ความหมายของคำว่า Infographics มันไปเกี่ยวพันกับคำว่า Animation และ Presentation เพราะมันมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นจึงต้องอธิบายสองคำนี้ก่อน Animation คือ การทำภาพเคลื่อนไหวสองมิติหรือสามมิติ นิยมใช้เพื่อทำเป็นละครหรือภาพยนต์ที่มีเรื่องราว เน้นความบันเทิงเป็นหลัก Presentation คือ ทักษะของคนในการนำเสนอข้อมูล ความรู้ โดยส่วนมากมักจะใช้ภาพนิ่งประกอบกับภาพเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับประกอบหรือสนับสนุนการนำเสนอ ส่วนคำว่า Infographics หมายถึง การนำเอาข้อมูลหรือความรู้ มาตีแผ่เผยแพร่ให้เข้าใจง่าย ๆ โดยการสร้างเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว และเน้นให้สิ่งที่สร้างออกมา สามารถจะสื่อให้ผู้ชมได้เห็นแล้วเข้าใจเอง โดยไม่จำเป็นจะต้องให้มีผู้นำเสนอเข้ามาช่วยขยายความเข้าใจอะไรอีก การทำ Infographics จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำเป็นหมู่คณะ เพราะการทำ Infographics ที่สามารถเล่าเรื่องได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องมีองค์ประกอบหลักสามอย่างอันได้แก่ เรื่องที่จะเล่า, ภาพที่จะแสดง และ เสียงที่จะได้ยิน ซึ่งทั้งสามอย่างนั้นจะใช้กลุ่มบุคคลที่มีทักษะที่แตกต่างกัน การทำ Infographics เพื่อเล่าเรื่อง จะทำให้บุคคลที่ทำหน้าที่ Presentation ลดบทบาทลงไป เพราะ Inforgraphics ที่ดี ย่อมจะสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ด้วยตัวเอง ในกรณีที่ผู้ใช้ [...]
ผมมีผู้ร่วมงานที่ขยันขันแข็งและมากความสามารถอยู่คนหนึ่ง เขาทำงานในหน่วยงานเดียวกับผม ในขณะเดียวกันก็เป็นพนักงานกราฟิกดีไซเนอร์ของบริษัทผลิตเกมเล็ก ๆ แห่งหนึ่งด้วย ผมชอบพูดคุยกับเขามาก ๆ เพราะเขาเป็นคนเปิดเผย มีอารมณ์ขัน เป็นกันเอง และไม่เคยตระหนี่ในความรู้ เขาเคยเล่าให้ผมฟังว่ากำลังทำเกมให้กับบริษัทฯ เป็นเกมที่เล่นได้บน Facebook และเป็นเกมที่มีลักษณะพิเศษ เพราะผู้เล่นต้องเล่นโดยใช้ Web Cam เข้ามาเป็นองค์ประกอบในการเล่น เป็นเทคโนโลยีแบบ Virtual Reality และเป็นเกมการ์ดต่อสู้เหมือนกับ Yu-Gi-Oh อะไรประมาณนั้น ล่าสุดผมได้สอบถามถึงความคืบหน้าของเกมที่เขาและบริษัทกำลังทำอยู่ ว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหน จะเริ่มเล่นได้เต็มรูปแบบเมื่อไหร่ และมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์อะไรบ้าง ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับมาก็คือ ตอนนี้ต้องหยุดเกมที่กำลังทำอยู่เอาไว้ก่อน เพราะเงินของบริษัทใกล้จะหมดแล้ว มีแต่จ่ายกับจ่าย ดังนั้น ก็เลยต้องทุ่มเทคนของบริษัททั้งหมด เพื่อทำงาน “รับจ้างทำของ” ไปพลาง ๆ ก่อน รอจนสะสมทุนได้เพียงพอเมื่อไหร่ แล้วจะรีบ ๆ กลับมาทำเกมบน Facebook ที่ว่าให้เสร็จโดยไว!!! ดูเหมือนใคร ๆ ก็มีปัญหาเรื่อง “เงิน” ในการ “ขับเคลื่อน” ธุรกิจกันทั้งนั้น โดยเฉพาะกับธุรกิจเกมที่ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนสูง ใช้เวลาในการสร้างสรรค์ [...]
ธุรกิจไอทีของเมืองไทยยังไม่เหมือนของสหรัฐอเมริกา เพราะธุรกิจไอทีของเราไม่ได้เป็นภาคการผลิต แต่เป็นภาคการบริการ เป็นธุรกิจแบบรับจ้างทำของ ธุรกิจกินสัมปทาน และธุรกิจซื้อมาขายไป ถ้าหากเราคิดจะทำให้ธุรกิจไอทีของเมืองไทยให้เป็นแบบที่สหรัฐอเมริกาเป็น เราก็จำเป็นจะต้องคิดถึงนวัตกรรมก่อน จากนั้นก็คิดเรื่องของเงินทุน เพราะนวัตกรรมสำคัญมากในตอนต้น ส่วนเงินทุนสำคัญมาก ๆ ๆ ๆ ในตอนกลาง จริง ๆ แล้วการระดมทุนเพื่อตั้งตัวในธุรกิจไอที ต้องดำเนินไปเป็นขั้นเป็นตอนอย่างน้อย 4 ระดับ อันได้แก่ ระยะตั้งตัว ให้ระดมทุนจากหุ้นส่วน เพราะการขายฝันให้นายทุนในระยะนี้ แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้เงินทุน เนื่องจากนายทุนเป็นพวกขี้งกและขี้ระแวง เขาไม่มีทางยอมให้ตังค์กับกิจการอะไรซักอย่างหนึ่ง ที่เขามองแล้วไม่เข้าใจ แถมวิเคราะห์อนาคตไม่ออกอีกต่างหาก ระยะถีบตัว ให้ระดมทุนจากนายทุน เพราะการขายฝันให้นายทุนในระยะนี้เริ่มจะเป็นไปได้ เนื่องจากธุรกิจของเราพ้นระยะตั้งตัวมาแล้ว สามารถประคองตัวได้แล้ว มีรูปแบบที่ชัดเจน มีฐานลูกค้าที่แน่นหนา ถึงตอนนี้ นายทุนจะเริ่มเข้าใจธุรกิจมากขึ้น และมองเห็นช่องทางที่จะกอบโกยผลตอบแทนจากธุรกิจได้ จึงมีโอกาสที่จะหยิบยื่นเม็ดเงินให้ตามที่ร้องขอ ระยะทรงตัว ให้ระดมทุนจากสถาบันการเงิน เพราะสถาบันการเงินน่ะเรื่องมาก จะไม่ยอมปล่อยกู้ง่าย ๆ ถ้าไม่มีงบการเงินที่มีตัวเลขสวย ๆ ให้เชยชม เพราะเขาถือว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ การจะเชื่อใจธุรกิจใด ๆ ซักครั้งจึงจำเป็นต้องใช้หลักฐานประกอบ ซึ่งหลักฐานที่ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นงบการเงิน ระยะขยายตัว [...]
ปัจจุบัน Facebook น่าจะหารายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณาเป็นหลัก อือม แต่หลังจากนั้นผมคิดว่า Facebook คงจะเริ่มรู้แล้วว่า มีเงินสะพัดผ่านเครือข่ายสังคมของตัวเองปริมาณมหาศาล โดยที่ Facebook ไม่ได้มีส่วนในการหักค่าหัวคิวเข้ากระเป๋าซักกระติ๊ดนึง!!! คิดว่าอีกไม่นาน Facebook คงจะหาโมเดลทางธุรกิจเพื่อจะหักค่าหัวคิว หรือค่าธรรมเนียมอะไรเทือกนี้ได้!!! แต่ประเด็นที่สงสัยก็คือ ทำไม Facebook ถึงไม่ทำระบบเงินตราเสริมของตัวเองขึ้นมาหนอ??? คำค้น: facebook dolllar, facebook, dollar, เงินตรา, เงินตราเสริม
มวยไทยถือเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวในแนวตั้ง ดังนั้น มันจึงสามารถแสดงอานุภาพที่รุนแรงของมันได้ เมื่อผู้ใช้มวยไทยยืนอยู่บนพื้นดิน (ที่มั่นคง) แต่น่าเสียดายที่ผู้คิดค้นมวยไทยไม่ได้คิดว่า มนุษย์ยืนสองขาแบบพวกเราก็ย่อมมีวันล้มลงกับพื้นได้ ดังนั้น ผู้ใช้มวยไทยจึงไม่สามารถแสดงอานุภาพใด ๆ ได้เลย หากถูกคู่ต่อสู้กดล็อกหรือกดนอนลงกับพื้น!!! ปัจจุบัน การจัดชกมวยไทยยังคงมีอยู่ มีพัฒนาการในวงจำกัดในระดับหนึ่ง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานเดิม ๆ นั่นคือ การเป็นธุรกิจสีเทาเข้ม ๆ เพราะมีเรื่องของการใช้ความรุนแรง อิทธิพล และการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง!!! ผมเคยได้ดูบาสเกตบอล NBA อยู่บ่อย ๆ ผมชอบมาก ชอบตรงการเก็บสถิติของผู้เล่น ซึ่งเก็บได้ละเอียดเว่อร์ ๆ เช่น บอกได้ว่าผู้เล่นคนดังกล่าว เคยทำแต้มได้เท่าไหร่ เคยป้องกันการทำแต้มได้กี่ครั้ง หรือเคยส่งบอลให้ผู้เล่นอื่นทำแต้มได้กี่ครั้ง เป็นต้น ผมจึงมองว่าการเก็บสถิติแบบนี้เป็นสีสัน เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ดี ที่น่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับมวยไทยได้!!! งั้นเราต้องตั้งโจทย์ก่อนว่าถ้าเป็นมวยไทย เราอยากจะเก็บสถิติอะไรของนักมวยบ้าง เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ธุรกิจมวยไทย โดยสถิติดังกล่าวจะต้องสร้างอรรถประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์แก่โปรโมเตอร์เพื่อการจับคู่นักมวย ประโยชน์แก่ผู้ชมเพื่อการติดตามผลงาน ประโยชน์แก่นักพนันเพื่อการแทงพนัน หรือ ประโยชน์แก่ค่ายมวยเพื่อการวิเคราะห์นักมวยของตัวเองหรือคู่แข่ง เป็นต้น โดยส่วนตัวผมเห็นว่า การเก็บสถิติของนักมวย ควรจะแบ่งออกเป็น [...]