<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	
	>
<channel>
	<title>
	ความเห็นบน: การพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอารยธรรมไทย	</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/node/231/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net/node/231</link>
	<description>ทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Mar 2010 14:13:59 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>
		โดย: memtest		</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/231/comment-page-1#comment-494</link>

		<dc:creator><![CDATA[memtest]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Dec 2006 15:23:08 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/231#comment-494</guid>

					<description><![CDATA[ผมขอพูดในฐานะนักศึกษาน่ะครับ(เด็กที่ยังไม่ได้ออกมาสู่โลกของการพัฒนาซอฟแวร์อย่างเต็มตัว)    สิ่งแรกที่เด็กสมัยนี้ขาดคือไอดอลทางด้านเทคโนโลยี   พวกเด็กๆ(รวมถึงผมด้วย)ปลื้มก๊อฟไมค์มากกว่าบิลเกต   อาจจะเพราะสิ่งแวดล้อมหลายๆอย่างทางด้านวัตถุดึงดูดความสนใจของวัยรุ่นไปในทิศทางอื่น  ทำไงได้ค่านิยมมันเป็นแบบนี้  ทำให้มีเด็กน้อยคนที่พ่อแม่ถามว่าโตมาแล้วอยากเป็นอะไร  &quot;อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ครับ  ผมอยากเก่งเหมือนบิลเกต&quot;   ผมคิดว่าไอดอลมันเป็นการสร้างแรงบัลดาลใจแก่เด็กๆ   ให้เค้ารู้ว่าอยากเป็นอะไรและชอบสิ่งนั้น   มันจะสามารถสร้างงานที่มีคุณภาพออกมาได้อย่างมีความสุข
      อีกปัญหาไหญ่ก็เรื่องของการศึกษาเพราะมีเด็กจำนวนมากที่เห็นมาเรียนคอม   เพราะความคิดว่าเงินมันดีมันกำลังบูม   เค้าเหล่านั้นแทบไม่รู้มาก่อนเลยว่าต้องเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง  จบมาแล้วงานที่เค้าต้องอยู่ตลอดชีวิตมันคืองานอะไร  อาจจะเพราะทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นสาขาที่ค่อนข้างไหม่ในบ้านเรา    สิ่งที่ผมอยากจะฝากให้ผู้ไหญ่ส่งเสริมในด้านนี้อย่างจริงๆจัง   ใ้ห้ความรู้เด็กๆให้เค้าใจองค์ประกอบของระบบพัฒนาซอฟแวร์   ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลเค้าอย่างเพียงพอ   ด้านเรื่องการติดต่อสื่อสารจากที่เราเคยเดินหลงทางไปทางGrammarเสียนาน  ตอนนี้ผมว่ามีหลายๆๆที่ปรับปรุงการเรียนการสอนเพื่อนำไปใช้จริงแล้ว  อีกไม่นานปัญหานี้น่าที่จะลดลงได้
         สุดท้ายเมื่อองค์ประกอบทางด้านบุคลากรพร้อมแล้ว  ก็เหลือแต่สถานที่และโอกาศให้เค้าเหล่านั้นได้แสดงฝีมือ(ผมขอพูดเกี่ยวกับอุดมคติของผมหนอ่ยล่ะกันครับ)   อยากที่จะให้มีองค์กรใดซักองค์กรหนึ่งที่คอยสนับสนุนอย่างจริงๆัจัง   ทั้งทางด้านเงินทุน
และเทคโนโลยี   มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่รวดเร็วทันสมัย    มีอุปกรณ์เครือ่งไม้เครือ่งมือให้เค้าได้ลองเล่น    ทำให้เด็กมีการพัฒนาฝีมือตัวเองไปเป็นลำดับ   
ทุกคนสามารถเดินเข้าไปพร้อมความฝันและบอกว่าฝันของเค้าจะเป็นจริงได้อย่างไร
ทางองค์กรสามารถสนับสนุนเค้าได้   ทั้งทางด้านการเงิน(เหมือนนักลงทุนความเสี่ยงในต่างประเทศ)และเทคโนโลยี    ผมรู้ว่ามันอาจเป็นไปได้ยากในความเป็นจริง  แต่ยังไงก็อยากจะให้รัฐบาลสนับสนุน  โดยเริ่มจากทีล่ะนิดล่ะน้อยก็ยังดีค่อยๆพัฒนาไปทีล่ะส่วน
และเมื่อวันนั้นมาถึงมันก็จะกลายเป็นกงล้อมที่กลมสมบูรณ์สามารถหมุน  นำพาประเทศเคลื่อนที่ไปได้อย่างมั่นคง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมขอพูดในฐานะนักศึกษาน่ะครับ(เด็กที่ยังไม่ได้ออกมาสู่โลกของการพัฒนาซอฟแวร์อย่างเต็มตัว)    สิ่งแรกที่เด็กสมัยนี้ขาดคือไอดอลทางด้านเทคโนโลยี   พวกเด็กๆ(รวมถึงผมด้วย)ปลื้มก๊อฟไมค์มากกว่าบิลเกต   อาจจะเพราะสิ่งแวดล้อมหลายๆอย่างทางด้านวัตถุดึงดูดความสนใจของวัยรุ่นไปในทิศทางอื่น  ทำไงได้ค่านิยมมันเป็นแบบนี้  ทำให้มีเด็กน้อยคนที่พ่อแม่ถามว่าโตมาแล้วอยากเป็นอะไร  &#8220;อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ครับ  ผมอยากเก่งเหมือนบิลเกต&#8221;   ผมคิดว่าไอดอลมันเป็นการสร้างแรงบัลดาลใจแก่เด็กๆ   ให้เค้ารู้ว่าอยากเป็นอะไรและชอบสิ่งนั้น   มันจะสามารถสร้างงานที่มีคุณภาพออกมาได้อย่างมีความสุข<br />
      อีกปัญหาไหญ่ก็เรื่องของการศึกษาเพราะมีเด็กจำนวนมากที่เห็นมาเรียนคอม   เพราะความคิดว่าเงินมันดีมันกำลังบูม   เค้าเหล่านั้นแทบไม่รู้มาก่อนเลยว่าต้องเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง  จบมาแล้วงานที่เค้าต้องอยู่ตลอดชีวิตมันคืองานอะไร  อาจจะเพราะทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นสาขาที่ค่อนข้างไหม่ในบ้านเรา    สิ่งที่ผมอยากจะฝากให้ผู้ไหญ่ส่งเสริมในด้านนี้อย่างจริงๆจัง   ใ้ห้ความรู้เด็กๆให้เค้าใจองค์ประกอบของระบบพัฒนาซอฟแวร์   ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลเค้าอย่างเพียงพอ   ด้านเรื่องการติดต่อสื่อสารจากที่เราเคยเดินหลงทางไปทางGrammarเสียนาน  ตอนนี้ผมว่ามีหลายๆๆที่ปรับปรุงการเรียนการสอนเพื่อนำไปใช้จริงแล้ว  อีกไม่นานปัญหานี้น่าที่จะลดลงได้<br />
         สุดท้ายเมื่อองค์ประกอบทางด้านบุคลากรพร้อมแล้ว  ก็เหลือแต่สถานที่และโอกาศให้เค้าเหล่านั้นได้แสดงฝีมือ(ผมขอพูดเกี่ยวกับอุดมคติของผมหนอ่ยล่ะกันครับ)   อยากที่จะให้มีองค์กรใดซักองค์กรหนึ่งที่คอยสนับสนุนอย่างจริงๆัจัง   ทั้งทางด้านเงินทุน<br />
และเทคโนโลยี   มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่รวดเร็วทันสมัย    มีอุปกรณ์เครือ่งไม้เครือ่งมือให้เค้าได้ลองเล่น    ทำให้เด็กมีการพัฒนาฝีมือตัวเองไปเป็นลำดับ<br />
ทุกคนสามารถเดินเข้าไปพร้อมความฝันและบอกว่าฝันของเค้าจะเป็นจริงได้อย่างไร<br />
ทางองค์กรสามารถสนับสนุนเค้าได้   ทั้งทางด้านการเงิน(เหมือนนักลงทุนความเสี่ยงในต่างประเทศ)และเทคโนโลยี    ผมรู้ว่ามันอาจเป็นไปได้ยากในความเป็นจริง  แต่ยังไงก็อยากจะให้รัฐบาลสนับสนุน  โดยเริ่มจากทีล่ะนิดล่ะน้อยก็ยังดีค่อยๆพัฒนาไปทีล่ะส่วน<br />
และเมื่อวันนั้นมาถึงมันก็จะกลายเป็นกงล้อมที่กลมสมบูรณ์สามารถหมุน  นำพาประเทศเคลื่อนที่ไปได้อย่างมั่นคง</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: พี่ไท้		</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/231/comment-page-1#comment-493</link>

		<dc:creator><![CDATA[พี่ไท้]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Dec 2006 14:34:28 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/231#comment-493</guid>

					<description><![CDATA[หุ้น MFEC จริง ๆ แล้วราคาควรจะอยู่ใกล้ ๆ กับ book value อ่ะครับคุณ house ผมเองก็ชอบหุ้นตัวนี้นะ เพราะเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 8% มาสามปีแล้ว แต่เท่าที่ผมแกะงบเค้าดู ผมก็มีสงสัยเล็ก ๆ เหมือนกัน ว่าทำไมหนอในหนังสือชี้ชวนเขาแจ้งว่าเขาจะจ่ายปันผลที่ 50% ของกำไรสุทธิหลังจากจ่ายภาษีและดอกเบี้ยจ่ายแล้ว แต่ทำไมเขากลับจ่ายปันผลมากกว่าที่กำหนด เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ปันผลที่ 8% ของราคาตลาด แล้วเขาก็นำเอากำไรสะสมมาจ่ายด้วย ซึ่งมันทำให้สินทรัพย์ของบริษัทลดลง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง เพราะกระแสเงินสดน้อยลง ผมก็คิดว่าการที่เขาจ่ายปันผล 8% ของราคาตลาดมาได้สามปีนี่ก็คงสุดอั้นแล้วล่ะ ก็เลยคิดเอาไว้ว่าเขาคงจะออกหุ้นเพิ่มทุนในไม่ช้านี่แน่ ๆ เลย ถึงตอนนั้น dilution ของตัวหุ้นก็คงลดลงไปอีกเยอะเลย

:-) ผมรออ่านภาคสองนะคุณ cookievirus แต่เรื่องการให้คะแนนนี่ผมคงขอผ่านอ่ะครับ เพราะการให้คะแนนเป็นอะไรที่ยากมาก ๆ เลย เพราะตัวแปรมันเยอะ

สงสัยต้องแก้ไขที่ต้นเหตุของเราแล้วล่ะคุณโบว์ ต้นเหตุของเราคือ opensource ของเรายังป้อแป้อยู่เน้อะ อือม เอาไว้คราวต่อ ๆ ไปผมลำดับความคิด แล้วเขียนเรื่องเหตุแห่งการป้อแป้ของ opensource บ้านเราดีกว่า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หุ้น MFEC จริง ๆ แล้วราคาควรจะอยู่ใกล้ ๆ กับ book value อ่ะครับคุณ house ผมเองก็ชอบหุ้นตัวนี้นะ เพราะเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 8% มาสามปีแล้ว แต่เท่าที่ผมแกะงบเค้าดู ผมก็มีสงสัยเล็ก ๆ เหมือนกัน ว่าทำไมหนอในหนังสือชี้ชวนเขาแจ้งว่าเขาจะจ่ายปันผลที่ 50% ของกำไรสุทธิหลังจากจ่ายภาษีและดอกเบี้ยจ่ายแล้ว แต่ทำไมเขากลับจ่ายปันผลมากกว่าที่กำหนด เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ปันผลที่ 8% ของราคาตลาด แล้วเขาก็นำเอากำไรสะสมมาจ่ายด้วย ซึ่งมันทำให้สินทรัพย์ของบริษัทลดลง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง เพราะกระแสเงินสดน้อยลง ผมก็คิดว่าการที่เขาจ่ายปันผล 8% ของราคาตลาดมาได้สามปีนี่ก็คงสุดอั้นแล้วล่ะ ก็เลยคิดเอาไว้ว่าเขาคงจะออกหุ้นเพิ่มทุนในไม่ช้านี่แน่ ๆ เลย ถึงตอนนั้น dilution ของตัวหุ้นก็คงลดลงไปอีกเยอะเลย</p>
<p>🙂 ผมรออ่านภาคสองนะคุณ cookievirus แต่เรื่องการให้คะแนนนี่ผมคงขอผ่านอ่ะครับ เพราะการให้คะแนนเป็นอะไรที่ยากมาก ๆ เลย เพราะตัวแปรมันเยอะ</p>
<p>สงสัยต้องแก้ไขที่ต้นเหตุของเราแล้วล่ะคุณโบว์ ต้นเหตุของเราคือ opensource ของเรายังป้อแป้อยู่เน้อะ อือม เอาไว้คราวต่อ ๆ ไปผมลำดับความคิด แล้วเขียนเรื่องเหตุแห่งการป้อแป้ของ opensource บ้านเราดีกว่า</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: bow_der_kleine		</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/231/comment-page-1#comment-491</link>

		<dc:creator><![CDATA[bow_der_kleine]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Dec 2006 12:34:04 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/231#comment-491</guid>

					<description><![CDATA[ผมคิดว่าโมเดล OpenSource + Software as a service เป็นโมเดลที่น่าสนใจสำหรับประเทศจน ๆ อย่างบ้านเรานะครับ คือไม่ได้ขายโปรแกรม แต่ขายการบริการ โดยเอา Free and OpenSource Software (FOSS) มาเป็นต้นทุน แล้วค่อยพัฒนาต่อยอดโปรแกรมให้ตรงตามความต้องการในภายหลัง แล้วเอาโปรแกรมที่ได้ไป OpenSource อีกที ก็จะได้แรงงานเพิ่มเติม โดยที่ทุกฝ่ายก็มีความสุข ผมว่าวิธีนี้ช่วยประหยัดเงินทุนไปได้มหาศาลเลยครับ (เป็นวิธีเดียวกับ Zope และ Google ใช้ครับ)

แต่ปัญหาคือ OpenSource บ้านเรามันยังกระท่อนกระแท่นอยู่เลย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมคิดว่าโมเดล OpenSource + Software as a service เป็นโมเดลที่น่าสนใจสำหรับประเทศจน ๆ อย่างบ้านเรานะครับ คือไม่ได้ขายโปรแกรม แต่ขายการบริการ โดยเอา Free and OpenSource Software (FOSS) มาเป็นต้นทุน แล้วค่อยพัฒนาต่อยอดโปรแกรมให้ตรงตามความต้องการในภายหลัง แล้วเอาโปรแกรมที่ได้ไป OpenSource อีกที ก็จะได้แรงงานเพิ่มเติม โดยที่ทุกฝ่ายก็มีความสุข ผมว่าวิธีนี้ช่วยประหยัดเงินทุนไปได้มหาศาลเลยครับ (เป็นวิธีเดียวกับ Zope และ Google ใช้ครับ)</p>
<p>แต่ปัญหาคือ OpenSource บ้านเรามันยังกระท่อนกระแท่นอยู่เลย</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: cookievirus		</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/231/comment-page-1#comment-490</link>

		<dc:creator><![CDATA[cookievirus]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Dec 2006 06:55:58 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/231#comment-490</guid>

					<description><![CDATA[- การพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอารยธรรมไทย [ภาคที่ 1]-

ผมว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอารยธรรมไทยนั้นจะเจริญเติบโตได้เพราะ การศึกษาและการยอมรับจากตนในประเทศเสียก่อนครับ &quot;อุตสาหกรรม software&quot; นั้นอาจเป็นเครื่องมือชี้วัดระดับของอารยธรรมได้ แต่ได้เพียงบางประเทศไม่ทั้งหมด หากเรามอง&quot;อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์&quot;ในบ้านใกล้เรื่อนเคียงก็จะพบว่า อารยธรรมบางประเทศในกลุ่มเพื่อนบ้านเราก็ไม่ได้สูงส่งอะไรเลยแถมยังเป็นเมืองขึ้นมาก่อน, แต่ทำไมคนอื่นจึงมองว่า&quot;อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์&quot;ของเค้าดีล่ะ ผมว่าต้องมองย้อนกลับไปยังพื้นฐานของการทำธุรกิจข้ามชาติ 

สมมุติน่ะครับสมมุติ ให้คุณเป็นนักธุระกิจจาก USA มีเงินพอมาลงทุนจาก  &quot;อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์&quot; ในประเทศดังต่อไปนี้

1. จีน
2. ไทย
3. อินเดีย
4. สิงคโปร์

คุณจะเลือกประเทศใด ถ้าเป็นผม (ย้ำน่ะครับเป็นผม) ผมจะเลือกการติดต่อสื่อสาร + การเมือง + เศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศนั้นก่อน 

ข้อ1 การติดต่อสื่อสารแน่นอน จีน ไทย ต่างก็ใช้ภาษาของตัวเองเป็นหลัก ส่วน อินเดียและ สิงคโปร์ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะฉนั้น + 1 แต้มให้กับอินเดียและ สิงคโปร์ 

ข้อ 2 แล้วการเมืองล่ะมองที่อินเดียและ สิงคโปร์ อินเดียมีหลายวัฒนธรรมและหลายศาสนาอาจจะเป็นเรื่องยากในการเข้าถึงมีหลายกลุ่มมาก แต่ก็มี Silicon Vallay ให้ 0.5, สิงคโปร์ +1 เล่นด้วยไม่ยาก ส่วนจีนล่ะ แน่นอนเล่นเข้าด้วยถึงยากแต่ถ้ามีคนในรัฐบาลก็ไม่แน่แต่เพื่อนผมทำธุระกิจกับจีนนี้ รัฐบาลเค้าข้อนค้างที่จะเล่นด้วยยาก เพราะงั้นไม่มีแต้มแล้วบ้านเราล่ะ 555 ไม่ต้องบอกเลยแต่ผมให้ 0.5 ล่ะกันทั้งไทยและจีน

ข้อ 3 เศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ +1 ให้กับจีน,  สิงคโปร์ และไทย(เอาน่าบ้านเรามหาภาคพอใช้ได้น่ะ) อินเดีย 0.25

-รวม-

1. จีน = 1.5
2. ไทย =1.5
3. อินเดีย = 1.75
4. สิงคโปร์ = 2

(ย้ำน่ะว่านี้เป็นความเห็นของผม) เพราะงั้นเองเราน่าจะมองออกว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ทำให้เราจะ เถิบขึ้นไปสู้กับประเทศเหล่านั้นได้นั้นคือ &quot;การศึกษา&quot; ครับย้ำเลยว่าเป็น 1 ในพื้นฐานสำคัญที่เราต้องปูให้แน่น. มีบางคนบอกผมว่า บ.ใหญ่ๆหลายแห่งในไทยที่คน IT อยากไปทำนั้น ยังส่ง code จาก อินเดียมาให้เราแก้ BUG ให้ เห็นแมะ!!! แล้วบอกว่าเค้าเก่งกว่าเราแต่เราอยากไปนั่งไล่ BUG ให้เค้าตลอดเลยเหรอนั้นคือความจริงน่ะครับ 

ลองย้อนกลับไปดูสิว่าทำไม ผมจะตัดเรื่อง &quot;การเมือง + เศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ &quot; เพราะมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพราะฉนั้นจะเหลือเพียง &quot;การติดต่อสื่อสาร&quot; ผมไม่ได้มาบอกว่าการไม่เป็นเมืองขึ้นของใครของประเทศไทย เป็นสิ่งไม่ดีแต่ผมกลับภูมิใจเสียอีก เพราะงั้นเราต้องปกป้องเอาไว้จากมือมารครับ!!! เพียงแต่ &quot;การติดต่อสื่อสาร&quot; นั้นมาจากการศึกษาที่เราต้องเร่งสร้าง เร่งสอนครับ

[มีต่อภาค 2 ครับ]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8211; การพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอารยธรรมไทย [ภาคที่ 1]-</p>
<p>ผมว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอารยธรรมไทยนั้นจะเจริญเติบโตได้เพราะ การศึกษาและการยอมรับจากตนในประเทศเสียก่อนครับ &#8220;อุตสาหกรรม software&#8221; นั้นอาจเป็นเครื่องมือชี้วัดระดับของอารยธรรมได้ แต่ได้เพียงบางประเทศไม่ทั้งหมด หากเรามอง&#8221;อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์&#8221;ในบ้านใกล้เรื่อนเคียงก็จะพบว่า อารยธรรมบางประเทศในกลุ่มเพื่อนบ้านเราก็ไม่ได้สูงส่งอะไรเลยแถมยังเป็นเมืองขึ้นมาก่อน, แต่ทำไมคนอื่นจึงมองว่า&#8221;อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์&#8221;ของเค้าดีล่ะ ผมว่าต้องมองย้อนกลับไปยังพื้นฐานของการทำธุรกิจข้ามชาติ </p>
<p>สมมุติน่ะครับสมมุติ ให้คุณเป็นนักธุระกิจจาก USA มีเงินพอมาลงทุนจาก  &#8220;อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์&#8221; ในประเทศดังต่อไปนี้</p>
<p>1. จีน<br />
2. ไทย<br />
3. อินเดีย<br />
4. สิงคโปร์</p>
<p>คุณจะเลือกประเทศใด ถ้าเป็นผม (ย้ำน่ะครับเป็นผม) ผมจะเลือกการติดต่อสื่อสาร + การเมือง + เศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศนั้นก่อน </p>
<p>ข้อ1 การติดต่อสื่อสารแน่นอน จีน ไทย ต่างก็ใช้ภาษาของตัวเองเป็นหลัก ส่วน อินเดียและ สิงคโปร์ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะฉนั้น + 1 แต้มให้กับอินเดียและ สิงคโปร์ </p>
<p>ข้อ 2 แล้วการเมืองล่ะมองที่อินเดียและ สิงคโปร์ อินเดียมีหลายวัฒนธรรมและหลายศาสนาอาจจะเป็นเรื่องยากในการเข้าถึงมีหลายกลุ่มมาก แต่ก็มี Silicon Vallay ให้ 0.5, สิงคโปร์ +1 เล่นด้วยไม่ยาก ส่วนจีนล่ะ แน่นอนเล่นเข้าด้วยถึงยากแต่ถ้ามีคนในรัฐบาลก็ไม่แน่แต่เพื่อนผมทำธุระกิจกับจีนนี้ รัฐบาลเค้าข้อนค้างที่จะเล่นด้วยยาก เพราะงั้นไม่มีแต้มแล้วบ้านเราล่ะ 555 ไม่ต้องบอกเลยแต่ผมให้ 0.5 ล่ะกันทั้งไทยและจีน</p>
<p>ข้อ 3 เศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ +1 ให้กับจีน,  สิงคโปร์ และไทย(เอาน่าบ้านเรามหาภาคพอใช้ได้น่ะ) อินเดีย 0.25</p>
<p>-รวม-</p>
<p>1. จีน = 1.5<br />
2. ไทย =1.5<br />
3. อินเดีย = 1.75<br />
4. สิงคโปร์ = 2</p>
<p>(ย้ำน่ะว่านี้เป็นความเห็นของผม) เพราะงั้นเองเราน่าจะมองออกว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ทำให้เราจะ เถิบขึ้นไปสู้กับประเทศเหล่านั้นได้นั้นคือ &#8220;การศึกษา&#8221; ครับย้ำเลยว่าเป็น 1 ในพื้นฐานสำคัญที่เราต้องปูให้แน่น. มีบางคนบอกผมว่า บ.ใหญ่ๆหลายแห่งในไทยที่คน IT อยากไปทำนั้น ยังส่ง code จาก อินเดียมาให้เราแก้ BUG ให้ เห็นแมะ!!! แล้วบอกว่าเค้าเก่งกว่าเราแต่เราอยากไปนั่งไล่ BUG ให้เค้าตลอดเลยเหรอนั้นคือความจริงน่ะครับ </p>
<p>ลองย้อนกลับไปดูสิว่าทำไม ผมจะตัดเรื่อง &#8220;การเมือง + เศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ &#8221; เพราะมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพราะฉนั้นจะเหลือเพียง &#8220;การติดต่อสื่อสาร&#8221; ผมไม่ได้มาบอกว่าการไม่เป็นเมืองขึ้นของใครของประเทศไทย เป็นสิ่งไม่ดีแต่ผมกลับภูมิใจเสียอีก เพราะงั้นเราต้องปกป้องเอาไว้จากมือมารครับ!!! เพียงแต่ &#8220;การติดต่อสื่อสาร&#8221; นั้นมาจากการศึกษาที่เราต้องเร่งสร้าง เร่งสอนครับ</p>
<p>[มีต่อภาค 2 ครับ]</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: house		</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/231/comment-page-1#comment-487</link>

		<dc:creator><![CDATA[house]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Dec 2006 03:53:39 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/231#comment-487</guid>

					<description><![CDATA[MFEC ครับ
ผมซื้อต่ำกว่ามูลค่านะ ตอนนั้นซื้อที่ประมาณ 5 บาท แล้วก็มีงานเข้าต่อเนื่องปรับตัวไปถึงเกือบๆ 8 บาท

พอดี ผมไม่ได้ตามข่าว(อู้ไปหน่อย) ต่อมาเกิด พื้นฐานเปลี่ยนแปลง คือ งานดีเลย์ จ้างคนเพิ่มแต่รายได้โตไม่ทัน ภาครัฐลดการใช้จ่าย ทำให้กำไรลดลง

ขายไปแล้วครับ รู้เลยว่าหุ้นประมูลนี่ต้องเกาะสถานการณ์ใกล้ชิดมากๆ ราคามันลงก่อนที่งบออกซะอีก งวดนี้ AIT ผมเลยไม่เอาแล้ว ยังขยาดอยู่ กำไรมันปรับตัวเร็วเกิน แต่งวดนั้นก็เสียหายไม่เยอะครับ ได้กำไรตัวอื่นมาช่วยไว้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>MFEC ครับ<br />
ผมซื้อต่ำกว่ามูลค่านะ ตอนนั้นซื้อที่ประมาณ 5 บาท แล้วก็มีงานเข้าต่อเนื่องปรับตัวไปถึงเกือบๆ 8 บาท</p>
<p>พอดี ผมไม่ได้ตามข่าว(อู้ไปหน่อย) ต่อมาเกิด พื้นฐานเปลี่ยนแปลง คือ งานดีเลย์ จ้างคนเพิ่มแต่รายได้โตไม่ทัน ภาครัฐลดการใช้จ่าย ทำให้กำไรลดลง</p>
<p>ขายไปแล้วครับ รู้เลยว่าหุ้นประมูลนี่ต้องเกาะสถานการณ์ใกล้ชิดมากๆ ราคามันลงก่อนที่งบออกซะอีก งวดนี้ AIT ผมเลยไม่เอาแล้ว ยังขยาดอยู่ กำไรมันปรับตัวเร็วเกิน แต่งวดนั้นก็เสียหายไม่เยอะครับ ได้กำไรตัวอื่นมาช่วยไว้</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: พี่ไท้		</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/231/comment-page-1#comment-486</link>

		<dc:creator><![CDATA[พี่ไท้]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Dec 2006 03:10:36 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/231#comment-486</guid>

					<description><![CDATA[ผมเข้าใจคุณ paan อ่ะครับ ว่ากำลังจะสื่อความหมายอะไร ผมเองก็คิดเช่นเดียวกับคุณ paan เลย

เพียงแต่โมเดลการตั้งไข่ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่เราสองคนคิดตรงกัน มันไม่สามารถเกิดได้ในอารยธรรมไทยเราอ่ะครับ มันเหมาะสมที่จะไปเกิดที่อารยธรรมอเมริกันมากกว่า

แรงขับของการตั้งไข่ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอเมริกันสามารถเกิดได้ ด้วยแรงบันดาลใจ บวกกับความพยายาม เพราะเขาตั้งไข่ก่อนเพื่อน

แต่ของอารยธรรมไทยเรา อารยธรรมผู้ซึ่งเน้นการใช้ทุนขับเคลื่อนเป็นหลัก ใช้แรงบันดาลใจขับเคลื่อนเป็นรอง อีกทั้งเราก็ไม่ได้เป็นผู้ที่มาก่อน เราเป็นผู้ตามหลัง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะตั้งไข่ด้วยการอัดเม็ดเงินแทนอ่ะครับ เพื่อให้ไล่ตามได้ทัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเข้าใจคุณ paan อ่ะครับ ว่ากำลังจะสื่อความหมายอะไร ผมเองก็คิดเช่นเดียวกับคุณ paan เลย</p>
<p>เพียงแต่โมเดลการตั้งไข่ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่เราสองคนคิดตรงกัน มันไม่สามารถเกิดได้ในอารยธรรมไทยเราอ่ะครับ มันเหมาะสมที่จะไปเกิดที่อารยธรรมอเมริกันมากกว่า</p>
<p>แรงขับของการตั้งไข่ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอเมริกันสามารถเกิดได้ ด้วยแรงบันดาลใจ บวกกับความพยายาม เพราะเขาตั้งไข่ก่อนเพื่อน</p>
<p>แต่ของอารยธรรมไทยเรา อารยธรรมผู้ซึ่งเน้นการใช้ทุนขับเคลื่อนเป็นหลัก ใช้แรงบันดาลใจขับเคลื่อนเป็นรอง อีกทั้งเราก็ไม่ได้เป็นผู้ที่มาก่อน เราเป็นผู้ตามหลัง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะตั้งไข่ด้วยการอัดเม็ดเงินแทนอ่ะครับ เพื่อให้ไล่ตามได้ทัน</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: paan		</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/231/comment-page-1#comment-485</link>

		<dc:creator><![CDATA[paan]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Dec 2006 17:48:09 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/231#comment-485</guid>

					<description><![CDATA[ผมมองตรงกันข้ามกับคุณไท้เลยครับ :-)

ลองมองดูผู้ประกอบการ IT ที่เรามองว่าเป็น idol เช่น Bill gate, Steve job, Larry elison คนพวกนี้เขาไม่ได้มองเรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญที่สุด (อย่างน้อยก็ในตอนเริ่มต้นละ) พวกเขามองโลกแล้วเห็นบางอย่างที่มันอยู่ผิดที่หรือไม่ถูกต้อง และสร้างมันขึ้นมาใหม่ตามอุดมคติของพวกเขา

Gate, Job - Personal computer
Elison - Relational database

ถ้าเงินสำคัญที่สุดทำไม IBM PS ไม่ชนะ Apple (ในช่วงแรก)  และ OS/2 ไม่ชนะ Microsoft DOS/Windows (ในช่วงหลัง) Oracle database ก็ชนะ IBM system R ทั้งๆที่ IBM มีเงินทุนมากกว่าหลายเท่า

ผมคิดว่าสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม software รวมทั้ง emerging technology อื่นๆ คือ &quot;Inventor spirit&quot; และ &quot;Entrepreneur spirit&quot; และทั้งสองสิ่งไม่มีทางซื้อและสร้างได้ด้วยเงินครับ 

หรือบางทีคำว่า &quot;อุตสาหกรรม software&quot; ของผมกับคุณไท้อาจจะเป็นคนละความหมายกันก็ได้มั้งครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมมองตรงกันข้ามกับคุณไท้เลยครับ 🙂</p>
<p>ลองมองดูผู้ประกอบการ IT ที่เรามองว่าเป็น idol เช่น Bill gate, Steve job, Larry elison คนพวกนี้เขาไม่ได้มองเรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญที่สุด (อย่างน้อยก็ในตอนเริ่มต้นละ) พวกเขามองโลกแล้วเห็นบางอย่างที่มันอยู่ผิดที่หรือไม่ถูกต้อง และสร้างมันขึ้นมาใหม่ตามอุดมคติของพวกเขา</p>
<p>Gate, Job &#8211; Personal computer<br />
Elison &#8211; Relational database</p>
<p>ถ้าเงินสำคัญที่สุดทำไม IBM PS ไม่ชนะ Apple (ในช่วงแรก)  และ OS/2 ไม่ชนะ Microsoft DOS/Windows (ในช่วงหลัง) Oracle database ก็ชนะ IBM system R ทั้งๆที่ IBM มีเงินทุนมากกว่าหลายเท่า</p>
<p>ผมคิดว่าสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม software รวมทั้ง emerging technology อื่นๆ คือ &#8220;Inventor spirit&#8221; และ &#8220;Entrepreneur spirit&#8221; และทั้งสองสิ่งไม่มีทางซื้อและสร้างได้ด้วยเงินครับ </p>
<p>หรือบางทีคำว่า &#8220;อุตสาหกรรม software&#8221; ของผมกับคุณไท้อาจจะเป็นคนละความหมายกันก็ได้มั้งครับ</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: พี่ไท้		</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/231/comment-page-1#comment-483</link>

		<dc:creator><![CDATA[พี่ไท้]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Dec 2006 14:55:24 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/231#comment-483</guid>

					<description><![CDATA[โอ้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากเลยครับ ที่คุณ mk มาเยี่ยมบล็อกผมด้วย ดีใจจัง

ผมติดตามผลงานของคุณ mk มาตลอดเลยนะ ปลื้ม ๆ คุณ mk เป็น idol ในวงการคอมพิวเตอร์สำหรับผมเลยล่ะ ดีใจ ๆ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โอ้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากเลยครับ ที่คุณ mk มาเยี่ยมบล็อกผมด้วย ดีใจจัง</p>
<p>ผมติดตามผลงานของคุณ mk มาตลอดเลยนะ ปลื้ม ๆ คุณ mk เป็น idol ในวงการคอมพิวเตอร์สำหรับผมเลยล่ะ ดีใจ ๆ</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: mk		</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/231/comment-page-1#comment-482</link>

		<dc:creator><![CDATA[mk]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Dec 2006 14:39:44 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/231#comment-482</guid>

					<description><![CDATA[ที่ swpark มี Incubator Center ครับ อาจจะไม่สนับสนุนเป็นเงิน แต่ในแง่ความรู้ความเชี่ยวชาญ อย่างน้อยๆ ก็เรื่องธุรกิจที่คนสายเทคนิคไม่ค่อยรู้

ส่วนเรื่องเงิน อีกเหตุผลนึงคงเป็นเรื่องระบบ venture captical ของเมืองไทยที่ไม่แข็งแรงด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่ swpark มี Incubator Center ครับ อาจจะไม่สนับสนุนเป็นเงิน แต่ในแง่ความรู้ความเชี่ยวชาญ อย่างน้อยๆ ก็เรื่องธุรกิจที่คนสายเทคนิคไม่ค่อยรู้</p>
<p>ส่วนเรื่องเงิน อีกเหตุผลนึงคงเป็นเรื่องระบบ venture captical ของเมืองไทยที่ไม่แข็งแรงด้วย</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: พี่ไท้		</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/231/comment-page-1#comment-481</link>

		<dc:creator><![CDATA[พี่ไท้]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Dec 2006 13:54:13 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.peetai.com/archives/231#comment-481</guid>

					<description><![CDATA[คุณ panuta นี่รู้จริงแฮะ :-P

คุณ house ซื้อตัวไหนล่ะ ซื้อเกินมูลค่าอ่ะดิ ไม่น่าเลย ไม่เป็นไร เอาใหม่เน้อะ

สถานสงเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ คงมีอยู่ที่เดียวอ่ะครับคุณ iPats นั่นคือ opensource community นอกนั้นคงไม่มีแล้วล่ะ แบบว่าประมาณว่าช่วย ๆ กันเลี้ยงตามบุญตามกรรมไป

เลี้ยงดูปูเสื่อนี่หมายถึงเอาใจลูกค้าประมาณนี้เปล่าคับเนี่ยคุณเดย์ :-P]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณ panuta นี่รู้จริงแฮะ 😛</p>
<p>คุณ house ซื้อตัวไหนล่ะ ซื้อเกินมูลค่าอ่ะดิ ไม่น่าเลย ไม่เป็นไร เอาใหม่เน้อะ</p>
<p>สถานสงเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ คงมีอยู่ที่เดียวอ่ะครับคุณ iPats นั่นคือ opensource community นอกนั้นคงไม่มีแล้วล่ะ แบบว่าประมาณว่าช่วย ๆ กันเลี้ยงตามบุญตามกรรมไป</p>
<p>เลี้ยงดูปูเสื่อนี่หมายถึงเอาใจลูกค้าประมาณนี้เปล่าคับเนี่ยคุณเดย์ 😛</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
	</channel>
</rss>
