คลังเก็บป้ายกำกับ: boot

วิธี boot ระบบ windows xp ด้วย floppy disk

บางคนอาจจะรู้แล้วว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ก็คือไฟล์คอมพิวเตอร์ ซึ่งแอบซ่อนอยู่ในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ของเรา โดยมันจะพรางตัวด้วยการกำหนดคุณสมบัติของไฟล์ (ตัวมัน) ให้เป็น Hidden, System หรือ Read-Only (ปรกติมันจะกำหนดครบเลย เวร)

และบางคนก็อาจจะรู้ว่า วิธีการลบไฟล์เหล่านั้นออกจากเครื่องให้เหี้ยนเตียนก็คือ การเข้า Safe Mode ของ Microsoft Windows XP แล้วก็ใช้คำสั่ง ATTRIB เพื่อเปลี่ยนคุณสมบัติของไฟล์ หรือใช้คำสั่ง DEL ตามด้วยพารามิเตอร์เฉพาะ เพื่อจะลบไฟล์ (ไวรัส) ดังกล่าวออกไปจากเครื่อง

แต่ถ้าไอ้เจ้าไฟล์ (ไวรัส) ที่ว่า มันหน้าด้านมาก มันเกาะแน่นไม่ปล่อย ไม่สามารถลบมันหรือเปลี่ยนคุณสมบัติมันได้ เพราะมันเล่นเกาะในระดับ Kernel เลย เราจะทำไงดี

ก็เข้าใจอ่ะนะครับว่าเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ๆ เขามีช่อง USB และช่อง CD แถมยังกำหนดผ่าน BIOS ให้ boot ด้วย USB หรือ CD ได้อีกต่างหาก

แต่มันก็มีบางคนอ่ะนะ ที่อาจจะต้องเจอกับเครื่องคอมพิวเตอร์โบราณ ที่ยังคงมี BIOS เก่าที่ไม่สามารถ boot ด้วย USB หรือ CD ได้ นอกจาก boot ด้วยช่อง floppy disk เท่านั้น

แถมเครื่องดังกล่าวยังติดไวรัสหัวดื้ออีกต่างหาก!!!

มีวิธีแก้ครับ นั่นก็คือ เราจะต้อง boot เครื่องด้วย floppy disk แทน โดยการลงมือทำดังต่อไปนี้

  1. ไปดาวน์โหลด Windows XP Professional with Service Pack 2 Utility: Setup Disks for Floppy Boot Install
  2. สั่งโปรแกรมในข้อที่ 2 ให้ทำงาน โปรแกรมก็จะร้องหา floppy disk เราก็ใส่เข้าไปในช่อง floppy disk ซะ (ต้องใช้ 6 แผ่นนะ)
  3. พอเสร็จแล้ว เราก็ boot เครื่องโดยใช้ floppy disk ทั้ง 6 แผ่น โดยค่อย ๆ ใส่ไปทีล่ะแผ่นตามลำดับที่มันบอก
  4. พอถึงหน้าสุดท้าย มันจะถามเราว่าจะทำไงต่อ ให้เรากดปุ่ม “R” เพื่อเข้า Recovery Console
  5. จากนั้นมันจะเปิดหน้าต่างแบบ Text Base ขึ้นมา แล้วถามเราว่าเราจะใช้ Profile ของระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows XP ที่ Partition ไหน เราก็บอกมันไปว่ามันเป็นตัวไหนก็ได้แล้วแต่เรา (ปรกติจะมีแค่ตัวเดียวนั่นแหล่ะ เราก็กดเบอร์หนึ่งไป)
  6. จากนั้นให้เราใส่รหัสผ่านของ Administrator เพื่อกรุยทางเข้าสู่ระบบฯอันแสนสะอาด
  7. พอมาถึงตรงนี้ ระบบจะให้เราเข้าสู่ Shell Prompt (ในแบบของมัน) พร้อมทั้งสามารถเห็นไฟล์ในฮาร์ดดิสก์ (ซึ่งมี Partition เป็น NTFS) ได้แล้ว
  8. ให้เราโซโล่คำสั่ง DOS ตามสะดวกเลย ไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง Attrib หรือ Del แต่มีข้อแม้ว่าต้องมีไวยากรณ์ตามที่มัน (Shell ของมัน) กำหนด เพราะคำสั่งของมัน ถึงจะคล้ายกับคำสั่ง DOS ก็จริง แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน
  9. เพียงขั้นตอนเท่านี้ ไอ้เจ้าไฟล์ไวรัสอันแสนจะหน้าด้าน ก็จะถูกเราลบออกจากฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ของเราได้อย่างถาวรแล้ว