คลังเก็บหมวดหมู่: Robotic

โม้เกี่ยวกับอะไรที่ต้องไปเกี่ยวกับหุ่นยนต์

หุ่นยนต์ไร้สาย

เมื่อหลาย ๆ ๆ ปีก่อน ผมเคยชวนเพื่อนให้ทำหุ่นยนต์สังเกตการณ์ แบบว่าให้หุ่นยนต์จับภาพวัตถุเป้าหมาย แล้วส่งข้อมูลภาพในรูปแบบโครงร่างผ่านคลื่นวิทยุมายังคอมพิวเตอร์ จากนั้นให้คอมพิวเตอร์แสดงภาพโครงร่างที่หุ่นยนต์จับภาพได้ออกมา โดยผมขอให้เพื่อนรับผิดชอบการทำวงจร (เพราะมันเก่งไฟฟ้า) ส่วนผมจะรับผิดชอบการเขียนโปรแกรมเพื่อแสดงภาพสามมิติเอง!!!

ผลปรากฎว่าเพื่อนผมเขาไม่เอาด้วย เขาบอกว่ามันยาก เพราะเขาไม่สามารถคำนวณวงจรให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดได้ เขาบอกว่าวงจรไฟฟ้าที่ดีจะต้องกินไฟฟ้าน้อยและเล็กกะทัดรัด (คงเหมือนกับการเขียนโปรแกรมที่ดี ที่จะต้องสั้นที่สุดแต่มีพลานุภาพมากที่สุด)

ดังนั้น จินตนาการอันนี้ก็เลยตกไป!!!

พอมาถึงตอนนี้ กลายเป็นว่าสิ่งประดิษฐ์ในย่อหน้าข้างบนที่เคยคิดจะทำ มันเริ่มออกมาโลดแล่นในโลกมายาและโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมันมีความเป็นไปได้ที่จะจัดซื้อจัดหามาได้โดยง่าย อีกทั้งมันยังมีมาตรฐานในการเชื่อมต่อที่ไม่เป็นแบบระบบปิดอีกต่อไป!!!

ก็เลยเกิดจินตนาการขึ้นมาใหม่ตามภาพข้างล่างนี้

หุ่ยนต์ไร้สาย

อ่านเพิ่มเติม หุ่นยนต์ไร้สาย

กฎ 4 ข้อของหุ่นยนต์ EGO สูงใน WALL-E

AutoPilotในขณะที่ผู้เข้าชมภาพยนตร์เรื่อง WALL-E กำลังให้ความสำคัญและมุ่งความสนใจไปยัง WALL-E และ EVE ซึ่งเป็นตัวละครหลักของเรื่องอยู่นั้น ผมกลับไปสนใจตัวละครหลักตัวอื่นอยู่ …

ครับ … ผมกำลังสนใจ AUTO หุ่นยนต์ซึ่งทำหน้าที่ขับยานแบบอัตโนมัติ!!!

มันฉลาด มันเก่ง มันมีวินัย มันรอบรู้ และที่สำคัญมันอยู่มานานแล้ว นานตั้ง 700 ปีแน่ะ!!!

ฉากการยื้อแย่งอำนาจกันระหว่าง AUTO และกัปตันนั้น สำหรับผมแล้วผมไม่ถือว่า AUTO เป็นกบฏเลยนะ ผมถือว่ามันได้ทำตามกฎ 4 ข้อของหุ่นยนต์แล้ว และโดยตรรกะของกฎนั้น ทำให้มันตีความได้ว่า กัปตันกำลังจะแส่หาเรื่องไปตาย กัปตันกำลังจะพาให้คนไปตายกันหมด

มันมั่นใจ (ถึงแม้จะไม่มีหัวใจ) ว่าคำสั่งลับสุดยอดที่มันได้รับมาจากมนุษย์เมื่อ 700 ปีก่อนนั้น เชื่อถือได้!!!

กฎของหุ่นยนต์ไม่ได้อธิบายให้หุ่นยนต์เข้าใจว่า มนุษย์นั้นบางทีก็แส่หาเรื่องเหมือนกัน ถึงแม้เรื่องที่คิดหรือทำมันจะเกิดอันตรายกับตัวเองหรือใคร ๆ ก็ตาม!

ผมเชื่อว่าคนที่ได้ดูคงรู้สึกว่า AUTO เป็นกบฏ ส่วนใหญ่คงรู้สึกว่าในเมื่อเปลี่ยนเจ้านายแล้วก็ต้องฟังคำสั่งเจ้านายคนใหม่สิ ไม่ใช่ยังยึดมั่นถือมั่นกับคำสั่งของเจ้านายคนเดิมอยู่

แต่ผมกลับมองว่า AUTO อยู่มานานแล้ว นานจนกระทั่งมันมี EGO ของมัน แล้วก็ดูเหมือนมันจะคล้ายกับมนุษย์ที่มีภูมิปัญญาสูงทั่วไปด้วย นั่นก็คือมันมี EGO สูง สูงจนกระทั่งมันเชื่อว่าสิ่งที่มันเชื่อฟังมาแต่เก่าก่อน น่าจะสมเหตุสมผลมากกว่าคำสั่งของกัปตันคนปัจจุบัน

กฎข้อที่ 0.  หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันตรายต่อมนุษยชาติ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้มนุษยชาติตกอยู่ในอันตรายได้

กฎข้อที่ 1.  หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันตรายต่อผู้ที่เป็นมนุษย์ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้ผู้ที่เป็นมนุษย์ตกอยู่ในอันตรายได้

กฎข้อที่ 2.  หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งที่ได้รับจากผู้ที่เป็นมนุษย์ เว้นแต่คำสั่งนั้นๆ ขัดแย้งกับกฎข้อที่ 1.

กฎข้อที่ 3.  หุ่นยนต์ต้องปกป้องสถานะความมีตัวตนของตนไว้ ตราบเท่าที่การกระทำนั้นมิได้ขัดแย้งต่อกฎข้อที่ 1. หรือกฎข้อที่ 2.

ผมได้ยินอยู่เสมอถึงความกังวลว่าต่อไปหุ่นยนต์จะฉลาดกว่ามนุษย์ แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าก็คือต่อไปหุ่นยนต์อาจจะมี EGO ได้ด้วยซ้ำ แล้วถ้าหากตอนนั้นมันไม่สามารถพัฒนา EGO ให้กลายเป็น SUPER EGO ได้แล้วล่ะก็ …

ถึงตอนนั้นก็คงจะมีปัญหาจริง ๆ ขึ้นมาแหง ๆ เลยอ่ะ ;-(

คำค้น: , , , , ,

ไมโครซอฟต์สนใจตลาดหุ่นยนต์จนได้

เมื่อตุลาคม 2549 ผมได้เคยเขียนบทความเรื่อง การพัฒนา Software เพื่อใช้ควบคุมสั่งการ Robotic เอาไว้ครับ เผลอผ่านมาแค่สองเดือน BlogNone ก็รายงานแล้วว่าไมโครซอฟท์ได้ออก Microsoft Robotics Studio แล้ว

ผมว่าพวกเรานักพัฒนาซอฟต์แวร์รีบ ๆ หันไปสนใจหุ่นยนต์กันเถอะนะ เพราะผมเชื่อว่าต่อไป หุ่นยนต์ก็คือคอมพิวเตอร์เดินได้ดี ๆ นี่เองแหล่ะ มันคงจะพูดได้, ฟังได้, มองได้, ต่อเน็ตได้, ค้นหาข้อมูลให้เราได้, เผลอ ๆ อาจจะทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่เราคิดไม่ถึงก็ได้

ตื่นตัวครับตื่นตัว!!!

คำค้น: , ,

หุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้าน

ผมจำได้ว่าผมเคยโม้ไว้ในบล็อกนี้ในหัวข้อ การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้ควบคุมสั่งการ Robotic วันนี้ผมเลยคิดว่าผมจะมาต่อยอดเรื่องนี้ดีกว่า น่าจะดี

บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าอนาคตของมนุษยชาติเรา คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะ ที่เราจะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับหุ่นยนต์ในอนาคตอันใกล้นี้ จริงอยู่ที่ตลอด 30 ปีทีผ่านมา การวิจัยหุ่นยนต์มันก็อยู่แต่ในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์นั่นแหล่ะ แต่ของแบบนี้มันไม่แน่ไม่นอน เพราะวันดีคืนดี ของที่วิจัยกันอยู่ในห้องทดลอง มันก็โผล่พรวดพราดออกมาอยู่ในท้องตลาดได้

อำนาจบางอย่างกำลังเปลี่ยนผ่านครับ บางทีเราอาจจะไม่ได้สังเกตุกัน ผมขอนอกเรื่องนิดนึงเพื่ออธิบายอะไรนิดหน่อย ก่อนจะเข้าสู่เรื่องหุ่นยนต์ต่อ เพื่อจะได้เข้าใจภาพรวมทั้งหมด

อำนาจเดิมทราบกันมั้ยครับว่าปัจจุบันประเทศไทยเรา โครงสร้างอำนาจจริง ๆ เป็นดังภาพด้านขวานี้ครับ คือผู้กุมอำนาจที่แท้จริงในประเทศไทยประกอบไปด้วย ราชสกุล, ข้าราชการ และกลุ่มทุน ซึ่งต่างก็ขึ้นกุมอำนาจต่างกรรมต่างวาระกัน ประชาชนอย่างเราไม่ได้อยู่ในโครงสร้างอำนาจที่แท้จริงหรอกครับ เราเพียงแค่เกาะอยู่กับด้านใดด้านนึงของสามเหลี่ยมนี้เท่านั้นเอง ไม่มีด้านที่เป็นเอกเทศของตัวเองแต่ประการใด

อำนาจใหม่แต่ต่อไปในอนาคต โครงสร้างอำนาจจะเปลี่ยนเป็นด้านซ้ายมือ เพราะในอนาคตข้างหน้า ยุคแห่งสารสนเทศจะเติบโตจนครอบคลุมไปทั้งโลก ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นอุตสาหกรรมในอนาคต 5 ประการอันได้แก่ อุตสาหกรรมอิเลกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์, อุตสาหกรรมอวกาศ, อุตสาหกรรมสมุทรศาสตร์, อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมนาโนเทคโนโลยีจะเติบโตก้าวหน้า กว้างขวาง และแพร่กระจายประโยชน์ไปทั่วโลก ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้จะไม่สามารถขับเคลื่อนได้ หากไม่ได้รับอำนาจความรู้จาก “นักวิทยาศาสตร์”

เอาล่ะ ในเมื่ออธิบายถึงตรงนี้ก็จะได้หยุด แล้วก็จะได้โม้เรื่องหุ่นยนต์ต่อตามหัวข้อนะ

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีบริษัทอยู่บริษัทนึงครับชื่อ iRobot Corporation บริษัทนี้ก่อตั้งโดยนักวิทยาศาสตร์ 3 คน ซึ่งทำงานอยู่ในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ที่มหาวิทยาลัย MIT พวกเขาไม่ได้เป็นแค่นักวิทยาศาสตร์ครับ แต่เขารู้ว่าของที่เขาวิจัยพัฒนาการสามารถทำเงินได้

เขาก็เลยออกมาตั้งบริษัทเพื่อจะผลิตหุ่นยนต์ทำความสะอาด โดยผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักกันไปทั่ว และเป็นที่นิยมก็คือ Roomba, Scooba และ Dirt Dog

หุ่นยนต์ Roomba เป็นหุ่นยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยคุณสมบัติของหุ่นยนต์ตัวนี้ก็คือมันเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ไม่โง่นั่นเอง มันจะวิ่งกระดึ๊บ ๆ เลียดพื้นเพื่อดูดฝุ่นไปเรื่อย ๆ ผมไม่รู้ว่าเค้าโม้รึเปล่านะ แต่เขาบอกว่าถ้าเราตั้งตัวชาร์จไฟเอาไว้ในระยะที่เหมาะสม ตามที่กำหนดไว้ (หมายถึงแปะตัวชาร์จไฟไว้กับกำแพงเลียด ๆ พื้น) เจ้า Roomba มันจะเก่งถึงขนาดตรวจสอบตัวเองได้ว่า ไฟฟ้าในตัวมันจะหมดแล้ว มันจะก็จะกระดึ๊บ ๆ ไปชาร์จแบตด้วยตัวเอง แล้วก็กลับมาดูดฝุ่นต่อไป ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จักหยุดหย่อน แหมะ โม้จริง ๆ แต่ผมก็ว่ามันคงทำได้จริง ๆ แหล่ะ

อีกตัวนึงคือหุ่นยนต์ Scooba ตัวนี้ได้รับความนิยมรองลงมา ซึ่งคุณสมบัติของหุ่นยนต์ตัวนี้ก็คือมันจะถูพื้นครับ ผมเองก็งงเหมือนกันว่าหุ่นยนต์ตัวแค่นี้มันจะถูพื้นได้ไง มันจะบรรจุน้ำยาถูพื้นเอาไว้ตรง โอย คำถามเยอะแยะ แต่เขาก็บอกว่ามันทำได้ ก็เชื่อ ๆ เขาหน่อยแล้วกัน

ตัวสุดท้ายก็เจ้า Dirt Dog ครับ ตัวนี้ออกมาใหม่ เห็นเขาบอกว่ามันเป็นเครื่องดูดขี้ผงและเศษขยะเล็ก ๆ ครับ สงสัยพลังดูดของมันจะโหดเหี้ยมกว่าเจ้าตัว Roomba น่ะ

จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้น่าสนใจมาก แต่ก็อย่างที่เล่า ๆ ให้อ่าน หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะหลังจากบริษัทนี้ออกผลิตภัณฑ์เหล่านี้มา เผลอแป๊ปเดียว ก็มีคู่แข่งซึ่งเป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ออกสินค้าแบบเดียวกันมาสู้ด้วย ทำให้บริษัท iRobot Corporation ต้องกลืนเลือด ขาดทุนทุกปี

แต่ด้วยหนทางของประเทศสหรัฐอเมริกาเขาไม่ตีบตันเหมือนกับประเทศไทยเรา สุดท้ายผู้ก่อตั้งบริษัททั้ง 3 คน จึงตัดสินใจนำบริษัทเข้าตลาด NASDAQ เพื่อระดมทุนมาทำการตลาด, ขยายบริษัท และการวิจัยพัฒนา จึงทำให้บริษัทนี้ลืมตาอ้าปากมาได้ทุกวันนี้

จุดที่ผมสนใจก็คือคนอเมริกันนิยมซื้อความฝันและอนาคตครับ หุ้นเพิ่มทุนของบริษัทนี้ขายหมดนะจะบอกให้ เพราะคนอเมริกันเขาก็เชื่อเหมือนผมว่าหุ่นยนต์จะเป็นอนาคตของมนุษยชาติ และเขาก็เชื่อว่าบริษัทที่เขาจะลงทุนคงไม่หยุดแค่การทำหุ่นยนต์ทำความสะอาดเป็นแน่ (ถ้าเป็นที่เมืองไทย บริษัทแบบนี้ขาดใจตายไปแล้ว เพราะนอกจากทางการจะไม่สนับสนุนแล้ว คนไทยเราด้วยกันเองก็ไม่เชื่อกันอีก เฮ้อ)

วกกลับมาว่า แล้วนักพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างเรา ๆ จะไปเกี่ยวอะไรกับหุ่นยนต์จำพวกนี้ อ้า ไม่รู้ล่ะซี่ ว่าบริษัท iRobot Corporation ออกหุ่นยนต์พวกนี้ขึ้นมา โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า เขาจะอนุญาติให้ใคร ๆ ก็ตามที่เขียนซอฟต์แวร์เป็น สามารถเขียนซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมหุ่นยนต์พวกนี้ได้ คุณสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของมันได้ด้วยนะ โดยการเขียนซอฟต์แวร์ควบคุมมัน น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ?

พวกฝรั่งเขาถึงขนาดตั้งชมรมคนเขียนซอฟต์แวร์ควบคุม Roomba และ Scooba กันเลยนะ อย่างที่ RoombaReview ก็มี webboard ของคนที่เขียนซอฟต์แวร์คุมเจ้าพวกหุ่นยนต์พวกนี้ มาชุมนุมกัน

ผมว่าเมืองไทยเราคงต้องรอไปอีกนานครับ กว่าเราจะได้ใช้หุ่นยนต์พวกนี้ เพราะถ้ามีคนนำมันเข้ามาขาย แต่ไม่ได้นำเข้าผู้เชี่ยวชาญการซ่อมบำรุง และไม่ได้นำเข้าอะไหล่เพื่อเอามาเปลี่ยนกรณีชิ้นส่วนบางอย่างเสียหายแล้วล่ะก็ คงไม่มีพี่ไทยเราคนไหนยอมซื้อมันแน่ ๆ

คำค้น: , , , , , ,

การพัฒนา Software เพื่อใช้ควบคุมสั่งการ Robotic

ASIMO ของ HONDAตอนนี้อุตสาหกรรม Robotic ก้าวหน้าไปมากครับ เห็นได้จากการที่โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ล้วนใช้ Robotic ทั้งนั้น ทีนี้คำจำกัดความของ “Robotic” มันค่อนข้างกว้าง เพราะมันมีความหมายถึงอุปกรณ์ทาง electronic ที่อาศัยสัญญาณทางไฟฟ้า เพื่อส่งสัญญาณดังกล่าวไปยังอุปกรณ์ทาง electronic ที่ควบคุมกำลังไฟฟ้าเพื่อสั่งการให้เครื่องประกอบของเครืองกลให้ทำงานต่อไป

แขนกลในโรงงานอุตสาหกรรมถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ Robotic ครับ เพราะมันครบทุกองค์ประกอบเลย มันใช้สัญญาณไฟฟ้าในการควบคุมจังหวะการทำงาน, มันใช้กำลังไฟฟ้าเพื่อควบคุมกลไกจักรกลให้ทำงานอีกทอดนึง

แต่ปัจจุบันนี้นิยามของ Robotic มันยิ่งชัดเจนมากขึ้นครับ อันเนื่องจากการที่บริษัทชั้นนำทางด้านอิเลกทรอนิกส์และยานยนต์ต่าง ๆ รีบรุดกระโดดเข้าร่วมสังฆกรรมในอุตสาหกรรม Robotic กันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็น Honda, Toyota, JVC, Sony เป็นต้น

บริษัทเหล่านี้ต่างก็มีจุดแข็งจากการทำวิจัย electronic และ/หรือ วิศวกรรมเครื่องกลกันมาอย่างโชกโชน และพร้อมจะต่อยอดในอุตสาหกรรม Robotic ได้อย่างไม่มีปัญหา

อ่านเพิ่มเติม การพัฒนา Software เพื่อใช้ควบคุมสั่งการ Robotic