีแค่ 4 วิธี คือ ใช้กำลังทหาร ใช้กำลังเศรษฐกิจ ใช้กำลังวิทยาการ และ ใช้กำลังวัฒนธรรม ผมเลยคิดว่าจีนคงจะเร่งพัฒนากำลังเศรษฐกิจและกำลังวิทยาการ จนมีกำลังทหารและกำลังวัฒนธรรมที่กล้าแกร่ง และจะครองโลกในอีกรูปแบบนึงอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เป็นได้!!!</p>



<p></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2960/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Callback ของ Facebook Credits</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1547</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1547#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 May 2011 09:46:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Programming]]></category>
		<category><![CDATA[WorkFlow]]></category>
		<category><![CDATA[credits]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[facebook credits]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.tai-parinya.com/?p=1547</guid>

					<description><![CDATA[คราวที่แล้วผมเพิ่งจะอธิบายกลไกของ Facebook Credits ไป แต่ว่ามันยังไม่ค่อยจะละเอียดซักเท่าไหร่ งั้นคราวนี้เอาใหม่เลยแล้วกัน เอาแบบละเอียด ๆ ถึงกึ๋นไปเลย บอกกันเจ๋ง ๆ ไปเลยว่ากลไกต่าง ๆ มันเกิดจังหวะไหนบ้าง แล้วก็เกิดตรงไหนบ้าง ภาพหนึ่งภาพแทนคำล้านคำ ดังนั้น ผมคิดว่าคนที่กำลังศึกษา Facebook Credits อยู่คงจะเข้าใจ ส่วนคนที่ยังไม่เคยศึกษาแต่กำลังคิดจะศึกษา เห็นแล้วก็คงจะพอเข้าใจได้เหมือนกันว่า จุดสำคัญของการเชื่อมโยงกับ Facebook]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คราวที่แล้วผมเพิ่งจะอธิบาย<a href="https://www.parinya.net/node/1543">กลไกของ Facebook Credits</a> ไป แต่ว่ามันยังไม่ค่อยจะละเอียดซักเท่าไหร่ งั้นคราวนี้เอาใหม่เลยแล้วกัน เอาแบบละเอียด ๆ ถึงกึ๋นไปเลย บอกกันเจ๋ง ๆ ไปเลยว่ากลไกต่าง ๆ มันเกิดจังหวะไหนบ้าง แล้วก็เกิดตรงไหนบ้าง</p>
<p><figure id="attachment_1553" aria-describedby="caption-attachment-1553" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2011/05/callback_facebook_credits1.png"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2011/05/callback_facebook_credits1.png" alt="" title="Callback ของ Facebook Credits" width="640" height="593" class="size-full wp-image-1553" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2011/05/callback_facebook_credits1.png 640w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2011/05/callback_facebook_credits1-300x277.png 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1553" class="wp-caption-text">Callback ของ Facebook Credits</figcaption></figure></p>
<p>ภาพหนึ่งภาพแทนคำล้านคำ ดังนั้น ผมคิดว่าคนที่กำลังศึกษา Facebook Credits อยู่คงจะเข้าใจ ส่วนคนที่ยังไม่เคยศึกษาแต่กำลังคิดจะศึกษา เห็นแล้วก็คงจะพอเข้าใจได้เหมือนกันว่า จุดสำคัญของการเชื่อมโยงกับ Facebook Credits อยู่ตรงการ Callback ซึ่งจะแอบซ่อนอยู่ในส่วนของ PHP เป็นสำคัญ</p>
<p>ทาง Facebook ได้กำหนดลำดับขั้นของ Facebook Credits ไว้ 3 ขั้นอันได้แก่ Info, Placed และ Settled โดยให้ Callback ของแอ็ปของเรา เป็นตัวกำหนดและปรับเปลี่ยนลำดับขั้นโดยการตัดสินใจของแอ็บเราเอง</p>
<p>ส่วนจะข้ามขั้นตอนจาก Info ไป Settled ได้เลยหรือเปล่า อันนี้ไม่เคยลองเหมือนกัน</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1547/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>2</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใช้ Facebook Credits</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1543</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1543#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Apr 2011 05:07:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[AWS]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Web Service]]></category>
		<category><![CDATA[WorkFlow]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[facebook credits]]></category>
		<category><![CDATA[facebook credits api]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.tai-parinya.com/?p=1543</guid>

					<description><![CDATA[ด้วยนโยบายอันเข้มงวดเด็ดขาดและโลภของ Facebook ซึ่งกำหนดให้ผู้พัฒนาเกมบน Facebook ต้องใช้ Facebook Credits เพื่อเป็น &#8220;เงินตราเสมือนจริง&#8221; หรือ &#8220;วิธีการชำระเงิน&#8221; บน Facebook แต่เพียงช่องทางเดียว จึงทำให้เกิดความเดือดร้อนเล็ก ๆ แก่ผู้พัฒนาเกมบน Facebook ที่จำต้องเปลี่ยนแปลง &#8220;วิธีการชำระเงิน&#8221; ของตัวเอง มาใช้ Facebook Credits แทน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยนโยบายอันเข้มงวดเด็ดขาดและโลภของ Facebook ซึ่งกำหนดให้ผู้พัฒนาเกมบน Facebook ต้องใช้ Facebook Credits เพื่อเป็น &#8220;เงินตราเสมือนจริง&#8221; หรือ &#8220;วิธีการชำระเงิน&#8221; บน Facebook แต่เพียงช่องทางเดียว จึงทำให้เกิดความเดือดร้อนเล็ก ๆ แก่ผู้พัฒนาเกมบน Facebook ที่จำต้องเปลี่ยนแปลง &#8220;วิธีการชำระเงิน&#8221; ของตัวเอง มาใช้ Facebook Credits แทน รวมทั้งความเดือดร้อนใหญ่ ๆ ที่ต้องจ่ายส่วยให้กับทาง Facebook ด้วย!!!</p>
<p>ผมเองก็ต้องเปลี่ยนกลไกของเกมของผมเหมือนกัน คือเปลี่ยนจาก &#8220;วิธีการชำระเงิน&#8221; ด้วย PayPal มาเป็น Facebook Credits โดยขอคงสิทธิ์ของ &#8220;เงินตราเสมือนจริง&#8221; ในเกมของตนเองเอาไว้ ไม่ใช้ Facebook Credits เพื่อเป็น &#8220;เงินตราเสมือนจริง&#8221; แต่ประการใด!!!</p>
<p>ทีนี้โดยทางเทคนิคต้องทำยังไงบ้างล่ะ? ก็ต้องโยนโค้ดที่ใช้เชื่อมโยงกับ Web Services ของ PayPal ทิ้งไปสินะ แล้วจากนั้นก็เชื่อมโยงกับ Facebook Credits ผ่านทาง SDK (Javascript + PHP) ที่ทาง Facebook จัดเตรียมเอาไว้ให้ พร้อมทั้งเข้าไปอ่าน<a href="http://developers.facebook.com/docs/creditsapi/">เอกสารของ Facebook</a> เพื่อทำความเข้าใจว่ากลไกของ Facebook Credits อ่ะมันเป็นยังไง</p>
<p>Facebook เองก็ทำ Flowchart เพื่ออธิบายกลไกให้เราเข้าใจ Facebook Credits เอาไว้บ้างเหมือนกัน แต่ประทานโทษอ่ะ มันไม่เห็นจะสอดคล้องกับความเป็นจริงในทางเทคนิคของโค้ดโปรแกรมเล้ย ดังนั้น ผมก็เลยต้องวาดเพื่อทำความเข้าใจเอง แบบข้างล่างนี้</p>
<p><figure id="attachment_1544" aria-describedby="caption-attachment-1544" style="width: 506px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2011/04/facebook_credits.png"><img decoding="async" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2011/04/facebook_credits.png" alt="" title="Facebook Credits" width="506" height="534" class="size-full wp-image-1544" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2011/04/facebook_credits.png 506w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2011/04/facebook_credits-284x300.png 284w" sizes="(max-width: 506px) 100vw, 506px" /></a><figcaption id="caption-attachment-1544" class="wp-caption-text">Facebook Credits</figcaption></figure></p>
<p>และนอกจากนี้ ผมยังได้พบจุดสังเกตในทางเทคนิค เกี่ยวกับ Facebook Credits อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น &#8230;</p>
<ul>
<li>ไม่ว่าผู้เล่นจะซื้อหรือไม่ซื้อของ Facebook ก็จะสร้างหมายเลข Order ให้ ถ้ามีการร้องขอ Dialog จาก Facebook</li>
<li>Facebook Credits API จะส่งข้อมูลที่ไม่ถูกเข้ารหัสมาหนึ่งชุด และข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสมาอีกหนึ่งชุด กลับมาที่ Callback ของเรา (ภายหลังจากการร้องขอ Dialog) และเมื่อนำข้อมูลชุดที่สองที่ถูกเข้ารหัสมาถอดรหัสออก เราจะพบว่าข้อมูลที่ได้มันเหมือนเป๊ะกับชุดที่หนึ่งที่ไม่ถูกเข้ารหัสเลยว่ะ ซึ่งก็หมายความว่า Facebook จะให้เราตรวจสอบนั่นเอง ว่าเรากำลังโดน Hack หรือเปล่า โดนโกงโดยการปลอม JSON หรือเปล่า อะไรประมาณนี้</li>
<li>ตอนวาง Order ผ่านมาเป็น Callback เข้า PHP แต่ตอนจบ Order ดันผ่านมาเป็น Callback ใน Javascript แหม ทำได้ยอกย้อนจริง ๆ</li>
<li>ต้องไม่เขียนโค้ดให้เว่อร์เกินกว่าที่ Facebook Credits API กำหนดไว้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเขาให้กำหนด Callback เป็น Function แยกต่างหาก ก็ต้องทำตามเขา อย่าบ้าพลังไปผนวก Callback เข้ากับ Function ที่จะเรียกมัน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ Facebook Credits API มันยังอ่อนแออยู่ ยังมีจุกจิกปัญหาเล็ก ๆ น้อยอยู่</li>
</ul>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1543/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Facebook Dollar</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1256</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1256#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 07:54:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/a/1256/facebook-dollar/</guid>

					<description><![CDATA[ปัจจุบัน Facebook น่าจะหารายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณาเป็นหลัก อือม แต่หลังจากนั้นผมคิดว่า Facebook คงจะเริ่มรู้แล้วว่า มีเงินสะพัดผ่านเครือข่ายสังคมของตัวเองปริมาณมหาศาล โดยที่ Facebook ไม่ได้มีส่วนในการหักค่าหัวคิวเข้ากระเป๋าซักกระติ๊ดนึง!!! คิดว่าอีกไม่นาน Facebook คงจะหาโมเดลทางธุรกิจเพื่อจะหักค่าหัวคิว หรือค่าธรรมเนียมอะไรเทือกนี้ได้!!! แต่ประเด็นที่สงสัยก็คือ ทำไม Facebook ถึงไม่ทำระบบเงินตราเสริมของตัวเองขึ้นมาหนอ??? [tags]facebook dolllar, facebook, dollar, เงินตรา, เงินตราเสริม[/tags]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบัน Facebook น่าจะหารายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณาเป็นหลัก อือม แต่หลังจากนั้นผมคิดว่า Facebook คงจะเริ่มรู้แล้วว่า มีเงินสะพัดผ่านเครือข่ายสังคมของตัวเองปริมาณมหาศาล โดยที่ Facebook ไม่ได้มีส่วนในการหักค่าหัวคิวเข้ากระเป๋าซักกระติ๊ดนึง!!!</p>
<p>คิดว่าอีกไม่นาน Facebook คงจะหาโมเดลทางธุรกิจเพื่อจะหักค่าหัวคิว หรือค่าธรรมเนียมอะไรเทือกนี้ได้!!!</p>
<p>แต่ประเด็นที่สงสัยก็คือ ทำไม Facebook ถึงไม่ทำระบบเงินตราเสริมของตัวเองขึ้นมาหนอ???</p>
<p>[tags]facebook dolllar, facebook, dollar, เงินตรา, เงินตราเสริม[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1256/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พิรุธของระบบเงินตราในเกมออนไลน์แบบ MMORPG</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1188</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1188#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Dec 2009 07:26:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1188</guid>

					<description><![CDATA[เกมออนไลน์แบบ MMORPG ก็เปรียบได้กับระบบเสมือนจริงระบบหนึ่ง ที่มีตัวละครให้ผู้เล่นได้สวมบทบาท, มีภารกิจให้ทำ, มีกิจกรรมให้ร่วมเล่น, มีสังคมระหว่างผู้สวมบทตัวละคร และ มีระบบเศรษฐกิจภายในเป็นเอกเทศ!!! ภาพข้างบนสร้างขึ้นเพื่ออธิบายถึงระบบเงินตราของเกมออนไลน์แบบ MMORPG ทั่วไป โดยมีข้อสังเกตดังนี้ ต้องเสียเงินตราจริง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินตราในเกม ในเกมมักจะมีเงินตราสองสกุล สกุลหลักใช้สำหรับแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่นในเกม ในขณะที่สกุลเสริมใช้สำหรับแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่นในเกมกับผู้ให้บริการเกม อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราจริง ๆ กับเงินตราเสริมในเกม แปรผันตามนโยบายของผู้ให้บริการเกม อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราเสริมในเกมกับเงินตราหลักในเกม แปรผันตามอุปสงค์และอุปทานของผู้เล่นในเกมฯนั้น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เกมออนไลน์แบบ MMORPG ก็เปรียบได้กับระบบเสมือนจริงระบบหนึ่ง ที่มีตัวละครให้ผู้เล่นได้สวมบทบาท, มีภารกิจให้ทำ, มีกิจกรรมให้ร่วมเล่น, มีสังคมระหว่างผู้สวมบทตัวละคร และ มีระบบเศรษฐกิจภายในเป็นเอกเทศ!!!</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1187" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2009/12/monetary.jpg" alt="ระบบเงินตราในเกมออนไลน์แบบ MMORPG" /></div>
<p>ภาพข้างบนสร้างขึ้นเพื่ออธิบายถึงระบบเงินตราของเกมออนไลน์แบบ MMORPG ทั่วไป โดยมีข้อสังเกตดังนี้</p>
<p><span id="more-1188"></span></p>
<ul>
<li>ต้องเสียเงินตราจริง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินตราในเกม</li>
<li>ในเกมมักจะมีเงินตราสองสกุล สกุลหลักใช้สำหรับแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่นในเกม ในขณะที่สกุลเสริมใช้สำหรับแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่นในเกมกับผู้ให้บริการเกม</li>
<li>อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราจริง ๆ กับเงินตราเสริมในเกม แปรผันตามนโยบายของผู้ให้บริการเกม</li>
<li>อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราเสริมในเกมกับเงินตราหลักในเกม แปรผันตามอุปสงค์และอุปทานของผู้เล่นในเกมฯนั้น ๆ</li>
<li>เรามีอิสระในการเทเงินเข้าระบบเศรษฐกิจของเกมอย่างเต็มที่ (ตราบที่เงินในกระเป๋าเรามี) แต่เราจะไม่มีสิทธิ์นำเงินตราในเกม มาแลกคืนเป็นเงินตราจริง ๆ ได้เลย</li>
<li>เงินตราสกุลเสริมในเกม มักจะเป็นเงินตราที่มีค่าแข็งมาก สามารถแลกกับไอเท็มหายากได้ ในขณะที่เงินตราสกุลหลักในเกม มักจะเป็นเงินตราที่มีค่าอ่อน เพราะสามารถหาได้ทั่วไปในเกม</li>
<li>ไอเท็มต่าง ๆ เป็นสิ่งดึงดูดใจหลัก ที่ทำให้ผู้เล่นในระบบทุกคนต้องการเงินตราหลักในเกม หรือเงินตราเสริมในเกม</li>
<li>เงินตราในระบบเกมฯจะไร้ความหมาย ถ้าผู้เล่นทุกคนสามารถหาไอเท็มต่าง ๆ ได้แบบฟรี ๆ</li>
<li>แปลว่าโดยพื้นฐานแล้วผู้เล่นต้องการไอเท็ม ไม่ได้ต้องการเงินตรา?</li>
<li>งั้นก็แสดงว่า ถ้าในเกมมีไอเท็มที่หายากและราคาสูง ก็จะยิ่งทำให้เงินตราทวีความสำคัญมากขึ้น?</li>
<li>นั่นก็หมายความว่าไอเท็มต่าง ๆ ในเกม คือ <strong>สิ่งหนุนหลัง</strong>ค่าเงินตราของเกมนั่นเอง!!!</li>
</ul>
<p>เมื่อตั้งข้อสังเกตมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ทำให้ได้ข้อสรุปหยาบ ๆ ในระดับนึงว่า เงินตราในเกมฯจะมีค่าขึ้นมาได้ ก็ด้วยสิ่งหนุนหลังดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li><strong>เงินตราจริง ๆ</strong> ที่ผู้เล่นใช้เพื่อซื้อเงินตราในเกมฯ ซึ่งสินทรัพย์ประเภทนี้ยังพอใช้เป็นตัวชี้วัดมูลค่าของเงินตราในเกมฯได้ เหมือนกับที่ประเทศไทยเราใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นทุนสำรองเงินตราในการหนุนหลังเงินสกุลบาทของไทยเรา</li>
<li><strong>ไอเท็มต่าง ๆ</strong> ในเกมฯ ซึ่งสินทรัพย์ประเภทนี้ไม่สามารถชี้ชัดมูลค่าของเงินตราในเกมได้เด่นชัดนัก เพราะมันเป็นสิ่งเสมือนจริง เป็นสิ่งนามธรรม อีกทั้งคุณค่าของมัน (ไอเท็ม) ยังยึดโยงอยู่กับสิ่งต่าง ๆ ในเกมฯไม่ว่าจะเป็นจำนวน, คุณภาพ, ความยากง่ายในการได้มา ฯลฯ จนกระทั่งเราดีดลูกคิดรางแก้วออกมาได้แล้ว เราก็ยังไม่แน่ใจว่าอำนาจในการหนุนหลังของไอเท็มต่าง ๆ เหล่านี้ มันควรจะมีมูลค่าเป๊ะ ๆ เป็นเท่าไหรดี?</li>
</ol>
<p>ตอนนี้กำลังมองอยู่ว่า จะมีใครเอารูปแบบของเกมออนไลน์แบบ MMORPG มาผนวกรวมกับ Virtual World หรือเปล่า?? เพราะที่เห็นชัด ๆ แน่ ๆ ก็คือเกมออนไลน์แบบ MMORPG มีไอเท็มอย่างจำกัด (ตามที่ระบบเกมจัดไว้ให้) ในขณะที่ Virtual World ให้อิสระในการสร้างไอเท็มได้อย่างอิสระเสรีเหนือสิ่งอื่นใด!!!</p>
<p>ซึ่งถ้ามีสิ่งที่คิดเอาไว้เกิดขึ้นจริง สิ่งหนุนหลังเงินตราใน Virtual World แบบ MMORPG คงจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนชวนให้งงน่าดู!!!</p>
<p>[tags]พิรุธ, ระบบ, เงินตรา, เกม, ออนไลน์, MMORPG, Virtual World[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1188/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การปล้นชิงในเศรษฐกิจเสมือนจริง</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1185</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1185#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Nov 2009 04:41:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Reality]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1185</guid>

					<description><![CDATA[เพราะมนุษย์ต้องกินต้องใช้ แต่มนุษย์ไม่สามารถหาของกินของใช้ได้เองทั้งหมด มนุษย์จึงต้องคิดค้นวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งของกินของใช้ที่ตนต้องการ ช่วงแรกมนุษย์ที่แข็งแรงกว่าเลือกใช้วิธีปล้นชิงจากมนุษย์ผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า แต่เมื่อได้รับการต่อต้านอย่างหนัก อีกทั้งมนุษย์ที่อ่อนแอกว่าพยายามพัฒนาตัวเองให้แข็งแรงทัดเทียมกัน ทำให้การปล้นชิงต้องเลิกลาไป (แต่ยังไม่หมดไป) และมนุษย์ก็หันมาใช้วิธีค้าขายของกินของใช้กันแทน ด้วยสมมติฐานในย่อหน้าข้างบน ทำให้เราตระหนักได้เรื่องหนึ่งว่า มนุษย์จะไม่ค้าขายกับสัตว์หรือพืชอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะว่าเราคุยกับสัตว์หรือพืชไม่รู้เรื่อง (ทุกวันนี้มนุษย์ก็ยังคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง T-T) แต่เป็นเพราะว่ามนุษย์แข็งแรงกว่าสัตว์และพืช จนกระทั่งสามารถปล้นชิงจากสัตว์และพืชได้อย่างแน่นอน 100% ถึงแม้ว่าการค้าขายจะถูกพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นระบบเศรษฐกิจ มีการใช้เงินตราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน มีแบบแผนระเบียบปฏิบัติมากมายเพื่อมาบังคับใช้ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า กมลสันดานของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ (ที่ชอบปล้นชิง) ก็ยังคงมีอยู่ในตัวมนุษย์เราทุกคน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะมนุษย์ต้องกินต้องใช้ แต่มนุษย์ไม่สามารถหาของกินของใช้ได้เองทั้งหมด มนุษย์จึงต้องคิดค้นวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งของกินของใช้ที่ตนต้องการ</p>
<p>ช่วงแรกมนุษย์ที่แข็งแรงกว่าเลือกใช้วิธีปล้นชิงจากมนุษย์ผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า แต่เมื่อได้รับการต่อต้านอย่างหนัก อีกทั้งมนุษย์ที่อ่อนแอกว่าพยายามพัฒนาตัวเองให้แข็งแรงทัดเทียมกัน ทำให้การปล้นชิงต้องเลิกลาไป (แต่ยังไม่หมดไป) และมนุษย์ก็หันมาใช้วิธีค้าขายของกินของใช้กันแทน</p>
<p>ด้วยสมมติฐานในย่อหน้าข้างบน ทำให้เราตระหนักได้เรื่องหนึ่งว่า มนุษย์จะไม่ค้าขายกับสัตว์หรือพืชอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะว่าเราคุยกับสัตว์หรือพืชไม่รู้เรื่อง (ทุกวันนี้มนุษย์ก็ยังคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง T-T) แต่เป็นเพราะว่ามนุษย์แข็งแรงกว่าสัตว์และพืช จนกระทั่งสามารถปล้นชิงจากสัตว์และพืชได้อย่างแน่นอน 100%</p>
<p>ถึงแม้ว่าการค้าขายจะถูกพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นระบบเศรษฐกิจ มีการใช้เงินตราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน มีแบบแผนระเบียบปฏิบัติมากมายเพื่อมาบังคับใช้ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า กมลสันดานของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ (ที่ชอบปล้นชิง) ก็ยังคงมีอยู่ในตัวมนุษย์เราทุกคน เพียงแต่ถูก หิริ โอตตัปปะ ควบคุมเอาไว้อยู่!!!</p>
<p><span id="more-1185"></span></p>
<p>ดังนั้นเราจึงมักจะพบการปล้นชิงรูปแบบต่าง ๆ ในเศรษฐกิจจริงอยู่เนือง ๆ  ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้ากำลังเลือกซื้อทองอยู่ดี ๆ พอคนขายเบลอหน่อยเดียว ลูกค้ากลายเป็นโจร ฉกทองหนีไปดื้อ ๆ ซะงั้น หรือ ลูกค้าจ่ายเงินให้คนขายดีวีดีตามแผงลอย กำลังจะได้รับของอยู่แล้วแท้ ๆ เชียว เจ้าหน้าที่รัฐก็โผล่พรวดพลาดเข้ามา ทำเอาวงแตกกระเจิงคนขายหนีหายไปพร้อมกับเงินของลูกค้า เป็นต้น</p>
<p>เพราะปัญหาติงต๊อง (แต่จริงจัง) เรื่องการปล้นชิงในเศรษฐกิจจริงนี่เอง จึงทำให้เกิด Prototype ต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจเสมือนจริงเพื่อแก้ปัญหาในย่อหน้าข้างบน ไม่ว่าจะเป็นการ Encryption, Authorization, Authentication, Asynchronous transfer เป็นต้น</p>
<p>แต่โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่า Prototype ในย่อหน้าข้างบน ไม่มีทางแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์หรอก ถ้าหากว่าเราใช้มันอย่างไม่ถูกจุด!!!</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1186" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2009/11/matrix.jpg" alt="การปล้นชิงในเศรษฐกิจเสมือนจริง" /></div>
<p>จากตารางข้างบนทำให้เราสรุป (มั่ว ๆ) ได้ระดับนึงว่า ถ้าเราเอาการ Encryption, Authorization, Authentication หรือ Asynchronous transfer มาใช้กับการแลกเปลี่ยนสินค้า/บริการเสมือนจริง ด้วยเงินตราเสมือนจริงอย่างเข้มงวดรัดกุม โอกาสที่จะมีการปล้นชิงในระบบเสมือนจริงก็น่าจะแทบจะไม่มีเลย!</p>
<p>เว้นเสียแต่ว่า ไอ้คนทำระบบมันเปิดโอกาสให้มีการปล้นชิงนั่นแหล่ะ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงจะต้องตัวใครตัวมันแล้วล่ะครับ!!!</p>
<p>[tags]การปล้น, การชิง, สินค้า, บริการ, เงินตรา, เสมือนจริง, เศรษฐกิจ[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1185/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>5</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระแสเงินสดของบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1121</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1121#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2009 13:57:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[WorkFlow]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1121</guid>

					<description><![CDATA[ธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก เพราะมีความคล้ายคลึงกับธุรกิจของธนาคาร คือ เน้นให้บริการทางการเงินเป็นสำคัญ ดังนั้น โอกาสที่จะตอดเล็กตอดน้อยจากเงินที่วิ่งผ่านไปผ่านมาจึงมีสูงกว่าธุรกิจแบบอื่น แต่ทว่าน่าเสียดาย ที่ไม่ใช่ใครก็สามารถจะทำธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ เพราะกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่า จะต้องเป็นบริษัทหรือบริษัทมหาชนที่มีทุนจดทะเบียนบิ๊กบึ้มซึ่งชำระแล้วตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป อีกทั้งยังต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกต่างหาก เรียกว่านอกจากเงินต้องหนาเป็นเมตร ๆ แล้ว สายป่านยังต้องยาวไปถึงขอบอวกาศโน่นเลยทีเดียว!!! ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยเพียงแค่ 6 ราย ที่สามารถฝ่าห้าด่าน ประหารหกนายทัพ ลุยด้น ๆ เข้ามาทำธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก เพราะมีความคล้ายคลึงกับธุรกิจของธนาคาร คือ เน้นให้บริการทางการเงินเป็นสำคัญ ดังนั้น โอกาสที่จะตอดเล็กตอดน้อยจากเงินที่วิ่งผ่านไปผ่านมาจึงมีสูงกว่าธุรกิจแบบอื่น</p>
<p>แต่ทว่าน่าเสียดาย ที่ไม่ใช่ใครก็สามารถจะทำธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ เพราะกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่า จะต้องเป็นบริษัทหรือบริษัทมหาชนที่มีทุนจดทะเบียนบิ๊กบึ้มซึ่งชำระแล้วตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป อีกทั้งยังต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกต่างหาก</p>
<p>เรียกว่านอกจากเงินต้องหนาเป็นเมตร ๆ แล้ว สายป่านยังต้องยาวไปถึงขอบอวกาศโน่นเลยทีเดียว!!!</p>
<p>ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยเพียงแค่ 6 ราย ที่สามารถฝ่าห้าด่าน ประหารหกนายทัพ ลุยด้น ๆ เข้ามาทำธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งบริษัทเหล่านั้นก็ได้แก่ บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด, บริษัท เพย์เมนท์ โซลูชั่น จำกัด, บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด, 	บริษัท แอดวานซ์ เมจิค การ์ด จำกัด, บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด และ <strong>บริษัท เพย์สบาย จำกัด</strong></p>
<p>สำหรับ 5 รายแรกไม่ต้องพูดถึง เพราะเขาตั้งบริษัทบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมา เพื่อต่อยอดธุรกิจในเครือของตัวเอง หรือที่เรียกด้วยศัพท์สุดหรูทางการตลาดว่า &#8220;Convergence&#8221;!!!</p>
<p>รายที่จะโม้ถึงคือรายสุดท้ายต่างหาก เพราะว่าเขาเป็นแสงทองส่องอำไพสำหรับคนทำธุรกิจ e-Commerce, Web Site, Software as a Service, Platform as a Service, Infra-structure as a Service และ Everything as a Service ของเมืองไทย!!!</p>
<p>ถึงแม้ว่าบริษัท เพย์สบาย จำกัด หรืออีกชื่อภาษาอังกฤษว่า <a href="http://www.paysbuy.com">Paysbuy</a> จะเป็นบริษัทลูกของ DTAC ซึ่งปัจจุบันนี้ถือหุ้นใหญ่โดยต่างชาติแล้วก็ตาม แต่ผมก็รู้สึกว่ามันน่าจะเป็นการดีกว่า ถ้าเราจะใช้บริการของบริษัทซึ่งจ่ายภาษีให้กับประเทศไทยเรา แทนที่จะไปใช้ Paypal เพื่อจ่ายเงินระหว่างคนไทยด้วยกัน แล้วประเทศไทยไม่ได้ภาษีอะไรกับเขาด้วยเลย!!!</p>
<p>พอโม้มาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็เลยว่าจะโม้ต่อว่า แล้วถ้าเราใช้ Paysbuy เพื่อการจ่ายเงินระหว่างคนไทยด้วยกัน แล้ว Paysbuy จะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันเล่า &#8230; เอ้างั้นดูแผนภาพข้างล่างกันเลย</p>
<p><span id="more-1121"></span></p>
<div align="center"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2009/05/paysbuy.jpg"><img decoding="async" id="image1120" width="450" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2009/05/paysbuy.jpg" alt="กระแสเงินสดของ Paysbuy" /></a></div>
<p>จะเห็นว่า (คลิกเพื่อดูภาพขยาย) ไม่ว่าเงินจะวิ่งผ่านจากตรงไหนไปตรงไหน ก็สามารถจะหักค่าธรรมเนียมเอามาเป็นรายได้ ๆ ทั้งนั้น อือม แต่เท่าที่ผมดู รู้สึกว่าจะหักยุบหักยิบยิ่งกว่า Paypal ซะอีกนะเนี่ย T-T ง่ะ</p>
<p>[tags]กระแสเงินสด,บัตรเงิน,อิเล็กทรอนิกส์,บัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1121/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>2</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 21</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1087</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1087#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2009 04:20:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1087</guid>

					<description><![CDATA[หลังจากใช้ความเพียรพยายามอย่างหนัก ในที่สุดผมก็สามารถอ่านหนังสือ &#8220;ความมั่งคั่งปฏิวัติ&#8221; จบจนได้ ผมเชื่อว่าคุณคนชายขอบน่าจะแปลหนังสือเล่มนี้จากต้นฉบับ โดยไม่ได้ใส่สำนวนของตนเองเข้าไป และไม่ได้ใส่รายละเอียดเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากที่ ALVIN TOFFLER เขียนไว้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ALVIN TOFFLER ได้เปลี่ยนรูปแบบการเขียนไปจากเดิม ถ้าเทียบกับ The Third Wave, Powershift และ War and Anti-war ที่ผมเคยอ่าน นั่นก็คือ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากใช้ความเพียรพยายามอย่างหนัก ในที่สุดผมก็สามารถอ่านหนังสือ &#8220;ความมั่งคั่งปฏิวัติ&#8221; จบจนได้</p>
<p>ผมเชื่อว่าคุณ<a href="http://www.fringer.org">คนชายขอบ</a>น่าจะแปลหนังสือเล่มนี้จากต้นฉบับ โดยไม่ได้ใส่สำนวนของตนเองเข้าไป และไม่ได้ใส่รายละเอียดเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากที่ ALVIN TOFFLER เขียนไว้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ALVIN TOFFLER ได้เปลี่ยนรูปแบบการเขียนไปจากเดิม ถ้าเทียบกับ The Third Wave, Powershift และ War and Anti-war ที่ผมเคยอ่าน</p>
<p>นั่นก็คือ เปลี่ยนจากการหุงข้าวสวยขาย เป็นการหุงข้าวต้มขายแทน <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> เพราะรู้สึกว่า &#8220;น้ำ&#8221; จะเยอะเหลือเกิน!!!</p>
<p>แต่ยังไงซะก็คงต้องขอบคุณ ALVIN TOFFLER ที่ครั้งนี้เขาให้ความสนใจกับ คอมพิวเตอร์, เครือข่ายคอมพิวเตอร์ และ อินเทอร์เน็ตเป็นพิเศษ เพราะมันทำให้การผสานแนวคิดเกี่ยวกับ เวลา, พื้นที่ และความรู้ (ของเขา) เป็นไปอย่างสมบูรณ์แนบแน่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน</p>
<p>โดยสรุปแล้วผมเชื่อในแนวคิดของ Bernard Lietaer ซึ่งแต่งหนังสือชื่อ &#8220;The Future of Money: Creating New Wealth, Work and a Wiser World&#8221; มากกว่า เพราะถึงแม้ ALVIN TOFFLER จะพยายามอธิบายให้เราเข้าใจถึงสภาวะของเวลาที่รวดเร็วขึ้น, พื้นที่ที่ไม่ต้องขึ้นกับภูมิรัฐศาสตร์ และความรู้ซึ่งกลายเป็นสิ่งมีค่าก็ตาม แต่ Bernard Lietaer แทงได้ตรงหัวใจกว่า เพราะเขาชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนในหนังสือของเขาเลยว่า ทั้งหลายทั้งปวงที่ขับเคลื่อนอยู่ในยุคสมัยนี้ มีที่มาจาก &#8220;เงินตรา&#8221; ตัวเดียวเท่านั้นเอง</p>
<p>ดังนั้นเมื่อนำแนวคิดเกี่ยวกับเงินตราของ Bernard Lietaer บวกเข้ากับแนวคิดผสมผสานคลื่นลูกที่สามของ ALVIN TOFFLER เราก็จะได้คำตอบว่าปัจจัยแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 21 นั่นก็คือ &#8230;</p>
<p>&#8230;ระบบเงินตราเสริม ซึ่งออกและใช้โดยบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งเศรษฐกิจคลื่นลูกที่สามนั่นเอง!!!</p>
<p>ไม่แน่ว่าในอนาคตข้างหน้า คนที่ทำ Google Adsense อาจจะต้องรับเช็คเป็นเงินสกุล Google ก็ได้ ใครจะรู้ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]ปัจจัย,แห่ง,คริสต์,ศตวรรษ,21[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1087/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>4</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความสัมพันธ์แบบหยอดเหรียญ</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1081</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1081#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Mar 2009 02:51:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1081</guid>

					<description><![CDATA[เดี๋ยวนี้เริ่มมีข่าวพาดหัวเกี่ยวกับการจับกุมผู้กระทำความผิดโดยใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น อือม มันทำให้เราเห็นว่าอินเทอร์เน็ตไม่สามารถปกปิดตัวตนเราได้อีกต่อไป มันทำให้อุดมคติของอินเทอร์เน็ตดั้งเดิมพังทลาย!!! อุดมคติอินเทอร์เน็ตดั้งเดิมที่ว่าก็คือ หนึ่ง อินเทอร์เน็ตสามารถปกปิดตัวตนของเราได้ และ สอง อินเทอร์เน็ตมีแต่ของฟรี!!! ข้อหนึ่งพังทลายไปแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้จะสมัครกระดานข่าวก็ต้องใส่เลขบัตรประชาชน จะโพสคลิปวีดีโอก็ต้องใส่เลขบัตรประชาชน จะบันทึกกระทู้ก็ถูกเก็บไอพีเอาไว้ สำหรับข้อสองก็ใกล้จะพังทลาย และสาเหตุที่พังทลายก็ไม่ใช่เพราะพลเมืองอินเทอร์เน็ตไทยไม่ชอบของฟรี หากแต่ระบบธุรกรรมทางการเงินบนอินเทอร์เน็ตกำลังเริ่มกล้าแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าความกล้าแข็งดังกล่าว จะเกิดโดยกลุ่มทุนสื่อสารหรือกลุ่มทุนธนาคารก็ตามที &#8230; แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว มันทำให้การ &#8220;จ่าย&#8221; เป็นไปด้วยความปลอดภัย,]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เดี๋ยวนี้เริ่มมีข่าวพาดหัวเกี่ยวกับการจับกุมผู้กระทำความผิดโดยใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น อือม มันทำให้เราเห็นว่าอินเทอร์เน็ตไม่สามารถปกปิดตัวตนเราได้อีกต่อไป มันทำให้อุดมคติของอินเทอร์เน็ตดั้งเดิมพังทลาย!!!</p>
<p>อุดมคติอินเทอร์เน็ตดั้งเดิมที่ว่าก็คือ</p>
<p>หนึ่ง อินเทอร์เน็ตสามารถปกปิดตัวตนของเราได้ และ </p>
<p>สอง อินเทอร์เน็ตมีแต่ของฟรี!!!</p>
<p>ข้อหนึ่งพังทลายไปแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้จะสมัครกระดานข่าวก็ต้องใส่เลขบัตรประชาชน จะโพสคลิปวีดีโอก็ต้องใส่เลขบัตรประชาชน จะบันทึกกระทู้ก็ถูกเก็บไอพีเอาไว้</p>
<p>สำหรับข้อสองก็ใกล้จะพังทลาย และสาเหตุที่พังทลายก็ไม่ใช่เพราะพลเมืองอินเทอร์เน็ตไทยไม่ชอบของฟรี หากแต่ระบบธุรกรรมทางการเงินบนอินเทอร์เน็ตกำลังเริ่มกล้าแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าความกล้าแข็งดังกล่าว จะเกิดโดยกลุ่มทุนสื่อสารหรือกลุ่มทุนธนาคารก็ตามที &#8230; แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว</p>
<p>มันทำให้การ &#8220;จ่าย&#8221; เป็นไปด้วยความปลอดภัย, สะดวก, รวดเร็ว และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น จนทำให้พลเมืองอินเทอร์เน็ตทั้งหลายผู้นิยมการแจกของฟรีเริ่มหวนกลับมานึกว่า จะเป็นการดีมั้ยหากจะเก็บ &#8220;ค่าธรรมเนียม&#8221; เล็ก ๆ น้อย ๆ จากสินค้าและบริการซึ่งเดิมเคยเป็นของฟรี!!!</p>
<p>อีกอย่าง &#8230; อินเทอร์เน็ตและระบบการรับชำระอิเลกทรอนิกส์ในตอนนี้ ก็ตอบโจทย์ในหลักการของเศรษฐศาสตร์จุลภาคในเรื่อง Economy Of Scale ซะด้วยสิ!</p>
<p>ดังนั้น เราจึงไม่จำเป็นต้องรับค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเยอะ ๆ จากผู้รับบริการเพียงไม่กี่ราย หากแต่เราสามารถรับค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเพียงเล็กน้อย จากผู้รับบริการเป็นพัน ๆ รายได้ ในเวลาเพียงแค่ลัดนิ้วมือเดียว ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและระบบรับชำระเงินอิเลกทรอนิกส์ต้นทุนถูก ที่กำลังเติบโตกล้าแกร่งขึ้นทุกวัน!</p>
<p>ไม่แน่ว่าในอนาคต ผมอาจจะเก็บตังค์จากผู้อ่านบล็อกของผม โดยคิดค่าธรรมเนียมหัวข้อล่ะ 2 บาทก็ได้ ใครจะรู้ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]ค่าธรรมเนียม,อินเทอร์เน็ต,ระบบ,การรับชำระ,ความสัมพันธ์,หยอดเหรียญ[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1081/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>6</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หอคอยแห่งพระเจ้า</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/1065</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/1065#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Feb 2009 10:24:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Money]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/1065</guid>

					<description><![CDATA[ยุคนี้ใคร ๆ ก็ต้องถือว่า &#8220;เงิน&#8221; คือ &#8220;พระเจ้า&#8221; กันทั้งนั้น เพราะถ้าไม่มี &#8220;เงิน&#8221; เราก็คงใช้ชีวิตอยู่ไม่ได้แหงม ๆ โดยเฉพาะในสภาวะสังคมเช่นนี้ สภาวะสังคมที่เราต้องพึ่งคนอื่น เพราะเราไม่สามารถจัดหาทุกสิ่งทุกอย่างให้กับตัวเราเองได้ &#8230; ดังนั้นเราจึงต้องจ่าย &#8220;เงิน&#8221; เพื่อให้ได้มาซึ่งโภคภัณฑ์, ครุภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์, ละมุนภัณฑ์ หรือ กระด้างภัณฑ์ อะไรก็แล้วแต่ มาใช้ในการอุปโภคและบริโภค]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ยุคนี้ใคร ๆ ก็ต้องถือว่า &#8220;เงิน&#8221; คือ &#8220;พระเจ้า&#8221; กันทั้งนั้น  เพราะถ้าไม่มี &#8220;เงิน&#8221; เราก็คงใช้ชีวิตอยู่ไม่ได้แหงม ๆ</p>
<p>โดยเฉพาะในสภาวะสังคมเช่นนี้  สภาวะสังคมที่เราต้องพึ่งคนอื่น  เพราะเราไม่สามารถจัดหาทุกสิ่งทุกอย่างให้กับตัวเราเองได้ &#8230;</p>
<p>ดังนั้นเราจึงต้องจ่าย &#8220;เงิน&#8221; เพื่อให้ได้มาซึ่งโภคภัณฑ์, ครุภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์, ละมุนภัณฑ์ หรือ กระด้างภัณฑ์ อะไรก็แล้วแต่ มาใช้ในการอุปโภคและบริโภค เพื่อต่ออายุให้เรามีชีวิตอยู่รอดไปวัน ๆ!!!</p>
<p>โดยพื้นฐานแล้วการจ่าย &#8220;เงิน&#8221; ไม่ถือว่าเป็นเรื่องยากนัก แต่เนื่องจากมีอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้น มันก็เลยทำให้การจ่าย &#8220;เงิน&#8221; กลายเป็นเรื่องยากไป &#8230; เพราะมนุษย์เรามันไม่ค่อยจะเชื่อใจกันซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้านี่ยิ่งเชื่อใจกันยาก</p>
<p>ดังนั้น นวัตกรรมแห่งการจ่าย &#8220;เงิน&#8221; ผ่านอินเทอร์เน็ตจึงถูกคิดค้นขึ้น และต่อยอดกันขึ้นไปประดุจดั่ง &#8220;หอคอยแห่งพระเจ้า&#8221; เพื่อแก้ปัญหาความไม่เชื่อใจกันของมนุษย์ปุถุชน ที่ริจะค้าขายกันผ่านอินเทอร์เน็ต!!!</p>
<div align="center"><img decoding="async" id="image1064" alt=หอคอยแห่งพระเจ้า src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2009/02/payment_tower.jpg" /></div>
<p><span id="more-1065"></span></p>
<ul>
<li>ชั้นที่ 1) .. จ่ายด้วย &#8220;เงินสด&#8221; &#8211; ง่ายดี ตรงไปตรงมา</li>
<li>ชั้นที่ 2) .. จ่ายด้วย &#8220;บัญชีออมทรัพย์&#8221; &#8211; เริ่มวุ่นวายขึ้นมานิดนึง แต่ก็สะดวกดีถ้าจ่ายเงินก้อนใหญ่</li>
<li>ชั้นที่ 3) .. จ่ายด้วย &#8220;บัตรเครดิต&#8221; &#8211; ถ้าเงินเดือนไม่ถึง หรือไม่มีธุรกิจล่ะก็ &#8230; อด</li>
<li>ชั้นที่ 4) .. จ่ายผ่าน &#8220;ตัวแทนจ่ายชำระ&#8221; &#8211; แบบนี้ดี เพราะปกปิดเลขที่หรือบัญชีให้เป็นความลับได้</li>
<li>ชั้นที่ 5) .. จ่ายผ่าน &#8220;ตัวแทนของตัวแทนจ่ายชำระ&#8221; &#8211; (จะซับซ้อนไปมั้ยเนี่ย?)</li>
</ul>
<p>โดยส่วนตัวแล้วผมสนใจ &#8220;ชั้นที่ 5)&#8221; มากเป็นพิเศษ เพราะการเป็น &#8220;ตัวแทนของตัวแทนจ่ายชำระ&#8221; นี่มันเท่ห์จริง ๆ ว่ะ!!!</p>
<p>ผมยังคิดต่อไปอีกว่ามันน่าจะมี &#8220;ชั้นที่ 6)&#8221; นะ เป็น &#8220;ตัวแทนของตัวแทนของตัวแทนจ่ายชำระ&#8221; ไปเลย ให้กลายเป็น &#8220;Monetary Payment Networking&#8221; ไปเลย เจ๋งป้าบ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>[tags]เงินสด, บัญชีออมทรัพย์, บัตรเครดิต, ตัวแทนจ่ายชำระ, ตัวแทนของตัวแทนจ่ายชำระ, หอคอยแห่งพระเจ้า, เงินตรา, จ่ายชำระ, ชำระเงิน[/tags]</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/1065/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>4</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
