ถ้าเรารับทำโครงการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เราก็ควรคิดเป็น Man Day อ่ะดิ ถูกแมะ? งั้นถ้าคิดตามหลักสากลทั่ว ๆ ไปที่เขาคิดกัน เราก็ควรจะคิดซัก … 12,500 บาท ต่อ 1 Man Day อ่ะดิ!!! ซึ่งถ้าคิดแบบนี้ก็แสดงว่า ในเวลา 30 วัน (หนึ่งเดือน) ผู้จ้างวานก็ต้องจ่าย 12,500 x 30 = 375,000 บาท และผู้รับงานก็จะได้เงินจำนวนเดียวกัน!! อือม ว่าแต่ทำไมต้องคิดแพงขนาดนี้อ่ะ ในเมื่อปรกติก็จ่ายค่าแรงให้คนดูแลโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แค่เพียงวันล่ะ 500 บาทเอง!! คำตอบก็คงเป็นว่า ที่ต้องจ่าย Man Day ให้แพง ๆ ก็เพื่อเร่งให้ทำเสร็จเร็ว ๆ สินะ?? ทีนี้ ถ้าหากว่าผู้รับจ้างทำงาน ไม่แสดงความเป็นมืออาชีพ ไม่สามารถผลิตชิ้นงานที่มีคุณภาพ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วได้ งั้นก็ไม่ควรรับค่้าแรงต่อ Man Day แพง [...]
“งาน” เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับมนุษยชาติ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีตัวตน มีคุณค่า และทำให้การมีชีวิตอยู่ของเรามีความหมาย นับวัน … คนเมืองจะยิ่งให้ความสำคัญกับ “งาน” มากขึ้น มากกว่าการให้ความสำคัญกับตัวเองหรือคนรอบข้าง ซึ่งอันนี้ก็คงว่าไม่ได้ เพราะมันเป็นพัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์ เป็นพัฒนาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จนกว่าอารยธรรมมนุษย์จะแตกดับไป เดี๋ยวนี้การทำงานต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์มากขึ้น จนทำให้งานสำหรับบุคลากรในยุค “คลื่นลูกที่สาม” เปลี่ยนแปลงไปนิดหน่อย ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้ … 1. ทำงานอยู่ที่ทำงาน และ งานอยู่ที่ทำงาน แบบนี้ธรรมดา เป็นกันเกือบจะทุกที่อยู่แล้ว
ถ้าจะเปรียบการวางตำแหน่งคนคอมพิวเตอร์ ตามบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ ที่เขาควรจะทำ ก็ต้องเปรียบกับการวางตำแหน่งผู้เล่นในเกมฟุตบอล เพราะมองแล้วมันเข้าใจง่าย สามารถอธิบายความเข้าใจได้ในคราวเดียว ยกตัวอย่างเช่น … แผนแบบ 4-4-2
สิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตกันเป็นสังคม ล้วนประกอบด้วยชนชั้นปกครองและชนชั้นที่ถูกปกครอง และปัจจัยที่ทำให้ชนชั้นปกครองมีศักดิ์และสิทธิ์ในฐานะดังกล่าวได้ ก็ด้วยการมีแหล่งกำเนิดอำนาจอยู่ในมือ!!! สำหรับแมลงหรือสัตว์ แหล่งกำเนิดอำนาจก็ได้แก่ กำลัง และ ความมีเอกลักษณ์ทางชีวภาพ … แต่สำหรับมนุษย์ แหล่งกำเนิดอำนาจย่อมซับซ้อนกว่า เพราะประกอบไปด้วย เงินตรา, กลไกรัฐ, ธุรกิจผูกขาด, ความรู้, ภาพลักษณ์, เครือข่าย, สื่อ และ กำลัง!!! ปัจจุบันมีการค้นคว้าวิจัยในทฤษฎีหนึ่ง นั่นก็คือทฤษฎี Technological Singularity ซึ่งเป็นทฤษฎีที่พยายามจะอธิบายสภาวะในอนาคตข้างหน้า โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ต่อไปในอนาคตเทคโนโลยีจะพัฒนาเร็วขึ้น ดีขึ้น จนกระทั่งสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ สามารถทำซ้ำตัวเองได้ ปรับปรุงตัวเองได้ และมีพลานุภาพมากจนไม่สามารถพยากรณ์อนาคตได้!!! มันเป็นความท้าทายที่มนุษย์เราอยากจะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้น แต่ก็หวาดกลัวว่าสิ่งมหัศจรรย์ดังกล่าว จะมีอำนาจเหนือมนุษย์ จนกระทั่งเข้ามาควบคุมมนุษย์ในที่สุด!!! โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่ามันมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้น มองด้วยสติที่เป็นกลางที่สุด เราก็จะวาดภาพรูปแบบการปกครองในอนาคตอันยาวไกลได้ตามภาพข้างล่างนี้ มนุษย์จะยังคงมีสิทธิ์ในการอยู่เหนือสุดของระบบนิเวศ มีสิทธิ์ที่จะใช้สอยเครื่องจักร (บางส่วน) ได้ แต่ในขณะเดียวกัน เครื่องจักร (บางส่วน) ก็มีโอกาสจะมีฐานะเท่าเทียมกับมนุษย์ รวมทั้งเครื่องจักร (ส่วนหนึ่ง) ก็จะเป็นผู้บริหารจัดการทุก ๆ [...]
ตอนที่เล่นเกม Civilization แอบเห็นรูปแบบการปกครองที่เรียกว่า Universal Suffrage ซึ่งเป็นรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยทางตรง ไม่ผ่านตัวแทน ไม่จำเป็นต้องมีตัวแทน เพราะประชาชนมีสิทธิ์ในการลงคะแนนเพื่อเสนอมติ และลงคะแนนเพื่อบังคับใช้กฎหมาย ถ้าเราตัดประเด็นที่ว่า การที่เราต้องมีตัวแทนก็เพราะเราไม่ชำนาญกฎหมาย, เราไม่มีเวลามาอภิปราย, เราไม่สนใจกฎหมายหลาย ๆ ตัว, มีกฎหมายให้พิจารณาอภิปรายเป็นตั้ง ๆ จนน่าเบื่อ หรือ เรื่องบางเรื่องเราแทบจะไม่มีความรู้เลย … ตัดประเด็นเหล่านี้ออกไป เราก็จะพบว่าโอกาสที่เราจะทำ Universal Suffrage นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เพราะปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์, ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์, ระบบเครือข่ายโทรคมนม และ อินเทอร์เน็ตนั้น มันก้าวหน้าไปมาก มันช่วยแก้ลดต้นทุนเวลาในการตรวจนับคะแนน และการสืบค้นคะแนนได้ บางท่านคงคิดเหมือนผมว่า หากเราจะเอาระบบไฮเทคที่ว่ามาช่วยทำ Universal Suffrage เราจะต้องเผชิญกับปัญหาความโปร่งใส ปัญหาการตรวจสอบ ปัญหาการคดโคง ฯลฯ ซึ่งล้วนเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ … ก็ขอให้โยนเรื่องเหล่านั้นทิ้งไปก่อน ให้ตั้งธงเอาไว้ก่อนว่ามนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีคุณธรรม, จริยธรรม, มโนธรรม, ศีลธรรม และ มนุษยธรรม มีความบริสุทธิ์ใสปิ๊งในจิตใจและเล่นตามกฎเกณฑ์ของสังคมทุกประการ โอเค เราโยนเรื่องพวกนั้นทิ้งไปแล้ว [...]