Parinya.NET

บล็อกของสาวกแห่งลัทธิ Software as a Service

Archive for the 'Pattern Recognition' Category

ระบบคัดกรอง “รูปโป๊”, “ภาพโป๊” และ “หนังโป๊”

ผมเลิกดูหนังโป๊นานแล้วครับ (เชื่อป่ะ?) ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะวุฒิภาวะกระมัง เพราะดูแล้วก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือตื่นตัวอะไรซักเท่าไหร่ และอีกอย่าง ผมเองก็มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะควบคุมอารมณ์ได้ สติจึงยังอยู่อย่างครบถ้วน ไม่ได้แตกกระเจิงไปไหน เวลาที่ได้มีโอกาสดูหนังกิจกรรมชีวิตเพื่อสุขภาพเหล่านี้ แล้วเด็กกับวัยรุ่นล่ะ พวกเขาสามารถควบคุมอารมณ์และสติได้หรือเปล่า อือม คงไม่สินะ เพราะผ่านโลกมาไม่นานเท่าไหร่ อนาคตยังอีกไกล แล้วเราจะหวังให้พวกเขาไม่ดูหนังโป๊ได้มั้ย เราจะบอกเขาว่าน้องเอ๊ยหลานเอ๊ย ยังไม่ถึงเวลาหรือวัยวุฒิที่เจ้าจะดูได้หรอกนะ อย่าดูเลยนะ คิดว่าจะเชื่อป่ะ? เด็กพวกนี้ไม่เชื่อหรอก หุ ๆ นอกจากนี้เราจะไปบอกพวกเขาว่า น้องเอ๊ยหลานเอ๊ยถ้าพวกเธอ ๆ โพสต์ “รูปโป๊”, “ภาพโป๊” และ “หนังโป๊” ลงบนเว็บไซต์แล้วล่ะก็ พวกเธอจะโดนโทษติดคุก 5 ปีนะ แล้วจะพลอยทำให้เจ้าของเว็บไซต์ซวยต้องโดนโทษคุก 5 ปีไปด้วยนะ คิดว่าจะเชื่อป่ะ? ผมถือว่าการดู “หนังโป๊” นั้นเป็นเรื่องส่วนตัวครับ ตราบเท่าที่ไม่มีการบัญญัติความผิดเอาไว้ในกฎหมาย แต่บังเอิญว่ากฎหมายคอมพิวเตอร์มันออกมาแล้ว และมันก็มีความผิดอยู่ข้อสองข้อที่จะทำให้เจ้าของเว็บไซต์ต้องเดือดร้อน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการเผยแพร่หรือนำเข้าสู่ “รูปโป๊”, “ภาพโป๊” และ “หนังโป๊” ของเหล่าสมาชิกครับ ทีนี้ในฐานะเจ้าของเว็บไซต์ที่ไม่สามารถจะห้ามปรามอะไรได้ อีกทั้งก็ไม่มีเวลามากพอจะมาตรวจสอบสารสนเทศทุก ๆ อย่างที่ถูกบันทึกเข้ามาในเว็บ [...]

24 กันยายน 2007 at 00:01 - Comments
บอกพรื่อ
คนคิดโปรแกรมก็ดูจนตาแฉะเหมียนกานอะแล้ะ
1 กันยายน 09 at 02:17
น่าสนใจดีครับ เข้ามาเก็บความรู้ครับ
20 ตุลาคม 10 at 14:26

ฝ่าด่าน 7 อรหันต์

ผมจะสมมติว่าตัวผมนั้นเป็นผู้นำหลักขององค์กรลึกลับองค์กรนึงครับ องค์กรดังกล่าวมีความยิ่งใหญ่ในระดับเดียวกับ Umbrella Corporation เลยทีเดียว (โม้ ๆ) เอาชื่อองค์กรว่าอะไรดี งั้นตั้งชื่อว่า Sunflower Corporation ก็แล้วกัน อิ อิ ภายหลังจากประเทศไทยออกกฎหมายที่ชื่อว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองเงินฝาก” ซึ่งจะทำให้เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ของประชาชนนั้น ไม่ได้ถูกประกันโดยรัฐบาลอีกต่อไป จึงทำให้องค์กรแห่งนี้จำเป็นต้องปรับตัวขนานใหญ่ จากเดิมที่เคยให้ความสำคัญกับการเก็บความลับของงานวิจัยระดับสุดยอดเพียงอย่างเดียว ก็จำเป็นที่จะต้องเก็บเงินสดขององค์กรเอาไว้เองด้วย แทนที่จะฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์เหมือนเมื่อก่อน (ไม่ไว้ใจรัฐบาล) เนื่องจากงานวิจัยระดับสุดยอด และเงินสดจำนวนมหาศาลขององค์กรนั้น มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างสูงสุด ทางคณะกรรมการลับสุดยอดขององค์กร จึงมีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ที่จะทุ่มงบประมาณอันแสนจะมหาศาล (เท่าไหร่วะ?…ไม่รู้เด่ะ!!!) เพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยระดับสุดยอดขึ้นมา เพื่อเก็บความมั่งคั่งและวิทยาการอันก้าวหน้าล้ำยุคขององค์กรเอาไว้ โดยวางแผนและออกแบบพิมพ์เขียวเอาไว้ว่า … ห้องนิรภัยที่ใช้เก็บงานวิจัยระดับสุดยอด กับห้องนิรภัยที่ใช้เก็บเงินสดนั้น จะแยกเก็บกันคนล่ะที่ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ที่จะเข้าห้องนิรภัยดังกล่าวได้ จำเป็นจะต้องถูกตรวจค้นโดยเจ้าหน้าที่ถึง 3 ชั้นประตู และเมื่อถึงประตูสุดท้าย ก็จำเป็นที่จะต้องแสดงตัวตน ว่าตัวเองนั้นมีสิทธิ์ที่จะเข้าประตูสุดท้ายได้ โดยมีขั้นตอน 7 ขั้นตอน ทั้งแบบธรรมดาและแบบ Biometric ในการแสดงตนดังต่อไปนี้ 1. แสดงตนด้วย Contactless Smart Card [...]

16 กันยายน 2007 at 16:02 - Comments
พอไม่มีน้องแพนเค้กแล้วอะไรมันซีเรียสไปหมดเลย! ล้อเล่นนะครับ ห่างเหินการโพสต์ที่นี่ไปนาน แต่ยังนึกถึงเสมอ วันก่อนไปพูดเรื่องโปรแกรมโหราศาสตร์ยังเอาแนวคิด Software as a Service ใส่ Powerpoint บรรยายไว้หน่อยนึง กับที่เว็บหลัก www.rojn-info.com ตอนนี้มีแบนเนอร์พี่ไท้อยู่ตอนท้ายหน้าแล้วนะครับ
19 กันยายน 07 at 10:53
Tai Parinya
ผมตามเข้าไปดูแล้วนะครับพี่โรจน์ เกรงใจจัง แต่ก็ขอบคุณมาก ๆ เลยครับที่อุตส่าห์ทำแบนเนอร์ลิงก์มาให้ :-)
19 กันยายน 07 at 21:57

โหงวเฮ้ง recognition

โลกเราเดี๋ยวนี้อะไร ๆ มันก็รวดเร็วไปหมดครับ ดังนั้นการจะทำความรู้จักกับใครซักคนนึง อยากจะรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง มีความรู้ความสามารถแค่ไหน เราก็จำเป็นต้องรีบ ๆ รู้ ซึ่งวิธีที่จะรู้ได้อย่างรวดเร็วก็คือการให้เขาแสดงวุฒิการศึกษา หรือไม่ก็ให้แสดงใบรับรองการผ่านงาน แต่ในสมัยก่อนโบร่ำโบราณ มันมีวุฒิการศึกษาหรือใบผ่านงานกันซะที่ไหนล่ะพี่น้องครับ อือม แล้วเขาใช้วิธีไหนล่ะในการอ่านคน … เขาก็ใช้สิ่งที่เรียกว่า “โหงวเฮ้ง” หรือ “นรลักษณ์ศาสตร์” ในการอ่านคน ๆ นั้นยังไงครับ ศาสตร์ทางด้าน “โหงวเฮ้ง” นั้นเป็นศาสตร์ที่ลึกลับ เป็นศาสตร์ในทางโหราศาสตร์แขนงหนึ่ง มันกระจุกตัวและถูกถ่ายทอดกันรุ่นสู่รุ่นหลาย ๆ พันปีล่วงมาแล้ว!! สมัยก่อนการจะรับคนเข้ามาเป็นฝ่ายบุ๋นหรือฝ่ายบู๊นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดู “โหงวเฮ้ง” หรือลักษณะทั้ง 5 ของคน ๆ นั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปที่บริเวณใบหน้าอันได้แก่ ตา, คิ้ว, หู, จมูก และปาก คนที่มี “โหงวเฮ้ง” ดีจึงไม่จำเป็นที่จะต้องหน้าตาดี, หล่อ หรือสวย แต่ขอให้มีองค์ประกอบทั้ง 5 ของใบหน้าที่คล้องจองเหมาะสม ก็ถือว่าถูกต้องกระบวนความแล้ว ทีนี้ยุคสมัยนี้มันเป็นยุคแห่งอิเลกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ อะไร [...]

12 กันยายน 2007 at 23:09 - Comments
Tai Parinya
เรื่องที่แล้ววัดความสวย แต่เรื่องนี้วัดโหงวเฮ้งครับคุณ next ;-) ยังไม่เคยเล่นเลยครับพี่ป๊อก ไม่เคยรู้เลยว่าฝรั่งก็มีการทำ facial recognition ด้วย ที่ผมคิดไว้นี่ไม่ใช่แค่เก็บใบหน้าอ่ะครับคุณ Tee แต่เก็บทุกองค์ประกอบของ "ตา", "หู", "จมูก", "คิ้ว" และ "ปาก" เอาไว้ แล้วเอามาเทียบที่ล่ะส่วนเลย รับรองว่าคำนวณกระจุยแน่ ๆ ...
13 กันยายน 07 at 22:57
it44
ดูซิ แม้แต่งานหมอดู คอมพ์ยังจะไปแย่ง ปล.พูดแล้วคิดถึงฮวงจุ๊ย ไหนๆก็ๆหนน่าจะมี software ตรวจฮวงจุ๊ยโดย import ภาพ 3D ในโปรแกรมออกแบบ แล้วคำนวนการจัดวางและแสง สภาวะโดยรอบ เริ่มเยอะแหะ
14 กันยายน 07 at 17:46

โจทย์คอมพิวเตอร์

มาดูคำนิยามกันก่อน … โจทย์ = คําถามในวิชาคณิตศาสตร์, โดยปริยายใช้หมายถึงสิ่งที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ปัญหานี้เป็นโจทย์ที่รัฐบาลแก้ไม่ตก. ชีวิตในแวดวงคอมพิวเตอร์ของผมนั้น มักต้องผ่านโจทย์คอมพิวเตอร์อยู่เสมอ บางโจทย์ก็ตั้งขึ้นเพื่อลองภูมิโดยเกรียนเทพทั้งหลาย ซึ่งถ้าผมตอบได้ก็เสมอตัว ถ้าตอบไม่ได้ก็คงจะสะใจใครต่อใคร โจทย์คอมพิวเตอร์มีทั้งแบบทฤษฎีและปฏิบัติ ถ้าเป็นแบบทฤษฎีก็เป็นการตอบแบบบรรยาย ซึ่งผมเองก็รังเกียจเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ได้ประโยชน์อะไร ด้วยเหตุเพราะว่าคนที่ตั้งโจทย์รู้อยู่ก่อนแล้วว่าคำตอบคืออะไร เพียงแค่อยากรู้ว่าผู้ตอบรู้เหมือนกันหรือเปล่า … ก็เท่านั้นเอง ดังนั้นสำหรับผมแล้ว โจทย์คอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดควรจะเป็นแบบปฏิบัติ และเป็นแบบที่ผู้ตั้งโจทย์ไม่รู้คำตอบ ดังนั้นการที่เขาตั้งโจทย์ขึ้นมาเพื่อให้ตอบ คำตอบที่ได้จึงมีประโยชน์อย่างมหาศาล ถึงแม้ตอบแล้วอาจจะไม่ถูกก็เถอะ!!! งั้นผมลองตั้งโจทย์คอมพิวเตอร์บ้างดีกว่า โดยโจทย์ประกอบด้วยคำถาม 5 ข้อดังต่อไปนี้ … ข้อ 1. จงเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ใดก็ได้เพื่อวิเคราะห์ว่า ระหว่าง “วรัทยา นิลคูหา” กับ “สุนิสา เจทท์” ในภาพข้างล่างนั้น ใครสวยกว่ากัน?

8 กันยายน 2007 at 23:26 - Comments
ข้อ 2 นี่ผมว่าไม่น่ายากนะครับ มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับ face detection เยอะแยะเลย เท่าที่เคยได้ยินก็คล้ายๆกับที่คนอื่นตอบ ข้อ 3 นี่น่าใช้ Data Mining ดู ข้อ 4 นี่ผมว่าหลายคนคงทำได้ และก็เคยเห็น AI หมากรุกที่เก่งมากๆมาแล้ว ข้อ 5 ตกลงว่านะจะเป็นไปได้ทุกข้อครับ แต่ว่าผมเขียนโปรแกรมทำไม่ได้ซักข้อครับ ...
13 กันยายน 07 at 02:29
CS...อนุบาล
ข้อ 1 น่าจะไม่ได้ครับ ความสวย ขึ้นอยู่กับดูลพินิจแต่ละกัน ไม่มีกฎตายตัว ดังนั้นนำมาเปรียบเทียบไม่ได้ ข้อ 2 น่าจะได้ครับ ฮ่าๆๆ อันนี้ไม่ชัวร์เลย เพราะถ้าตรวจสอบได้ว่า(ตก computer graphic ครับ แฮ่ะ ๆ) ได้ว่าอะไรคือ หู ก็บอกได้ว่าหันหน้าไปด้านซ้ายหรือขวา ...
30 กันยายน 08 at 16:30

รูปแบบการรู้จำ

พวกเราเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มั้ยครับ คือเคยผ่านตาชื่อและนามสกุลของใครซักคนนึง อีกทั้งเคยเห็นหน้าคน ๆ นั้นด้วย แต่เมื่อผ่านไปซักสองสามวันเราก็ลืมแล้ว พอมีคนมาถามเราว่ารู้จักคน ๆ นั้นมั้ย เราก็บอกไปว่าจำหน้าได้แต่จำชื่อสกุลไม่ได้ แต่ถ้าหากว่าเอาชื่อสกุลมาให้เราตรวจสอบดู เราก็จะตอบได้ว่าใช่ชื่อสกุลของคนดังกล่าวหรือไม่? จะสังเกตุว่าถ้าให้เรานึกเองเราจะนึกไม่ออก แต่เมื่อเอาชื่อสกุลมาให้เทียบเรากลับรู้จำได้ เออ แปลกดี เพราะสิ่งที่จะโม้ก็คือการรู้จำแบบนี้มันสอดคล้องกับทฤษฎี Pattern Recognition จังเลย ลักษณะอันโดดเด่นของ Pattern Recognition ก็คือ มันจะจำทุกอย่างเอาไว้ แต่มันจะไม่สามารถหาคำตอบให้เราแบบเป๊ะ ๆ ได้ จนกว่าเราจะหาของมาเทียบกับสิ่งที่มันจำ แล้วเมื่อมันเทียบแล้ว มันเห็นว่าอันไหนคล้ายมากที่สุด มันก็จะเลือกเอาอันนั้นแหล่ะ มาเป็นคำตอบ ผมโม้เรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า … ผมจำชื่อนามสกุลของผู้ร่วมงานไม่ได้ครับ จำได้แบบลาง ๆ ว่ามันมีพยัญชนะ หรือสระอะไรบางตัวเด่น ๆ แต่ถ้าหากมีใครเอามาให้เทียบดูได้นะ ผมก็จะตอบได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ทันทีเลย สงสัยใช้สมองมากไป เริ่มจะจำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว แย่จริง ๆ คำค้น: การรู้จำ, ความทรงจำ, pattern recognition

26 มิถุนายน 2007 at 23:12 - Comments
Tai Parinya
น่าคิดนะเนี่ยคุณ crucifier ว่าแต่ HD เดี๋ยวนี้เอาไว้แขวนคอเหมือนจตุคามไม่ใช่เหรอ ฮา :-P T-T ผมยังไม่อยากแก่เลยคุณ HaMoo โอมเพี้ยง ขอให้โลกหยุดหมุนด้วยเทิ้ด จะได้ไม่แก่ไปกว่านี้ เพี้ยง ๆ
27 มิถุนายน 07 at 13:02
ก็ยังพอท้องชื่อเพื่อนตั้งแต่เลขที่1 จนสุดท้ายได้อยู่.....
28 มิถุนายน 07 at 14:56