Parinya.NET

บล็อกของสาวกแห่งลัทธิ Software as a Service

Archive for the 'Electronic Money' Category

Callback ของ Facebook Credits

คราวที่แล้วผมเพิ่งจะอธิบายกลไกของ Facebook Credits ไป แต่ว่ามันยังไม่ค่อยจะละเอียดซักเท่าไหร่ งั้นคราวนี้เอาใหม่เลยแล้วกัน เอาแบบละเอียด ๆ ถึงกึ๋นไปเลย บอกกันเจ๋ง ๆ ไปเลยว่ากลไกต่าง ๆ มันเกิดจังหวะไหนบ้าง แล้วก็เกิดตรงไหนบ้าง ภาพหนึ่งภาพแทนคำล้านคำ ดังนั้น ผมคิดว่าคนที่กำลังศึกษา Facebook Credits อยู่คงจะเข้าใจ ส่วนคนที่ยังไม่เคยศึกษาแต่กำลังคิดจะศึกษา เห็นแล้วก็คงจะพอเข้าใจได้เหมือนกันว่า จุดสำคัญของการเชื่อมโยงกับ Facebook Credits อยู่ตรงการ Callback ซึ่งจะแอบซ่อนอยู่ในส่วนของ PHP เป็นสำคัญ ทาง Facebook ได้กำหนดลำดับขั้นของ Facebook Credits ไว้ 3 ขั้นอันได้แก่ Info, Placed และ Settled โดยให้ Callback ของแอ็ปของเรา เป็นตัวกำหนดและปรับเปลี่ยนลำดับขั้นโดยการตัดสินใจของแอ็บเราเอง ส่วนจะข้ามขั้นตอนจาก Info ไป Settled ได้เลยหรือเปล่า อันนี้ไม่เคยลองเหมือนกัน

4 พฤษภาคม 2011 at 16:46 - Comments
jor
อยากทราบว่าใช้ software ตัวไหนในการเขียน workflow ครับ
9 พฤษภาคม 11 at 08:34
Tai Parinya
Microsoft PowerPoint ครับ
19 พฤษภาคม 11 at 14:07

ใช้ Facebook Credits

ด้วยนโยบายอันเข้มงวดเด็ดขาดและโลภของ Facebook ซึ่งกำหนดให้ผู้พัฒนาเกมบน Facebook ต้องใช้ Facebook Credits เพื่อเป็น “เงินตราเสมือนจริง” หรือ “วิธีการชำระเงิน” บน Facebook แต่เพียงช่องทางเดียว จึงทำให้เกิดความเดือดร้อนเล็ก ๆ แก่ผู้พัฒนาเกมบน Facebook ที่จำต้องเปลี่ยนแปลง “วิธีการชำระเงิน” ของตัวเอง มาใช้ Facebook Credits แทน รวมทั้งความเดือดร้อนใหญ่ ๆ ที่ต้องจ่ายส่วยให้กับทาง Facebook ด้วย!!! ผมเองก็ต้องเปลี่ยนกลไกของเกมของผมเหมือนกัน คือเปลี่ยนจาก “วิธีการชำระเงิน” ด้วย PayPal มาเป็น Facebook Credits โดยขอคงสิทธิ์ของ “เงินตราเสมือนจริง” ในเกมของตนเองเอาไว้ ไม่ใช้ Facebook Credits เพื่อเป็น “เงินตราเสมือนจริง” แต่ประการใด!!! ทีนี้โดยทางเทคนิคต้องทำยังไงบ้างล่ะ? ก็ต้องโยนโค้ดที่ใช้เชื่อมโยงกับ Web Services ของ PayPal ทิ้งไปสินะ แล้วจากนั้นก็เชื่อมโยงกับ [...]

18 เมษายน 2011 at 12:07 - Comments

Facebook Dollar

ปัจจุบัน Facebook น่าจะหารายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณาเป็นหลัก อือม แต่หลังจากนั้นผมคิดว่า Facebook คงจะเริ่มรู้แล้วว่า มีเงินสะพัดผ่านเครือข่ายสังคมของตัวเองปริมาณมหาศาล โดยที่ Facebook ไม่ได้มีส่วนในการหักค่าหัวคิวเข้ากระเป๋าซักกระติ๊ดนึง!!! คิดว่าอีกไม่นาน Facebook คงจะหาโมเดลทางธุรกิจเพื่อจะหักค่าหัวคิว หรือค่าธรรมเนียมอะไรเทือกนี้ได้!!! แต่ประเด็นที่สงสัยก็คือ ทำไม Facebook ถึงไม่ทำระบบเงินตราเสริมของตัวเองขึ้นมาหนอ??? คำค้น: facebook dolllar, facebook, dollar, เงินตรา, เงินตราเสริม

15 พฤษภาคม 2010 at 14:54 - Comments
Tai Parinya
T-T อ๋า ผมตกข่าวอ่ะคุณเม่น!!!
18 พฤษภาคม 10 at 16:02
Bad
พี่ไท้ลองให้ของขวัญใครสิ ต้องใน Facebook ต้องใช้ Credit ของมันซื้อ อย่างเช่น ผมไปที่กระดานข้อความพี่ แล้วจะให้ "Candle Cake" ผมต้องซื้อในราคา 10 Credit ซึ่งที่ไม่มี Credit อยู่เลยก็ต้องเติม Credit ก่อน # 10 credits ...
21 พฤษภาคม 10 at 20:17

พิรุธของระบบเงินตราในเกมออนไลน์แบบ MMORPG

เกมออนไลน์แบบ MMORPG ก็เปรียบได้กับระบบเสมือนจริงระบบหนึ่ง ที่มีตัวละครให้ผู้เล่นได้สวมบทบาท, มีภารกิจให้ทำ, มีกิจกรรมให้ร่วมเล่น, มีสังคมระหว่างผู้สวมบทตัวละคร และ มีระบบเศรษฐกิจภายในเป็นเอกเทศ!!! ภาพข้างบนสร้างขึ้นเพื่ออธิบายถึงระบบเงินตราของเกมออนไลน์แบบ MMORPG ทั่วไป โดยมีข้อสังเกตดังนี้

1 ธันวาคม 2009 at 14:26 - Comments
Bad
ช่วงนี้รู้สึกว่าพี่ไท้จะติดเกมเหมือนกันนะครับ ^^ พูดเรื่องเงินในเกมแล้วผมก็เห็นด้วย ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบเล่นเกมออนไลน์ครับ เมื่อก่อนเคยคิดว่า เล่นเอาเพลินเพราะโหลดตัว Client มาก็เล่นได้แล้ว ไม่ต้องไปซื้อเงินซื้อเกมกล่องที่ขายกันตามห้าง แต่เล่นไปเล่นมากลับหมดเงินมากกว่าเล่นเกมกล่อง Offline เสียอีก ก็เพราะซื้อ Item พิเศษต่างๆ ในเกมนี่แหละ จะว่าไปแล้วในเกมเกือบทุกเกมโดยเฉพาะพวก MMORPG ก็มีการแลกเปลี่ยนกันภายในเกมอยู่แล้วโดยมีเงินสกุลเสริมในเกมเป็นสื่อกลาง แต่ถ้าเราเงินในเกมไม่พอละจะทำไง? ตรงนี้ผมว่ามันทำให้เกิดการย้อนศรขึ้นมาครับ ...
8 ธันวาคม 09 at 17:57

การปล้นชิงในเศรษฐกิจเสมือนจริง

เพราะมนุษย์ต้องกินต้องใช้ แต่มนุษย์ไม่สามารถหาของกินของใช้ได้เองทั้งหมด มนุษย์จึงต้องคิดค้นวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งของกินของใช้ที่ตนต้องการ ช่วงแรกมนุษย์ที่แข็งแรงกว่าเลือกใช้วิธีปล้นชิงจากมนุษย์ผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า แต่เมื่อได้รับการต่อต้านอย่างหนัก อีกทั้งมนุษย์ที่อ่อนแอกว่าพยายามพัฒนาตัวเองให้แข็งแรงทัดเทียมกัน ทำให้การปล้นชิงต้องเลิกลาไป (แต่ยังไม่หมดไป) และมนุษย์ก็หันมาใช้วิธีค้าขายของกินของใช้กันแทน ด้วยสมมติฐานในย่อหน้าข้างบน ทำให้เราตระหนักได้เรื่องหนึ่งว่า มนุษย์จะไม่ค้าขายกับสัตว์หรือพืชอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะว่าเราคุยกับสัตว์หรือพืชไม่รู้เรื่อง (ทุกวันนี้มนุษย์ก็ยังคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง T-T) แต่เป็นเพราะว่ามนุษย์แข็งแรงกว่าสัตว์และพืช จนกระทั่งสามารถปล้นชิงจากสัตว์และพืชได้อย่างแน่นอน 100% ถึงแม้ว่าการค้าขายจะถูกพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นระบบเศรษฐกิจ มีการใช้เงินตราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน มีแบบแผนระเบียบปฏิบัติมากมายเพื่อมาบังคับใช้ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า กมลสันดานของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ (ที่ชอบปล้นชิง) ก็ยังคงมีอยู่ในตัวมนุษย์เราทุกคน เพียงแต่ถูก หิริ โอตตัปปะ ควบคุมเอาไว้อยู่!!!

24 พฤศจิกายน 2009 at 11:41 - Comments
crucifier
"มนุษย์จะไม่ค้าขายกับสัตว์หรือพืชอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะว่าเราคุยกับสัตว์หรือพืชไม่รู้เรื่อง …. แต่เป็นเพราะว่ามนุษย์แข็งแรงกว่าสัตว์และพืช จนกระทั่งสามารถปล้นชิงจากสัตว์และพืชได้อย่างแน่นอน 100%" ปรัชญาชัดๆ!
25 พฤศจิกายน 09 at 13:36
Tai Parinya
ดีใจด้วยคุณ AMp ที่หนึ่ง ^-^ เออ ที่คุณ Bad บอก น่าคิดแฮะ!! มันเป็นปรัชญาโพด ๆ เลยล่ะคุณ Shoot คุณ crucifier อิ อิ :-P
27 พฤศจิกายน 09 at 16:57