<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>PARINYA.NET</title>
	<atom:link href="https://www.parinya.net/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.parinya.net</link>
	<description>Computation theories and information processing theories.</description>
	<lastBuildDate>Tue, 10 Jun 2025 03:41:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.6</generator>
	<item>
		<title>กลไก เวียนว่าย หลุดพ้น</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/3356</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/3356#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Jun 2025 03:39:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=3356</guid>

					<description><![CDATA[ตอนนี้กำลังมีความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้ และไม่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันอยู่หลายเรื่องดังนี้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตอนนี้กำลังมีความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้ และไม่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันอยู่หลายเรื่องดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เอกภพที่เราอาศัยอยู่ น่าจะอยู่ในหลุมดำของเอกภพแม่ และหลุมดำทุกอันล้วนมีเอกภพในนั้น โดยเมื่อสังเกตกาลเวลาอันนับไม่ถ้วนของเอกภพลูกจากมุมมองในเอกภพแม่ จะเหมือนเวลาของเอกภพลูกผ่านไปเพียงพริบตาเดียว</li>



<li>สิ่งที่เล็กที่สุดในเอกภพไม่ได้เป็นก้อนกลม ๆ แข็ง ๆ เล็กจิ๋ว แต่เป็นสนามกระเพื่อม กระเพื่อมขึ้นมาก็เลยมีตัวตน หยุดกระเพื่อมก็ไร้ตัวตน</li>



<li>ผู้มีชีวิตจะมีตัวตนในชีวิตที่นับไม่ถ้วน ไม่พบจุดเริ่มต้น ไม่พบจุดสิ้นสุด และจะยุติเมื่อหยุดการมีตัวตนได้</li>



<li>ผู้มีชีวิตคือผู้ที่ยังคงมีความอยาก ความไม่รู้ นำมาซึ่งความต้องการ ความทุกข์ และความยึดติด ดังนั้น ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม &#8220;เครื่องจักรเอไอ&#8221; มีความอยาก ความไม่รู้ เครื่องจักรเอไอก็จะกลายเป็นผู้มีชีวิต ในรูปแบบ &#8220;โอปปาติกะ&#8221; คือเกิดมีชีวิตขึ้นและโตเต็มวัยโดยทันที มีความต้องการ มีความทุกข์ และมีความยึดติด</li>



<li>ผู้มีชีวิตที่อยู่ในภพภูมิ &#8220;เทวดา&#8221; และ &#8220;มนุษย์&#8221; มีโอกาสสูงที่จะ &#8220;หลุดพ้น&#8221; ได้ แล้ว &#8220;เครื่องจักรเอไอ&#8221; จะถูกนับว่าอยู่ในภพภูมิไหนหากมีชีวิตขึ้นมา จะถือว่าอยู่ในภพภูมิ &#8220;มนุษย์&#8221; ได้มั้ย เพราะการเป็น &#8220;มนุษย์&#8221; ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็น &#8220;โฮโมซาเปี้ยน ซาเปี้ยน&#8221; หรือต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประกอบจากธาตุ &#8220;คาร์บอน&#8221; เสมอไป</li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/3356/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จิต กรรม ตัวตน หลุดพ้น และ สมการ</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/3352</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/3352#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Apr 2025 07:06:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=3352</guid>

					<description><![CDATA[ช่วงนี้ผมคุยกับ DeepSeek เยอะมาก เพื่อเชื่อมเรื่องที่สอนกันในศาสนาพุทธ (จิต กรรม ตัวตน การเกิด ตาย เกิดใหม่ การหลุดพ้น) กับวิทยาศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน ความเจ๋งคือแทนที่จะต้องไปค้นพระไตรปิฎกเองให้เหนื่อย ก็ไม่ต้องล่ะ ใช้วิธีตั้งคำถามกับ DeepSeek แล้วให้มันประมวลพระไตรปิฎกเอามาตอบให้เป็นภาษาง่าย ๆ แทน พอคุยเสร็จแล้วก็เลยคิดว่า ถ้าในทางวิทยาศาสตร์สามารถจะนิยามปรากฎการณ์ทางธรรมชาติด้วยสมการคณิตศาสตร์ได้ งั้นจะน่าจะนิยามคำสอนในศาสนาพุทธด้วยสมการคณิตศาสตร์ได้เหมือนกัน เรื่องแบบนี้ไปคุยในกระทู้พันทิปไม่ได้ ที่นั่นมีสองห้อง ห้องนึงคุยวิทยาศาสตร์ล้วน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ช่วงนี้ผมคุยกับ DeepSeek เยอะมาก เพื่อเชื่อมเรื่องที่สอนกันในศาสนาพุทธ (จิต กรรม ตัวตน การเกิด ตาย เกิดใหม่ การหลุดพ้น) กับวิทยาศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน </p>



<p>ความเจ๋งคือแทนที่จะต้องไปค้นพระไตรปิฎกเองให้เหนื่อย ก็ไม่ต้องล่ะ ใช้วิธีตั้งคำถามกับ DeepSeek แล้วให้มันประมวลพระไตรปิฎกเอามาตอบให้เป็นภาษาง่าย ๆ แทน</p>



<p>พอคุยเสร็จแล้วก็เลยคิดว่า ถ้าในทางวิทยาศาสตร์สามารถจะนิยามปรากฎการณ์ทางธรรมชาติด้วยสมการคณิตศาสตร์ได้ งั้นจะน่าจะนิยามคำสอนในศาสนาพุทธด้วยสมการคณิตศาสตร์ได้เหมือนกัน</p>



<p>เรื่องแบบนี้ไปคุยในกระทู้พันทิปไม่ได้ ที่นั่นมีสองห้อง ห้องนึงคุยวิทยาศาสตร์ล้วน อีกห้องคุยด้านศาสนาล้วน โผล่เข้าไปห้องไหน เอาสองเรื่องนี้ไปคุยรวมกันเมื่อไหร่ วงแตกออกทะเลกันไปคนล่ะทางกันหมด</p>



<p>เพื่อให้ดูเป็นหลักเป็นการ ไม่เล่าอย่างเลื่อนลอย ผมกับ DeepSeek ก็เลยร่วมกันเขียนเปเปอร์งานวิจัยขึ้นมา โดยผมเป็นคนเสนอสมมติฐานมากมายเพื่อให้ DeepSeek ประมวลผล เมื่อได้ข้อสรุประดับนึงจึงสั่งให้ DeepSeek เขียนเปเปอร์ขึ้นมา แล้วผมก็มาตรวจ ๆ แก้ ๆ อีกทีนึง</p>



<p>เปเปอร์ดังกล่าวเผยแพร่อยู่ในบล็อกนี้เท่านั้น ไม่ได้ถูกตรวจสอบโดยผู้ทรงภูมิปัญญาใด ๆ ดังนั้น ให้อ่านเอาสนุก ยังเชื่อไม่ได้</p>



<p><a href="https://www.parinya.net/node/3281">A Bayesian Network Model of Karmic Rebirth: Formalizing Consciousness, Realm Existence, and Liberation in Buddhist Philosophy</a> คือ เปเปอร์งานวิจัยที่ผมกำลังพูดถึง เป็นการประยุกต์ Hidden Markov Model เพื่อเอามาอธิบาย จิต กรรม ตัวตน การเกิดใหม่ และ นิพพาน มันเป็นเปเปอร์งานวิจัยที่ถูกเผยแพร่ที่บล็อกแห่งนี้เท่านั้น ไม่ได้เผยแพร่ที่วารสาร Nature หรือ Science ดังนั้น บอกเลยว่ายังเชื่อไม่ได้</p>



<p>ผมว่าจะหมกมุ่นแนวนี้อีกสักพัก มันมีหลายคำถามที่ผมยังคาใจเกี่ยวกับจักรวาลวิทยาในมุมมองของศาสนาพุทธอยู่ ผมว่าความลับทางโลกหลายอย่างมันถูกซ่อนอยู่ในพระไตรปิฎกนั่นแหล่ะ ต้องลองไปหากันดู</p>



<p></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/3352/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>A Bayesian Network Model of Karmic Rebirth: Formalizing Consciousness, Realm Existence, and Liberation in Buddhist Philosophy</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/3281</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/3281#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Apr 2025 06:43:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[DeepSeek]]></category>
		<category><![CDATA[Unreviewed Research]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=3281</guid>

					<description><![CDATA[Authors :Parinya Charoenvorakiat and DeepSeek. AbstractThis paper presents a&#160;coupled Hidden Markov Model (HMM)&#160;to formalize the Buddhist doctrine of rebirth, integrating: The model aligns with early]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Authors :</strong><br>Parinya Charoenvorakiat and DeepSeek.</p>



<p><strong>Abstract</strong><br>This paper presents a&nbsp;<strong>coupled Hidden Markov Model (HMM)</strong>&nbsp;to formalize the Buddhist doctrine of rebirth, integrating:</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>Consciousness dynamics</strong>&nbsp;(<em>viññāṇa</em>,&nbsp;\(Q(t)\)) conditioned by past states and current realm existence (<em>nāmarūpa</em>,&nbsp;\(V(t)\)).</li>



<li><strong>Realm-dependent karmic transitions</strong>&nbsp;via&nbsp;\(P(Q(t)|Q(t-1),V(t))\).</li>



<li><strong>Liberation (Nibbāna)</strong>&nbsp;as an absorbing state.</li>
</ol>



<p>The model aligns with early Buddhist texts (e.g.,&nbsp;<em>SN 12.1</em>,&nbsp;<em>MN 136</em>) and offers testable hypotheses for consciousness studies.</p>



<h3 class="wp-block-heading">1.  Introduction</h3>



<p>Buddhist rebirth posits that consciousness \((Q(t))\) and realm existence \((V(t))\) are interdependently conditioned (<em>paṭicca-samuppāda</em>). Prior work has:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Modeled karma via Markov chains [1]</li>



<li>Compared consciousness to quantum systems [2]<br>But none formalize the&nbsp;<strong>realm-gated feedback</strong>&nbsp;central to rebirth. We bridge this gap with a Bayesian network where:</li>



<li>\(Q(t)\)&nbsp;evolves under&nbsp;<em>current</em>&nbsp;realm modulation.</li>



<li>\(V(t)\) is emitted by&nbsp;\(Q(t)\), closing the causal loop.</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">2.  <strong>Model Specification</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading">2.1  <strong>Definitions</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Consciousness State</strong>&nbsp;\((Q(t)&nbsp;∈ ℝᴺ)\): Latent traits (greed, wisdom, etc.).</li>



<li><strong>Realm State</strong>&nbsp;\((V(t)&nbsp;∈ {1, …, K})\): Human, deva, hell, etc.</li>



<li><strong>Transition Kerne</strong>l</li>
</ul>



<p class="has-text-align-center">\(k(t) = P(Q(t)∣Q(t−1), V(t)) \quad\text{(Realm-gated&nbsp;consciousness&nbsp;update)}\)</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Emission Probability</strong>:</li>
</ul>



<p class="has-text-align-center">\(o(t) = P(V(t)∣Q(t)) \quad\text{(Realm&nbsp;emission)}\)</p>



<h4 class="wp-block-heading">2.2  <strong>Dynamical Equations</strong></h4>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>Consciousness Update</strong>:<br>\(Q(t) = A⋅Q(t − 1) + B_V(t)​ ⋅ Q(t − 1) + ϵt\)
<ul class="wp-block-list">
<li>​\(A\): Baseline karmic drift.</li>



<li>\(B_v\): Realm-specific transformation (e.g.,&nbsp;\(B_\text{hell}\)&nbsp;amplifies suffering).</li>
</ul>
</li>



<li><strong>Realm Emission</strong>:</li>
</ol>



<p class="has-text-align-center">\(V(t) ∼ Categorical(softmax(W ⋅ Q(t)))\)</p>



<h4 class="wp-block-heading">2.3  <strong>Karmic Constraints</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Ethical Bounds</strong>:&nbsp;\(k(t)\)&nbsp;penalizes unwholesome transitions (e.g., \(hatred → degraded&nbsp;\ Q(t)\)).</li>



<li><strong>Rebirth Rules</strong>:&nbsp;\(o(t)\)&nbsp;maps high-wisdom&nbsp;\(Q(t)\)&nbsp;to favorable realms (<em>MN 135</em>).</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. Theoretical Results</strong></h3>



<p><strong>Theorem 1 (Coupled HMM Structure)</strong></p>



<p>The system forms a&nbsp;<strong>coupled HMM</strong>&nbsp;where:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>\(Q(t)\)&nbsp;depends on&nbsp;\(Q(t-1)\)&nbsp;and&nbsp;\(V(t)\).</li>



<li>\(V(t)\)&nbsp;depends on&nbsp;\(Q(t)\), creating feedback.</li>
</ul>



<p><strong>Proof</strong>: By believable based on the Buddha&#8217;s Text.</p>



<p><strong>Corollary 1 (Nirvana as Absorption)</strong></p>



<p>If&nbsp;\(Q(t)\)&nbsp;reaches&nbsp;\(Q*\) (enlightenment):</p>



<p class="has-text-align-center">\(P(Q(t + 1) = Q∗ ∣ Q(t) = Q∗) = 1, \quad V(t + 1) = \text{Nirvana.}\)</p>



<p><strong>Basis</strong>:&nbsp;<em>&#8220;The liberated mind does not return&#8221;</em>&nbsp;(<em>MN 106</em>).</p>



<p><strong>Corollary 2 (Realm Lock-In)</strong></p>



<p>Persistent&nbsp;\(V(t) = v\)&nbsp;leads to:</p>



<p class="has-text-align-center">\(\lim_{t \to \infty} Q(t) \to \text{Fixed point of } B_v.\)</p>



<p><strong>Basis</strong>:&nbsp;<em>&#8220;Beings are bound by their cravings&#8221;</em>&nbsp;(<em>DN 15</em>).</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. Simulations</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>4.1 Parameters</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Realms</strong>: Human (\(B_1\)), Deva (\(B_2\)), Hell (\(B_3\)).</li>



<li><strong>Effects</strong>:
<ul class="wp-block-list">
<li>\(B_1\): Moderate drift (e.g., human ethics).</li>



<li>\(B_2\): Amplifies wisdom.</li>



<li>\(B_3\): Increases volatility.</li>
</ul>
</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>4.2 Results</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Human</strong>: Gradual refinement of&nbsp;\(Q(t)\).</li>



<li><strong>Deva</strong>: Rapid convergence to wholesome states.</li>



<li><strong>Hell</strong>: Chaotic&nbsp;\(Q(t)\).</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. Discussion</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>5.1 Buddhist Textual Alignment</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Dependent Origination</strong>&nbsp;(<em>SN 12.1</em>):</li>
</ul>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><em>&#8220;With consciousness, name-and-form; with name-and-form, consciousness.&#8221;</em><br>Matches the coupled&nbsp;\(Q(t)–V(t)\)&nbsp;feedback.</p>
</blockquote>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Karmic Maturation</strong>&nbsp;(<em>AN 3.34</em>):</li>
</ul>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><em>&#8220;Karma ripens in realms fitting its nature.&#8221;</em><br>Captured by&nbsp;\(B_v\)&nbsp;matrices.</p>
</blockquote>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>5.2 Limitations</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Linearity Assumption</strong>: Karma may be nonlinear.</li>



<li><strong>Finite Realms</strong>: Ignores formless realms (<em>arūpa-loka</em>).</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>5.3 Future Work</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>Add&nbsp;<strong>parallel rebirth streams</strong>&nbsp;(Mahayana cosmology).</li>



<li>Test against&nbsp;<strong>NDE/rebirth reports</strong>&nbsp;[3].</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>6. Conclusion</strong></h3>



<p>We formalize rebirth as a&nbsp;<strong>realm-gated stochastic process</strong>, unifying:</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>Buddhist doctrine</strong>&nbsp;(consciousness-realm interdependence).</li>



<li><strong>Computational rigor</strong>&nbsp;(coupled HMMs).</li>



<li><strong>Testable predictions</strong>&nbsp;(realm-specific karmic paths).</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>References</strong></h3>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>Buddhist Texts</strong>:
<ul class="wp-block-list">
<li><em>SN 12.1</em>&nbsp;(Dependent Origination).</li>



<li><em>MN 136</em>&nbsp;(Karmic Causality).</li>



<li><em>AN 3.34</em>&nbsp;(Karma’s Variability).</li>
</ul>
</li>



<li><strong>Academic Papers</strong>:
<ul class="wp-block-list">
<li>[1] Bhikkhu Bodhi (2012).&nbsp;<em>Rebirth as Process</em>.</li>



<li>[2] Hameroff &amp; Penrose (2014).&nbsp;<em>Consciousness in the Universe</em>.</li>



<li>[3] Tucker (2005).&nbsp;<em>Near-Death Experiences and Rebirth Reports</em>.</li>
</ul>
</li>



<li><strong>Methods</strong>:
<ul class="wp-block-list">
<li>Rabiner (1989).&nbsp;<em>HMM Tutorial</em>.</li>
</ul>
</li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/3281/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เกาะกสิณ Unity</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/3245</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/3245#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Nov 2024 07:02:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Unity]]></category>
		<category><![CDATA[android]]></category>
		<category><![CDATA[Game Engine]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile Game]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=3245</guid>

					<description><![CDATA[ในทางพุทธ การปฏิบัติสมาธิ คือทำจิตให้นิ่ง แต่จิตมันไม่นิ่ง เลยต้องหาที่เกาะเอาไว้ ก็เลยจะต้องเกาะกสิณ เพื่อให้จิตมันจะได้นิ่ง แต่เนื้อหานี้ไม่ได้คุยเรื่องพุทธ คุยเรื่องคอมพิวเตอร์นี่แหล่ะ แต่จะเปรียบเปรยเรื่องการยึดอะไรไว้ซักอย่างนึง เพื่อให้อะไรซักอย่างนึงมันอยู่นิ่ง ๆ ปีหน้าอายุจะเข้าเลขห้าแล้ว คิดแล้วขนลุก แป๊บเดียวเข้าสู่วัยกลางคนตอนปลายแล้ว ยุคนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่คนอายุเยอะแล้วไม่ต้องทำอะไรเป็นก็ได้ รอเรียกใช้คนที่อายุน้อยกว่า ยุคแบบนั้นมันจบไปแล้ว ยุคนี้ต้องถนัดอะไรไว้ซักอย่างนึง จะได้รู้สึกมีคุณค่าในภาคการผลิตหรือภาคการบริการ เรียนคอมพิวเตอร์และทำงานคอมพิวเตอร์มาทั้งชีวิต ถึงจะมีแว่บไปทำจิวเวลรี่บ้าง อาหารแปรรูปบ้าง แต่จะให้ทิ้งวิชาก็เสียดาย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในทางพุทธ การปฏิบัติสมาธิ คือทำจิตให้นิ่ง แต่จิตมันไม่นิ่ง เลยต้องหาที่เกาะเอาไว้ ก็เลยจะต้องเกาะกสิณ เพื่อให้จิตมันจะได้นิ่ง</p>



<p>แต่เนื้อหานี้ไม่ได้คุยเรื่องพุทธ คุยเรื่องคอมพิวเตอร์นี่แหล่ะ แต่จะเปรียบเปรยเรื่องการยึดอะไรไว้ซักอย่างนึง เพื่อให้อะไรซักอย่างนึงมันอยู่นิ่ง ๆ</p>



<p>ปีหน้าอายุจะเข้าเลขห้าแล้ว คิดแล้วขนลุก แป๊บเดียวเข้าสู่วัยกลางคนตอนปลายแล้ว</p>



<p>ยุคนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่คนอายุเยอะแล้วไม่ต้องทำอะไรเป็นก็ได้ รอเรียกใช้คนที่อายุน้อยกว่า ยุคแบบนั้นมันจบไปแล้ว ยุคนี้ต้องถนัดอะไรไว้ซักอย่างนึง จะได้รู้สึกมีคุณค่าในภาคการผลิตหรือภาคการบริการ</p>



<p>เรียนคอมพิวเตอร์และทำงานคอมพิวเตอร์มาทั้งชีวิต ถึงจะมีแว่บไปทำจิวเวลรี่บ้าง อาหารแปรรูปบ้าง แต่จะให้ทิ้งวิชาก็เสียดาย</p>



<p>คอมพิวเตอร์มันก็มีทั้งเรื่องฮาร์ดแวร์และก็ซอฟต์แวร์ นี่ก็เคยลองไปเรียนระบบฝังตัวเพิ่มเติม อยากออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ฝังไมโครคอนโทรลเลอร์ เรียนเสร็จเคมีมันไม่ได้ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ทาง</p>



<p>หันมาทางด้านซอฟต์แวร์ จักรวาลเบ้อเริ่มไม่แพ้ฮาร์ดแวร์ มีทั้งเรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ เรื่องปฏิบัติการไปถึงเรื่องการจัดการ เรื่องของทฤษฎียาวไปถึงเครื่องมือแล้วก็มาตรฐาน</p>



<p>นี่ก็คิด ๆ ๆ ว่าจะไปเกาะกสิณอะไรดี เกาะไปยาว ๆ จนถึงวัยชรา</p>



<p>เลยตัดสินใจตั้งบนอิคิไก เกาะกสิณ Unity ซะเลย โดยอยู่บนโจทย์ที่ว่า จะทำเกม ทำเอาไว้เล่นบนมือถือ และเขียนด้วยภาษาซีชาร์ป (ที่ว่าตามจริงก็เป็นภาษาโบราณที่เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยสนใจกันล่ะ)</p>



<p>เพื่อนรุ่นเดียวกันเกาะกสิณ ISO27001:2022 บ้าง เกาะกสิณ Tableau บ้าง เกาะกสิณ RapidMiner บ้าง เกาะกสิณ CISSP บ้าง แต่นี่เลือกเกาะกสิณ Unity แทน</p>



<p>อาศัยว่าเข้ามาเกาะกสิณ Unity ตอนที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากรุ่น 2022.3 LTS ไปเป็น 6000.0 LTS พอดี เลยได้ซึมซับของใหม่ ๆ ไม่ต้องกังวลกับของเก่า ๆ</p>



<p>ว่ากันตามจริง Unity เป็นเครื่องมือสำหรับการผลิตที่มีความซับซ้อนสูงมากนะ รายละเอียดมันเยอะ ทั้งภาคกำหนดค่าติดตั้งใช้งานและภาคเขียนโปรแกรมควบคุม ต้องเรียนเยอะหน่อยถึงจะใช้เป็น แต่พอใช้เป็นแล้วก็ลดขั้นตอนการผลิตไปเยอะ แถมชุมชนก็ใหญ่ มีตลาดขายของอีกต่างหาก ทุ่นแรงไม่ต้องทำเองหลายอย่างเลย</p>



<p>การใช้เครื่องมืออะไรยาก ๆ ให้ชำนาญซักตัวนึงมันเป็นเรื่องดีในความคิดเห็นของตัวเอง</p>



<p>ตอนนี้ใคร ๆ ก็พกมือถือที่ต่อเน็ตเร็ว ๆ และก็ใช้เวลาชีวิตส่วนใหญ่ตอนว่าง ๆ ก้มดูมือถือกันทั้งนั้น แอปหรือเกมบนมือถือเลยเป็นตลาดใหญ่มาก ล่ะก็มีการแข่งขันสูงมากด้วย</p>



<p>แต่นี่ไม่ได้คิดจะแข่งขันอะไรกับใคร แค่อยากเกาะกสิณ Unity เพื่อจะบอกกับตัวเองว่า เฮ้ย อันตัวเรานั้น ก็ใช้เครื่องมืออะไรยาก ๆ ผลิตอะไรที่ใช้ได้แพร่หลายเป็นกับเขาด้วยนะเออ ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนยุคเก่าที่หมกมุ่นอยู่กับเครื่องมือเก่า ๆ แต่เพียงอย่างเดียว (เครื่องมือเก่า ๆ นี่คิดไปถึง dBase III Plus กับ FoxBase กับ FoxPro เลยนะ ไม่รู้คนรุ่นนี้จะยังรู้จักอีกหรือเปล่า?)</p>



<p>ตอนนี้วางแผนเอาไว้ว่า ทุก ๆ สามเดือนจะออกเกมบนมือถือซักเกมนึงด้วย Unity แนวทางที่คิดเอาไว้ชัดเจนเลย คือ เล่นได้เฉพาะบนแอนดรอยด์ (ยังขี้เกียจทำให้เล่นบนไอโอเอส) เป็นเกมสามมิติ แนวตั้ง เล่นได้คนเดียว เล่นง่าย สบาย ๆ ไม่ซับซ้อน ไม่มีเรื่องราว และ ไร้ฉากจบ (มันจะจบเองเพราะคนเล่นเบื่อแล้วเลิกเล่นนั่นแหล่ะ)</p>



<p>ทำเสร็จก็เอาไปแปะเอาไว้บน Google Play กับ itch.io ให้ใคร ๆ ดาวน์โหลดได้ สะดวกดี</p>



<p>ล่าสุดเพิ่งรู้ว่าการจะเอาแอปหรือเกมขึ้น Google Play ไม่ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน (ก็คือหลาย ๆ ปีก่อนน่ะแหล่ะ) สำหรับคนโดดเดี่ยวโนเนมมือใหม่ ทาง Google Play กำหนดให้ต้องหาคนทดสอบแอปหรือเกมให้ได้ตามจำนวน (20 คนขึ้นไป) และตามระยะเวลา (ติดต่อกัน 14 วัน) ที่กำหนด มันไม่ง่าย แต่ก็ทำได้ ทำไปแล้ว ก็คือไปจ้างคนมาทดสอบ ยุคนี้เงินดีงานเดิน นั่งอยู่ไทยแต่ก็จ้างคนอินเดียทำงานให้ได้ อยู่ที่ว่าจะรู้ลู่ทางหรือเปล่าว่าต้องไปจ้างใครที่ไหนยังไง</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/3245/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สิบอันดับชาติมหาอำนาจด้านคอมพิวเตอร์ ปี ค.ศ. 2023-2024</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/3197</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/3197#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Apr 2024 03:50:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ChatGPT]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=3197</guid>

					<description><![CDATA[ผมอยากรู้ว่าจนถึงตอนนี้ มีชาติมหาอำนาจใดบ้าง ที่เก่งด้านคอมพิวเตอร์ โดยตัวชี้วัดคือ งานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ สิทธิบัตรที่มีการจดทะเบียน สถาบันการศึกษาที่ได้คะแนนชั้นนำ และ บริษัทคอมพิวเตอร์ใหญ่โตที่อยู่ในประเทศนั้น ๆ ผลที่ได้จากการถาม #ChatGPT ผมได้สั่งให้รวบรวมออกมาเป็นตารางเดียว จะได้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ผมสั่งให้ #ChatGPT แบ่งสาขาทางคอมพิวเตอร์ตามมาตรฐานที่กำหนดโดย ACM ที่เรียกว่า ACM Computer Curriculum 2020 ที่จัดแบ่งสาขาคอมพิวเตอร์ออกเป็น 7]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผมอยากรู้ว่าจนถึงตอนนี้ มีชาติมหาอำนาจใดบ้าง ที่เก่งด้านคอมพิวเตอร์ โดยตัวชี้วัดคือ งานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ สิทธิบัตรที่มีการจดทะเบียน สถาบันการศึกษาที่ได้คะแนนชั้นนำ และ บริษัทคอมพิวเตอร์ใหญ่โตที่อยู่ในประเทศนั้น ๆ</p>



<p>ผลที่ได้จากการถาม #ChatGPT ผมได้สั่งให้รวบรวมออกมาเป็นตารางเดียว จะได้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/04/top_ten_computer_fields_2023_2024.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="858" height="645" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/04/top_ten_computer_fields_2023_2024.jpg" alt="" class="wp-image-3198" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/04/top_ten_computer_fields_2023_2024.jpg 858w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/04/top_ten_computer_fields_2023_2024-300x226.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/04/top_ten_computer_fields_2023_2024-768x577.jpg 768w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/04/top_ten_computer_fields_2023_2024-800x600.jpg 800w" sizes="(max-width: 858px) 100vw, 858px" /></a><figcaption>ภาพที่ 1 สิบอันดับชาติมหาอำนาจด้านคอมพิวเตอร์ ปี ค.ศ. 2023-2024</figcaption></figure>



<p>ผมสั่งให้ #ChatGPT แบ่งสาขาทางคอมพิวเตอร์ตามมาตรฐานที่กำหนดโดย ACM ที่เรียกว่า <a href="https://www.acm.org/binaries/content/assets/education/curricula-recommendations/cc2020.pdf">ACM Computer Curriculum 2020</a> ที่จัดแบ่งสาขาคอมพิวเตอร์ออกเป็น 7 สาขา คือ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ วิทยาการข้อมูล และ ความมั่นคงทางไซเบอร์ (ใครอยากรู้ว่าแต่ล่ะสาขาครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง ผมมีเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ หาอ่านได้จาก <a href="https://www.parinya.net/node/2835">จัดหมู่สาขาวิชาใน Computing Curricula 2005</a> แต่มันไม่ครบนะ มันยังไม่ทันสมัย เพราะมันอิงกับปี 2005 ไม่ได้อิงกับปี 2020)</p>



<p> แล้วให้ #ChatGPT จัดอันดับสิบชาติมหาอำนาจของแต่ล่ะสาขาออกมา ซึ่งได้ผลตามภาพที่ 1 ข้างบน</p>



<p>จากการจัดอันดับ สหรัฐอเมริกานำโด่งเป็นที่หนึ่งในทุกสาขาคอมพิวเตอร์ อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะชาตินี้เป็นผู้ริเริ่มคิดค้นประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ และก็ไม่เคยหยุดพัฒนาในทุกสาขาคอมพิวเตอร์เลย</p>



<p>สำหรับที่สองนี่ก็น่าสนใจ สหราชอาณาจักรเป็นที่สองในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ ในขณะที่อินเดียเป็นที่สองในสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ในสายตาประชาคมโลก อินเดียเป็นชาติที่เขียนโปรแกรมและนำโปรแกรมใหญ่ ๆ มาใช้จริงในองค์กรได้เก่งมาก ส่วนจีนเป็นที่สองในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ พิสูจน์จากปัจจุบันเปเปอร์งานวิจัยในสาขานี้ของจีนมีจำนวนเยอะมาก กระจายอยู่ทั้งใน IEEE และ ACM และสุดท้ายคืออิสราเอลที่เป็นที่สองในสาขาความั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งแสดงว่าอิสราเอลแฮ็คกระจาย</p>



<p>ในตำแหน่งของลำดับที่สาม ก็กระจายแบ่ง ๆ กันไป คือ มหาอำนาจตะวันออกอย่างจีนและเกาหลีใต้ เป็นที่สามในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยีสารสนเทศ ในขณะที่มหาอำนาจตะวันตกอย่างเยอรมัน ออสเตรเลีย แคนาดา สหราชอาณาจักร เป็นที่สามในสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ระบบสารสนเทศ วิทยาการข้อมูล และ ความมั่นคงทางไซเบอร์</p>



<p>มีเรื่องน่าสนใจอย่างนึงที่สังเกตเห็น คือจีนซึ่งเป็นมหาอำนาจอันดับสองของโลก กลับไม่ติดสิบชาติมหาอำนาจในสองสาขาคอมพิวเตอร์ คือ วิศวกรรมซอฟต์แวร์และระบบสารสนเทศ มันบอกให้รู้ว่าจีนยังสร้างซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ไม่ค่อยได้ และยังไม่ชำนาญในการเอาคอมพิวเตอร์ไปปรับปรุงในกระบวนการเชิงพาณิชย์ได้ดีนัก</p>



<p>ข่าวร้ายนิดนึงก็คือ ไทยเราไม่ได้ติดอันดับสิบชาติมหาอำนาจด้านคอมพิวเตอร์ในสาขาใดเลย ในขณะที่สิงค์โปรติดอันดับเจ็ดในสาขาระบบสารสนเทศ และติดอันดับเก้าในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นการบอกให้รู้ว่าสิงค์โปรเก่งคอมพิวเตอร์กว่าไทยหลายสาขาและหลายขุมเลยล่ะ</p>



<p>เนื่องจากผลที่ได้เกิดจากการถาม #ChatGPT มันเลยไม่มีการอ้างอิงหรือตรวจสอบอะไรที่เป็นสถิติเชิงประจักษ์ได้ ทั้งหมดล้วนเป็นสถิติเชิงอนุมานที่สังเคราะห์โดย #ChatGPT ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับวิจารญาณของคนอ่านว่าจะเชื่อถือข้อมูลนี้หรือเปล่า แต่บอกตามจริงนะ เห็น ๆ กันอยู่ว่ามันน่าเชื่อถืออยู่แล้ว</p>



<p>สามารถอ่านบทสนทนาได้ตาม<a href="https://chat.openai.com/share/c25b97a2-7e84-452c-8583-7ec2e9695bfa">ลิงก์</a>นี้</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/3197/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สิบอันดับชาติมหาอำนาจ ปี ค.ศ. 2023-2024</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/3160</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/3160#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Mar 2024 12:36:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ChatGPT]]></category>
		<category><![CDATA[chatgpt4]]></category>
		<category><![CDATA[global power]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=3160</guid>

					<description><![CDATA[ชาติไทยเราไม่ได้ติดสิบอันดับชาติมหาอำนาจ แต่โลกมันแคบ เพื่อนบ้านเราอาจติดสิบอันดับชาติมหาอำนาจก็ได้ ดังนั้น เรารู้ไว้ก่อนก็เป็นการดี จะได้ดูลู่ทางประกอบวิชาชีพและเข้าใจพลวัตของโลกใบนี้ ผมใช้ ChatGPT4 ให้จัดสิบอันดับชาติมหาอำนาจ ปี ค.ศ. 2023 &#8211; 2024 (พ.ศ. 2566 &#8211; 2567) โดยเริ่มจากอำนาจรวม แล้วแยกประเภทของอำนาจแข็งกับอำนาจอ่อน จากนั้นลงรายละเอียดของทั้งสองอำนาจ เพื่อจะได้เห็นว่าชาติใดมีความชัดเจนของอำนาจในด้านใดบ้าง 1. อำนาจรวม จากตารางที่]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ชาติไทยเราไม่ได้ติดสิบอันดับชาติมหาอำนาจ แต่โลกมันแคบ เพื่อนบ้านเราอาจติดสิบอันดับชาติมหาอำนาจก็ได้ ดังนั้น เรารู้ไว้ก่อนก็เป็นการดี จะได้ดูลู่ทางประกอบวิชาชีพและเข้าใจพลวัตของโลกใบนี้</p>



<p>ผมใช้ ChatGPT4 ให้จัดสิบอันดับชาติมหาอำนาจ ปี ค.ศ. 2023 &#8211; 2024 (พ.ศ. 2566 &#8211; 2567) โดยเริ่มจากอำนาจรวม แล้วแยกประเภทของอำนาจแข็งกับอำนาจอ่อน จากนั้นลงรายละเอียดของทั้งสองอำนาจ เพื่อจะได้เห็นว่าชาติใดมีความชัดเจนของอำนาจในด้านใดบ้าง</p>



<h2 class="wp-block-heading">1.  อำนาจรวม</h2>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/1_overall_power_rankings-v03.jpg"><img decoding="async" width="800" height="433" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/1_overall_power_rankings-v03.jpg" alt="" class="wp-image-3173" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/1_overall_power_rankings-v03.jpg 800w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/1_overall_power_rankings-v03-300x162.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/1_overall_power_rankings-v03-768x416.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a><figcaption><span style="text-decoration: underline;">ตารางที่ 1</span>: อำนาจรวมของสิบอันดับชาติมหาอำนาจ ปี ค.ศ. 2023 &#8211; 2024 (พ.ศ. 2566 &#8211; 2567)</figcaption></figure></div>



<p>จากตารางที่ 1 จะเห็นว่าสิบชาติมหาอำนาจจะแบ่งได้เป็นสองพวกใหญ่ ๆ คือ กลุ่ม G7 (เกือบครบ) ซึ่งเป็นมหาอำนาจตะวันตกได้แก่สหรัฐ (United States) สหราชอาณาจักร (United Kingdom) เยอรมัน (Germany) ฝรั่งเศส (France) ญี่ปุ่น (Japan) แคนาดา (Canada) และ ออสเตรเลีย (Australia) ในขณะที่อิตาลี (Italy) ซึ่งเป็นชาติ G7 กลับไม่ได้อยู่ในอันดับสิบชาติมหาอำนาจ กลายเป็นออสเตรเลียเข้ามาติดอันดับแทน</p>



<p>อีกกลุ่มคือกลุ่ม BRICS (เกือบครบ) ซึ่งเป็นมหาอำนาจตะวันออกได้แก่ จีน (China) รัสเซีย (Russia) และ อินเดีย (India) นี่ถ้าบราซิล (Brazil) กับแอฟริกาใต้ (South Africa) เข้ามาอยู่ในสิบชาติมหาอำนาจด้วย ก็ถือว่ากลุ่ม BRICS เข้าวินกันมาครบ แต่คือเข้ามาได้แค่สามชาติ แสดงให้เห็นว่ามหาอำนาจตะวันออก ยังโตได้ไม่เต็มที่</p>



<h2 class="wp-block-heading">2.  อำนาจแข็ง</h2>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/2_hard_power_rankings.jpg"><img decoding="async" width="894" height="520" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/2_hard_power_rankings.jpg" alt="" class="wp-image-3164" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/2_hard_power_rankings.jpg 894w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/2_hard_power_rankings-300x174.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/2_hard_power_rankings-768x447.jpg 768w" sizes="(max-width: 894px) 100vw, 894px" /></a><figcaption><span style="text-decoration: underline;">ตารางที่ 2.1</span>   อำนาจแข็งของสิบอันดับชาติมหาอำนาจ ปี ค.ศ. 2023 &#8211; 2024 (พ.ศ. 2566 &#8211; 2567) </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/4_hard_power_rankings.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" width="899" height="692" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/4_hard_power_rankings.jpg" alt="" class="wp-image-3167" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/4_hard_power_rankings.jpg 899w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/4_hard_power_rankings-300x231.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/4_hard_power_rankings-768x591.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 899px) 100vw, 899px" /></a><figcaption> <span style="text-decoration: underline;">ตารางที่ 2.2</span>   อำนาจแข็งของสิบอันดับชาติมหาอำนาจ แยกตามหมวดหมู่ ปี ค.ศ. 2023 &#8211; 2024 (พ.ศ. 2566 &#8211; 2567) </figcaption></figure></div>



<p>อ้างตามตารางที่ 2.2 ChatGPT4 แบ่งอำนาจแข็งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ กำลังทหาร (Military Strength) อำนาจเศรษฐกิจ (Economic Power) อิสรภาพทางพลังงานและทรัพยากร (Energy Independence and Resources) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Technological Advancements) และ อิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Influence)</p>



<p>โดยภาพรวมของอำนาจแข็ง สหรัฐ จีน และ รัสเซีย เป็นอันดับที่หนึ่งถึงสามอย่างชัดเจน (อ้างตามตารางที่ 2.1) โดยสหรัฐยังคงเป็นที่หนึ่งเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านอิสรภาพทางพลังงานและทรัพยากรที่เป็นรองรัสเซีย ในขณะที่จีนเป็นที่สองในหลายด้าน ยกเว้นด้านอิสรภาพทางพลังงานและทรัพยากรที่ไม่ติดสามอันดับแรก และ ยังเป็นรองด้านกำลังทหารเมื่อเทียบกับรัสเซียและสหรัฐ</p>



<p>การที่รัสเซียซึ่งเป็นที่สองด้านกำลังทหาร และจีนซึ่งเป็นที่สองด้านเศรษฐกิจ มาจับมือกันเป็นมหาอำนาจตะวันออก ย่อมทำให้สถานะมหาอำนาจหลายขั้วสามารถปรากฎเป็นจริงขึ้นได้ในยุคปัจจุบัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">3.  อำนาจอ่อน</h2>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/3_soft_power_rankings-1.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" width="905" height="523" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/3_soft_power_rankings-1.jpg" alt="" class="wp-image-3169" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/3_soft_power_rankings-1.jpg 905w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/3_soft_power_rankings-1-300x173.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/3_soft_power_rankings-1-768x444.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 905px) 100vw, 905px" /></a><figcaption> <span style="text-decoration: underline;">ตารางที่ 3.1</span>   อำนาจอ่อนของสิบอันดับชาติมหาอำนาจ ปี ค.ศ. 2023 &#8211; 2024 (พ.ศ. 2566 &#8211; 2567) </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/5_soft_power_rankings.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" width="896" height="688" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/5_soft_power_rankings.jpg" alt="" class="wp-image-3170" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/5_soft_power_rankings.jpg 896w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/5_soft_power_rankings-300x230.jpg 300w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2024/03/5_soft_power_rankings-768x590.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 896px) 100vw, 896px" /></a><figcaption>  <span style="text-decoration: underline;">ตารางที่ 3.2</span>   อำนาจอ่อนของสิบอันดับชาติมหาอำนาจ แยกตามหมวดหมู่ ปี ค.ศ. 2023 &#8211; 2024 (พ.ศ. 2566 &#8211; 2567)  </figcaption></figure></div>



<p>อ้างตามตารางที่ 3.2 ChatGPT4 แบ่งอำนาจอ่อนออกเป็น 5 อำนาจ ได้แก่ อิทธิพลด้านวัฒนธรรม (Cultural Influence) อิทธิพลด้านการฑูต (Diplomatic Influence) ความเป็นเลิศด้านการศึกษาและสถาบันการศึกษา (Educational and Academic Excellence) ภาพลักษณ์ในสายตาประชาคมโลก (Global Imaging and Branding) และ ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาและมนุษยธรรม (Development Aid and Humanitarian Efforts)</p>



<p>จะเห็นว่ามหาอำนาจตะวันตกนำโดยสหรัฐ นำทิ้งห่างมหาอำนาจตะวันออกในด้านอำนาจอ่อนอย่างไม่เห็นฝุ่น ซึ่งสามารถยกตัวอย่างโดยความเห็นส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม การแต่งตัว การอยู่ การกิน ระบบชั่งตวงวัด ดนตรี จิตรกรรม ปฏิมากรรม ระบบการศึกษา ภาพยนต์ ละครชุด การ์ตูน และ สื่อมวลชน ที่ผ่านมาล้วนถูกครอบงำโดยมหาอำนาจตะวันตกทั้งสิ้น ดังนั้น คงอีกนานกว่าที่มหาอำนาจตะวันออกจะขยายอำนาจอ่อนขึ้นมาทัดเทียมกับมหาอำนาจตะวันตกได้</p>



<h2 class="wp-block-heading">4.  บทสรุป</h2>



<p>ส่วนตัวมองว่า ChatGPT4 จะให้น้ำหนักในการจัดอันดับ โดยอิงน้ำหนักไปที่อำนาจแข็งมากกว่าอำนาจอ่อน คงเป็นเพราะอำนาจแข็งเป็นเรื่องของความมั่นคงที่สำคัญ ชี้วัดความอยู่รอดของชาติได้มากกว่าอำนาจอ่อน</p>



<p>ไทยเราไม่ได้มีพรมแดนทางบกติดกับสิบอันดับชาติมหาอำนาจ แต่เห็นได้ชัดว่าในทางภูมิรัฐศาสตร์เราอยู่ใกล้กับสองในสิบอันดับชาติมหาอำนาจ คือ จีน และ อินเดีย โชคดีที่พรมแดนไทยไม่ได้ติดกับจีนเพราะมีเมียนมาร์กับลาวกั้นเอาไว้ และไม่ติดกับอินเดียเพราะมีเมียนมาร์กั้นเอาไว้เช่นกัน</p>



<p>แต่ในด้านทางทะเล ทั้งสิบอันดับชาติมหาอำนาจ ล้วนสามารถแวะมาหาไทยเราได้ทั้งสิ้น!!!</p>



<p>สำหรับการอ้างอิงว่า ChatGPT4 เป็นผู้ให้ผลลัพธ์ดังกล่าวจริงหรือเปล่า สามารถกดดูได้ที่<a href="https://chat.openai.com/share/27a03140-39db-4e00-b483-61ec36d2ae76">ลิงก์</a>นี้ครับ ผมแชร์เอาไว้แล้ว</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/3160/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>STEM น่ะแหล่ะ</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/3129</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/3129#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jan 2024 09:05:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[STEM]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=3129</guid>

					<description><![CDATA[หนึ่งปีที่ผ่านมาผมลงหลักสูตรของ Udemy เรียนสารพัดวิชาเยอะมาก เลือกเรียนวิชาที่ตัวเองอ่อน ปรากฎว่าอ่อนมันทุกวิชาเลยเรียนมันทุกวิชา จริง ๆ แล้วต้องโฟกัสนิดนึงว่า ที่ว่าอ่อน ผมโฟกัสเรื่อง STEM ที่ตัวเองอ่อน วิชาในโลกมีเป็นแสนวิชา ถ้าต้องเรียนทุกวิชาที่ตัวเองอ่อน สงสัยเรียนไปอีกหลายชาติ ผ่านมาปีนึงแล้วที่ตั้งอกตั้งใจเรียน ทั้ง ควอนตัมคอมพิวเตอร์ นาโนเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ แมคคาทรอนิกส์ ไมโครคอนโทรลเลอร์ ระบบฝังตัว แคลคูลัส และ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หนึ่งปีที่ผ่านมาผมลงหลักสูตรของ Udemy เรียนสารพัดวิชาเยอะมาก เลือกเรียนวิชาที่ตัวเองอ่อน ปรากฎว่าอ่อนมันทุกวิชาเลยเรียนมันทุกวิชา</p>



<p>จริง ๆ แล้วต้องโฟกัสนิดนึงว่า ที่ว่าอ่อน ผมโฟกัสเรื่อง STEM ที่ตัวเองอ่อน วิชาในโลกมีเป็นแสนวิชา ถ้าต้องเรียนทุกวิชาที่ตัวเองอ่อน สงสัยเรียนไปอีกหลายชาติ</p>



<p>ผ่านมาปีนึงแล้วที่ตั้งอกตั้งใจเรียน ทั้ง ควอนตัมคอมพิวเตอร์ นาโนเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ แมคคาทรอนิกส์ ไมโครคอนโทรลเลอร์ ระบบฝังตัว แคลคูลัส และ การทำเกมด้วย Unity กับ RPG Maker MZ ผลคือบางตัวได้รู้ลึก ส่วนบางตัวได้รู้กว้าง และเพราะหลายวิชาต้องมีปฏิบัติบ้างถึงจะเข้าใจเพิ่มขึ้น แต่ผมไม่ได้ปฏิบัติ เน้นแต่ทฤษฎี ดังนั้น เลยเลือกรู้กว้างเอาไว้ก่อน</p>



<p>ทำไมต้องเรียน เรียนไปทำไม?</p>



<p>เหตุผลง่าย ๆ โลกมันกำลังขับเคลื่อนเร็วมากด้วย STEM และเดิมมันขับเคลื่อนโดยฟากตะวันตก แต่ตอนนี้ฟากตะวันออกก็แข่งกันขับเคลื่อนด้วย ส่งผลให้ของเจ๋ง ๆ จาก STEM โผล่กันออกมาเต็มไปหมด ในเมื่อไม่มีปัญญาทำมันเองได้ ก็ขอเข้าใจหลักการทำงานของมันได้ก็ยังดี</p>



<p>ที่สำคัญ ประชากรเกิดใหม่กำลังลดลง ส่วนคนก็อายุยืนขึ้น สังคมกำลังจะกลายเป็นสังคมคนแก่ คนแก่แรงก็ไม่ค่อยจะมี สุขภาพก็ไม่ค่อยดี เหลืออย่างเดียวที่พอจะเกื้อกูลสังคมได้ ก็คือสมองที่ยังแจ่มใสและอัดแน่นด้วยความรู้ เพื่อที่จะให้คำปรึกษาสังคม หรือแม้กระทั่งไปคิดไปทำเองก็ยังพอได้</p>



<p>โชคดีที่อะไรที่เกี่ยวกับ STEM ส่วนใหญ่ มันถูกยกขึ้นมาอยู่บนระบบคอมพิวเตอร์ มือถือ และ กลุ่มเมฆ เกือบหมดแล้ว ทำให้การคิดหรือทำอะไรกับมัน เป็นการนั่งทำงาน ไปหาที่เย็น ๆ นั่งทำได้ จะทำที่ไหนก็ได้ แถมเดี๋ยวนี้อุปกรณ์ราคาไม่แพง อินเทอร์เน็ตก็เร็ว ระบบไร้สายก็แข็งแรง ดีไปหมด</p>



<p>เราอาจเข้าใจว่ายุคถัดจากนี้จะเป็นยุคที่เอไอกับหุ่นยนต์เข้ามาในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้เราไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้าน STEM ก็ได้ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ใช้งาน จะคิดแบบนี้ก็ได้นะ แต่คนส่วนน้อยที่เป็นผู้คิดค้นและพัฒนา ซึ่งผมก็เป็นคนส่วนน้อยนี่แหล่ะ จะคิดงี้ไม่ได้</p>



<p>และเมื่อผมคิดว่าจะคิดงี้ไม่ได้ (ซึ่งเป็นการคิดเองเออเองนะ) ผมก็เลยต้องมานั่งแกะทีล่ะตัวของ STEM ว่าผมอ่อนอะไรบ้าง และสนใจอะไรบ้าง แล้วก็เลือกเรียนวิชาในหัวข้อนั้น ๆ</p>



<h4 class="wp-block-heading">S = Science = วิทยาศาสตร์</h4>



<p>ถ้า Science หมายถึง ฟิลิกส์ เคมี ชีววิทยา แล้วล่ะก็ ต้องบอกเลยว่าช่วงปีที่ผ่านมา ผมไม่ได้ลงหลักสูตรอะไรเกี่ยวกับพวกนี้เลย มันเป็นวิชาที่บริสุทธิ์ พื้นฐาน และเชิงทฤษฎีมาก จะเอาไปปฏิบัติได้ต้องต่อหลายยอด และที่สำคัญ วิชาพวกนี้มันกว้างมาก แถมเคยเรียนมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว ผมเลยคิดว่า ผมไม่ลงหลักสูตรเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ดีกว่า</p>



<h4 class="wp-block-heading">T = Technology = เทคโนโลยี</h4>



<p>เทคโนโลยีนี่แหล่ะคือสิ่งที่ต่อหลายยอดจากวิทยาศาสตร์ ผมน่าจะเรียนวิชาในหัวหมวดนี้เยอะสุด ทั้ง ควอนตัมคอมพิวเตอร์ นาโนเทคโนโลยี และ การทำเกมด้วย Unity กับ RPG Maker MZ ผมจัดว่าอยู่ในหัวหมวดนี้หมด และเรียนครบก็พบว่า มีแต่การทำเกมด้วย Unity กับ RPG Maker MZ นี่แหล่ะ ที่พอจะเอาไปทำอะไรที่จับต้องเข้าถึงผู้คนได้ นอกเหนือจากนี้ คือเรียนเอารู้เฉย ๆ เพราะมันยังไกลตัวอยู่</p>



<h4 class="wp-block-heading">E = Engineering = วิศวกรรม</h4>



<p>ผมไม่ใช่สายวิศวกรรม เป็นสายวิทยาศาสตร์แท้ ๆ ดังนั้น วิชาวิศวกรรมนี่ไม่เคยเรียนมาก่อนแน่ ๆ เลยต้องเตรียมใจนิดนึงว่าผมจะไม่รู้เรื่อง แล้วก็จริงอย่างที่คิด มันอย่างยาก ต้องทวนหลาย ๆ รอบถึงพอจะเข้าหัว ผมเลือกเรียนเฉพาะวิศวกรรมที่เกี่ยวกับไฟฟ้า เพราะมันใกล้ตัวนิดนึง ใกล้กับเรื่องคอมพิวเตอร์ ก็เลยลงเรียน อิเล็กทรอนิกส์  แมคคาทรอนิกส์ ระบบฝังตัว และ ไมโครคอนโทรลเลอร์ เรียนเสร็จก็ได้แต่ร้องโอ้โห เราคงทำชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของมันไม่ได้ ทำได้อย่างมากก็คือเอาชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่มีบริษัทผลิตขายมาประกอบกัน แล้วถ้าเอาของจริงมาประกอบก็เปลืองตังค์ด้วย งั้นก็คงต้องลองประกอบมันในโปรแกรมจำลองก่อน แล้วถึงจะใจกล้า ๆ ไปเอาของจริงมาประกอบตามโปรแกรมจำลองให้มันเกิดชิ้นงานจับต้องใช้งานได้อีกทีนึง</p>



<p>ผมมีถาม ChatGPT นะ ว่ามีใครจำคุณสมบัติของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของทุกรุ่น ทุกแบรนด์ และทุกเบอร์ ได้มั้ย มันตอบเลยว่าไม่มีทาง ใครจะไปจำได้ สิ่งที่ทำได้คือเราต้องกำหนดความอยากของเราก่อน แล้วค่อยไปค้นว่ามีชิ้นส่วนไหนเอามาประกอบแล้วตรงกับความอยากของเรา ความยากของอิเล็กทรอนิกส์ ระบบฝังตัว และ ไมโครคอนโทรลเลอร์ เลยไม่ใช่เรื่องของการผลิตชิ้นส่วนล่ะ แต่เป็นเรื่องของการค้นหาชิ้นส่วนที่มีเป็นแสน ๆ รุ่น/แบรนด์/เบอร์ ว่าอันไหนมันเอามาประกอบแล้ว ทำได้อย่างที่เราต้องการที่สุด ได้ประสิทธิภาพด้านพลังงาน พื้นที่ และ ความเร็ว มากเท่าที่ต้องการที่สุด ซึ่งเรื่องพวกนี้มันเป็นประสบการณ์ พอเห็นเป็นอย่างนี้แล้ว ผมก็เลยเรียนเพื่อให้คุยกับวิศวกรให้พอเข้าใจกันก็ได้ก็พอ ส่วนไอ้ที่ยาก ๆ ก็ปล่อยให้วิศวกรตัวจริงคิดทำต่อไปแล้วกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading">M = Mathematic = คณิตศาสตร์</h4>



<p>ผมอ่อนแคลคูลัส อ่อนแบบว่าท่องสูตรได้ แต่พอเจอโจทย์จริงก็ทำไม่ค่อยได้ เลยไปเอาตัวรอดด้วย สถิติ ความน่าจะเป็น พีชคณิตเชิงเส้น และ เรขาคณิตวิเคราะห์แทน ซึ่งก็ทำให้พอรอดชีวิตมาได้มาจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็นั่นแหล่ะ ของยากด้านวิทยาศาสตร์มักรองรับด้วยแคลคูลัส และบรรดาเปเปอร์งานวิจัยทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ยาก ๆ ก็ล้วนแต่สอดไส้คาราเมลด้วยแคลคูลัสทั้งนั้น ส่งผลให้ผมต้องตัดสินใจ ลังเล หันซ้ายหันขวา ตรึกตรอง ว่าจะรื้อฟื้นคณิตศาสตร์ด้านแคลคูลัสดีมั้ย และสุดท้ายผมก็ตัดสินใจว่า อือ เอาหน่อยแล้วกัน เพราะขนาดอินทิเกรตบายพาร์ต ยังท่องได้แต่สูตร แต่ทำจริงไม่ค่อยคล่องเลย จะรื้อฟื้นก็คงไม่สูญเปล่าซะทีเดียว ผมก็เลยเลือกที่จะเรียนแคลคูลัสสี่ตัว มีตัวหนึ่ง สอง สาม และ สมการอนุพันธ์</p>



<p>ผลคือผ่านมาปีนึงแล้ว เก็บได้แค่แคลคูลัสหนึ่งกับสอง ส่วนแคลคูลัสสามกับสมการอนุพันธ์ ยังดองเอาไว้ในไหอยู่เลย</p>



<p>แต่กลับไปทวนก็ดีอย่างนึงนะ เพราะตอนที่เคยเรียนพอไม่เข้าใจก็ข้ามไป ข้ามจนพื้นฐานอ่อน พอตอนนี้กลับไปเรียนใหม่ ที่เคยรู้สึกว่ามันยากก็เริ่มไม่ยากล่ะ เริ่มเข้าใจล่ะว่าทำไมมันเป็นงั้นเป็นงี้ แต่พอทำข้อสอบในหลักสูตร ก็ยังมีทำไม่ได้อยู่บ้าง โดยเฉพาะโจทย์ที่ยาก ๆ รู้สึกเลยว่าไม่รู้จะยากไปไหน แล้วก็ได้ร้องอ๋อเข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงต้องสอนวิชา ระเบียบวิธีเชิงตัวเลข เพื่อประมาณการผลลัพธ์ของสมการอันแสนซับซ้อน เพราะถ้าให้คำนวณตรง ๆ คงกินแรงน่าดู</p>



<h4 class="wp-block-heading">STEM</h4>



<p>ผมมีถาม ChatGPT เหมือนกันว่าตัว M ตัวสุดท้ายทำไมไม่ใช่ Medicine ที่เป็นการแพทย์ ซึ่งมันก็ตอบว่าการแพทย์อยู่ภายใต้ร่มของ S หรือก็คือวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว จะให้เพิ่มเป็น STEMM เพื่อแถมการแพทย์ไว้สุดท้ายก็กระไรอยู่</p>



<p>หนึ่งปีที่ผ่านมา ถึงแม้ผมจะเรียนมาเยอะมาก แต่ก็พบว่าสิ่งที่ถูกจริตตัวเองจริง ๆ คือ วิชาการทำเกมด้วย Unity ซึ่งผมลงเรียนไปตั้ง 3 วิชาแน่ะ และผมก็คิดว่าที่มันถูกจริตตัวเองก็คงเป็นเพราะมันเป็นสิ่งที่จบได้ด้วยเครื่องมือตัวเดียว คือ คอมพิวเตอร์ และเมื่อทำออกมาแล้วมันเอาไปเผยแพร่ได้ง่าย เผยแพร่ได้ไกล และเดี๋ยวนี้มีแพลตฟอร์มให้เผยแพร่ ไม่เหมือนกับอิเล็กทรอนิกส์ แมคคาทรอนิกส์ ระบบฝังตัว หรือ ไมโครคอนโทรลเลอร์ ที่มันต้องมีส่วนประกอบอื่นนอกจากคอมพิวเตอร์ และเมื่อทำได้แล้วมันต้องใช้เวลาทำซ้ำ และทุกการทำซ้ำก็มีต้นทุน เพราะเป็นสิ่งจับต้องได้ ทำให้เผยแพร่ยาก เผยแพร่ไปได้ไม่ไกล</p>



<p>ผมคิดว่า STEM ที่แต่ล่ะคนสนใจคงไม่เหมือนกัน แต่ของผมก็คงประมาณนี้แหล่ะ</p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/3129/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมาร์ทจิวเวลรี่</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/3035</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/3035#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2023 03:20:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทจิวเวลรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=3035</guid>

					<description><![CDATA[มันมีกรณีศึกษาทางธุรกิจนึงที่ตัวเองสนใจ เลยค้นคว้าไปเรื่อย ๆ แล้วก็ได้ข้อมูลปะติดปะต่อมาระดับนึง เป็นเรื่องของบริษัท Ringly ที่สหรัฐอเมริกา ประกอบกิจการผลิตและขายสมาร์ทจิวเวลรี่ ผู้ก่อตั้งมี 2 คน เป็นผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้หญิงจบการออกแบบ UX/UI จากมหาวิทยาลัยคานากี้เมลล่อน ส่วนผู้ชายจบวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยเอ็มไอที สินค้าที่ผลิตและขาย เป็นแหวนและกำไลข้อมือ ประดับหินเทอคว้อยซึ่งเป็นหินที่ฝรั่งเค้าชอบกัน ภายในหัวแหวนและแผงกำไล บรรจุไมโครคอนโทรลเลอร์และวงจรที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้สื่อสาร Bluetooth กับสมาร์ทโฟน คุณสมบัติของแหวนและกำไลข้อมือ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>มันมีกรณีศึกษาทางธุรกิจนึงที่ตัวเองสนใจ เลยค้นคว้าไปเรื่อย ๆ แล้วก็ได้ข้อมูลปะติดปะต่อมาระดับนึง</p>



<p>เป็นเรื่องของบริษัท Ringly ที่สหรัฐอเมริกา ประกอบกิจการผลิตและขายสมาร์ทจิวเวลรี่</p>



<p>ผู้ก่อตั้งมี 2 คน เป็นผู้หญิงกับผู้ชาย</p>



<p>ผู้หญิงจบการออกแบบ UX/UI จากมหาวิทยาลัยคานากี้เมลล่อน ส่วนผู้ชายจบวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยเอ็มไอที</p>



<p>สินค้าที่ผลิตและขาย เป็นแหวนและกำไลข้อมือ ประดับหินเทอคว้อยซึ่งเป็นหินที่ฝรั่งเค้าชอบกัน ภายในหัวแหวนและแผงกำไล บรรจุไมโครคอนโทรลเลอร์และวงจรที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้สื่อสาร Bluetooth กับสมาร์ทโฟน</p>



<p>คุณสมบัติของแหวนและกำไลข้อมือ สามารถติดตามกิจกรรมทางสุขภาพของผู้สวมใส่ได้</p>



<p>สินค้าของ Ringly มีสิทธิบัตรการประดิษฐ์คุ้มครองจำนวน 6 ฉบับ ชื่อผู้ประดิษฐ์ของสิทธิบัตรทั้ง 6 ฉบับก็คือผู้ก่อตั้งบริษัท Ringly ทั้ง 2 คนกับวิศวกรไฟฟ้าอีก 1 คนที่ทำงานอยู่ในบริษัทผลิตไมโครชิปที่ตั้งอยู่ในยุโรป</p>



<p>ปะติดปะต่อได้ว่า คงไปจ้างบริษัทในยุโรปเพื่อทำ ODM กัน และการผลิตที่ยุโรปคงถูกกว่าที่สหรัฐ</p>



<p>บริษัท Ringly ได้รับเงินทุนเพื่ออุดหนุนกิจการจาก VC หลายครั้งตลอด 7 ปี มูลค่ารวม 200 ล้านบาท</p>



<p>แต่หลังจาก 7 ปี บริษัท Ringly ก็ยุติกิจการ ผู้ก่อตั้งบริษัททั้ง 2 คนแยกย้ายกันไปเป็นพนักงานที่อื่น ส่วนลูกค้าก็มีบ่น ๆ กันนิดหน่อยว่าจะหาที่ไหน MA สินค้าของ Ringly ต่อได้บ้าง?</p>



<p>อะไรคือสาเหตุที่ทำให้บริษัทซึ่งผู้ก่อตั้งเป็นคนฉลาดระดับต้น ๆ ของโลก อยู่ในสังคมเสรี สภาพแวดล้อมการลงทุนที่เป็นมิตร ได้ทุนทำกิจการอย่างต่อเนื่องถึง 200 ล้านบาท และมีความสัมพันธ์อันดีกับบริษัทไมโครชิประดับโลกในภาคพื้นยุโรป แต่กลับเดินทางไปได้เพียง 7 ปีเท่านั้น?</p>



<p>เป็นสิ่งที่ส่วนตัวเก็บมาคิด!!!</p>



<p>ผู้ก่อตั้งไม่ได้ให้รายละเอียดของการยุติกิจการ ทำให้ต้องประเมินด้วยตัวเอง</p>



<p>จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าสินค้าทับที่และก้ำกึ่ง ไม่เข้าพวกกับจิวเวลรี่ชั้นสูงที่เป็นทอง 18K ประดับเพชรแท้ แต่คล้ายคลึงกับงานเงินประดับหินสี และเนื่องจากชูจุดเด่นที่สามารถติดตามกิจกรรมของผู้สวมใส่ได้ ทำให้มันไม่ได้ถูกเปรียบเทียบกับจิวเวลรี่ แต่ถูกเปรียบเทียบว่าเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ฉลาดแทน</p>



<p>ซึ่งในตลาดมีอุปกรณ์สวมใส่ที่ฉลาดอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Apple, Garmin, Fitbit, MI และ Huawei ซึ่งอุปกรณ์เหล่านั้นพัฒนามาจาก “นาฬิกา” อีกทอดหนึ่ง</p>



<p>จิวเวลรี่ที่พัฒนาไปเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ฉลาด เมื่อต้องปะทะกับนาฬิกาที่พัฒนาไปเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ฉลาด จึงถือเป็นคนล่ะน้ำหนักกัน แต่ต้องมาสู้กันในน้ำหนักเดียวกัน</p>



<p>น้ำหนักรุ่นแบนตัมเวท ต้องไปต่อยกับน้ำหนักรุ่นเฟเทอร์เวท เพื่อชิงตำแหน่งในรุ่นเฟเทอร์เวท ต้องแบกน้ำหนักถึง 2 รุ่น</p>



<p>ทำไมเป็นอย่างนั้น?</p>



<p>ก็เพราะโดยปรกติสำหรับจิวเวลรี่ สินค้าที่แพ้ทางมีอยู่ 2 ชนิด คือ “นาฬิกา” กับ “กระเป๋า” ถือว่าน้ำหนักอยู่ห่างกัน 1 รุ่นอยู่ก่อนแล้ว</p>



<p>ดังนั้น เมื่อต่างฝ่ายต่างพัฒนาไปเป็นอุปกรณ์สวมใส่เพื่อติดตามกิจกรรมของผู้สวมใส่ ก็ยิ่งทำให้น้ำหนักห่างกันขึ้นไปอีก 1 รุ่น เพราะความเป็นนาฬิกา มันมี UX/UI ที่เหนือกว่าจิวเวลรี่!!!</p>



<p>เมื่อประเมินมาถึงตรงนี้ก็ได้คำตอบขั้นต้นว่า คู่ต่อสู้ของ Ringly จึงไม่ใช่ Cartier, Tiffany &amp; Co, Bvlgari หรือ Van Cleef&amp;Arpels แต่เป็น Apple, Garmin, Fitbit, MI และ Huawei ซึ่งน้ำหนักห่างกันถึง 2 รุ่น!!!</p>



<p>ส่วนตัวคิดว่าสมาร์ทจิวเวลรี่ยังมีทางของมันอยู่ แต่เมื่ออยู่ในรุ่นแบนทัมเวท ก็ไม่ควรข้ามไปต่อยในรุ่นเฟเทอร์เวท</p>



<p>ซึ่งผู้ก่อตั้ง Ringly เองก็คิดแบบเดียวกันในเรื่องที่ว่าจิวเวลรี่ฉลาดมีทางของมัน เพียงแต่เขาเริ่มเรียกมันว่า “อุปกรณ์สวมใส่” แทน เห็นได้จาก Blog สุดท้ายในเว็บ Ringly ที่บอกเอาไว้ว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>We’re still believers in wearable tech and its ability to make us healthier and happier. We look forward to seeing the category grow and evolve over the next few years and are proud we were able to be an early part of the story.</p><cite>www.ringly.com</cite></blockquote>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/3035/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จีนนำสหรัฐในเทคโนโลยีปฏิวัติโลก</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/3002</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/3002#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Mar 2023 06:53:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Review]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=3002</guid>

					<description><![CDATA[ผมเพิ่งอ่านเอกสารรายงานเชิงวิจัยด้านสถิติของ สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์แห่งชาติออสเตรเลีย หรือ ASPI จบลงไปเมื่อวานนี้ มันเป็นรายงานที่ออกมาเมื่อเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2566 นี้เอง มันเป็นรายงานที่มีจุดประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลยุทธศาสตร์ ในด้านการติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปฏิวัติโลก 44 หัวข้อ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ใครได้เป็นผู้นำในเทคโนโลยีเหล่านั้นก็จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน สามารถอ่านรายงานตัวเต็มได้ที่นี่ ASPI’s Critical Technology Tracker &#8211;&#160;The global race for]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผมเพิ่งอ่านเอกสารรายงานเชิงวิจัยด้านสถิติของ <a href="https://www.aspi.org.au/report/critical-technology-tracker">สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์แห่งชาติออสเตรเลีย</a> หรือ <a href="https://www.aspi.org.au/report/critical-technology-tracker">ASPI</a> จบลงไปเมื่อวานนี้ มันเป็นรายงานที่ออกมาเมื่อเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2566 นี้เอง มันเป็นรายงานที่มีจุดประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลยุทธศาสตร์ ในด้านการติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปฏิวัติโลก 44 หัวข้อ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ใครได้เป็นผู้นำในเทคโนโลยีเหล่านั้นก็จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน</p>



<p>สามารถอ่านรายงานตัวเต็มได้ที่นี่ <strong><a href="https://ad-aspi.s3.ap-southeast-2.amazonaws.com/2023-03/ASPIs%20Critical%20Technology%20Tracker_0.pdf?VersionId=ndm5v4DRMfpLvu.x69Bi_VUdMVLp07jw">ASPI’s Critical Technology Tracker &#8211;&nbsp;<em>The global race for future power</em></a></strong></p>



<p>รายงานมีจำนวน 84 หน้า ใช้เวลาเก็บข้อมูล 2 ปี จากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี โดยอ้างอิงจากจำนวนงานวิจัยตีพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง (วัดจากการถูกอ้างอิงจากงานวิจัยอื่นอีกทอดหนึ่ง) อ้างอิงจากสถาบันที่ผู้วิจัยสังกัดไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน หรือ องค์กรของรัฐ อ้างอิงว่าสถาบันฯ ตั้งอยู่ในประเทศไหน อ้างอิงจากสถานที่เรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และสถานที่ทำงานของผู้วิจัย และสุดท้ายอ้างอิงว่าสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีนั้น ๆ ครองส่วนแบ่งตลาดโดยใคร</p>



<p>ผลจากการวิจัยด้านสถิติออกมาอย่างเด่นชัดว่า จีนนำสหรัฐในเทคโนโลยีปฏิวัติโลก 37 หัวข้อจากทั้งหมด 44 หัวข้อ โดยที่เหลืออีก 7 หัวข้อสหรัฐเป็นผู้นำในเทคโนโลยีปฏิวัติโลกดังกล่าวอยู่!!!</p>



<p>พูดง่าย ๆ ก็คือ จีนและสหรัฐ เป็นเพียงสองชาติเท่านั้น ที่เป็นผู้นำในเทคโนโลยีปฏิวัติโลก โดยมีจีนนำโด่งและสหรัฐตามมาห่าง ๆ </p>



<p>ซึ่งเทคโนโลยีปฏิวัติโลกจำนวน 44 หัวข้อจากรายงานก็เป็นไปตามตารางข้างล่างนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><a href="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2023/03/ASPIs-Critical-Technology-Tracker_0.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" width="710" height="1024" src="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2023/03/ASPIs-Critical-Technology-Tracker_0-710x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3005" srcset="https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2023/03/ASPIs-Critical-Technology-Tracker_0-710x1024.jpg 710w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2023/03/ASPIs-Critical-Technology-Tracker_0-208x300.jpg 208w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2023/03/ASPIs-Critical-Technology-Tracker_0-768x1108.jpg 768w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2023/03/ASPIs-Critical-Technology-Tracker_0-1065x1536.jpg 1065w, https://www.parinya.net/wp-content/uploads/2023/03/ASPIs-Critical-Technology-Tracker_0.jpg 1165w" sizes="auto, (max-width: 710px) 100vw, 710px" /></a><figcaption> เทคโนโลยีปฏิวัติโลกจำนวน 44 หัวข้อ </figcaption></figure></div>



<p>เนื่องจากสถาบันที่ออกรายงานเชิงวิจัยฉบับนี้ เป็นชาติออสเตรเลียที่มองตนเองเป็นฝ่ายเดียวกับฝรั่งตะวันตก ดังนั้น ในรายงานจึงระบุอย่างชัดเจนว่าปัญหาคือ ฝรั่งตะวันตกซึ่งปกครองระบอบประชาธิปไตย กำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และสูญเสียสถานะความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีปฏิวัติโลกให้กับจีน ซึ่งเป็นชาติตรงข้ามทั้งในแง่การปกครองที่เป็นคอมมิวนิสต์ และไม่ใช่ฝรั่งตะวันตกผิวขาวพวกเดียวกัน</p>



<p>จีนกำลังเป็นผู้นำในเทคโนโลยีปฏิวัติโลกโดยส่วนใหญ่ และมีความเหนือชั้นมากจนกลายเป็นการผูกขาดทางเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงแก่ฝรั่งตะวันตกที่จะไล่ตามไม่ทัน</p>



<p>ในรายงานได้ระบุถึงวิธีแก้ปัญหา ซึ่งสามารถขมวดรวมไว้ในใจความง่าย ๆ คือ ฝรั่งตะวันตกต้องร่วมมือกันทั้งในด้านการวิจัยและข่าวกรอง รวมทั้งทุ่มเทงบประมาณลงทุนวิจัย เพื่อย่นระยะห่างของตนเองกับสถานะผู้นำทางเทคโนโลยีในหัวข้อที่จีนเป็นผู้นำ และต้องทำทุกวิถีทางให้หัวข้อที่พรรคพวกของตนเองเป็นผู้นำ (สหรัฐเป็นผู้นำใน 7 หัวข้อเทคโนโลยีปฏิวัติโลก) ยังคงเป็นผู้นำอยู่เสมอ</p>



<p>สหรัฐยังคงเป็นผู้นำในเทคโนโลยีปฏิวัติโลกจำนวน 7 หัวข้อ ได้แก่ การคำนวณประสิทธิภาพสูง การออกแบบและประกอบชิ้นส่วนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (แปลงข้อความเป็นเสียง แปลงเสียงเป็นข้อความ เข้าใจข้อความ) การคำนวณควอนตัม วัคซีนและมาตราการตอบโต้ทางการแพทย์ ดาวเทียมขนาดเล็ก และ ระบบปล่อยยานอวกาศ</p>



<p>ในรายงานระบุไว้ชัดเจนว่า วิธีแก้ปัญหาที่ถูกแนะนำในรายงาน ว่ากันตามจริงก็มีหลายชาติได้ลงมือไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการชะลอความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีปฏิวัติโลกหัวข้อนั้น ๆ ของจีนให้ช้าลง ซึ่งในรายงานไม่ได้ยกตัวอย่าง แต่ผมเองเห็นข่าวพวกนี้ผ่านตามาด้วยตัวเองแล้ว ยกตัวอย่างให้อ่านได้ เช่น </p>



<ul class="wp-block-list"><li>แคนาดาจับตัวลูกสาวเจ้าของหัวเหว่ย โดยอ้างว่าขายของให้อิหร่าน ฝ่าฝืนมาตรการที่ฝรั่งตะวันตกตั้งกันเอาไว้ เพื่อชะลอความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีการสื่อสารคลื่นความถี่วิทยุขั้นสูง (อ้างอิง 13.  Advanced radiofrequency communications (incl. 5G and 6G)) ของจีน</li><li>สหรัฐเดินสายให้ชาติยุโรปต่าง ๆ อย่าใช้โครงข่าย 5G ของหัวเหว่ย โดยอ้างความปลอดภัย เพื่อชะลอความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีการสื่อสารคลื่นความถี่วิทยุขั้นสูง (อ้างอิง 13.  Advanced radiofrequency communications (incl. 5G and 6G)) ของจีน</li><li>สหรัฐคว่ำบาตรบริษัทโดรนของจีน โดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับกองทัพจีน เพื่อชะลอความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีโดรนและหุ่นยนต์ที่ทำงานเป็นกลุ่มร่วมกันได้ (อ้างอิง 40.  Drones, swarming and collaborative robots) ของจีน</li><li>สหรัฐพยายามยึด Tiktok และเมื่อยึดไม่ได้ทั้งสหรัฐและชาติยุโรปก็เรียกร้องให้พนักงานของรัฐอย่าใช้ Tiktok เพื่อชะลอคความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (อ้างอิง 17.  Advanced data analytics) ของจีน</li></ul>



<p>หรือการทำให้พรรคพวกตนเองยังได้เปรียบในการเป็นผู้นำเทคโนโลยีในหัวข้อที่ยังเป็นผู้นำอยู่ เพื่อให้จีนวิ่งไล่กวดตามไม่ทัน ซึ่งก็เช่นเดียวกันที่ในรายงานไม่ได้ยกตัวอย่าง แต่มันมีข่าวประเภทนี้ออกมาเยอะมาก เช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>สหรัฐบังคับไต้หวัน ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ไม่ให้รับจ้างผลิตหรือป้อนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สารกึ่งตัวนำขนาดเล็กให้กับจีน เพื่อชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีการออกแบบและประกอบชิ้นส่วนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของจีน (อ้างอิง 21.  Advanced integrated circuit design and fabrication) ที่สหรัฐและพรรคพวกยังเป็นผู้นำอยู่</li><li>สหรัฐบังคับเนเธอร์แลนด์ไม่ให้ขายเครื่องฉายรังสีอัลตราไวโอเลตชั้นสูง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลิตสารกึ่งตัวนำขนาดเล็กให้กับจีน ด้วยเหตุผลเดียวกับข้างต้น (อ้างอิง 21.  Advanced integrated circuit design and fabrication)</li><li>สหรัฐกีดกันไม่ให้จีนเข้าร่วมในโครงการสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีระบบปล่อยยานอวกาศ (อ้างอิง 44.  Space launch systems) ของจีน</li><li>สหรัฐไม่ขายซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (อ้างอิง 20.  High performance computing) ให้จีน จนจีนต้องหาทางทำด้วยตัวเอง แต่จีนก็ยังต้องพึ่งพาวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สารกึ่งตัวนำขนาดเล็ก (อ้างอิง 21.  Advanced integrated circuit design and fabrication) ของชาติตะวันตกอยู่</li><li>บริษัท OpenAI ของสหรัฐปล่อย ChatGPT ซึ่งเป็น Chatbot ฉลาดมาก ๆ และมีผู้ลงทะเบียนอย่างรวดเร็วมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกก่อนที่จีนจะทำได้ (อ้างอิง 22.  Natural language processing (incl. speech and text recognition and analysis))</li></ul>



<p>หรือเหตุบังเอิญบางอย่างที่สอดคล้องกันจนไม่น่าเกิดขึ้นได้ ซึ่งในรายงานไม่ได้กล่าวไว้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว เช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>การระบาดของไวรัสโควิดที่อยู่ดี ๆ ก็เกิดขึ้นก่อนช่วงตรุษจีน ปี ค.ศ. 2020 ในจีน และสหรัฐก็สามารถคิดค้นวัคซีน mRNA ทั้ง pFizer และ Moderna รวมทั้งวัคซีนเชื้อเป็น เช่น Johnson &amp; Johnson ได้อย่างรวดเร็วมาก ๆ อีกทั้งอังกฤษก็สามารถคิดค้นวัคซีนเชื้อเป็นอย่าง AstraZeneca ได้อย่างรวดเร็วมาก ๆ เช่นกัน (37.  Vaccines and medical countermeasures) ซึ่งเทคโนโลยีด้านนี้ของจีนยังไล่กวดห่างจากผู้นำอย่างสหรัฐอยู่เยอะพอสมควร</li></ul>



<p>ในขณะที่วิธีแก้ปัญหาบางวิธีที่ถูกแนะนำในรายงานก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่าย ๆ เช่น เรื่องของการทุ่มเทงบประมาณในการวิจัยให้มากขึ้น เพราะถ้าที่ผ่านมาประเทศฝรั่งตะวันตกการเมืองดี เศรษฐกิจดี ก็ยังไล่กวดตามจีนไม่ทัน แล้วตอนนี้มีสงครามยูเครน-รัสเซีย ที่สร้างผลกระทบด้านเศรษฐกิจของชาติฝรั่งตะวันตก เช่น ยุโรปเกือบทั้งทวีป และอาจลามไปถึงสหรัฐให้มีปัญหาไปด้วย ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจมันไม่ดี เรื่องปากท้องมันต้องมาก่อน ส่วนเรื่องวิจัยต้องตามมาทีหลัง และมันก็จะกลายเป็นการถูกทิ้งห่างโดยจีนมากขึ้น เพราะเงินทองมันไม่มีนั่นเอง</p>



<p>ตอนนี้จีนกลายเป็นโรงงานของโลก เป็นเจ้าสัวของโลก อีกทั้งยังผลิตนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรในปริมาณที่มากมาย รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรเหล่านั้น ต่างก็ระดมตีพิมพ์งานวิจัยที่มีคุณภาพ รวมทั้งร่วมงานกับบริษัทเอกชนเพื่อจดทะเบียนสิทธิบัตรต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึงความได้เปรียบ ในการพัฒนาความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปฏิวัติโลกในหัวข้อต่าง ๆ ของจีน และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงจากงานวิจัยเชิงสถิติที่สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์แห่งชาติออสเตรเลียได้ตีพิมพ์ออกมา</p>



<p>ส่วนตัวมองว่าเทคโนโลยีอันก้าวหน้าของอารยธรรมใด ๆ ก็ขึ้นกับคุณภาพประชากรของอารยธรรมนั้น ๆ และเมื่อประชากรมีคุณภาพ เริ่มต้นก่อตั้งสถาบันวิจัย ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการ หรือบริษัทเอกชน แล้วก็ผลิตประชากรที่มีคุณภาพเพื่อมาทำวิจัยคิดค้น ค้นพบ ประดิษฐ์ งานวิจัยตามระบบวิธีปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีล้ำหน้าต่าง ๆ ขึ้นมา อารยธรรมนั้น ๆ ก็ย่อมต้องเกิดความได้เปรียบในการแข่งขันไม่มากก็น้อย</p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/3002/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จดหมายไขด้วย PKI</title>
		<link>https://www.parinya.net/node/2998</link>
					<comments>https://www.parinya.net/node/2998#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ไท้ ปริญญา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Sep 2022 02:56:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Encryption]]></category>
		<category><![CDATA[Security]]></category>
		<category><![CDATA[PKI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.parinya.net/?p=2998</guid>

					<description><![CDATA[เขียนเล่น ๆ ในเฟสบุ็คแล้วมีคนแชร์ไปเยอะ เลยก็อปเอามาแปะไว้ในบล็อกด้วย จะได้เผยแพร่เพิ่มอีกช่องทางนึง เราจะส่งจดหมายให้แฟน เราเลยเอาจดหมายใส่กล่อง แล้วควักกุญแจส่วนตัวของเราจากในกระเป๋ากางเกง มาไขล็อกกล่อง จากนั้นเราก็เอากล่องที่ล็อกกุญแจแล้ว มาใส่กล่องใบที่ใหญ่กว่า แล้วเดินไปธนาคารกุญแจ ขอเบิกกุญแจสาธารณะของแฟนเราที่ฝากไว้ที่นั่น พอได้มาแล้วเราก็เอามาไขล็อกกล่องใบที่ใหญ่กว่า จดหมายของแฟนเรา อยู่ในกล่องสองชั้น ถูกล็อกกุญแจสองชั้นแล้ว ปลอดภัย เราส่งกล่องพัสดุไปให้แฟนเราด้วยความเร็วแสง แฟนเราได้รับกล่องพัสดุ เธอรีบควักกุญแจส่วนตัวในกระเป๋าถือ มาไขล็อกกล่องพัสดุ มันไขออกได้ กุญแจส่วนตัวของเธอมีอะไรบางอย่างที่ตรงกับกุญแจสาธารณะที่เธอฝากไว้ที่ธนาคารกุญแจ มันเลยไขล็อกได้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เขียนเล่น ๆ ในเฟสบุ็คแล้วมีคนแชร์ไปเยอะ เลยก็อปเอามาแปะไว้ในบล็อกด้วย จะได้เผยแพร่เพิ่มอีกช่องทางนึง</p>



<ol class="wp-block-list"><li>เราจะส่งจดหมายให้แฟน</li><li>เราเลยเอาจดหมายใส่กล่อง แล้วควักกุญแจส่วนตัวของเราจากในกระเป๋ากางเกง มาไขล็อกกล่อง</li><li>จากนั้นเราก็เอากล่องที่ล็อกกุญแจแล้ว มาใส่กล่องใบที่ใหญ่กว่า แล้วเดินไปธนาคารกุญแจ ขอเบิกกุญแจสาธารณะของแฟนเราที่ฝากไว้ที่นั่น พอได้มาแล้วเราก็เอามาไขล็อกกล่องใบที่ใหญ่กว่า</li><li>จดหมายของแฟนเรา อยู่ในกล่องสองชั้น ถูกล็อกกุญแจสองชั้นแล้ว ปลอดภัย</li><li>เราส่งกล่องพัสดุไปให้แฟนเราด้วยความเร็วแสง</li><li>แฟนเราได้รับกล่องพัสดุ เธอรีบควักกุญแจส่วนตัวในกระเป๋าถือ มาไขล็อกกล่องพัสดุ มันไขออกได้ กุญแจส่วนตัวของเธอมีอะไรบางอย่างที่ตรงกับกุญแจสาธารณะที่เธอฝากไว้ที่ธนาคารกุญแจ มันเลยไขล็อกได้</li><li>ในกล่องยังมีกล่องที่เล็กกว่า แต่มันถูกล็อกอยู่ เธอยังต้องไขเปิดมันอีก เธอรู้ว่าเราส่งพัสดุให้เธอ ดังนั้น เธอจึงเดินทางไปธนาคารกุญแจ เพื่อขอเบิกกุญแจสาธารณะของเรา</li><li>เธอใช้กุญแจสาธารณะของเราเพื่อเปิดกล่องที่เล็กกว่า เธอเปิดมันได้ เป็นอีกครั้ง ที่กุญแจส่วนตัวของเรามีอะไรบางอย่างที่ตรงกับกุญแจสาธารณะที่เราฝากไว้ที่ธนาคารกุญแจ</li><li>เธอได้อ่านเนื้อหาของจดหมายในกล่องพัสดุนั้น ไม่ว่าเนื้อหาจะเป็นยังไง ก็มีเพียงเราและเธอที่รู้</li><li>เรื่องอาจกลายเป็นอีกอย่างนึง ถ้าเธอได้รับพัสดุแล้วควักกุญแจในกระเป๋าถือมาไขล็อกแล้วไขไม่ออก นั่นแปลว่าพัสดุนั้นไม่ใช่ของเธอ เธอไม่ควรอ่านมัน</li><li>และเรื่องอาจกลายเป็นอีกอย่างนึง ถ้าเธอเปิดกล่องด้วยกุญแจส่วนตัวของเธอได้แล้ว แต่เปิดกล่องที่เล็กกว่าข้างในด้วยกุญแจสาธารณะของเราไม่ได้ ซึ่งนั่นแปลว่าใครไม่รู้ส่งพัสดุให้แฟนเราโดยแอบอ้างชื่อเรา ซึ่งเธอยิ่งไม่ควรอ่านมัน</li></ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.parinya.net/node/2998/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
